Masuk"ความสัมพันธ์ของเราคือ 'ผลประโยชน์'... แต่ทำไม 'กำไร' ทั้งหมด เขาถึงอยากผูกขาดไว้คนเดียว?" กฎเหล็กของความสัมพันธ์'FWB'คือการห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ แต่สำหรับ 'ภีม' หนุ่มวิศวกรรมจอมเผด็จการ เขากลับติดตั้ง 'ระบบจดจำใบหน้า' ไว้ที่ตัวพาย ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ ใครหน้าไหนก็ห้ามจ้อง! ปากบอกว่าไม่รัก แต่การกระทำกลับ 'กินดุ' จนเธอรับมือไม่ไหว ทุกรอยกัดที่ซอกคอคือการประทับตราจอง ทุกการสัมผัสคือการตอกย้ำว่าเธอเป็นของใคร... "อย่าถามหาความรักจากกูพาย... เพราะกูให้มึงไม่ได้ แต่ถ้าถามหาความเร่าร้อนละก็... กูจะจัดหนักให้มึง จนมึงลืมชื่อผู้ชายทุกคนที่มึงเคยมีเลยล่ะ!"
Lihat lebih banyakภายในห้องแล็บคอมพิวเตอร์ชั้นสี่ของตึกวิศวกรรมศาสตร์ เสียงพัดลมระบายความร้อนจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ดังหึ่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเป็นเสียงลมหายใจของสัตว์กลไกขนาดยักษ์
แสงสีฟ้าสลัวจากหน้าจอมอนิเตอร์สามเครื่องที่ตั้งเรียงรายสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายของ ‘ภีม’ ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาเรียบเฉยที่กำลังจดจ่ออยู่กับบรรทัดโค้ดนับพันที่หน้าจอ เขานั่งนิ่งราวกับรูปปั้นแกะสลัก ปลายนิ้วเรียวยาวกดลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วและแม่นยำจนเกิดเป็นเสียงเคาะจังหวะรัวเร็ว
สำหรับภีมโลกใบนี้หมุนด้วยสมการและเงื่อนไข ทุกอย่างมีเหตุและผล มีอินพุตและเอาต์พุตที่ชัดเจนเสมอสำหรับคนอย่างเขา...
ยกเว้นเรื่องเดียวที่เขายังหาคำตอบไม่ได้ นั่นคือผู้หญิงที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่บนโซฟาหนังตัวเก่าที่มุมห้อง ‘พาย’ เพื่อนสนิทที่ลากยาวความสัมพันธ์มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายพ่วงตำแหน่ง ‘ที่ปรึกษาด้านการตลาด’ ของโปรเจกต์นวัตกรรมระดับมหาวิทยาลัยที่เขากำลังปลุกปั้นอยู่ในตอนนี้
เธออยู่ในชุดนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจที่ดูขัดกับบรรยากาศขรึมๆ ของห้องแล็บวิศวะอย่างสิ้นเชิง ผมลอนสีน้ำตาลเข้มของเธอยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการที่เขาให้เธอทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง
ภีมละสายตาจากหน้าจอชั่วคราว เขามองดูใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทยามหลับดูไร้เดียงสาผิดกับตอนพรีเซนต์งานที่ฉะฉานและเจ้าเล่ห์ เขาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นหยิบเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของเขาที่วางพาดไว้หลังเก้าอี้ แล้วเดินตรงไปหาคนบนโซฟาอย่างเงียบเชียบ
เขาค่อยๆคลุมเสื้อตัวหนาลงบนไหล่บาง กลิ่นน้ำหอมจางๆเป็นเอกลักษณ์จากตัวพายลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่มักจะทำให้สมองของภีมหยุดทำงานไปชั่วขณะ เขาเผลอมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธออยู่นานเกินความจำเป็น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ด้วยคำว่า ‘เพื่อน’ เริ่มประมวลผลผิดพลาดขึ้นมาเสียดื้อๆ
“อือ... ภีมเหรอ?”
เสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับเปลือกตาบของเธอที่ค่อยๆขยับลืมขึ้น พายขยับตัวเล็กน้อยทำให้เสื้อช็อปของเขาเลื่อนหลุดลงมาถึงเอวบาง เธอขยี้ตาเบาๆ แล้วมองหน้าเขาด้วยสายตาปรือปรอยแสนน่ารักที่คนมองถึงกับต้องหนีสายตาไปทางอื่น
“อืม... ตื่นแล้วมึงก็กลับหอไปได้แล้ว นี่มันตีสองแล้วนะพาย” ภีมพูดด้วยเสียงนิ่งขรึมตามฉบับของเขา ทั้งที่หัวใจเริ่มรันจังหวะผิดปกติ
“งานเสร็จแล้วเหรอ? ไหนบอกว่าจะให้กูดูตัวเดโม่ใหม่ไง” พายยันตัวลุกขึ้นนั่ง พลางใช้มือรวบผมขึ้นอย่างลวกๆ เผยให้เห็นลำคอขาวระหงที่ทำให้ภีมต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทั้งรอบกลืนน้ำลาย
“เสร็จแล้ว แต่กูรันดูคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องฝืนนั่งเฝ้าขนาดนี้”
“ไม่ได้หรอก นี่มันโปรเจกต์เดิมพันโควตาไปดูงานต่างประเทศเลยนะภีม ถ้าฝ่ายเทคนิคทำงานหนักจนน็อคไป ฝ่ายการตลาดจะเอาอะไรไปพรีเซนต์ล่ะ”
พายยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสเสียจนแสงไฟในห้องแล็บดูจืดชืดไปถนัดตาเ ธอลุกขึ้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ภีมรู้สึกเหมือนระบบความปลอดภัยของเขากำลังถูกแฮ็ก พายยื่นมือมาแตะที่ขมับของเขาเบาๆ
“มึงน่ะ... เครียดเกินไปแล้วนะภีม ตานี่คล้ำเชียว”
สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วของเธอคือฟางเส้นสุดท้าย ความเงียบสะงัดของตึกวิศวะยามค่ำคืนและแสงไฟสลัวสร้างบรรยากาศที่อันตรายต่อหัวใจเกินกว่าที่อะไรใดๆจะควบคุมได้ ภีมคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านไปยังผิวเนียนของเธอจนพายชะงักไป
“พาย... มึงรู้ใช่ไหมว่ากูไม่ใช่พระอิฐพระปูน” เสียงของภีมแหบพร่าลงอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งของภีมทำให้พายลมหายใจสะดุด เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเดินมาถึงจุดที่ล่อแหลมมานานแล้ว แววตาของภีมในตอนนี้ไม่ได้มองเธอเป็นเพียงพาร์ทเนอร์ร่วมทีม แต่มองเหมือน ‘ผู้ชาย’ คนหนึ่งที่กำลังกระหายในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“แล้วมึงอยากเป็นอะไรล่ะ... ภีม?”
พายถามกลับด้วยเสียงที่เบาไม่แพ้กัน เธอแอบชอบเขามานานเกินกว่าจะนับได้ และการที่เขาแสดงความหวงแหนออกมาผ่านการกระทำซึนๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันทำให้เธอกล้าที่จะเดิมพัน
ภีมกระชับข้อมือเธอแน่นขึ้น แรงดึงเพียงนิดเดียวทำให้พายถลาเข้าหาอกแกร่ง กลิ่นสบู่สะอาดๆ ผสมกับกลิ่นไอความร้อนจากตัวเขาทำให้เธอหัวใจเต้นโครมคราม ภีมโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกของทั้งคู่ชนกัน ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดผิวของเธอ
"กูไม่อยากเสียเพื่อนอย่างมึงไปเพราะเรื่องไร้สาระแบบความรัก...แต่ถ้าเราจะ 'ตกลง' กันในแบบที่ต่างออกไป... มึงจะว่ายังไง?” เขาเลิ่กคิ้วถามด้วยความคาดหวัง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปราถนาที่มีอยู่ภายใน พายมองลึกเข้าไปในดวงตาคมนั้นแล้วตั้งคำถาม
“ข้อตกลงแบบไหน?”
“FWB... Friends with Benefits” ภีมเสนอด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ดูเป็นเหตุเป็นผลที่สุด
"เราช่วยกันในเรื่องที่เครียด ห้ามมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง ห้ามหึงหวง ห้ามแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าคนอื่น และที่สำคัญที่สุด... ถ้าใครคนใดคนหนึ่งเริ่มรู้สึก 'รัก' ขึ้นมาจริงๆ ข้อตกลงนี้ต้องจบลงทันที”คำพูดของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของพายเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันมันคือโอกาสเดียวที่จะได้อยู่ใกล้เขาในมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม พายเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
“ตกลง... ถ้ามันทำให้มึงรู้สึกดีขึ้นกูก็ตกลง”
สิ้นคำยืนยัน ริมฝีปากหนาก็บดเบียดลงมาบนกลีบปากนุ่มทันที มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนในนิยายรักหวานซึ้ง แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการที่ถูกอัดอั้นมานาน
ภีมอุ้มพายขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแล็บที่เต็มไปด้วยสายไฟและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสียงกระดาษรายงานมาร์เก็ตติ้งกระจัดกระจายไปตามพื้นเมื่อเขาแทรกตัวเข้าหาเธอ
ท่ามกลางความมืดและเสียงเซิร์ฟเวอร์ที่ยังคงทำงานอยู่ ภีมไม่ได้รู้เลยว่าบั๊กตัวใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาไม่ใช่โค้ดที่รันไม่ผ่าน แต่มันคือความรู้สึกที่เขากำลังพยายามจะตั้งกฎเพื่อควบคุมมัน... และกฎข้อที่เขาบอกว่า ‘ห้ามรัก’ นั่นแหละ ที่อาจจะกลับมาทำลายระบบที่เขาอุตส่าห์สร้างมากับมือ
"ภีม อื้อ มึงดูดแรงไปแล้ว" พายร้องท้วงเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงดูดดึบที่ต้นคอ แต่ภีมไม่ได้สนใจเสียงนั้น มือหนาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของพายออกอย่างชำนาญ ก่อนจะล้วงดึงกางเกงชั้นในสีขาวสะอาดตาลงมากองไว้ที่ข้อขาเรียว
"มึงแน่ใจแล้วนะ กูเริ่มแล้ว และกูก็จะไม่หยุด" ภีมปลดบราเซียสีหวานของพายออกก่อนที่จะก้มลงดูดเม้มที่ยอดถันสีชมพูดอย่างเอาแต่ใจ ในขณะที่มือของเขาไล่ไปตามเอวคอด ล้วงเข้าไปในกระโปรงนักศึกษาของเธอ พายสะดุ้งเมื่อนิ้วยางของเขาสัมผัสหยอกล้อไปกับกลีบกุหลาบหวานของเธออย่างจงใจ
"อื้อ อึ๊ ภีม อ่า"
"มึงเคยโดนเอารึยัง?" คำถามตรงไปตรงมาทำเอาพายใบหน้าขึ้นสี เธอส่ายหัวช้าๆก่อนจะได้รับรอยยิ้มมุมปากของเขาส่งมา
"ถ้าสำหรับครั้งแรกก็ถือว่าเสียงครางใช้ได้ ส่วนเรื่องอื่นของกูพิสูจน์ก่อน อาจจะเจ็บหน่อย แต่เสียวแน่...." หลังประโยคนั้นก็ย้ำชัดถึงสถานะ 'FWB' ที่พวกเขาตกลงกันเริ่มขึ้น พร้อมกับกฏที่ภีมตั้งมันด้วยตัวเอง
บรรยากาศที่ควรจะเริ่มสงบเงียบกลับคึกคักไปด้วยกลุ่มนักศึกษาที่เตรียมตัวกลับที่พัก แต่สำหรับภีมเวลาพักผ่อนไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของเขา ร่างสูงยืนอยู่ริมหน้าต่างบานสูงของห้องแล็บชั้นสอง ดวงตาคมจดจ้องลงไปยังลานจอดรถด้านล่างด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดาเบื้องล่างนั้นพายกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่เริ่มสว่างขึ้นรอบตึก วันนี้เธอไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาที่คุ้นตา แต่กลับสวมชุดเดรสสั้นสีดำเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างลงตัว ผมลอนหนานุ่มถูกปล่อยสยายเคลียไหล่บาง ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตดูเจิดจ้าเสียจนภีมรู้สึกเคืองตาอย่างบอกไม่ถูกและสิ่งที่ทำให้ในสมองของเขาเริ่มประมวลผลผิดพลาด คือรถสปอร์ตคันหรูที่จอดเทียบอยู่ข้างเธอ พร้อมกับร่างของ ‘ภูมิ’ รุ่นพี่หนุ่มสุดฮอตจากคณะบริหารธุรกิจที่กำลังส่งยิ้มกว้างและทำท่าจะเอื้อมมือไปช่วยเปิดประตูรถให้พาย“ทั้งที่วันก่อนยังเอากับกูอยู่แท้ๆ วันนี้มึงก็ไปอ่อยคนอื่นแล้วหรอว่ะ”เขานึกถึงภาพในห้องแล็บวันนั้น มันทั้งเร่าร้อนทั้งมีแต่แรงแห่งปรารถนาเต็มไปหมด เขาชอบยามที่พายยอมให้เขาแม้เธอจะกังวลมากเรื่องที่เขาไม่ได้พกถุงยางเอาไว้ พายควรจะยอมแค่เขาและมันควรจะเ
“ตอนนี้เนี่ยนะ?” พายถามออกไปแล้วขมวดคิ้วใส่เขา แต่ภีมแค่ยักไหล่อย่างไม่คิดอะไร ราวกับว่าสิ่งที่เธอถามไม่ใช่สิ่งที่ควรจะถาม เพราะเธอรู้ดีอยู่แลวว่าเขาเป็นคนยังไง บรรยากาศแบบนี้แถมยังอยู่ด้วยกันแค่สองคน ไม่มีทางเลยที่เขาจะปล่อยให้เธอหลุดมือไป“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยสนใจว่าเป็นตอนไหน ถ้ากูอยากได้ กูก็แค่ต้องได้” ปลายนิ้วของภีมเกลี่ยผมที่ปกหน้าเธอไปเหน็บหูก่อนจะลูบแก้มเธอแผ่วเบา สายตาเขาในตอนนี้ไม่ใช่สายตาเย็นชาอย่างที่ใครเคยได้เห็นเลยแม้แต่น้อย เพราะมันเป็นสายตาที่เขาใช้มอบให้พะพายแค่คนเดียวในฐานะ FWB คนโปรดของเขา…“ภีม….”“เลิกพูดที ชื่อกูเอาไว้รอเรียกตอนมึงครางเถอะ คุกเข่าลงได้แล้ว” เขาเอานิ้วกดที่ปากเอเป็นชิงห้ามปราม ภีมไม่อยากเสียอารมณ์ในเวลาแบบนี้ เขากดไหล่เธอให้นั่งลงไปแทนการบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเขาเด็ดขาด แต่สิ่งที่ทำให้ภีมพึงพอใจจนแค่นยิ้มมุมปากคือคนข้างหน้าที่นั่งลงไปตามแรงกดอย่างไม่ได้ขัดขืนอะไร“เอาแต่ใจจังว่ะ” แม้ปากเล็กๆจะบ่นไม่หยุดแต่เธอกลับค่อยๆปลดกระดุมกางเกงเขาออก กางเกงยีนส์สีซีดถูกดึงลงไปพร้อมกับกางเกงบล็อกเซอร์ เผยให้เห็นเอ็นร้อนที่เริ่มจะแข็งขืนขึ้นมาจากแรงปรา
บรรยากาศยามเย็นภายในตึกเต็มไปด้วยกลิ่นไอของโลหะ น้ำมันหล่อลื่น และเสียงพัดลมระบายความร้อนที่ครางหึ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ในวันนี้ทุกอย่างกลับถูกกลบด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างเหล็กกล้า ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างไร้ความปราณี เปลี่ยนทัศนียภาพภายนอกหน้าต่างบานสูงให้กลายเป็นเพียงม่านน้ำสีเทาขุ่นมัวเปรี้ยง!สายฟ้าฟาดลงมาในระยะไม่ไกลนัก ตามมาด้วยเสียงระเบิดเบาๆของหม้อแปลงไฟฟ้าที่ไหนสักแห่ง ทันใดนั้นแสงไฟนีออนที่เคยสว่างจ้าภายในห้องแล็บคอมพิวเตอร์ก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง ทิ้งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงสลัวสีส้มรำไรจากไฟสำรองทางเดินที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานประตูเข้ามาเพียงน้อยนิดพอให้เห็นเงารางๆของเครื่องมือสื่อสารและแผงวงจรที่วางระเกะระกะ“ไฟดับเหรอ...” เสียงหวานของพายดังขึ้นในความมืด เธอวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะก่อนจะถอนหายใจยาว “ภีม... นายยังอยู่ตรงนั้นไหม?”“อืม... อยู่” เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาจากมุมห้องที่เป็นส่วนควบคุมหลัก ก่อนพายจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของเขาเดินฝ่าความมืดมาหาเธออย่างแม่นยำ ราวกับเขามีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับพิกัดของเธออยู่ในหัว “ระบ
บ่ายที่แดดแผดเผาของลานหน้าคณะบริหารธุรกิจ บรรยากาศรอบข้างกลับดูเย็นเยียบขึ้นมาถนัดตาเมื่อร่างสูงในชุดช็อปสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาในรัศมี ลมหายใจของสต๊าฟหลายคนสะดุดกึกเมื่อเห็นภีมเดือนวิศวะสายเนี้ยบผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเฮี้ยบและโลกส่วนตัวสูง เดินดุ่มๆเข้ามากลางกองถ่ายแบบที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นบนพื้นที่ยกระดับกลางลาน พายกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสะท้อนจากแผ่นรีเฟล็กซ์ วันนี้เธอดูแปลกตาไปมากในชุดนักศึกษาที่เนี้ยบกริบ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีชมพูพีชฉ่ำวาว รอยยิ้มหวานที่เธอมักใช้โปรยเสน่ห์ในงานมาร์เก็ตติ้งบัดนี้ถูกส่งให้กับนายแบบหนุ่มหล่อจากคณะมนุษยศาสตร์ที่ยืนซ้อนหลังเธออยู่“ดีครับน้องพาย... ทีนี้ลองเอนหลังไปพิงอกพี่เขาหน่อยนะครับ มือขวาจับปกเสื้อพี่เขาไว้ ส่วนพี่นายแบบ... ช่วยก้มลงมาใกล้ๆหูน้องพายเหมือนกำลังจะกระซิบความลับนะครับ” เสียงสั่งการของตากล้องดังขึ้น พร้อมกับเสียงรัวชัตเตอร์ที่ฟังดูน่ารำคาญที่สุดในโสตประสาทของคนตัวสูงที่พิงเสามองอยู่ภีมยืนกำหมัดแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อช็อป ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นจดจ้องไปที่มือนายแบบคนนั้นที่ถือวิสาสะวางลงบนเอวบางของพาย‘ไร้สาระ... ไร้ป