Se connecterภาพเหตุการณ์ที่ห้องประชุมมของทีมยังคงฉายซ้ำอยู่ในหัวของภีมราวกับไฟล์วิดีโอที่วนลูปไม่จบสิ้น ภาพมือของไอ้ผู้ชายหน้าจืดนั่นที่ลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของพายอย่างถือวิสาสะ และรอยยิ้มของพายที่ไม่ได้ขยับหนี มันทำให้เส้นประสาทของภีมขาดผึงในเวลานั้น เขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของพายชูขึ้นเหนือศีรษะ กดตรึงไว้กับผนังด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอสบตา
“ในเมื่อระบบป้องกันของมึงมันต่ำจนปล่อยให้ใครหน้าไหนก็ได้เข้าใกล้... กูก็คงต้องทำความสะอาดระบบใหม่ทั้งหมด ให้มึงจำได้แค่สัมผัสของกูคนเดียว”
ภีมบดขยี้ริมฝีปากของพายอย่างรุนแรง มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเพื่อการปลอบประโลม แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยการแสดงอำนาจและการลงโทษเธอ พายครางประท้วงในลำคอเมื่อรสสัมผัสที่ป่าเถื่อนจู่โจมจนเธอตั้งตัวไม่ติด ลิ้นร้อนของเขาบุกรุกเข้าไปในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ควานหาความหวานที่เขาอ้างว่าเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เขาระดมจูบซ้ำๆ จนริมฝีปากของพายเริ่มบวมเจ่อ กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวภีมที่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย บัดนี้มันกลับเร้าอารมณ์ดิบในกายให้พลุ่งพล่าน พายเริ่มตอบโต้ด้วยการจิกเล็บลงบนต้นแขนแกร่งของเขา แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของภีมให้เดือดพล่านขึ้นไปอีก
“อื้อ... ภีม... พอแล้ว...”
“ไม่พอ... มึงปล่อยให้มันลูบหัวตรงไหน? ตรงนี้ใช่ไหม?” ภีมผละออกมาเพียงนิด ลมหายใจหอบถี่ของเขารินรดอยู่บนกลีบปากแดงก่ำ มือหนาขยำลงบนเส้นผมของพายอย่างแรง ก่อนจะกระชากเบาๆ ให้เธอแหงนหน้าขึ้น เขาซุกไซ้ใบหน้าลงบนซอกคอขาวระหง ขบเม้มผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยแดงจ้ำเด่นชัดรอยแล้วรอยเล่า ราวกับต้องการประทับตราให้คนทั้งโลกเห็นว่าเธอมีเจ้าของแล้ว
“ภีม... มึงรักกูใช่ไหมล่ะ?” พายพยายามเค้นคำถามออกมาท่ามกลางเสียงหอบ เธอพูดด้วยความขี้เล่นเมื่อเห็นอาการของเขา แม้จูบของเขาในวันนี้จะดูป่าเถือนไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เธอแทบจะเสียสติ
“กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้รัก! ฉันแค่เป็นคน ‘หวงของ’ และตอนนี้ของๆ กูมันกำลังมีตำหนิ... กูเลยต้องลบมันออก!”
ภีมรวบตัวพายขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่ห้องนอน เขาเหวี่ยงร่างบางลงบนเตียงกว้างอย่างไม่ใยดี ก่อนจะถอดเสื้อของตัวเองออกด้วยความรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและเส้นเลือดที่ปูดโปนตามแรงอารมณ์
พายพยายามจะขยับหนีไปที่หัวเตียง แต่ภีมก็โถมตัวเข้าหาและคว้าข้อเท้าของเธอไว้ได้ทัน เขาออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ร่างของเธอก็ไถลกลับมาอยู่ใต้ร่างหนาของเขาอีกครั้ง
“จะหนีไปไหน? กฎบอกว่ากูมีสิทธิ์เข้าถึงมึงได้ตลอดเวลาที่มึงต้องการไม่ใช่หรือไง? จำไม่ได้แล้วหรอ?”
เขาจัดการกับเสื้อผ้าของพายอย่างรวดเร็วและป่าเถื่อน กระดุมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาของเธอหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เมื่อผิวเนื้อนวลเนียนปรากฏสู่สายตา ภีมก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทุกครั้งที่เขาสัมผัสเธอ ภาพมือของเอิร์ธที่ลูบหัวเธอก็จะแวบเข้ามาในหัว ทำให้เขายิ่งบีบเค้นสะโพกและทรวงอกอิ่มอย่างแรงราวกับจะฝังรอยนิ้วมือลงไปในเนื้อ
“อา... ภีม... เจ็บ...”
“เจ็บก็จำไว้พาย!” ภีมกระซิบข้างหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหาย
“จำไว้ว่าร่างกายนี้มีไว้รับสัมผัสจากกูคนเดียว สัมผัสของไอ้รุ่นพี่นั่นมันไม่มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่กูจะทำต่อจากนี้”
ภีมโน้มตัวลงไปครอบครองยอดอกอิ่ม ความร้อนแรงจากปลายลิ้นและไรฟันที่ขบเม้มทำให้พายแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุจุดเดือด เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของภีมจนเกิดรอยข่วนยาว ความเจ็บปวดผสมผสานกับความรัญจวนใจจนเธอกลั่นกรองออกมาเป็นเพียงเสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์
“อ่า ภีม อื้ม อย่าเลียแบบนั้นสิ”
“ทำไม หืม?”
“มันเสียวจนจะบ้าอยู่แล้ว” เขาดูดเม้มยอดถันสีชมพูหนึ่งข้างและใช้มืออีกข้างบีบอกอิ่มเอาไว้ด้วย นิ้วเรียวยาวที่เคยจดจ่ออยู่กับการพิมพ์โค้ด บัดนี้กลับทำหน้าที่เขี่ยยอดถันอีกข้างอย่างเชี่ยวชาญและดุดัน ภีมเพิ่มจังหวะรัวเร็วตามแรงโทสะที่ยังหลงเหลือ ทุกครั้งที่เขานึกถึงสายตาของไอ้เอิร์ธที่มองพาย เขาก็จะเพิ่มแรงบีบคั้นที่หน้าอกจนพายบิดเร่า
เมื่อความต้องการพุ่งขึ้นสู่จุดวิกฤต ภีมก็ไม่รอช้าที่จะกำจัดสิ่งที่บดบังชิ้นสุดท้ายของตัวเองออก เขาแทรกตัวเข้าไประหว่างขาเรียวสวยที่สั่นระริก ภีมจ้องมองพายด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความต้องการครอบครอง
“พาย... บอกมาสิ ว่าใครคือเจ้าของมึง?” เขาเอ่ยกระซิบที่ข้างหูแล้วเอานิ้วยาวสอดใส่เข้าไปในช่องอทางรักของเธอจากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้วและสามนิ้วอย่างไม่มีหยุดยั้ง
“ภีม... ฮึก... มึงไง... มึงคนเดียว...” พายตอบด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความสุขสมเริ่มคลอเบ้า เธอไม่อาจปฏิเสธได้ว่าชอบสัมผัสทุกสัมผัสที่มาจากเขา ภีมเชื่อมต่อร่างกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่หนักแน่นและรุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา มันคือจังหวะที่ไร้ซึ่งสมมาตร ไร้ซึ่งการคำนวณ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของเขาที่ต้องการฝังรากลึกเข้าไปในตัวผู้หญิงที่ทำให้เขาเสียการควบคุมมากที่สุด
“อ่า ภีม อื้ม ภีมขา” เสียงเอ่ยเรียกด้วยสรรพนามที่เขาชอบยามที่มีความสัมพันธ์กันบนเตียงดังขึ้นจนเขาต้องก้มลงไปจูบเธอด้วยความมันเขี้ยว
ปึก! ปึก!
เสียงร่างกายกระทบกันดังสะท้อนไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด ภีมเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเครื่องจักรที่กำลังจะระเบิด ทุกการตอกย้ำคือการยืนยันความเป็นเจ้าของ เขาโน้มตัวลงไปจูบซับน้ำตาที่หางตาของพาย แต่ด้านล่างยังคงกระแทกกระทั้นอย่างไม่ลดละ
“อ่า อ๊ะ ภีม อื้ม แรงไปแล้ว”
“ซี๊ด แรงก็ต้องทน เพราะมึงทำให้กูหงุดหงิด” เขาส่งเสียงครางต่ำในลำคอก่อนขยับนั่งลงและดึงพายขึ้นมานั่งตัก ภีมขยับโยดสะโพกอย่างไม่รีรอ เขาก้มลงดูดเม้มซอกคอขาวแต่ยังคงกระแทกกระทั้นอย่างดีและแรงไม่มีตก
“อื้อ อึ๊ อื้อ ภีม ภีมขา พายเสียว อื้อ”
“เสียวมากไหม หืม? อ่าส์ ชอบไหม…ชอบที่กูเอามึงไหม” เขากอดรัดเอวบางเอาไว้แล้วกระแทกสวนขึ้นไปทั้งเร็วและรุนแรงจนเสียงครางของเธอดังระงม
“ชอบ อื้อ อึ๊ ชอบที่สุด”
“ชอบใคร ซี๊ด”
“ชะ ชอบ ภีม อ่า อ๊ะ อื้อ”
“พูดให้ดังกว่านี้อีก ซี๊ด อื้ม เร็วสิ ดังอีก” เขาขยับอกของเธอและกระแทกกระทั้นจนพายอดไม่ได้ที่จะครางออกมาจนดังลั่นไปทั่วห้อง
“ชอบภีม อ๊า ชอบภีมที่สุดเลย” เธอพูดออกไปอย่างไม่มีเขินอายด้วยแรงอารมณ์ที่กำลังประทุในตอนนี้ เขาก้มลงดูดยอดอกของเธอไปด้วยและออกแรงกระแทกสะโพกจนเธอแทบจะเสียสติ มือบางขยุ่มผมเขาเอาไว้เพื่อระบายความต้องการ
“อา... ภีม... พายไม่ไหวแล้ว... ภีม...”
“ อ่าส์ พร้อมกันพาย... แตกพร้อมกัน ในจังหวะสุดท้ายที่ทุกอย่างพุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด ภีมเกร็งร่างกายจนสุดแรง เขาปลดปล่อยความโหยหาและความแค้นเคืองทั้งหมดเข้าไปในกายของพาย ราวกับการถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลมหาศาลที่อัดแน่นจนล้นทะลัก กลิ่นน้ำคาวสีขาวขุ่นของทั้งสองคนปะปนกัน
ใบหน้าคมคายฟุบลงซบที่ไหล่บาง หอบหายใจรุนแรงจนไหล่ไหว ภีมยังคงไม่ผละออกมา เขากอดรัดพายไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือไปเพียงวินาทีเดียว เธอจะถูกคนอื่นช่วงชิงไป
ความเงียบกลับคืนมาปกคลุมห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจที่เริ่มปรับเข้าสู่จังหวะปกติ ภีมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองพายที่นั่งตาปรืออยู่ในอ้อมกอดของเขา ภีมเอื้อมมือที่สั่นเทาขึ้นไปลูบกลุ่มผมที่กระเซิงของเธอ... ลูบในที่ที่เอิร์ธเคยสัมผัส แต่คราวนี้เขาใช้นิ้วมือเกลี่ยมันอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด เขาจูบที่หน้าผากของเธอเนิ่นนาน เป็นจูบที่ไม่ได้แฝงไปด้วยความใคร่ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งจนคำว่า FWB กลายเป็นเรื่องตลก
“ภีม... สรุปมึงก็ชอบกูใช่ไหม?” พายถามเสียงเบาหวิว มือเล็กๆ ลูบไล้ไปตามสันกรามของเขา ภีมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งสนิทเหมือนเดิมตามสไตล์คนปากแข็งระดับพระกาฬ
“กูบอกแล้วไง... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็เหมือนการ ‘กำจัดตัวแปร’ ที่แปลกปลอมออกไปจากระบบ เพื่อให้มึงกลับมามีประสิทธิภาพในการทำงานเหมือนเดิม”
“อืม มึงนี่มันเป็นไอ้คนบ้างานที่ขี้หึงที่สุดในโลกเลยเนอะภีม”
“กินน้ำซะ แล้วก็นอนได้แล้ว” เขาหยิบเหยือกน้ำที่หัวเตียงแล้วเทลงแก้วก่อนจะยื่นให้เธอ ภีมลุกขึ้นนั่งก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมกายให้เธออย่างเรียบร้อย
“พรุ่งนี้เช้าถ้ากูเห็นว่ารอยพวกนี้มันหายไป หรือเห็นมึงไปยิ้มให้ไอ้รุ่นพี่นั่นอีก... กูจะลงโทษมึงให้หนักกว่านี้สิบเท่า จำไว้พาย... กฎข้อที่สี่ของเราที่กูเพิ่งตั้งขึ้นมาเมื่อกี้คือ... ‘ห้ามให้ใครมาแตะต้องมึงเด็ดขาด’ เข้าใจไหม?”
ภีมเดินออกจากห้องไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ทิ้งให้พายนั่งมองรอยแดงตามร่างกายด้วยหัวใจที่พองโต เขาอาจจะยังไม่ยอมรับคำว่ารัก... แต่การที่เขา ‘คลั่ง’ ขนาดนี้ การที่เขารุนแรงเพราะความหวงแหนขนาดนี้ มันกลับทำให้เธอมีความสุขมากอย่างบอกไม่ถูก
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คอนโดของภีม เจกับรินนั่งสัปหงกอยู่บนม้านั่งใต้ตึก พร้อมชานมที่ละลายจนจางสนิท ในที่สุดพวกเขาก็เห็นร่างคุ้นตาเดินออกมาจากลิฟต์ พายเดินออกมาในชุดเดิมของเมื่อวาน ผมยุ่งนิดๆ และท่าทางดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด โดยมีภีมเดินตามมาส่งที่รถ ท่าทางของภีมดูอารมณ์ดีขึ้นอย่างประหลาด (ซึ่งคนอย่างภีมอารมณ์ดีคือการทำหน้านิ่งน้อยลงแค่สิบเปอร์เซ็นต์) ภีมยื่นมือไปขยี้ผมพายเบาๆ ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้พายหน้าแดงแปร๊ดแล้วรีบวิ่งขึ้นรถไป
“ชัด... ชัดยิ่งกว่า 4K อีกมึงริน” เจพึมพำขณะกดชัตเตอร์รัวๆ เพื่อเก็บภาพของทั้งสองคนนั้นเอาไว้อย่างไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัว
“รอยที่คอนั่น... ภีมมันจงใจทำชัดๆ กะจะประจานให้พี่เอิร์ธดูชัวร์!” รินพูดอย่างตื่นเต้น ภีมที่กำลังจะเดินกลับขึ้นตึก จู่ๆ ก็หยุดเดินแล้วหันมามองทางม้านั่งที่เจกับรินซ่อนอยู่ เขาหรี่ตามองแล้วยกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยที่ดูร้ายกาจที่สุด ก่อนจะชูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความเข้ากลุ่มใหญ่
[ภีม: เจ... ริน... เลิกแอบดูแล้วไปเตรียมไฟล์รอบบ่ายได้แล้ว ถ้างานพัง กูจะหักคะแนนพวกมึงรายบุคคล]
เจกับรินสะดุ้งสุดตัว รีบวิ่งป่าราบออกจากที่ซ่อนทันที คนอย่างภีมน่ากลัวเกินไปแล้วในสายตาของเจและริน
ร้านอาหารญี่ปุ่นโทนอุ่นสลัวดูจะอึดอัดน้อยลงกว่าครั้งก่อนๆ ภีมนั่งจ้องถ้วยน้ำชาในมือด้วยความรู้สึกที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ พ่อของเขายังคงกดดันเรื่องการหมั้นหมายไม่เลิกรา และวันนี้เขาก็ถูกกึ่งบังคับให้มาทานมื้อกลางวันกับรดาอีกครั้ง ภีมพยายามทำหน้านิ่งแต่แววตาซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด เพราะเขารู้ดีว่าเขากำลังโกหกพายว่ามาช่วยงานที่บริษัทรุ่นพี่"ภีมคะ... เลิกทำหน้าเหมือนจะไปออกรบได้แล้วค่ะ" รดาเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางของเธอวันนี้ดูผ่อนคลายและเป็นกันเองผิดกับวันแรกที่เจอกัน ภีมเงยหน้าขึ้นมอง "ขอโทษครับรดา ผมแค่... รู้สึกไม่ค่อยดีที่ต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ลับหลัง.....""รดารู้ค่ะ และรดาก็มีเรื่องสำคัญจะบอกภีมเหมือนกัน" หญิงสาววางตะเกียบลงแล้วจ้องหน้าเขาด้วยแววตาจริงจัง "ความจริงรดาเองก็มีคนที่รดารักอยู่แล้วค่ะ เขาเรียนอยู่ที่อังกฤษ และรดาก็ไม่คิดจะแต่งงานกับใครนอกจากเขาเหมือนกัน"คำสารภาพของรดาทำให้ภีมชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งปลดล็อกรหัสผ่านสำเร็จ ความหนักอึ้งในใจเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด"แล้วทำไมรดาถึงยอมมาเจอผมล่ะครับ?""ก็เพื่อจะมาตกลงกับภีมไงคะ ว่าเราสองคนมาเ
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยวันแรกหลังจากกลับจากทริปเชียงใหม่ดูจะสดใสเป็นพิเศษสำหรับพวกเราสี่คน รอยยิ้มของพายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าเหมือนคนคนมีความสุขจนล้นปรี่ ส่วนภีมเองแม้จะกลับมาสวมมาดนิ่งขรึมเหมือนเดิม แต่แววตาที่เขามองพายนั้นนุ่มนวลขึ้นจนใครๆก็สังเกตเห็น"เย็นนี้มึงอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมพาย?" ภีมถามขณะที่เดินเคียงข้างพายไปตามทางเดินใต้ตึกวิศวะ มือข้างหนึ่งของเขาคว้ากระเป๋าคอมพิวเตอร์ของพายมาถือไว้ให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ"กูเห็นมึงบ่นว่าอยากกินซูชิตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้ว""เออ... กูก็อยากกินนะมึง แต่รินมันบอกว่าอยากกินหมูกระทะฉลองโปรเจกต์จบ มึงโอเคเปล่าวะ?" พายเงยหน้าขึ้นถามคนตัวสูง"กูยังไงก็ได้ ตามใจมึง..."ตึ๊ด... ตึ๊ด...เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของภีมสั่นรัวขึ้นมาขัดจังหวะ ภีมขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ 'แม่'"แป๊บนะมึง แม่กูโทรมา" ภีมบอกพายก่อนจะปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์ห่างออกไปเล็กน้อย พายยืนมองแผ่นหลังของภีมที่ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีที่รับสาย เขาพยักหน้าสองสามครั้งก่อนจะวางสายแล้วเดินกลับมาหาเธอด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก"มีอะไรหรือเปล่ามึง?" พายถามด้วยความ
"มึงนอนห้องกูนะภีม ถึงมันจะแคบไปหน่อยแต่เตียงกูนุ่มนะเว้ย" พายพูดพลางเปิดประตูไม้บานเก่าเข้าไปในห้องนอนที่เธอโตมาห้องนอนของพายมีกลิ่นอายความทรงจำที่เรียบง่าย มีโต๊ะไม้ตัวเล็กที่มีหนังสือวางอยู่ประปราย หมอนอิงสีตุ่นๆและหน้าต่างบานพับที่เปิดออกไปเห็นยอดไม้และท้องฟ้าสีครามเข้มภีมเดินเข้ามาในห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับความแคบ"มึงดูอะไรของมึงนักหนาวะภีม?" พายถามพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงสปริงเก่าๆที่ส่งเสียงดัง เคร้ง"กูก็แค่อยากรู้ว่ามึงโตมายังไง" ภีมตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินไปหยุดที่กรอบรูปตั้งโต๊ะรูปหนึ่ง"นี่มึงตอนประถมเหรอพาย? ทำไมหน้ามึงเหมือนเด็กผู้ชายจังวะ แววตามึงดูซนฉิบหาย""เออ... ตอนนั้นกูตัดผมสั้นเท่าหู แย่งไอติมเด็กผู้ชายแถวบ้านกินเป็นว่าเล่น" พายลุกขึ้นเดินไปยืนข้างๆเขา"แต่มึงดูตอนนี้สิ กูโตมาสวยขนาดนี้ มึงควรภูมิใจนะที่ได้กูอ่ะ"ภีมหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาหันมามองหน้าพายที่ตอนนี้อยู่ใกล้กันจนลมหายใจเป่ารดผิว"เออ... กูก็ภูมิใจอยู่นี่ไง ถึงได้หวงมึงจนหน้ามืดตามัวแบบวันนี้"ภีมรวบเอวบางของพายเข้ามากอดไว้หลวมๆ เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมๆที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอมร
เช้าวันต่อมา อากาศที่เชียงใหม่เย็นสบายจนน่าอิจฉา ยายทองจัดแจงเตรียมตะกร้าหวายใบเก่งส่งให้พาย บอกว่าวันนี้มีตลาดนัดใหญ่ในหมู่บ้าน ให้พายพาสองหนุ่มกับหนึ่งสาวไปหาซื้อของกินมาทำกับข้าวเย็นนี้ โดยเฉพาะภีมที่ยายดูจะโอ๋เป็นพิเศษจนพายแอบหมั่นไส้"พาย... ช่วยเอาหมวกนี่ไปใส่ให้ภีมด้วย แดดเริ่มแรงเดี๋ยวผิวขาวๆของเขามันจะไหม้เอา" ยายทองสั่ง พายรับหมวกปีกกว้างมาแล้วหันไปหาภีมที่กำลังยืนบิดขี้เกียจอยู่ใต้ถุนบ้าน ภีมในชุดเสื้อยืดสีพื้นกางเกงขาสั้นดูสบายตามาก แต่ความนิ่งขรึมของเขาก็ยังทำเอาสาวๆแถวนี้มองกันตาค้าง"มานี่มามึง ยายสั่งให้กูเอาหมวกมาประเคนให้เนี่ย" พายกวักมือเรียกภีม ภีมเดินเข้ามาหาพลางย่อตัวลงนิดหนึ่งเพื่อให้พายสวมหมวกให้ได้ถนัด"ยายมึงนี่ดูจะรักกูมากกว่ามึงแล้วนะพาย" ภีมพูดพลางกระตุกยิ้มมุมปาก"เออ... กูกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วเนี่ย ไปเหอะมึง พวกไอ้เจกับรินมันเดินนำไปถึงนู่นแล้ว" พายคว้าแขนภีมแล้วออกแรงลากให้เดินไปด้วยกันบรรยากาศตลาดนัดบ้านทุ่งคึกคักไปด้วยผู้คน กลิ่นไส้อั่วทอดหอมๆและเสียงตะโกนขายของภาษาเหนือดังระงม ภีมเดินตามพายไปติดๆมือข้างหนึ่งของเขาจับชายเสื้อพายไว้แน่นเพราะกลัวคนเ
หลังจากที่พวกเราสู้ชีวิตกับโปรเจกต์เฟสสามมาอย่างยาวนาน จนแทบจะกลายเป็นซอมบี้เฝ้าห้องแล็บ ในที่สุดความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อตัวเลขทุกอย่างรันออกมาได้อย่างไร้ที่ติและผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการแบบม้วนเดียวจบ ความสำเร็จครั้งนี้ทำเอาพวกเราสี่คน ทั้งภีม พาย เจ และริน แทบจะกระโดดกอดกันกลางห้องประชุม“ในเมื่อรวยความสำเร็จกันแล้ว เราไปหาความสุขใส่ตัวกันบ้างเถอะ!” รินตะโกนก้องห้องแล็บ“พาย... มึงเคยบอกว่าบ้านยายที่เชียงใหม่สวยมากไม่ใช่เหรอ ชวนพวกเราไปหน่อยสิ!” พายยิ้มกว้างพลางหันไปมองหน้าภีม“ไปไหมภีม? ไปสูดอากาศบริสุทธิ์พักสมองกันหน่อย ยายกูบ่นคิดถึงกูมานานแล้วด้วย ท่านบอกว่าอยากเจอเพื่อนที่กูเล่าให้ฟังบ่อยๆ” ภีมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งเฉยในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นเมื่อเห็นแววตาอ้อนวอนของเธอ“ถ้ามึงอยากให้ไป... กูก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ”เช้าวันเดินทาง บรรยากาศที่สนามบินคึกคักเป็นพิเศษ เจและรินเดินนำไปก่อนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ ทิ้งให้ภีมและพายเดินตามหลังมาติดๆ ภีมในชุดเที่ยวที่ดูเรียบง่ายแต่กลับดูดีจนสาวๆในสนามบินหันมองตามกันเป็นแถวเมื่อขึ้นมาบนเครื่องบิน ภีมจัดการย
ลมเย็นๆบนดาดฟ้าคอนโดมิเนียมพัดผ่านร่างของคนสองคนที่ยังคงกอดกันกลม พายยังคงสะอื้นเบาๆอยู่ในอกกว้างของภีม เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงของเขาตอนนี้ชุ่มไปด้วยน้ำตาและคราบมาสคาร่าของเธอ แต่คนตัวสูงกลับไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด เขายังคงลูบหลังปลอบประโลมคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน"คนบ้า... มึงรู้ไหมว่ากูกลัวแค่ไหน" พายพูดเสียงอู้อี้อยู่กับอกเขา"กูคิดว่ามึงเป็นอะไรไปจริงๆ กูคิดว่ากูจะไม่ได้เจอมึงอีกแล้ว"ภีมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะค่อยๆดันตัวพายออกมาเพื่อสบตาเขาใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มใสอย่างเบามือ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่มีร่องรอยของคนเย็นชาที่แกล้งทำมาตลอดทั้งอาทิตย์เหลืออยู่เลย มีเพียงความรักและความรู้สึกผิดที่ฉายชัดอยู่ในนั้น"ขอโทษ... กูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มึงกลัวขนาดนี้" ภีมเอ่ยเสียงนุ่ม"กูแค่... อยากให้ทุกอย่างในวันนี้มันพิเศษที่สุด อยากให้มึงจดจำวันนี้ไปนานๆ""กูจำแม่นแน่ จำว่ามึงแกล้งกูจนเกือบหัวใจวาย" พายค้อนขวับให้หนึ่งที แต่ก็ยอมให้เขาจูงมือเดินไปที่โต๊ะดินเนอร์ที่จัดไว้อย่างสวยงามโต๊ะอาหารเล็กๆถูกประดับด้วยดอกไม้ที่พายชอบ กลิ่นหอมจางๆของอาหารโปรดของเธอโชยมาเตะจมูก บนดาดฟ้าแ
ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ในยามเย็น บรรยากาศวุ่นวายในห้องแล็บเริ่มเบาบางลงเมื่อเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆทยอยกลับบ้าน เหลือเพียงความเงียบที่ปกคลุมระหว่างคนสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมห้องภีมปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เสียงดัง ตึ้ก ก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางคว้ากุญแจรถและกระเป๋าเป้ขึ้นมาพาดบ่า เขาทำหน้านิ่งสนิทเหมือนเดิม แต่สาย
บรรยากาศภายในห้องแล็บคอมพิวเตอร์ชั้นสี่ในเช้าวันจันทร์ดูจะหนักอึ้งกว่าปกติหลายเท่าตัว แม้เสียงเครื่องปรับอากาศจะยังคงครางหึ่ง และเสียงเคาะคีย์บอร์ดจะยังคงดังเป็นจังหวะ แต่มวลอากาศรอบตัวของคนสองคนที่นั่งอยู่คนละฝั่งห้องกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าอุณหภูมิที่ตั้งไว้ภีมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานหลักหน้าจอคอมพิวเ
บรรยากาศที่ควรจะเริ่มสงบเงียบกลับคึกคักไปด้วยกลุ่มนักศึกษาที่เตรียมตัวกลับที่พัก แต่สำหรับภีมเวลาพักผ่อนไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของเขา ร่างสูงยืนอยู่ริมหน้าต่างบานสูงของห้องแล็บชั้นสอง ดวงตาคมจดจ้องลงไปยังลานจอดรถด้านล่างด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาเบื้องล่างนั้นพายกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่เริ่ม
“ตอนนี้เนี่ยนะ?” พายถามออกไปแล้วขมวดคิ้วใส่เขา แต่ภีมแค่ยักไหล่อย่างไม่คิดอะไร ราวกับว่าสิ่งที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่ควรจะถาม เพราะเธอรู้ดีอยู่แลวว่าเขาเป็นคนยังไง บรรยากาศแบบนี้แถมยังอยู่ด้วยกันแค่สองคน ไม่มีทางเลยที่เขาจะปล่อยให้เธอหลุดมือไป“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยสนใจว่าเป็นตอนไหน ถ้ากูอยากได้ กูก็แค่







