The magical items of the stars at seven swords

The magical items of the stars at seven swords

last updateTerakhir Diperbarui : 2020-12-08
Oleh:  Stefan SimmonsOngoing
Bahasa: English
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
30Bab
3.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

Sinopsis

While taking a trip to Ohio with her family 16-year-old Sakura tattoo receives a magic necklace containing the powers of a being known as the swordkeeper she must now use these powers to find magic weapons and save an alternate universe

Lihat lebih banyak

Bab 1

prolouge: The world of Falusia

 เช้าวันที่ต้องจากไป

ยามรุ่งสางของหมู่บ้านหลินสุ่ย หมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือคันนา เสียงไก่ขันดังแว่วมาจากเรือนหลังโน้นหลังนี้ ควันไฟจากเตาหุงข้าวลอยขึ้นเป็นสายเหนือหลังคามุงฟาง บรรยากาศสงบเงียบเช่นทุกวัน หากแต่สำหรับ หลินอวี้เหนียง เช้าวันนี้กลับหนักอึ้งกว่าทุกวันที่ผ่านมา

หญิงสาวนั่งยองอยู่ข้างไหดินเผาห้าใบตรงมุมเรือน มือเรียวเปิดฝาไหทีละใบอย่างระมัดระวัง กลิ่นเปรี้ยวเค็มหอมละมุนลอยขึ้นแตะปลายจมูก นางใช้ตะเกียบไม้คีบผักกาดดองขึ้นมาชิ้นหนึ่ง สังเกตสีและเนื้อสัมผัส ก่อนชิมเพียงเล็กน้อย

“อืม… อีกสองวันคงได้ที่พอดี” นางพึมพำกับตนเอง พลางยิ้มบาง ๆ

ผักกาดในไหมีสีเขียวอมเหลือง เนื้อกรอบ ไม่เละ ทั้งยังมีกลิ่นหอมของขิงและพริกแห้งเจืออยู่จาง ๆ ทุกขั้นตอนล้วนเป็นไปตามที่มารดาเคยสอน ตั้งแต่เลือกผักที่สด ไม่ช้ำ ไม่เน่า ล้างให้สะอาดแล้วผึ่งจนแห้ง ไปจนถึงการกะเกลือให้พอดี มากเกินไป ผักก็เค็มจนกินไม่ลง น้อยเกินไป ผักก็เน่าเสียก่อนถึงวันกิน

การหมักดองจึงมิใช่เพียงนำผักใส่ไหแล้วปิดฝา หากเป็นเรื่องของความอดทน ความละเอียดรอบคอบ และการรู้จักรอเวลา

“อวี้เหนียง จำเอาไว้นะลูก ของดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป ขอเพียงรู้จักใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์ ผักธรรมดาก็ช่วยให้คนในบ้านอิ่มท้องได้” คำสอนของท่านแม่ยังคงชัดเจน ราวกับเจ้าของเสียงยังนั่งอยู่ข้างกาย

หลินอวี้เหนียง ชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนปิดฝาไหอย่างเบามือ

หลายปีมาแล้วท่านแม่จากไป ทิ้งไว้เพียงปิ่นไม้เก่าหนึ่งอัน เสื้อผ้าสองสามชุด และตำรับถนอมอาหารที่เขียนด้วยลายมือของนาง สิ่งเหล่านั้นมิได้มีค่าเป็นเงินมากนัก แต่ถ้าต้องเลือกเก็บสิ่งเดียว นางคงเลือกตำรับเล่มนั้น

เพราะทุกครั้งที่ได้กลิ่นผักดอง นางจะนึกถึงมือของมารดาที่คอยจับมือนางในยามหัดใช้มีด นึกถึงเสียงหัวเราะเมื่อผักชุดแรกของนางเค็มจนแทบกินไม่ได้ และนึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักปรากฏบนใบหน้าของท่านแม่เสมอ

หลังท่านแม่เสียชีวิต การทำผักดองจึงกลายเป็นทั้งอาชีพเล็ก ๆ และความทรงจำเพียงไม่กี่อย่างที่นางยังรักษาไว้ได้

“หากท่านแม่ยังอยู่ คงบอกว่าผักชุดนี้ยังต้องเพิ่มขิงอีกนิดเป็นแน่”

นางยิ้มกับไหดินเผา ทว่ารอยยิ้มนั้นเลือนหายทันทีเมื่อเสียงไอหนัก ๆ ดังมาจากห้องด้านใน

“แค่ก… แค่ก!” หลินอวี้เหนียงรีบวางตะเกียบ ลุกขึ้นเดินเข้าไปทันที

“ท่านพ่อ! ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

บนเตียงไม้เก่า หลินเจิ้งซาน นอนเอนหลังอยู่ใต้ผ้าห่มบาง ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากแห้งผาก เขาพยายามยกมือขึ้นโบกเป็นสัญญาณว่าไม่เป็นไร แต่กลับไอจนต้องหยุดพักหลายครั้ง

“พ่อไม่เป็นไร… เพียงอากาศยามเช้าเย็นไปหน่อยเท่านั้น”

“ท่านพูดเช่นนี้มาสามวันแล้ว เมื่อวานก็ว่าไม่เป็นไร วันก่อนก็ว่าไม่เป็นไร แต่กลางคืนกลับไอจนแทบไม่ได้นอน” นางนั่งลงข้างเตียง ใช้หลังมือแตะหน้าผากท่านพ่อของเธอ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย “วันนี้ท่านต้องกินยาให้หมดนะ อย่าแอบเททิ้งอีก”

หลินเจิ้งซาน หลบสายตาบุตรสาวอย่างมีพิรุธ “ยานั่นขมยิ่งกว่าดีหมีเสียอีก กินเข้าไปแล้วลิ้นพ่อแทบไม่มีรสชาติอาหารอยู่ทั้งวัน”

“หากยาขมแล้วช่วยให้ท่านหายป่วย ลูกยอมกินแทนท่านวันละสิบถ้วยก็ได้ แต่ถ้าท่านไม่ยอมกิน ต่อให้ลูกไปหายาวิเศษจากเขาเซียนมาให้ก็เปล่าประโยชน์”

“เจ้านี่นะ…”

ชายชราส่ายหน้าพลางถอนใจ แต่สุดท้ายก็ยอมรับถ้วยยาที่บุตรสาวยื่นให้ เขาหลับตากลั้นใจดื่มจนหมดถ้วย ก่อนรีบคว้าน้ำชาอุ่น ๆ มาดื่มตาม หลินอวี้เหนียง มองภาพนั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้

“เก่งมาก วันนี้ท่านพ่อเชื่อฟังขึ้นกว่าเมื่อวานแล้ว”

“เจ้ากำลังพูดกับเด็กสามขวบหรืออย่างไร”

“ถ้าเด็กสามขวบรู้จักกินยาตามหมอสั่ง ก็คงไม่ทำให้คนดูแลต้องกังวลเท่าท่านหรอก”

หลินเจิ้งซาน หัวเราะเบา ๆ แต่เสียงหัวเราะกลับกลายเป็นอาการไออีกครั้ง หญิงสาวรีบลูบหลังให้จนเขาสงบลง สีหน้าของนางค่อยคลายความกังวลลง

ท่านพ่อของเธอเคยเป็นชายแข็งแรง ทำงานในนาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างจนตะวันลับขอบฟ้า ทว่าสองปีก่อน เขาล้มป่วยด้วยโรคที่หมู่บ้านรักษาไม่หาย ต้องไปหาหมอในอำเภอ ซื้อยาหลายขนาน และเลิกทำงานตั้งแต่นั้นมา

เงินเก็บค่อย ๆ ร่อยหรอลงไป เงินใต้หีบหมดไปก่อน จากนั้นก็ขายไก่ในเล้า จนกระทั่งต้องตัดใจขายผ้าห่มหนาผืนเดียวที่กันหนาวได้

บัดนี้ แม้แต่เงินซื้อข้าวสารยังต้องคิดแล้วคิดอีก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงค่ายาที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน

หลินอวี้เหนียง มิได้บอกบิดาว่าเหลือเงินเท่าใด เพราะไม่อยากให้เขากังวล แต่ทุกครั้งที่เปิดถุงเงินแล้วได้ยินเพียงเสียงเหรียญกระทบกันเบา ๆ หัวใจก็หนักอึ้งขึ้นทุกที

วันนี้ก็เช่นกัน นางเพิ่งจะเก็บถ้วยยาไปล้าง เสียงตะโกนจากหน้าบ้านก็ดังขึ้นเสียก่อน

“หลินเจิ้งซาน! อยู่หรือไม่ ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง”

หลินอวี้เหนียง ชะงักเสียง เถ้าแก่จาง เจ้าหนี้ที่ให้ครอบครัวยืมเงินไปจ่ายค่ารักษาเมื่อหลายเดือนก่อน

นางรีบเปิดประตู พบชายวัยกลางคนยืนกอดอกอยู่หน้ารั้ว ข้างกายมีลูกน้องร่างใหญ่สองคน สีหน้าไม่เหมือนคนมาเยี่ยมเยียน หากเหมือนคนมาทวงสิ่งที่เป็นของตนกลับคืน

“เถ้าแก่จาง” นางค้อมศีรษะเล็กน้อย “ท่านมาที่นี่แต่เช้า มีธุระอันใดหรือ”

“ยังจะถามอีกหรือ” เขาแค่นหัวเราะ “ถึงกำหนดชำระหนี้แล้ว รอเจ้ามาหลายวัน เงินที่ยืมไปเมื่อคราวก่อน จะคืนได้เมื่อใด”

หลินอวี้เหนียงกำมือแน่นในแขนเสื้อ “ขอเวลาอีกสักระยะได้หรือไม่ บิดายังป่วยอยู่ ข้ากำลังหาทางหาเงินมาชำระให้ท่าน”

“หาเงิน” เขากวาดตามองเรือนไม้เก่า “บ้านเจ้าเหลืออะไรให้ขายอีกเล่า หรือจะขายไหผักดองพวกนี้ให้ข้า”

คำพูดนั้นทำให้นางเงียบไปชั่วขณะ ไหผักดองเหล่านั้นคือทรัพย์สินที่พอหาเงินได้ แต่ขายทั้งหมดก็อาจชำระได้เพียงบางส่วน แล้วหลังจากนั้นจะกินอะไร

“ผักดองของข้าจะนำไปขายในตลาด เมื่อขายได้แล้วจะรีบนำเงินไปคืนท่าน”

เถ้าแก่จางหัวเราะหยัน “เจ้าคิดว่าผักดองไม่กี่ไหจะมีค่าเท่าใด ข้าให้เวลาถึงสิ้นเดือน หากยังไม่มีเงินมา ข้าคงต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้าน แล้วให้เขาจัดการตามกฎ” เขาหันหลังเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบ

หลินอวี้เหนียง ยืนอยู่หน้าประตู มองแผ่นหลังเขาจนลับสายตา ลมยามเช้าพัดผ่านชายเสื้อ แต่ปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบ สิ้นเดือน… เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน

“อวี้เหนียง”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้นางหันกลับ บิดายืนพิงกรอบประตู สีหน้าซีดลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านพ่อ เหตุใดจึงออกมาข้างนอก อากาศยังเย็นอยู่ รีบกลับเข้าไปพักเถิด”

“พ่อได้ยินหมดแล้ว” หลินอวี้เหนียงเม้มริมฝีปาก ไม่รู้จะตอบอย่างไร

“เป็นเพราะพ่อไร้ความสามารถ จึงทำให้เจ้าต้องลำบาก ถ้าตอนนั้นพ่อไม่ล้มป่วย เจ้าคงไม่ต้องขายไก่ ขายผ้าห่ม ทั้งยังต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินมาซื้อยา”

“ท่านพ่ออย่าพูดเช่นนั้น ลูกไม่เคยคิดว่าท่านเป็นภาระ ท่านเลี้ยงดูลูกมาตั้งแต่เล็ก ถ้าวันนี้ลูกดูแลท่านไม่ได้ จะเรียกตนเองว่าบุตรที่ดีได้อย่างไร”

“แต่พ่อไม่อยากให้เจ้าต้องเสียสละไปมากกว่านี้” เขาก้มหน้า น้ำเสียงแผ่วเบา “ถ้าขายไหผักดองทั้งหมดได้ ก็ขายเถิด อย่างน้อยได้ชำระหนี้ ส่วนอาหาร พ่อกินโจ๊กเปล่า ๆ ได้ ไม่ต้องซื้อเนื้อซื้อปลา”

หลินอวี้เหนียงส่ายหน้าทันที “ไม่ได้ ถ้าขายไปแล้ว ลูกจะหาเงินจากที่ใดมาซื้อยาให้ท่าน ผักดองเป็นสิ่งที่ลูกทำได้ดีที่สุด อีกอย่าง… ท่านแม่เคยสอนว่าอย่าทิ้งสิ่งที่ยังมีประโยชน์เพียงเพราะมันไม่ได้มีราคาแพง”

นางหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยเสียงหนักแน่น “ลูกจะหาทางเอง”

ทว่ากลับเข้าห้อง นางกลับนั่งนิ่งข้างโต๊ะนานกว่าทุกวัน หาทางเอง…จะหาจากที่ใด ขายผักดองอย่างเดียวคงไม่พอ รับจ้างในหมู่บ้านได้ค่าจ้างเพียงน้อยนิด บิดายังต้องใช้ยาต่อเนื่อง หากไม่มีเงินก้อนใหญ่กว่านี้ ครอบครัวคงจมอยู่กับหนี้สินตลอดไป

ในยามนั้นเอง สายตาเหลือบไปเห็นกระดาษประกาศที่เคยเห็นติดเสาไม้ใกล้ตลาด ประกาศรับสมัครหญิงสาวเข้าทำงานในวังหลวง ผู้ผ่านคัดเลือกได้รับเบี้ยเลี้ยง ที่พัก อาหาร และส่งเงินกลับบ้านได้

ตอนเห็นครั้งแรก นางเพียงอ่านผ่าน ๆ ไม่เคยคิด เพราะเข้าวังหมายถึงจากบ้านไปไกล ไม่รู้วันกลับ แต่ตอนนี้…

หลินอวี้เหนียง หยิบกระดาษที่จดรายละเอียดไว้เองขึ้นมาถือ ถ้าผ่านการคัดเลือก จะมีรายได้ประจำ มีอาหาร และส่งเงินมาซื้อยาให้พ่อได้ แม้ต้องทำงานหนัก แม้ต้องเรียนรู้กฎที่ไม่คุ้นเคย นางก็พร้อมลอง

“ท่านแม่ หากลูกต้องไปอยู่ที่ไม่คุ้นเคย ท่านจะโทษลูกหรือไม่ ที่ไม่ได้อยู่ดูแลท่านพ่อด้วยตนเอง” นางมองปิ่นไม้บนหีบเก่า ดวงตาเริ่มแดงก่ำ “ลูกไม่อยากทิ้งท่านพ่อไปไหนเลย แต่ลูกต้องหาเงินให้ได้จริง ๆ”

ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างแตะขอบไหดินเผา

หลินอวี้เหนียงสูดลมหายใจลึก ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าเสื้อ ตัดสินใจแล้ว รุ่งเช้าจะเดินทางไปสมัคร

คืนนั้น นางจัดสัมภาระอย่างเงียบ ๆ เสื้อผ้าสองชุดพับใส่ห่อผ้า เงินที่เหลือแบ่งเป็นสองก้อน ก้อนหนึ่งสำหรับค่าเดินทาง อีกก้อนใส่ถุงวางข้างหมอนบิดา

จากนั้นไปเคาะประตูเรือน ป้าหลิว เพื่อนบ้านที่สนิทกันมานาน

“พรุ่งนี้ข้าจะไปสมัครเป็นนางกำนัลในวังหลวง ขอรบกวนป้าช่วยแวะดูท่านพ่อให้หน่อย หากท่านไอหนักหรือผิดปกติ ช่วยไปตามหมอให้ด้วย นี่ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น”

ป้าหลิวรับถุงเงินด้วยสีหน้าตกใจ “เจ้าจริง ๆ เลยที่นั่นไม่ใช่ที่ที่อยากไปก็ไป อยากกลับก็กลับได้นะ”

“ข้าทราบ แต่ข้าต้องหาเงินรักษาท่านพ่อ”

“แล้วพ่อเจ้าเขาจะยอมได้อย่างไร”

“ท่านไม่อยากให้ไป แต่ถ้าไม่ไป เราคงไม่มีเงินซื้อยาอีกแล้ว”

ป้าหลิวถอนหายใจยาว “เอาเถิด ข้าจะช่วยดูแลให้ แต่ถ้าเข้าไปแล้วลำบากจนทนไม่ไหว ก็อย่าฝืนตนเองจนเกินไป เข้าใจไหม”

หลินอวี้เหนียงพยักหน้า ดวงตาร้อนผ่าว “ขอบคุณป้ามาก บุญคุณนี้ข้าจะไม่ลืม”

กลับถึงเรือน นางยังนอนไม่หลับ จึงไปตรวจไหผักดองอีกครั้ง ห้าใบเรียงกันอยู่ที่มุม ผักกาด หัวไชเท้า แตงกวา กระเทียม ต้นหอม และผักตามฤดูกาลที่เก็บไว้ยามขาดแคลน

นางเลือกไหใบเล็กที่สุด ปัดฝุ่น เช็ดฝาให้เรียบร้อย แล้วตัดสินใจนำติดตัวไปด้วย ไม่รู้ว่าที่นั่นจะกินอย่างไร จะอยู่อย่างไร แต่อย่างน้อยผักดองในไหก็ช่วยประทังชีวิตได้ และสำคัญที่สุด นี่คือสูตรของแม่ หากต้องจากบ้านไปไกล อยากมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกเหมือนยังมีครอบครัวอยู่ข้างกาย

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

To Readers

Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.

Tidak ada komentar
30 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status