พิษรักใต้บัลลังก์มังกร

พิษรักใต้บัลลังก์มังกร

last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Por:  LadypornAtualizado agora
Idioma: Thai
goodnovel18goodnovel
Classificações insuficientes
16Capítulos
2visualizações
Ler
Adicionar à biblioteca

Compartilhar:  

Denunciar
Visão geral
Catálogo
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP

ถูกประหารเพราะคดีวางยาพิษฮ่องเต้ทั้งที่ไร้ความผิด เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางย้อนเวลากลับมาก่อนโศกนาฏกรรมหนึ่งปี ครั้งนี้...นางจะเปิดโปงคนร้าย และไม่ยอมให้คนที่รักต้องสูญเสียอีกเป็นครั้งที่สอง

Ver mais

Capítulo 1

บทที่ 1 ประหารชายา

"ประหารนาง!"

พระสุรเสียงเกรี้ยวกราดของฮองเฮาดังกึกก้องไปทั่วลานพิพากษา หลังกำแพงพระราชวังหลวง เสียงนั้นแหลมคมราวกับคมมีด กรีดเฉือนความเงียบงันของยามเช้าจนแหลกสลาย

ลมหนาวต้นฤดูเหมันต์พัดธงมังกรสีทองเหนือกำแพงวังสะบัดไหวอย่างรุนแรง เมฆสีหม่นเคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์จนทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม ราวกับสวรรค์เองก็กำลังโศกเศร้าต่อชะตากรรมของใครบางคน

กลางลานหินอ่อนสีขาว...

หญิงสาวผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์มังกร

เสื้อคลุมของนางเปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน เส้นผมดำขลับที่เคยถูกเกล้ามวยอย่างงดงามหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม ข้อมือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กหนักจนเกิดรอยแดงช้ำ แต่แม้จะอยู่ในสภาพน่าเวทนา ใบหน้าของนางยังคงงดงาม สงบนิ่ง และสง่างามเกินกว่าจะเป็นนักโทษ

นางคือ...ไป๋หลิงเยว่ พระชายาเอกขององค์รัชทายาท มู่เฉินอวี้ และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าสำนักโอสถหลวง ผู้ได้รับการยกย่องจากชาวเมืองว่าเป็นสตรีผู้เปี่ยมเมตตา เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์และการปรุงโอสถมาตั้งแต่วัยเยาว์

ทว่าวันนี้...ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกลับถูกทำลายลงในชั่วข้ามคืน

"หญิงชั่ว!"

"ฆาตกร!"

"นางถึงกับกล้าวางยาฝ่าบาท!"

เสียงก่นด่าจากขุนนางและเหล่าข้าราชบริพารดังระงมไปทั่วท้องพระโรง ทุกสายตาที่มองมายังเต็มไปด้วยความรังเกียจ ราวกับนางเป็นปีศาจที่ควรถูกกำจัดให้สิ้นจากแผ่นดิน

ไป๋หลิงเยว่ก้มมองปลายนิ้วของตนเองอย่างเหม่อลอย

นิ้วมือคู่นี้...เคยช่วยชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน เคยจับชีพจรเด็กน้อยที่กำลังจะสิ้นลม เคยปรุงยารักษาทหารบาดเจ็บนับร้อยในยามสงคราม เคยถวายการรักษาฮ่องเต้ ฮองเฮา และเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ด้วยความจงรักภักดี

แต่บัดนี้...กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นมือที่หยิบยื่นความตายแก่ผู้เป็นประมุขของแผ่นดิน ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อสามวันก่อน

เช้าวันนั้น ฮ่องเต้ทรงเรียกประชุมราชสำนักตามปกติ ก่อนการประชุม สำนักโอสถหลวงได้นำพระโอสถบำรุงพระวรกายมาถวายเช่นทุกวัน

ตำรับยานั้นผ่านการตรวจสอบถึงสามขั้นตอน

หมอหลวงผู้ปรุง หมอหลวงผู้ชั่งตัวยาและสุดท้าย...ไป๋หลิงเยว่เป็นผู้ตรวจสอบก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ นางจำได้แม่นยำว่าตนเองตรวจทุกอย่างอย่างละเอียด สมุนไพรทุกชนิดถูกต้อง ปริมาณไม่คลาดเคลื่อน ไม่มีแม้แต่กลิ่นของพิษ หลังตรวจเสร็จ นางส่งต่อให้ขันทีนำไปถวายฮ่องเต้ ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ

กระทั่ง...ฮ่องเต้ทรงยกถ้วยพระโอสถขึ้นเสวย เพียงอึดใจเดียว พระหัตถ์ที่ถือถ้วยก็สั่นเทา พระพักตร์ซีดเผือด พระองค์ทรงกุมพระอุระแน่น ก่อนจะกระอักพระโลหิตออกมาคำใหญ่

เสียงกรีดร้องของนางกำนัลดังขึ้นทั่วตำหนัก

"ฝ่าบาท!"

หมอหลวงทุกคนรีบกรูกันเข้าไป แต่ไม่ทันแล้ว...พิษออกฤทธิ์รวดเร็วเกินคาด เพียงไม่กี่ลมหายใจ ฮ่องเต้ก็ทรงแน่นิ่ง ทั่วท้องพระโรงตกอยู่ในความโกลาหล

จากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ถ้วยพระโอสถถูกตรวจพบว่ามีพิษร้ายแรง

เมื่อสอบสวน กลับพบรอยนิ้วมือของไป๋หลิงเยว่ติดอยู่ที่ขอบถ้วย ในห้องปรุงยา มีห่อยาพิษชนิดเดียวกันซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักโต๊ะทำงานของนาง สาวใช้สองคนให้การตรงกันว่าเห็นนางอยู่ในห้องเครื่องยาตามลำพัง หมอหลวงอาวุโสสามคนลงความเห็นตรงกันว่าพิษถูกผสมลงในพระโอสถก่อนถวาย

หลักฐานทุกชิ้น...ล้วนชี้มายังนาง

"ไป๋หลิงเยว่!" เสียงของเสนาบดีฝ่ายตุลาการดังขึ้น

"เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือ"

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้ดวงตาจะเต็มไปด้วยความอ่อนล้า แต่ยังคงฉายแววแน่วแน่

"หม่อมฉันบริสุทธิ์" น้ำเสียงของนางไม่ดังนัก แต่ชัดเจน

"หม่อมฉันไม่เคยคิดร้ายต่อฝ่าบาท"

"โอหัง!"

องค์ชายรองก้าวออกมาจากแถวเชื้อพระวงศ์ สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

"หลักฐานแน่นหนาถึงเพียงนี้ เจ้ากลับยังกล้าปฏิเสธ!"

"หม่อมฉันไม่ได้ทำ" ไป๋หลิงเยว่ตอบเพียงประโยคเดิม นางไม่รู้ว่าหลักฐานเหล่านั้นมาอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ...ทั้งหมดเป็นกับดัก มีใครบางคนวางหมากเอาไว้ตั้งแต่ต้น

ฮองเฮาประทับอยู่ด้านบนสุด พระพักตร์เต็มไปด้วยคราบน้ำตา พระองค์ทอดพระเนตรมายังไป๋หลิงเยว่ด้วยแววตาผิดหวัง

"ไป๋หลิงเยว่...เปิ่นกงเคยเอ็นดูเจ้า ราวกับบุตรสาวแท้ ๆ"

"เหตุใดเจ้าจึงตอบแทนด้วยการปลงพระชนม์ฝ่าบาท" น้ำเสียงสั่นเครือของฮองเฮาทำให้ขุนนางหลายคนพากันก้มหน้าถอนหายใจ

ไป๋หลิงเยว่เม้มริมฝีปากแน่น

"หม่อมฉันไม่เคยทำ"

"พอ!"

เสียงตวาดของเสนาบดีดังลั่น

"ยังคิดจะแก้ตัวอีกหรือ"

หญิงสาวค่อย ๆ หันสายตาไปยังบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนเงียบมาตลอด

มู่เฉินอวี้...

องค์รัชทายาทผู้เป็นสามีของนาง เขายืนอยู่ในชุดฉลองพระองค์สีดำปักลายมังกรทอง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม ดวงตาลึกคู่นั้นไร้อารมณ์จนยากจะอ่านความคิด

ตั้งแต่เริ่มการไต่สวน...เขาไม่เอ่ยคำใดเลย หัวใจของไป๋หลิงเยว่พลันหนักอึ้ง หรือแม้แต่เขา...ก็ไม่เชื่อนางเช่นกัน นางมองเขาอยู่นานหวังเพียงให้เขาพูดสักคำเพียงคำเดียวก็ยังดีแต่บุรุษผู้นั้นกลับกำหมัดแน่นอยู่ภายในแขนเสื้อ โดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ความเงียบของเขา...กลับกลายเป็นดั่งคมดาบที่กรีดลึกลงในหัวใจของนางยิ่งกว่าคำกล่าวหาใด ๆ

ทันใดนั้น เสียงขันทีประกาศราชโองการก็ดังขึ้นก้องไปทั่วท้องพระโรง

"มีพระบัญชา..."

ทุกคนพร้อมใจกันคุกเข่าลง ไป๋หลิงเยว่หลับตาช้า ๆ แม้จะยังไม่รู้เนื้อความ แต่นางกลับสัมผัสได้ว่า...ชะตาชีวิตของตน กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า...

"...ไป๋หลิงเยว่ พระชายาเอกแห่งองค์รัชทายาท"

เสียงขันทีหลวงกังวานก้องไปทั่วท้องพระโรง ขณะคลี่ราชโองการสีเหลืองทองออกอย่างช้า ๆ

"...มีความผิดฐานลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ใช้พิษร้ายคิดก่อกบฏต่อราชบัลลังก์ เป็นโทษอุกฉกรรจ์ มิอาจอภัยได้"

ทุกคนต่างก้มศีรษะรับพระบัญชา

"...ให้ถอดฐานันดรศักดิ์ ยึดทรัพย์สินทั้งหมด ประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ณ ลานประหารหลวงในยามอู่เค่อวันนี้ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้คิดทรยศต่อแผ่นดิน"

สิ้นเสียงประกาศ ทั้งท้องพระโรงเงียบงันราวกับไร้ผู้คน

ไป๋หลิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นแผ่วเบาเสียจนคล้ายเสียงถอนหายใจ

สามวัน...เพียงสามวันเท่านั้น

จากพระชายาผู้เป็นที่เคารพของผู้คน กลับกลายเป็นนักโทษประหารที่ทุกคนต่างสาปแช่ง นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ยืนอยู่ไม่ไกล มู่เฉินอวี้ยังคงยืนนิ่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่เผยอารมณ์ใด แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าหมัดทั้งสองข้างที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาเขาไม่พูด...แม้แต่คำเดียว หัวใจของไป๋หลิงเยว่ค่อย ๆ เย็นเยียบลง บางที...คนที่นางหวังว่าจะเชื่อใจมากที่สุดอาจเป็นคนที่ไม่เชื่อนางเช่นกัน

"นำตัวนักโทษออกไป!"

ทหารองครักษ์สี่นายก้าวเข้ามาพร้อมกัน โซ่ตรวนที่พันธนาการข้อเท้าถูกกระชากอย่างแรง ร่างบางเสียหลักเซไปข้างหน้า นางไม่ได้ขัดขืน เพียงก้าวเดินออกจากท้องพระโรงอย่างสงบนิ่งตลอดทางเดินยาวสู่ลานประหาร ข้าราชบริพาร นางกำนัล และขันทีต่างหลีกทางให้ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าสบตานาง บางคนเคยยิ้มให้นาง บางคนเคยรับยารักษาโรคจากมือนาง บางคนเคยคุกเข่าขอบคุณที่นางช่วยชีวิตคนในครอบครัว วันนี้...ทุกคนกลับเลือกก้มหน้า ไม่มีใครเอ่ยคำว่าบริสุทธิ์แทนนางแม้แต่คนเดียว

ไป๋หลิงเยว่ยิ้มบาง ๆ อย่างขมขื่น นางไม่โกรธคนเหล่านั้น ในเมื่อหลักฐานทุกอย่างชี้มาที่นาง ต่อให้เป็นตัวนางเอง หากอยู่ในฐานะผู้พิพากษา ก็คงยากจะเชื่อว่าทั้งหมดเป็นการจัดฉาก

Expandir
Próximo capítulo
Baixar

Último capítulo

Mais capítulos
Sem comentários
16 Capítulos
บทที่ 1 ประหารชายา
"ประหารนาง!"พระสุรเสียงเกรี้ยวกราดของฮองเฮาดังกึกก้องไปทั่วลานพิพากษา หลังกำแพงพระราชวังหลวง เสียงนั้นแหลมคมราวกับคมมีด กรีดเฉือนความเงียบงันของยามเช้าจนแหลกสลายลมหนาวต้นฤดูเหมันต์พัดธงมังกรสีทองเหนือกำแพงวังสะบัดไหวอย่างรุนแรง เมฆสีหม่นเคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์จนทั่วทั้งพระราชวังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม ราวกับสวรรค์เองก็กำลังโศกเศร้าต่อชะตากรรมของใครบางคนกลางลานหินอ่อนสีขาว...หญิงสาวผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์มังกรเสื้อคลุมของนางเปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นดิน เส้นผมดำขลับที่เคยถูกเกล้ามวยอย่างงดงามหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม ข้อมือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กหนักจนเกิดรอยแดงช้ำ แต่แม้จะอยู่ในสภาพน่าเวทนา ใบหน้าของนางยังคงงดงาม สงบนิ่ง และสง่างามเกินกว่าจะเป็นนักโทษนางคือ...ไป๋หลิงเยว่ พระชายาเอกขององค์รัชทายาท มู่เฉินอวี้ และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของหัวหน้าสำนักโอสถหลวง ผู้ได้รับการยกย่องจากชาวเมืองว่าเป็นสตรีผู้เปี่ยมเมตตา เชี่ยวชาญศาสตร์การแพทย์และการปรุงโอสถมาตั้งแต่วัยเยาว์ทว่าวันนี้...ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกลับถูกทำลายลงในชั่วข้ามคืน"หญิงชั่ว!""ฆาตกร!"
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 2 ประหารชายา 2
เมื่อเดินพ้นประตูท้องพระโรง สายลมหนาวก็พัดปะทะใบหน้า ลานประหารหลวงตั้งอยู่กลางพระราชวัง เป็นลานหินขนาดใหญ่ที่ใช้ลงโทษผู้กระทำผิดร้ายแรงต่อราชวงศ์ แท่นประหารสีดำตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง คมดาบของเพชฌฆาตสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายเย็นเยียบ รอบลานเต็มไปด้วยผู้คน ข่าวการประหารพระชายาแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงตั้งแต่รุ่งสาง ชาวเมืองนับพันหลั่งไหลมามุงดูจนแน่นขนัด"นางนั่นหรือคนวางยาฝ่าบาท""หน้าตาก็ดูอ่อนโยน ไม่นึกว่าจะใจอำมหิต""คนแบบนี้สมควรถูกตัดหัว"เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไม่ขาดสายไป๋หลิงเยว่ค่อย ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้า นางจำวันที่แต่งงานกับมู่เฉินอวี้ได้ดีวันนั้นท้องฟ้าสดใส ดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งทั่วพระราชวังฮ่องเต้ทรงมีพระราชดำรัสด้วยพระองค์เองว่า"เจ้าทั้งสองต้องประคับประคองกันให้ดี"ผ่านมาเพียงสามปี ทุกอย่างกลับจบลงที่ลานประหารแห่งนี้ ทหารผลักร่างของนางให้คุกเข่าบนแท่นหินข้อเข่ากระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงทุ้ม แต่ไป๋หลิงเยว่ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว ความเจ็บปวดทางกายไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกที่ถูกหักหลังแม่ทัพผู้คุมการประหารก้าวออกมายืนด้านหน้า"นักโทษไป๋หลิงเยว่""เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าวเป็นครั
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 3 เปลี่ยนชะตา
แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลายดอกเหมย ทาบลงบนพื้นห้องเป็นเงาพาดยาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกำยานจันทน์ลอยอ้อยอิ่งปะปนกับกลิ่นดอกหลันที่จัดวางอยู่ในแจกันหยกริมหน้าต่าง ทุกสิ่งช่างสงบงามราวกับไม่เคยมีโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นมาก่อนแต่สำหรับไป๋หลิงเยว่...ทุกลมหายใจยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดจากลานประหาร นางสะดุ้งตื่นอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวรีบแตะลำคอของตนเองโดยสัญชาตญาณแม้จะยืนยันกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านางย้อนเวลากลับมาแล้ว แต่ทุกครั้งที่หลับตา ภาพคมดาบที่ฟันลงตรงลำคอ เสียงร้องของผู้คน และหยดน้ำตาของมู่เฉินอวี้ยังคงย้อนกลับมาราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่"คุณหนู...เมื่อคืนท่านนอนไม่ค่อยหลับอีกแล้วหรือเจ้าคะ"ชิงเอ๋อร์ยกถาดน้ำชาร้อนเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงไป๋หลิงเยว่รับถ้วยชามาไว้ในมือโดยไม่ตอบ ไออุ่นจากถ้วยชาค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ฝ่ามือที่ยังเย็นเฉียบ นางมองใบหน้าของสาวใช้คนสนิทอย่างเงียบ ๆชิงเอ๋อร์...ในชาติที่แล้ว หญิงสาวผู้นี้เสียชีวิตก่อนนางถึงครึ่งปี เพราะถูกกล่าวหาว่าขโมยพระเครื่องหยกของสนมเอก ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงแพะรับบาปตอนนั้น...นางพยายามช่วยแล้วแต่ช่วยไม่ทัน เมื่อ
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 4 ความเปลี่ยนแปลง
สายฝนโปรยปรายลงมาตลอดทั้งคืนละอองฝนบางเบาเกาะอยู่บนชายคากระเบื้องสีดำของตำหนักองค์รัชทายาท ก่อนจะไหลหยดลงสู่พื้นหินด้านล่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายในห้องทรงอักษร กลิ่นหมึกจีนเจือจางปะปนกับกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อน ๆ บุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงงานปลายนิ้วเรียวยาวพลิกเอกสารกองแล้วกองเล่าอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นฎีกาจากหัวเมืองที่ต้องรีบพิจารณา แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับตัวอักษรเบื้องหน้ามู่เฉินอวี้ถอนหายใจแผ่วเบา เขาอ่านฎีกาฉบับเดิมมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้วแต่กลับจำไม่ได้แม้แต่บรรทัดเดียว"ฝ่าบาท..." องครักษ์คนสนิทอย่างโม่เฟิงยืนอยู่หน้าประตู พลางเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง"ท่านเรียกหากระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ"มู่เฉินอวี้วางพู่กันลง"มีข่าวจากจวนไป๋หรือไม่"โม่เฟิงชะงักไปเล็กน้อย คำถามนี้...ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ยินแทบทุกวัน แม้พระองค์จะไม่เคยเสด็จไปหาคุณหนูไป๋ด้วยพระองค์เอง แต่กลับคอยให้คนลับรายงานความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ"มีพ่ะย่ะค่ะ""ว่ามา""คุณหนูไป๋ออกจากจวนเมื่อช่วงสาย"มู่เฉินอวี้เงยหน้าขึ้น"ไปที่ใด""สำนักโอสถหลวง"บุรุษหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลก ในฐานะบุต
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 4 คนตายปริศนา
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดผ่านกลุ่มเมฆสีเทาอ่อน ทอประกายลงบนกระเบื้องเคลือบสีชาดของพระราชวังหลวง แต่บรรยากาศกลับไม่ได้สดใสอย่างที่ควรจะเป็นข่าวการหายตัวไปของขันทีหลี่ยังถูกปิดเป็นความลับส่วนเหตุการณ์เมื่อคืน...ไป๋หลิงเยว่เลือกเก็บไว้ในใจเพียงผู้เดียวนางไม่อาจบอกผู้ใดได้ว่าขันทีหลี่ยังมีชีวิตอยู่ และกำลังซ่อนตัวอยู่ในคลังโอสถเก่า เพราะทันทีที่ข่าวรั่วไหล ชายผู้นั้นย่อมไม่มีทางรอดเป็นครั้งที่สอง หญิงสาวนั่งอยู่ในศาลาริมสวนของจวนไป๋ พลางเปิดสมุดบันทึกที่บันทึกความเปลี่ยนแปลงของชะตาชีวิต นางเขียนเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัด ขันทีหลี่ยังมีชีวิต และเคยเห็นผู้แตะต้องถ้วยพระโอสถจากนั้นจึงลากเส้นเชื่อมกับคำว่า ดอกเหมย ปลายพู่กันหยุดนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ดอกเหมย...สัญลักษณ์นี้ปรากฏขึ้นบ่อยเกินไป รอยสลักบนพื้นหิน เครื่องหมายบนแขนของนักฆ่า และคำพูดของชายลึกลับเมื่อคืน ทุกอย่างเหมือนกำลังชี้ไปยังองค์กรบางแห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในราชสำนัก แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋หลิงเยว่กังวลยิ่งกว่า คือคำพูดสุดท้ายของขันทีหลี่ "คนผู้นั้น...อยู่ใกล้..." ใกล้อะไร...ใกล้ฮ่องเต้ ใกล้สำนักโอสถหรือใกล้ตัวนางเอง ยังไม่ทันที่นางจะเรียบเรียงความคิด
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 6 พันธมิตร
สายลมยามค่ำพัดผ่านตรอกแคบจนชายเสื้อคลุมสีดำของมู่เฉินอวี้พลิ้วไหวกลิ่นคาวเลือดยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ศพของมือสังหารสองรายนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกล ส่วนรอยเลือดบนพื้นหินทอดเป็นทางยาวไปจนถึงปากตรอกไป๋หลิงเยว่ยืนนิ่งอยู่ใต้เสื้อคลุมขององค์รัชทายาท ผืนผ้าสีดำยังอุ่นอยู่จากไอร่างของเจ้าของนางก้มมองมันเพียงชั่วครู่ ก่อนค่อย ๆ ยกมือถอดออก"ฝ่าบาท..."นางยื่นเสื้อคลุมคืนด้วยกิริยาสุภาพ"หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว"มู่เฉินอวี้ไม่ได้รับเสื้อคลุมกลับทันที สายตาคมเข้มกวาดมองบาดแผลที่ต้นแขนของนาง เลือดแม้จะหยุดไหลแล้ว แต่รอยเฉือนยังลึกพอสมควร"เจ้าคิดว่าบาดแผลเช่นนี้เรียกว่าไม่เป็นไรหรือ"น้ำเสียงเรียบเฉยดังเช่นเคย แต่ครั้งนี้ ไป๋หลิงเยว่กลับสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดนางหลุบตาลง"เป็นเพียงแผลเล็กน้อย""หากดาบเอียงเข้ามาอีกเพียงครึ่งชุ่น"มู่เฉินอวี้กล่าวแทรก"วันนี้เจ้าคงไม่มีโอกาสยืนพูดกับข้า"หญิงสาวเงียบไป ประโยคนั้นทำให้นางนึกถึงลานประหารในชาติที่แล้ว หากวันนั้น...เขามาทันเพียงครึ่งก้าว ทุกอย่างคงไม่จบลงเช่นนั้น นางรีบสลัดความคิดนั้นออกจากหัว ไม่ได้...ชาตินี้นางไม่ควรปล่อยให้ความรู
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 7 หัวใจที่เริ่มเปิด
สายฝนกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วหยาดน้ำเม็ดใหญ่ตกกระทบพื้นป่าเกิดเสียงดังไม่ขาดสาย ลมหนาวพัดยอดสนสูงไหวเอนจนกิ่งไม้เสียดสีกันเป็นจังหวะน่าหวาดหวั่นเสียงฝีเท้าม้าดังฝ่าความมืด มู่เฉินอวี้กระชับบังเหียน พลางหันกลับมามองด้านหลัง แสงคบเพลิงของผู้ไล่ล่าค่อย ๆ เลือนหายไปตามม่านฝน"ตามมาแล้วหรือไม่" ไป๋หลิงเยว่ซึ่งนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังเอ่ยถาม แม้น้ำเสียงจะพยายามนิ่ง แต่ลมหายใจกลับเริ่มไม่สม่ำเสมอ นางเผลอยกมือกดหัวไหล่ซ้ายบาดแผลจากลูกธนูเมื่อคืน แม้จะรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่หลังควบม้าติดต่อกันหลายชั่วยาม เลือดก็เริ่มซึมผ่านผ้าพันแผลอีกครั้ง มู่เฉินอวี้สังเกตเห็นทันที"เจ้าบาดเจ็บ""เพียงแผลเล็กน้อย""เจ้ายังจะโกหกข้าอีกหรือ"น้ำเสียงเรียบเฉยของเขา ทำให้ไป๋หลิงเยว่เม้มริมฝีปาก ก่อนจะทันได้ตอบ มู่เฉินอวี้ก็ดึงบังเหียนเปลี่ยนทิศทาง ม้าศึกวิ่งเลี้ยวเข้าไปตามทางแคบที่เต็มไปด้วยต้นไผ่หนาทึบไม่นานนัก...เรือนไม้หลังเล็กก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฝน หลังคามุงจากเก่า ๆ ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบมองไม่เห็น หากไม่รู้มาก่อน ย่อมไม่มีผู้ใดคิดว่าที่นี่เคยมีคนอาศัยอยู่"ลงมา"มู่เฉินอวี้กระโดดลงจากหลังม้าก่อน แล้วหันมา
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 8 องค์กรดอกเหมย
แสงอรุณยามเช้าค่อย ๆ ทาบลงบนยอดสนที่โอบล้อมเรือนพักกลางป่าหลังจากพักฟื้นได้เพียงคืนเดียว มู่เฉินอวี้และไป๋หลิงเยว่ก็ออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันทีทั้งสองต่างรู้ดี...ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเท่าไร คนที่อยู่เบื้องหลังก็ยิ่งมีโอกาสทำลายหลักฐานมากขึ้นเท่านั้นรถม้าค่อย ๆ แล่นผ่านประตูเมืองท่ามกลางผู้คนที่สัญจรไปมา ไป๋หลิงเยว่เปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อย มองดูบ้านเรือนที่คุ้นตาภาพเดิม...แต่ความรู้สึกกลับไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อน นางเคยมองเมืองหลวงแห่งนี้ว่าสงบสุขทว่าตอนนี้...ทุกตรอก ทุกถนน และทุกใบหน้าที่เดินผ่าน ล้วนทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่าในจำนวนผู้คนเหล่านี้...มีใครบ้างที่เป็น "ดอกเหมย""กำลังคิดอะไรอยู่" เสียงของมู่เฉินอวี้ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามไป๋หลิงเยว่ละสายตาจากหน้าต่าง"หม่อมฉันกำลังคิดว่า...คนของดอกเหมยอาจอยู่ใกล้เรากว่าที่คิด"บุรุษหนุ่มพยักหน้า"ข้าก็คิดเช่นนั้น""เมื่อคืน โม่เฟิงส่งข่าวมา เขาพบร่องรอยบางอย่าง"หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย "ข่าวใด"มู่เฉินอวี้หยิบม้วนกระดาษเล็ก ๆ ออกจากแขนเสื้อ ส่งให้นาง ไป๋หลิงเยว่คลี่มันออกอย่างระมัดระวัง ด้านในเป็นรายชื่อบุคคลหลายสิบคน มีทั้งตำแหน่ง
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 9 ผู้ต้องสงสัย
เสียงระฆังยามเช้าดังแว่วมาจากพระราชวังหลวงแสงแดดอ่อนสาดผ่านม่านหมอกบาง ๆ ที่ปกคลุมหลังคากระเบื้องสีชาดของตำหนักต่าง ๆ ผู้คนในวังเริ่มออกมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ราวกับเหตุการณ์นองเลือดและการลอบสังหารที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่แต่สำหรับไป๋หลิงเยว่...ทุกย่างก้าวในพระราชวังแห่งนี้เต็มไปด้วยความระแวดระวัง นางรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเดินผ่านขันทีคนใด หมอหลวงผู้ใด หรือแม้แต่นางกำนัลที่กำลังก้มหน้าถือถาดชา ก็อาจมีสมาชิกของ "ดอกเหมย" ซ่อนตัวอยู่ในนั้น"คุณหนู"ชิงเอ๋อร์รีบเดินเข้ามา พร้อมม้วนกระดาษข่าวสารจากวัง"เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ"ไป๋หลิงเยว่รับม้วนกระดาษมาเปิด เพียงอ่านได้ไม่กี่บรรทัด ดวงตาของนางก็หรี่ลงเมื่อคืน...มีการจับกุมคนผู้หนึ่งภายในตำหนักของ สนมเอกหลันกุ้ยเฟย จากการตรวจค้น พบสมุนไพรหายาก "หลิงเซียงเยี่ย" ซุกซ่อนอยู่ในหีบเครื่องประดับส่วนพระองค์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบบัญชีเบิกสมุนไพรจากสวนหลวงที่มีตราประทับของตำหนักหลันกุ้ยเฟยอย่างครบถ้วนหลักฐานทุกชิ้น...ล้วนชี้ไปยังคนคนเดียว ชิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้น"เช่นนี้ก็คงจับตัวคนร้ายได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ"ไป๋หลิงเยว่กลับไม่ตอบ
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
บทที่ 10 ความจริงของชาติแรก
สายฝนที่ตกต่อเนื่องมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็หยุดลงแสงแดดยามสายส่องผ่านเมฆสีเทา ทาบลงบนกำแพงหินสูงของพระราชวังหลวง ขับให้ทุกสิ่งดูสงบกว่าที่เป็นจริงแต่สำหรับไป๋หลิงเยว่...หัวใจของนางกลับไม่เคยสงบเลยนับตั้งแต่ได้เหรียญตราดอกเหมยมาจากห้องของหลิ่วชิงภายในห้องหนังสือของตำหนักองค์รัชทายาทแผนผังขนาดใหญ่ยังคงกางอยู่บนโต๊ะไม้ รายชื่อผู้เสียชีวิต เส้นทางการเงิน การโยกย้ายตำแหน่งของขุนนาง รวมถึงเครื่องหมายดอกเหมย ถูกบันทึกไว้ละเอียดกว่าทุกครั้งมู่เฉินอวี้ยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือ กำลังค้นเอกสารเก่า ส่วนไป๋หลิงเยว่รับหน้าที่จัดเรียงฎีกาที่โม่เฟิงเพิ่งนำมาส่ง"หากหักรายชื่อที่เสียชีวิตออก..."หญิงสาวเอ่ยพลางขีดเส้นลงบนกระดาษ"สมาชิกดอกเหมยที่ยังมีชีวิตอยู่ คงเหลือไม่ถึงครึ่ง"มู่เฉินอวี้พยักหน้า"แต่คนที่เหลือ...กลับอยู่ในตำแหน่งสำคัญกว่าเดิม"เขาหยิบม้วนเอกสารอีกชุดออกมาวางบนโต๊ะ"นี่คือฎีกาหลังคดีวางยาพิษฮ่องเต้"ไป๋หลิงเยว่หยิบขึ้นมาเปิดดู ทุกฉบับเป็นรายงานการสอบสวนในชาติแรก นางเห็นชื่อของตนเองปรากฏอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า"ผู้ต้องหา...ไป๋หลิงเยว่"เพียงเห็นตัวอักษรเหล่านั้น ความทรงจำในลานประหาร
last updateÚltima atualização : 2026-09-16
Ler mais
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status