วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์

วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์

last updateLast Updated : 2026-09-16
By:  LadypornUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
16views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

นางถูกส่งไปแต่งงานกับแม่ทัพผู้ตายแล้ว แต่ในคืนเข้าหอ เจ้าบ่าวกลับมีชีวิตอยู่! จากวิวาห์กับป้ายวิญญาณ สู่การร่วมมือเปิดโปงแผนกบฏ เมื่อศพในโลงไม่ใช่เขา และคนที่น่าไว้ใจที่สุดอาจเป็นฆาตกรตัวจริง

View More

Chapter 1

บทที่ 1 เจ้าสาวของคนตาย

ข่าวการสิ้นพระชนม์ของอ๋องฉางเย่เดินทางมาถึงเมืองหลวงในเช้าวันที่ท้องฟ้าหม่นมัวราวกับถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่าน

เซียวจิ่นเหิง แม่ทัพพยัคฆ์รัตติกาลผู้บัญชาการกองทัพชายแดนเหนือ ถูกลอบโจมตีระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง รถม้าของเขาถูกต้อนจนตกจากหน้าผา ก่อนเพลิงจะเผาผลาญทั้งขบวนจนแทบไม่เหลือสิ่งใดให้ตรวจสอบ

ร่างที่ค้นพบเสียหายจนไม่อาจระบุใบหน้าได้ สิ่งซึ่งใช้ยืนยันตัวตนมีเพียงชุดเกราะสีดำ ป้ายหยกประจำพระองค์ และดาบยาวที่เคยติดกายเขาไปทุกสมรภูมิ

ราชสำนักจึงประกาศอย่างเป็นทางการว่า อ๋องฉางเย่สิ้นพระชนม์แล้ว

ธงสีขาวถูกแขวนไปทั่วเมืองหลวง สุราและงานรื่นเริงถูกสั่งห้ามเป็นเวลาเจ็ดวัน ประชาชนจำนวนมากนำดอกไม้กับเครื่องเซ่นไปวางหน้าประตูเมือง เพื่อไว้อาลัยแก่แม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินมานานหลายปี

ในขณะที่ผู้คนกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของวีรบุรุษ ตระกูลฉู่กลับต้องเผชิญกับหายนะอีกด้านหนึ่ง

ฉู่เหวินซาน เจ้ากรมอาญา ถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงผลชันสูตรศพทหารคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตก่อนขบวนของเซียวจิ่นเหิงถูกลอบโจมตี รายงานฉบับเดิมระบุว่าทหารผู้นั้นตายด้วยโรคเฉียบพลัน แต่เมื่อตรวจสอบซ้ำกลับพบร่องรอยของพิษ

ความผิดฐานบิดเบือนหลักฐานในคดีที่เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์มีโทษหนัก หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ไม่เพียงฉู่เหวินซานต้องถูกประหาร คนในตระกูลฉู่ทุกคนอาจถูกถอดยศ ริบทรัพย์ และเนรเทศไปยังชายแดน

ทหารหลวงปิดล้อมจวนฉู่มาสามวันแล้ว

บรรยากาศภายในจวนเงียบงัน คนรับใช้ไม่กล้าพูดคุยกันแม้แต่คำเดียว ทุกคนต่างหวาดกลัวว่าเสียงเคาะประตูครั้งต่อไปจะเป็นคำสั่งจับกุมทั้งตระกูล

ฉู่เยว่หลันนั่งอยู่ในห้องโถงด้วยแผ่นหลังตั้งตรง ดวงหน้าของนางสงบนิ่ง แม้เบื้องหน้าจะเป็นขันทีจากวังหลวงซึ่งถือราชโองการกำหนดชะตาชีวิตของนางเอาไว้

คุณหนูฉู่รับราชโองการ”

หญิงสาวคุกเข่าลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ

เสียงของขันทีดังกังวานไปทั่วห้องโถง กล่าวถึงสัญญาสมรสซึ่งเซียวจิ่นเหิงเคยทูลขอไว้ก่อนเดินทางกลับเมืองหลวง แม้บัดนี้ฝ่ายชายจะเสียชีวิต แต่เพื่อรักษาพระเกียรติและให้มีผู้ดูแลป้ายวิญญาณ ราชสำนักจึงประสงค์ให้การสมรสดำเนินต่อไป

ฉู่เยว่หลันจะต้องแต่งเข้าจวนฉางเย่อ๋องในฐานะพระชายา และถือครองความเป็นม่ายไปตลอดชีวิต

สิ่งที่ไม่ได้ถูกเขียนอยู่ในราชโองการกลับถูกกล่าวเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หากคุณหนูฉู่ยินดีรับพระราชทานสมรส การพิจารณาคดีของใต้เท้าฉู่จะถูกเลื่อนออกไปจนกว่าการไว้ทุกข์จะสิ้นสุด แต่หากปฏิเสธ…”

ขันทีทอดสายตามองฉู่เหวินซานซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ไม่ไกล

ศาลต้าหลี่จะดำเนินคดีทันที”

คำขู่นั้นชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องกล่าวให้จบ

ฉู่เยว่หลันกำมือใต้แขนเสื้อแน่น นางไม่เชื่อว่านี่คือความเมตตาจากราชสำนัก การแต่งสตรีที่ยังมีชีวิตให้แก่บุรุษผู้ตายไปแล้วไม่ต่างจากการฝังนางลงในสุสานทั้งเป็น

กระนั้นนางไม่มีทางเลือก

หากนางปฏิเสธ บิดาอาจถูกประหารก่อนมีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์

หญิงสาวก้มศีรษะลงจนหน้าผากแตะพื้น

หม่อมฉันฉู่เยว่หลัน น้อมรับพระราชโองการ”

เพียงประโยคเดียว ชีวิตที่เหลืออยู่ของนางก็ถูกผูกติดกับคนตายอย่างสมบูรณ์

พิธีสมรสถูกกำหนดขึ้นในอีกสามวันต่อมา ไม่มีใครสนใจว่าระยะเวลาจะกระชั้นชิดเพียงใด เพราะเจ้าบ่าวไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอีกแล้ว

เช้าวันออกเรือน ฉู่เยว่หลันสวมชุดเจ้าสาวสีแดงซึ่งถูกตัดเย็บไว้อย่างงดงาม ลายหงส์ทองบนชายกระโปรงเปล่งประกายอยู่ใต้แสงตะเกียง แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางผ้าขาวไว้ทุกข์ซึ่งแขวนอยู่ทั่วจวน สีแดงสดกลับดูคล้ายคราบเลือดมากกว่าสีแห่งความเป็นสิริมงคล

ก่อนคลุมผ้าแดง นางขอเข้าไปพบบิดาตามลำพัง

ฉู่เหวินซานยืนหันหลังให้นางอยู่ริมหน้าต่าง เพียงสามวันที่ถูกกักบริเวณ เส้นผมของเขาก็ขาวขึ้นกว่าเดิมมาก

ท่านพ่อ”

เขาหันกลับมา เมื่อเห็นบุตรสาวในชุดเจ้าสาว ดวงตาซึ่งเคยเคร่งขรึมอยู่เสมอกลับแดงก่ำ

เยว่หลัน พ่อขอโทษ”

นางส่ายหน้า “ท่านพ่อไม่ได้เป็นผู้บังคับให้ข้าตัดสินใจ”

แต่เป็นเพราะพ่อ เจ้าจึงต้องแต่งให้คนตาย”

ท่านพ่อเคยสอนข้าว่า ก่อนผลชันสูตรจะได้รับการตรวจสอบ ไม่มีผู้ใดสมควรถูกตัดสินว่ามีความผิด ข้าก็จะไม่ยอมให้ท่านถูกลงโทษทั้งที่ความจริงยังไม่กระจ่าง”

ฉู่เหวินซานมองนางอยู่นาน ราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องสำคัญ ในที่สุดเขาก็เดินไปปิดประตู ตรวจสอบด้านนอกจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดแอบฟัง ก่อนหยิบกุญแจทองแดงขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ

ลวดลายบนกุญแจสึกกร่อนจนแทบมองไม่เห็น เหลือเพียงรูปดอกเหมยครึ่งหนึ่งตรงปลายด้าม

เขาวางมันลงบนฝ่ามือบุตรสาวแล้วกำมือนางให้ปิดสนิท

ในจวนฉางเย่อ๋องมีห้องหนึ่งซึ่งไม่มีประตู”

ฉู่เยว่หลันขมวดคิ้ว “ห้องที่ไม่มีประตูแล้วจะเข้าไปได้อย่างไร”

กุญแจดอกนี้จะพาเจ้าเข้าไป”

น้ำเสียงของฉู่เหวินซานเบาลงทุกขณะ

หากอยากช่วยตระกูลฉู่ จงตามหาห้องนั้นให้พบ สิ่งที่อยู่ภายในจะบอกเจ้าว่าเหตุใดพ่อจึงถูกกล่าวหา แต่อย่าให้ใครเห็นกุญแจเด็ดขาด”

แม้แต่คนในจวนอ๋องหรือเจ้าคะ”

อย่าไว้ใจผู้ใด”

แววตาของเขาสั่นไหว ก่อนกล่าวคำเตือนซึ่งทำให้นางรู้สึกเย็นเยียบไปถึงกระดูก

แม้แต่คนที่ควรตายไปแล้ว”

ฉู่เยว่หลันต้องการถามต่อ แต่เสียงเร่งรัดของแม่สื่อดังมาจากด้านนอก ฉู่เหวินซานจึงรีบซ่อนกุญแจไว้ในช่องลับของสายคาดเอวนาง

จำไว้ว่าสิ่งที่ตามองเห็นอาจไม่ใช่ความจริง คนเป็นอาจโกหกได้ ศพก็อาจถูกบังคับให้โกหกได้เช่นกัน”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของบิดาก่อนผ้าคลุมสีแดงจะบดบังสายตาของนาง

เกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนออกจากจวนฉู่โดยไม่มีเสียงประทัด ไม่มีเสียงดนตรีมงคล มีเพียงเสียงสวดส่งวิญญาณของนักพรตดังคลอไปตลอดทาง

ประชาชนสองข้างถนนพากันออกมามอง บ้างสงสารหญิงสาวผู้ต้องแต่งงานกับคนตาย บ้างซุบซิบว่านางยอมขายชีวิตเพื่อช่วยบิดาซึ่งเป็นคนผิด

ฉู่เยว่หลันได้ยินทุกถ้อยคำ แต่ทำเพียงนั่งนิ่งอยู่ภายในเกี้ยว

นางไม่ได้หวาดกลัวการถูกเรียกว่าหญิงม่าย สิ่งที่นางกลัวคือการไม่มีเวลาเพียงพอค้นหาความจริง ก่อนราชสำนักจะตัดสินคดีของบิดา

เมื่อเกี้ยวมาถึงจวนฉางเย่อ๋อง ความเย็นเยียบก็แผ่เข้ามาแม้อยู่ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ

เหนือประตูใหญ่ไม่มีโคมแดง มีเพียงโคมกระดาษสีขาวซึ่งเขียนอักษรคำว่า “อาลัย” คนรับใช้ทุกคนสวมชุดไว้ทุกข์ เมื่อเจ้าสาวก้าวลงจากเกี้ยว ไม่มีเสียงอวยพรแม้แต่คำเดียว

ภายในห้องโถงใหญ่ โลงศพไม้ดำตั้งอยู่ท่ามกลางเทียนสีขาวนับร้อย ด้านหน้าเป็นป้ายวิญญาณสลักพระนามของเซียวจิ่นเหิง ถัดไปมีชุดเกราะสีดำกับดาบยาววางอยู่แทนตัวเจ้าบ่าว

เยว่หลันถูกพาไปยืนข้างป้ายวิญญาณ แม่สื่อมอบปลายผ้าแดงอีกด้านให้คนรับใช้ถือ ก่อนประกาศเริ่มพิธี

คำนับฟ้าดิน”

นางก้มตัวลงตามธรรมเนียม

คำนับบรรพชน”

กลิ่นธูปหนาทึบจนหายใจลำบาก

สามีภรรยาคำนับกัน”

คนรับใช้ยกป้ายวิญญาณขึ้นหันมาทางนาง

เสียงกระซิบของแขกดังขึ้นโดยรอบ

น่าสงสาร อายุเพียงเท่านี้ต้องเป็นม่ายเสียแล้ว”

จะน่าสงสารอะไร หากไม่แต่ง บิดาของนางคงถูกประหารไปแล้ว”

ได้เป็นถึงพระชายาอ๋องฉางเย่ ต่อให้สามีตายแล้วก็ยังมีเกียรติกว่าสตรีทั่วไป”

ฉู่เยว่หลันไม่สนใจคำเหล่านั้น เพราะทันทีที่ก้มลงใกล้โลงศพ นางได้กลิ่นบางอย่างลอดผ่านรอยต่อของฝาโลง

กลิ่นไม่ถูกต้อง

ศพซึ่งถูกไฟไหม้และเก็บไว้นานหลายวันควรมีกลิ่นไหม้ผสมกลิ่นเน่าอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่ลอยออกมากลับเป็นกลิ่นสมุนไพรระงับการเน่าและกลิ่นน้ำมันสนที่เพิ่งทาลงบนผิวไม้ไม่นาน

นางเหลือบมองชุดเกราะซึ่งวางอยู่ข้างโลง คราบเลือดบนเกราะเป็นสีแดงคล้ำ แต่บริเวณขอบคราบไม่มีการซึมเข้าตามรอยแตกของโลหะ เลือดน่าจะถูกทาลงหลังจากถอดชุดออกจากร่างแล้ว

ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

หลังเสร็จพิธี ฝาโลงถูกเปิดให้พระชายาคนใหม่มองหน้าสามีเป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดผนึก

เมื่อเยว่หลันเดินเข้าไปใกล้ นางเห็นร่างไหม้เกรียมอยู่ภายใน แม้ไม่เหลือเค้าโครงใบหน้า แต่จากกระดูกหัวไหล่และความยาวของช่วงแขน ศพนี้สูงไม่เกินเจ็ดฉื่อครึ่ง

ตามบันทึกกองทัพ เซียวจิ่นเหิงสูงเกินแปดฉื่อ ทั้งยังมีรอยดาบเก่าที่กระดูกไหปลาร้าซ้าย แต่ศพตรงหน้ากลับไม่มีร่องรอยดังกล่าว

นี่ไม่ใช่เซียวจิ่นเหิง

นางเก็บความตกใจไว้ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ก่อนเอ่ยว่าต้องการอยู่ส่งวิญญาณสามีตามลำพัง ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านพระชายาผู้กำลังไว้ทุกข์ คนทั้งหมดจึงทยอยออกไปจากห้องโถง

เมื่อประตูปิดสนิท ฉู่เยว่หลันจึงถอดผ้าคลุมหน้า วางเทียนไว้ใกล้โลงและเริ่มตรวจสอบศพ

นิ้วของศพงองุ้มผิดธรรมชาติ รอยไหม้บริเวณใบหน้ามีขอบเรียบคล้ายเคยถูกสิ่งหนึ่งปกคลุมเอาไว้ก่อนถูกเผา นางใช้ปิ่นเงินเขี่ยตรงข้างหู จึงพบเศษกาวกับหนังบาง ๆ ติดอยู่

มีผู้เคยสวมหน้ากากหนังให้ศพนี้ แล้วถอดออกก่อนนำมาใส่โลง

ฉู่เยว่หลันใช้ผ้าห่อปลายมือ ก่อนกดขากรรไกรของศพให้เปิดออก สิ่งหนึ่งสะท้อนแสงอยู่ใต้ลิ้น

เป็นเข็มเงินขนาดเล็ก ปลายเข็มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

ถูกวางยาพิษก่อนเผา…”

นางพึมพำกับตนเอง

คนผู้นี้ไม่ได้ตายจากรถม้าตกหน้าผา เขาถูกวางยาพิษเสียชีวิตก่อน จากนั้นจึงถูกสวมรอยให้เป็นอ๋องฉางเย่และเผาทำลายตัวตน

หากศพในโลงไม่ใช่เซียวจิ่นเหิง แล้วเจ้าของชื่อหายไปอยู่ที่ใด

คำเตือนของบิดาดังก้องขึ้นในความคิด อย่าไว้ใจผู้ใด แม้แต่คนที่ควรตายไปแล้ว

เสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้อง เยว่หลันรีบจัดทุกอย่างกลับเข้าที่และถอยห่างจากโลง ประตูเปิดออกพร้อมสาวใช้ซึ่งเข้ามาแจ้งว่าถึงเวลาส่งตัวพระชายาเข้าเรือนหอแล้ว

นางจึงจำต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน

เรือนหอถูกตกแต่งอย่างประหลาด เตียงนอนปูด้วยผ้าสีแดงตามธรรมเนียมมงคล แต่รอบห้องกลับมีเทียนสีขาวและผ้าม่านไว้ทุกข์ ไม่มีสุรามงคล ไม่มีถั่วลิสงหรือพุทราแห้งสำหรับอวยพรให้มีบุตร เพราะไม่มีผู้ใดคาดหวังว่าคู่สมรสซึ่งเหลือเพียงคนเดียวจะมีทายาทได้

เมื่อคนรับใช้ออกไปหมดแล้ว ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้อง

ฉู่เยว่หลันถอดมงกุฎหงส์ออกจากศีรษะ ก่อนนำกุญแจทองแดงจากสายคาดเอวมาตรวจดู นางยังไม่ทันพิจารณาลวดลายอย่างละเอียด สายตาก็เหลือบเห็นบางสิ่งบนพื้น

หยดเลือด

มันเป็นสีแดงสดและยังไม่แห้ง แสดงว่าเพิ่งหยดลงมาไม่นาน

เลือดทอดเป็นทางจากหน้าต่างไปยังหลังม่านข้างเตียง

ฉู่เยว่หลันรีบซ่อนกุญแจกลับเข้าไปในเสื้อ นางหยิบปิ่นเงินปลายแหลมถือไว้ในมือ ก่อนเดินตามรอยเลือดอย่างเงียบเชียบ

ลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างซึ่งเปิดอยู่เพียงเล็กน้อย เปลวเทียนไหววูบ เงาของนางทอดยาวไปบนพื้นราวกับมีใครอีกคนกำลังเดินติดตามอยู่ด้านหลัง

เมื่อปลายนิ้วแตะม่าน นางกลั้นหายใจก่อนกระชากมันออก

ด้านหลังว่างเปล่า

ทว่าชั่วขณะต่อมา ลมเย็นวาบก็พุ่งผ่านข้างแก้ม แขนแข็งแรงรั้งร่างนางเข้าไปปะทะอกกว้าง คมดาบเย็นเฉียบพาดลงบนลำคอ พร้อมฝ่ามือที่ปิดปากไม่ให้นางส่งเสียง

อย่าร้อง”

เสียงของบุรุษดังชิดใบหู แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจ

ฉู่เยว่หลันหยุดดิ้น นางมองเงาสะท้อนบนกระจกทองเหลืองตรงหน้า

ชายผู้ยืนอยู่ด้านหลังสวมชุดดำ ร่างสูงใหญ่กว่าแปดฉื่อ ใบหน้าคมคายซีดเซียวจากการเสียเลือด คิ้วเข้มพาดเฉียงเหนือดวงตาคมกริบ แม้สภาพอิดโรย แต่ความน่าเกรงขามยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย

ใบหน้านั้นเหมือนภาพวาดของอ๋องฉางเย่ซึ่งแขวนอยู่ในห้องโถงทุกประการ

เซียวจิ่นเหิง

เจ้าบ่าวซึ่งนางเพิ่งคำนับป้ายวิญญาณร่วมกับเขาเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน

คนที่ควรนอนเป็นศพอยู่ในโลง

เขายังมีชีวิตอยู่

เซียวจิ่นเหิงมองนางผ่านกระจก ดวงตาไร้แววอ่อนโยน คมดาบกดลงจนผิวบริเวณลำคอรู้สึกเจ็บเล็กน้อย

หากชายาของข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ จงทำให้ทุกคนเชื่อต่อไปว่าสามีของเจ้าตายแล้ว”

ฉู่เยว่หลันก้มมองแขนของเขาซึ่งกำลังรัดเอวตนอยู่ เลือดสีเข้มไหลผ่านปลายนิ้วและหยดลงบนชุดเจ้าสาวของนาง บริเวณสีข้างมีบาดแผลฉกรรจ์จนเนื้อผ้าเปียกชุ่ม

แรงที่กดดาบอยู่เริ่มสั่น แม้เจ้าตัวพยายามปิดบัง

เยว่หลันค่อย ๆ ยกมือขึ้น จับข้อมือซึ่งปิดปากนางแล้วดึงออก

ท่านอ๋อง”

นางเอ่ยโดยไม่ร้องขอความช่วยเหลือ สีหน้าสงบนิ่งเกินกว่าที่เขาคาด

ก่อนจะขู่เอาชีวิตข้า ท่านควรห่วงชีวิตตนเองเสียก่อน”

เซียวจิ่นเหิงหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

เยว่หลันเหลือบมองคราบเลือดบนชุดของตน ก่อนสบดวงตาคมคู่นั้นตรง ๆ

บาดแผลของท่านยังมีเลือดไหล สีริมฝีปากเริ่มคล้ำ และมือข้างที่ถือดาบกำลังไร้เรี่ยวแรง หากข้าเดาไม่ผิด อาวุธที่ทำร้ายท่านคงอาบพิษเอาไว้ด้วย”

ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

นางจึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หากไม่ยอมให้ข้ารักษา ต่อให้ข้าเก็บความลับเก่งเพียงใด ท่านก็จะกลายเป็นคนตายจริง ๆ ก่อนรุ่งสาง”

สิ้นคำ ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนมั่นคงกลับโอนเอน คมดาบหลุดจากลำคอนางและตกกระทบพื้นเสียงดัง

ฉู่เยว่หลันรับตัวเขาไว้ก่อนจะล้มลง ทั้งสองทรุดอยู่ท่ามกลางม่านสีแดงและเทียนไว้ทุกข์สีขาว

นอกหน้าต่าง เสียงระฆังส่งวิญญาณดังขึ้นอีกครั้ง

ทว่าเจ้าของงานศพกลับยังหายใจอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าสาวตนเอง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
บทที่ 1 เจ้าสาวของคนตาย
ข่าวการสิ้นพระชนม์ของอ๋องฉางเย่เดินทางมาถึงเมืองหลวงในเช้าวันที่ท้องฟ้าหม่นมัวราวกับถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านเซียวจิ่นเหิง แม่ทัพพยัคฆ์รัตติกาลผู้บัญชาการกองทัพชายแดนเหนือ ถูกลอบโจมตีระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง รถม้าของเขาถูกต้อนจนตกจากหน้าผา ก่อนเพลิงจะเผาผลาญทั้งขบวนจนแทบไม่เหลือสิ่งใดให้ตรวจสอบร่างที่ค้นพบเสียหายจนไม่อาจระบุใบหน้าได้ สิ่งซึ่งใช้ยืนยันตัวตนมีเพียงชุดเกราะสีดำ ป้ายหยกประจำพระองค์ และดาบยาวที่เคยติดกายเขาไปทุกสมรภูมิราชสำนักจึงประกาศอย่างเป็นทางการว่า อ๋องฉางเย่สิ้นพระชนม์แล้วธงสีขาวถูกแขวนไปทั่วเมืองหลวง สุราและงานรื่นเริงถูกสั่งห้ามเป็นเวลาเจ็ดวัน ประชาชนจำนวนมากนำดอกไม้กับเครื่องเซ่นไปวางหน้าประตูเมือง เพื่อไว้อาลัยแก่แม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินมานานหลายปีในขณะที่ผู้คนกำลังโศกเศร้ากับการจากไปของวีรบุรุษ ตระกูลฉู่กลับต้องเผชิญกับหายนะอีกด้านหนึ่งฉู่เหวินซาน เจ้ากรมอาญา ถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงผลชันสูตรศพทหารคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตก่อนขบวนของเซียวจิ่นเหิงถูกลอบโจมตี รายงานฉบับเดิมระบุว่าทหารผู้นั้นตายด้วยโรคเฉียบพลัน แต่เมื่อตรวจสอบซ้ำกลับพบร่องรอยของพิษความผิดฐานบิดเบือนหลั
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 2 สามีที่กลับมาจากปรโลก
เสียงระฆังส่งวิญญาณยังดังแว่วมาจากลานด้านหน้า ขณะที่เจ้าของงานศพหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าสาวฉู่เยว่หลันใช้มือข้างหนึ่งประคองแผ่นหลังของเซียวจิ่นเหิง อีกข้างรีบกดบาดแผลบริเวณชายโครงเพื่อห้ามเลือด ร่างของเขาหนักกว่าที่นางคาดไว้มาก เพียงพยายามพยุงให้ลุกขึ้น นางก็แทบเสียหลักล้มตามลงไปด้วย“ท่านอ๋อง ได้ยินข้าหรือไม่”ชายหนุ่มขมวดคิ้วคล้ายยังมีสติอยู่บ้าง ทว่าเปลือกตากลับไม่ยอมเปิด ลมหายใจของเขาร้อนจัดและไม่สม่ำเสมอเลือดที่ซึมผ่านชุดดำไม่ได้มีเพียงกลิ่นคาว หากยังแฝงกลิ่นหวานประหลาดซึ่งทำให้นางนึกถึงยาพิษบางชนิดเยว่หลันกัดฟันรวบรวมกำลัง หมายจะพาเขาไปนอนบนเตียง แต่เซียวจิ่นเหิงกลับคว้าข้อมือนางไว้ทันที“ไม่…ใช่ที่นั่น”เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบฟังไม่ชัด“แล้วจะให้ข้าพาท่านไปที่ใด”ชายหนุ่มพยายามยกมือชี้ไปยังผนังด้านหลังเตียง ก่อนแรงทั้งหมดจะหมดลงอีกครั้งฉู่เยว่หลันมองตามปลายนิ้วของเขา ผนังตรงนั้นดูไม่ต่างจากส่วนอื่น มีเพียงภาพวาดทิวเขาหิมะติดอยู่ตรงกลาง นางวางร่างเขาพิงเสาเตียงชั่วคราวแล้วเดินเข้าไปตรวจสอบเมื่อใช้นิ้วเคาะลงบนผนัง เสียงที่ได้กลับกลวงกว่าส่วนอื่นด้านหลังมีพื้นที่ซ่อนอยู่จร
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 3 ห้องลับไร้ประตู
ปลายเข็มเงินเปลี่ยนเป็นสีดำต่อหน้าต่อตาฉู่เยว่หลันก้มมองยาต้มที่ไหลนองอยู่บนพื้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมองชิงอวี้ซึ่งยืนหน้าซีดอยู่ตรงประตู สาวใช้มองชามกระเบื้องที่แตกเป็นเสี่ยงสลับกับใบหน้าของนาง ริมฝีปากขยับคล้ายต้องการอธิบาย แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา“ยานี้มาจากที่ใด”น้ำเสียงของเยว่หลันไม่ได้ดัง หากความเย็นเยียบกลับทำให้ชิงอวี้รีบคุกเข่าลง“บ่าวรับมาจากห้องครัวเจ้าค่ะ คนของห้องยาบอกว่าเป็นยาบำรุงซึ่งฮองเฮาทรงมีพระบัญชาให้จัดเตรียม บ่าวไม่รู้จริง ๆ ว่าข้างในมีสิ่งใด”“คนของห้องยาผู้ใดเป็นคนส่งให้เจ้า”“เป็นขันทีผู้หนึ่งเจ้าค่ะ บ่าวไม่เคยพบเขามาก่อน เขานำป้ายจากตำหนักฮองเฮามาแสดง บ่าวจึงไม่กล้าสงสัย”“แล้วเหตุใดจึงต้องนำมาให้ข้าดื่มในยามนี้”ชิงอวี้ก้มหน้าจนหน้าผากแทบแตะพื้น “เขาบอกว่ายาต้องดื่มตอนยังร้อนจึงจะได้ผล บ่าวเพียงทำตามคำสั่ง ไม่ได้คิดทำร้ายพระชายา หากพระชายาไม่เชื่อ สามารถให้คนไปสอบถามที่ห้องครัวได้เลยเจ้าค่ะ”เยว่หลันพิจารณาท่าทางของอีกฝ่ายอย่างละเอียด ความตกใจของชิงอวี้ดูเหมือนเกิดขึ้นจริง แต่สาวใช้ผู้นี้ถูกส่งมาจากวัง ย่อมผ่านการฝึกให้ควบคุมสีหน้ามาเป็นอย่างดี นางจึงไม่อาจตัด
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 4 คนร้ายในชุดไว้ทุกข์
เปลวเพลิงซึ่งลุกไหม้ศาลบรรพชนถูกดับลงก่อนฟ้าสาง ทว่าสิ่งที่เคยถูกซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชากลับถูกเผาทำลายจนแทบไม่เหลือร่องรอยกลิ่นควันยังลอยคลุ้งไปทั่วจวนฉางเย่อ๋อง คนรับใช้ต่างวิ่งวุ่นขนน้ำและตรวจสอบความเสียหาย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าภายใต้เถ้าถ่านเหล่านั้นเคยมีห้องลับซึ่งเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของอดีตรัชทายาทฉู่เยว่หลันรู้ดีว่า หากนางกลับเข้าเรือนหอโดยไม่มีคำอธิบาย คนร้ายย่อมสงสัยว่าผู้ใดหนีออกมาจากกองเพลิง นางจึงให้เซียวจิ่นเหิงกลับไปซ่อนในห้องลับหลังผนัง ส่วนตนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่และลบรอยเขม่าบนใบหน้าอย่างเร่งรีบจากนั้นนางจึงเดินออกไปทางลานด้านหลัง ก่อนแสร้งหมดสติอยู่ใกล้ทางเดินไปศาลบรรพชนคนที่พบเยว่หลันเป็นคนแรกคือหลัวมามาเสียงร้องเรียกพระชายาทำให้คนรับใช้หลายคนพากันวิ่งเข้ามา เยว่หลันถูกพากลับเรือนท่ามกลางความโกลาหล และแสร้งฟื้นขึ้นหลังจากนั้นไม่นาน“พระชายา เหตุใดจึงไปอยู่ใกล้ศาลบรรพชนได้เจ้าคะ” หลัวมามาถามอย่างร้อนใจเยว่หลันใช้มือกุมขมับ ทำสีหน้าสับสน “ข้าได้ยินเสียงคนตะโกนว่าไฟไหม้ จึงคิดจะออกไปดู แต่เมื่อคืนแทบไม่ได้นอน ร่างกายจึงไม่มีแรง จำได้เพียงว่าเดินไปถึงทางแยก ห
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 5 ค่ำคืนใต้หน้ากาก NC
“ท่านจะไม่รอดถึงรุ่งเช้า”ถ้อยคำของฉู่เยว่หลันทำให้ห้องลับเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงของเซียวจิ่นเหิงกับเสียงน้ำมันในตะเกียงแตกตัวเป็นระยะเส้นเลือดสีดำจากบาดแผลกำลังแผ่ขึ้นไปใกล้หัวใจ หากปล่อยไว้นานกว่านี้ ต่อให้เทวดาลงมารักษาก็คงช่วยชีวิตเขาไม่ได้เยว่หลันรีบเปิดหีบยา หยิบสมุนไพรออกมาหลายชนิด ทั้งหญ้าหิมะ รากเพลิงแดง เกสรบัวขาว และเถาวัลย์ขับพิษ นางคำนวณปริมาณในใจ ก่อนบดทุกอย่างรวมกันแล้วแบ่งออกเป็นสองส่วนส่วนแรกใช้ต้มดื่มเพื่อกดพิษในอวัยวะภายใน ส่วนที่สองต้องต้มในน้ำร้อนเพื่อเปิดรูขุมขนและขับพิษออกมากับเหงื่อปัญหาคือกระบวนการถอนพิษจะทำให้ร่างกายเจ็บปวดอย่างรุนแรง ผู้ป่วยอาจขาดสติ คลุ้มคลั่ง หรือทำร้ายคนที่อยู่ใกล้โดยไม่รู้ตัว“ข้าต้องเตรียมน้ำร้อน” เยว่หลันกล่าว “ท่านยังเดินไหวหรือไม่”เซียวจิ่นเหิงพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ร่างสูงใหญ่ก็โอนเอนจนต้องใช้มือยันโต๊ะ“ไปเรียกกู้เหยียนมา”“ไม่ได้”“เจ้าอาจรับมือข้าไม่ไหว”“หากกู้เหยียนเห็นว่าท่านยังมีชีวิต ความลับทั้งหมดก็จะตกอยู่ในมือเขา”“เขาติดตามข้ามานานหลายปี”“แต่ท่านเองเป็นคนกล่าวว่าไม่มีผู้ใดในจวนไว้ใจได้” เยว
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 6 ศพที่ไม่มีลิ้น
ศพของโจวคังถูกเก็บอยู่ในห้องชันสูตรของศาลต้าหลี่ โดยยังไม่มีผู้ใดลงบันทึกชื่อของผู้ตายตามรายงานเบื้องต้น เขาถูกชาวบ้านพบลอยมาติดอยู่ริมคลองตะวันออกตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง ใบหน้าถูกทำลายจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ลิ้นถูกตัด ปลายนิ้วทั้งสิบถูกเผาจนไหม้เกรียม และเสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็เป็นเพียงชุดผ้าหยาบของคนงานทั่วไปทุกอย่างถูกจัดเตรียมเพื่อให้ศพนี้ไร้ชื่อ ไม่อาจกล่าว ไม่อาจเขียน และไม่เหลือสิ่งใดให้ผู้คนจดจำว่าเขาเคยเป็นใครฉู่เยว่หลันเดินทางมาถึงศาลต้าหลี่ในช่วงสายโดยมีกู้เหยียนติดตามมาด้วย นางสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวและใช้ผ้าคลุมหน้าปิดบังสีหน้า เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ขวางไว้ นางจึงอ้างว่าศพที่พบอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอ๋องฉางเย่“ก่อนท่านอ๋องสิ้นพระชนม์ มีทหารในกองทัพหายตัวไปหลายคน” นางกล่าว “หากศพนี้เป็นหนึ่งในพวกเขา อาจมีหลักฐานช่วยยืนยันว่าพระสวามีของข้าถูกลอบสังหาร มิใช่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตามที่มีผู้กล่าวอ้าง”เจ้าหน้าที่ไม่กล้ารับปาก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธพระชายาอ๋อง จึงเข้าไปรายงานผู้ดูแลศาลต้าหลี่ ไม่นานเยว่หลันก็ได้รับอนุญาตให้ตรวจดูศพ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามเคลื่อนย้ายหรือนำสิ่งใดออกจากห้องทั
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 7 ความลับของผู้เป็นบิดา
“ผู้ขโมยตราทหารอยู่ข้างกายท่านอ๋องมาตลอด”ข้อความซึ่งโจวคังสลักลงบนเมล็ดข้าวทำให้บรรยากาศภายในห้องลับหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกเซียวจิ่นเหิงยืนอยู่หน้าโต๊ะ ดวงตาคมจับจ้องอักษรเล็กจิ๋วซึ่งปรากฏอยู่บนเมล็ดข้าวทั้งห้า เขาอ่านทวนข้อความนั้นหลายครั้ง ราวกับหวังว่าความหมายอาจเปลี่ยนไปหากพิจารณานานพอแต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร คำเตือนของโจวคังก็ยังคงเหมือนเดิมคนทรยศไม่ได้อยู่ห่างไกล หากซ่อนตัวอยู่ข้างกายเขามาตลอด“มีผู้ใดสามารถเข้าถึงตราทหารของท่านได้บ้าง” ฉู่เยว่หลันถามเซียวจิ่นเหิงนิ่งคิด ก่อนตอบว่า “กู้เหยียนเป็นผู้ดูแลตราทหารในเวลาที่ข้าออกสนามรบ ส่วนหลัวมามามีกุญแจห้องทุกห้องในจวน นางเคยนำของใช้เข้าห้องหนังสือโดยไม่ต้องขออนุญาต”“มีเพียงสองคนนี้หรือ”“ยังมีองครักษ์อีกสองคน แต่คนหนึ่งตายในคืนที่ขบวนถูกโจมตี อีกคนหายตัวไปพร้อมโจวคัง”ดังนั้นบุคคลที่น่าสงสัยที่สุดจึงเหลือเพียงรองแม่ทัพผู้ติดตามเขาเข้าสู่สนามรบมาหลายปี กับแม่นมผู้เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังเด็กคนหนึ่งเปรียบเสมือนสหายร่วมเป็นร่วมตาย ส่วนอีกคนไม่ต่างจากมารดาคนที่สองเยว่หลันมองเห็นความเจ็บปวดซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้สีหน้าสงบนิ่งของสามี น
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 8 สามีผู้กลายเป็นศัตรู
ฉู่เยว่หลันออกจากจวนฉางเย่อ๋องก่อนฟ้าสาง โดยไม่บอกผู้ใดว่ากำลังจะไปที่ใดนางเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษสีเข้ม เกล้าผมซ่อนไว้ใต้หมวก และพกเพียงมีดสั้น เข็มเงินกับแผนที่คุกลับซึ่งนำมาจากห้องของเซียวจิ่นเหิงแม้จะรู้ว่าการเดินทางเพียงลำพังเต็มไปด้วยอันตราย แต่ความคิดว่าบิดากำลังถูกใช้เป็นเหยื่อล่อ ทำให้นางไม่อาจนั่งรออยู่ในจวนได้อีกต่อไปตำแหน่งบนแผนที่อยู่ทางตะวันตกของเมืองหลวง ภายนอกดูเหมือนโรงเก็บชาร้างซึ่งถูกทิ้งมาหลายปี ตัวอาคารตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไผ่ มีเพียงถนนแคบ ๆ เชื่อมไปยังเส้นทางหลักเยว่หลันผูกม้าไว้ห่างจากสถานที่เกือบหนึ่งลี้ ก่อนเดินเท้าเข้าไปตามแนวป่า นางคาดว่าจะพบเวรยามของเซียวจิ่นเหิงซ่อนตัวอยู่รอบบริเวณ ทว่ายิ่งเข้าใกล้กลับยิ่งรู้สึกผิดปกติรอบข้างเงียบเกินไปไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงคนเดินตรวจตรา และไม่มีควันจากเตาไฟ ทั้งที่ในคุกควรมีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ตลอดเวลากลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยปะปนมากับลมเยว่หลันชักมีดสั้นออกมาก่อนเดินเข้าไปใกล้ประตูโรงเก็บชา บานประตูเปิดแง้มอยู่ บนพื้นมีลูกธนูหักกับรอยเลือดลากยาวเข้าไปด้านในนางใช้ปลายรองเท้าดันประตูออกช้า ๆภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของนางหดเก
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 9 งานศพครั้งที่สอง
หลังกลับถึงจวนฉางเย่อ๋อง เซียวจิ่นเหิงสั่งให้ปิดประตูทุกบานและเพิ่มเวรยามรอบเรือนเก็บศพทันทีเยว่หลันนำร่างจดหมายกับบัญชีขนส่งซึ่งได้จากตำหนักองค์ชายสี่ไปตรวจสอบในห้องลับ แม้เอกสารจะยังไม่เพียงพอสำหรับกล่าวหาผู้ใดโดยตรง แต่ตราประทับบนบัญชีกลับตรงกับตราซึ่งใช้ขนลังอาวุธเข้าคลังเสบียงหลวงคนในตำหนักของเซียวหย่งเซวียนเกี่ยวข้องกับการเตรียมก่อกบฏอย่างแน่นอนสิ่งที่พวกเขายังขาดคือหลักฐานเชื่อมโยงองค์ชายสี่เข้ากับตราทหารที่ถูกขโมย รวมถึงตำแหน่งซ่อนกองกำลังภายในวังช่วงเย็น กู้เหยียนนำข่าวใหม่มารายงานว่า มีคนลอบเข้าไปในเรือนเก็บศพถึงสองครั้ง ผู้บุกรุกไม่ได้แตะต้องของมีค่า หากพยายามเปิดโลงและค้นร่างไหม้เกรียมซึ่งถูกนำมาสวมรอยเป็นเซียวจิ่นเหิง“เมื่อคืนคนของเราจับได้หนึ่งคน แต่เขากัดยาพิษตายก่อนสอบสวน” กู้เหยียนกล่าว “ในตัวไม่พบสิ่งใดยืนยันฐานะ มีเพียงมีดขนาดเล็กกับคีมสำหรับคีบของออกจากบาดแผล”“คีม?” เยว่หลันขมวดคิ้ว “พวกเขาไม่ได้ต้องการขโมยศพ แต่กำลังค้นหาของบางอย่างในร่าง”เซียวจิ่นเหิงมองไปทางเรือนเก็บศพ “ศพนั้นเป็นมือสังหารซึ่งอยู่ในขบวนลอบโจมตี บางทีเขาอาจนำหลักฐานติดตัวมาโดยไม่รู้ว่าตนจ
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
บทที่ 10 คืนก่อนลานประหาร NC
ฉู่เยว่หลันเผาจดหมายของเซียวหย่งเซวียนทันทีหลังอ่านจบเปลวไฟลามจากมุมกระดาษเข้าสู่ข้อความอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำซึ่งเสนอแลกชีวิตบิดากับหลักฐานค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเถ้าสีดำอยู่ภายในกระถางทองเหลืองนางไม่คิดนำหลักฐานจากห้องลับไปแลกเปลี่ยนหากยอมทำตามข้อเสนอ องค์ชายสี่อาจปล่อยบิดาหรือช่วยเซียวจิ่นเหิงจริง แต่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะไม่มีวันได้รับความยุติธรรม แผนก่อกบฏจะดำเนินต่อ และชีวิตของคนทั้งเมืองหลวงอาจต้องสูญเสียเพราะการตัดสินใจของนางที่สำคัญ คนซึ่งจับตัวฉู่เหวินซานไปย่อมไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่าเมตตามาต่อรองเยว่หลันเรียกเสี่ยวเถาเข้ามาช่วยแต่งตัว นางเปลี่ยนเป็นชุดแพทย์ชาย เก็บเส้นผมทั้งหมดไว้ใต้หมวก ใช้ผงสมุนไพรทำให้ผิวคล้ำและแต้มหนวดบางเหนือริมฝีปากกู้เหยียนจัดเตรียมป้ายของหมอหลวงซึ่งถูกเรียกไปตรวจอาการนักโทษให้ ส่วนแผนหลบหนีถูกซ่อนอยู่ใต้กล่องเข็มเงิน“รถม้าจะรออยู่หลังศาลต้าหลี่” กู้เหยียนอธิบาย “กระหม่อมเตรียมม้าฝีเท้าดีไว้สามตัว หากท่านอ๋องออกจากคุกได้ เราจะใช้ทางน้ำหลบออกจากเมืองก่อนรุ่งสาง”“ทหารชายแดนเล่า”“มีกำลังส่วนหนึ่งรออยู่ที่เมืองชิงเหอ สามารถคุ้มกันท่านอ๋องเดินทางกลับเหนือได้”
last updateLast Updated : 2026-09-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status