LOGIN“You don't remember me. I know that. But your body does, and so does your wolf. I promise you, Gemma: I will spend the rest of my life making sure the rest of you catches up.” … Gemma woke up with no memory, no past, and one name: Her own. Two months later, she finds out she is pregnant with a child whose father she cannot remember. Then three Alphas come searching for her—each of them with an impossible claim. Alpha Lazarus is cold, devastating, and feared by every Pack alive. But he looks at her like she is the only thing he has ever been scared to lose, and something in her recognizes him even when her mind does not. Alpha Dean is quieter, kinder, but far more deadly than he appears. He has loved her for longer than she can remember, and is willing to destroy anyone who tries to take her away as he claims that her child is his. Then there is Alpha Simon. He is the last man Gemma should trust, but he is also the one who keeps showing up when everything falls apart, and she is starting to think that is not an accident. Her feelings for these men are real and raw, but she could get them all killed, because whoever tried to end her life will not stop. What happened to her was no accident, but the first move in a war nobody told her she was already in the middle of. As new enemies close in, and old secrets claw their way to the surface, Gemma must uncover the truth of who she is before she loses everything again… her heart, her child, and the three Alphas willing to burn the world down for her.
View More一
"เจ้าเห็นหรือไม่เขาเป็นบุรุษแท้ๆ แต่กลับงดงามดุจภาพเขียนเทพเซียนของจิตรกรชื่อดัง"
"ใช่ๆ น่าเสียดายยิ่งนัก ผู้คนต่างร่ำลือกันว่าคุณชายชุนหวงท่านนี้เก่งกาจทั้งศาสตร์และศิลป์ล้วนแต่เป็นที่ต้องการของผู้มีอำนาจเงินทอง"
"ก็แค่คำร่ำลืออย่างไรเสียชุนหวงคนนี้เป็นแค่นายคณิกาอยู่ในหอจันทร์ส่องเท่านั้น อย่าไปให้ราคาเลย"สามคนที่นั่งดื่มเหล้าเคล้าหญิงงามต่างถกเถียงกันเมื่อเห็นบุรุษในสุดขาวสะอาดตาไปทั้งตัว นั่งเล่นฉินอยู่ด้านหน้าเวทีที่ยกสูงขึ้นมาไม่มาก รอบบริเวณเต็มไปด้วยโต๊ะรายรอบ เสียงอันไพเราะปนเศร้าบรรเลงเพลงล่องลอยไปทั่ว ไม่ว่าชั้นหนึ่งหรือชั้นสองที่ให้สำหรับพ่อค้าวาณิชและเหล่าผู้มีชื่อเสียงเงินทอง มีเบี้ยสูงลิ่วเพียงพอที่จะจ่ายในสถานที่นี้ได้
"ไยเจ้าถึงให้ร้ายผู้อื่นเช่นนี้เล่า หากไม่ชื่นชอบก็มิจำเป็นจะต้องเข้ามานั่งในสถานที่นี้ ท่านก็รู้ว่าคุณชายชุนหวงมีกำหนดเวลาที่จะออกมาบรรเลงฉินให้พวกเราฟัง"หนึ่งในนั้นถึงกับโมโหจนหน้าแดง ทั้งที่มาร่ำสุราด้วยกันกลับขัดแย้งกันเสียแล้ว เพียงเพราะชายหนุ่มที่งามล่มเมืองดูราวหยกเนื้อดี ใบหน้างดงามหมดจดผมดำขลับยาวสยายไปด้านหลังด้านบนมวยเกล้าเพียงครึ่งผูกด้วยผ้าสีขาว มิได้ใส่กวานเฉกเช่นบุรุษอื่น ทั่วตัวสิ่งที่เห็นมีราคาคงจะเป็นแค่หยกสีเขียวเนื้อดีห้อยข้างด้วยพู่สีครามเท่านั้น หากมีนางงามล่มเมืองในฉางอันนี้บุรุษที่งดงามยิ่งกว่าย่อมเป็นผู้ที่ดีดฉินอยู่เบื้องหน้านี่เอง จู่ๆ เสียงฉินที่บรรเลงก็เงียบหายป่วย เหล่านักร่ำสุรายามราตรีต้องชะงักจอกเหล้าที่กำลังเทเข้าปากหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"หากไม่ชอบเสียงดนตรีที่ข้าบรรเลง เช่นนั้นข้าก็ขอตัว"น้ำเสียงกังวานแว่วหวานเยือกเย็นหลุดออกจากปากกระจับสีเรื่อ ชุนหวงขยับกายลุกขึ้นช้าๆ มือข้างหนึ่งอุ้มฉินขึ้นแนบอกก้มหัวลงเล็กน้อย เพียงให้รู้ว่าเคารพจากนั้นก็ถอยหลังหายลับไปกับฉากพับลายนกกระสา ทิ้งให้ผู้คนต่างถอนหายใจด้วยความเสียดายยิ่งเหล่าผู้คนเริ่มถกเถียงกันเองด้วยความโมโห
"เพราะท่านทีเดียวมีตาแต่ไม่รู้จักภูเขาไท่ ทำให้คุณชายชุนหวงถึงขั้นเลิกบรรเลงเพลง"หนึ่งในนั้นถึงขั้นหัวเสีย
"เฮ๊อะ!! "เขาก่นเสียงขึ้นจมูกแล้ววางเงินจำนวนหนึ่งก้วนลงบนโต๊ะโดยแรงแล้วจากไป ปล่อยให้มีเสียงเซ็งแซ่ด้วยความไม่พอใจ แต่กลับไม่ได้ทำให้ผู้ที่มีนาม ‘ชุนหวง’ เดินวกกลับมาบรรเลงฉินต่อเลยแม้สักนิด ร้อนถึงแม่เล้าร่างอวบท้วมในสุดสีสดใสเดินเข้ามาพร้อมกับชายร่างกำยำสามสี่นายเพื่อคุมความสงบในหอจันทร์ส่อง
"ใจเย็นๆ ก่อนเถอะเจ้าค่ะคุณชายทั้งหลาย วันนี้คนคงไม่สามารถบรรเลงฉินขับกล่อมได้แล้ว อย่างไรเสียข้ายังมีอี้จีที่งดงามบรรเลงฉินและพิณได้ไพเราะไม่ต่างกับชุนหวงเลยนะเจ้าคะ"ฉีเหนียงกวักมือเรียกสตรีร่างอรชรในชุดสีเขียวงดงามเดินกรีดกรายออกมา นางพยักหน้าให้กับคนรับใช้ ยกเอาพิณมาวางไว้ให้จากนั้นก็บรรจงนั่งลงบนเก้าอี้ กรีดนิ้วบรรเลงพิณผู้คนในหอย่อมลดความโกรธเกรี้ยวลงในระดับหนึ่ง จากนั้นไม่นานต่างก็เพลิดเพลินกับเสียงพิณและเสียงขับร้องจากผู้มาใหม่ นางถึงกับลูบอกตนเองด้วยเห็นว่าเรื่องเหล่านี้กำลังผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
"เกือบไปแล้วๆ เพราะเจ้าชุนหวงแท้ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่ามันเรียกแขกได้ละก็ ข้าจะขับไล่ออกไปเสียนานแล้ว"นางตวัดเสียงบ่นกับคนข้างกาย
"เอาน่ายังไงเราก็ได้จากมันเยอะแยะแล้วนี่นา"คาดว่าบุรุษที่เอ่ยปากท้วงคือสามีของนาง
"อย่างนี้จะคุ้มได้อย่างไรกันชื่อเสียงของหอข้ามิป่นปี้ไปแล้วหรือไร เล่นครึ่งๆกลางๆ นึกจะหยุดก็หยุดไปเสียดื้อๆ หรือถือว่าตนเองเป็นที่นิยม "นางค้อนควัก
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปพูดจากันให้รู้เรื่องเลยดีไหมหากมันยังไม่ทำตามกฎ ก็ขับไล่ไปให้พ้นหอนี่ซะ"ฉีเฮ่อเอ่ยปากดักคอผู้เป็นภรรยา ด้วยรู้ว่าสิ่งที่นางงกที่สุดก็คือเงิน ยิ่งชุนหวงเป็นตัวทำเงินให้กับสถานที่นี้ มีหรือนางจะยอมเสียไปโดยง่าย
"ให้แล้วก็แล้วไปเถอะ หากมีคราหน้ามีหรือข้าจะปล่อยปละให้เป็นเช่นนี้ได้อีก"นางโบกมือไปมา ฉีเฮ่อยิ้มอย่างรู้ทัน ชุนหวงเป็นคนที่เขาเก็บมาเลี้ยง เรื่องราวในกลับอดีตผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
................................. คนอุ่นเตียง ......................................
"นายท่าน ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะมิต้องให้ข้าวให้น้ำอันใดแก่ข้า เพียงแค่รับเด็กคนนี้เอาไว้เลี้ยงดูจะให้เขาเป็นทาสหรือเป็นบ่าวรับใช้ ข้ามิขัด ขอเพียงได้ให้เขามีชีวิตรอดเท่านั้น"นางที่อุ้มห่อผ้าแพรเนื้อดีสีเขียวด้านในยังมีเด็กน้อยอายุราวสี่ถึงห้าเดือนร้องอ้อแอ้ดิ้นไปมาอยู่ด้านใน กาลก่อนนั้น ฉีเฮ่อยังรุ่นหนุ่ม เขาเองมีอาชีพเป็นเพียงผู้ดูแลความสงบหอจันทร์ส่องนี้ สตรีที่ดูขะมุกขะมอมไปทั้งเนื้อตัวยื่นมือที่เปื้อนดำส่งเด็กในอ้อมแขนส่งให้ พร้อมกับห่อผ้าสีแดงหนักอึ้ง เขาตาโตเพราะพอจะเดาว่าสิ่งของด้านในคือสิ่งใด
"สิ่งนี้ข้ามอบให้แก่ท่าน สัญญากับข้าให้เด็กคนนี้จะได้ร่ำเรียนวิชา ทั้งดนตรีและหนังสือ หากเขาอยากจะเรียนการต่อสู้ท่านจงสนับสนุน ของในห่อนี้ท่านกินจนวันตายก็ไม่มีวันหมด เจียดให้เขาได้ร่ำเรียนด้วยเถิด ส่วนพู่หยกนี้ จงมอบแก่เขายามที่เขาเติบโตอายุสิบห้าแล้วได้หรือไม่"น้ำเสียงสั่นๆ ของสตรีผู้นี้เอื้อนเอ่ยพร้อมกับน้ำนองหน้ามอมแมม ตาบวมปูดจากการร่ำไห้จนแยกไม่ได้ว่าใบหน้าแท้จริงเป็นอย่างไร
"ได้หรือไม่"นางถามย้ำ สายตาก็สอดส่ายราวกับกลัวผู้ใดพบเจอ ฉีเฮ่อยามนั้นละโมบโลภมากเมื่อเปิดพกห่อดูก็ถึงกับตาโต
"ได้ๆ ข้ารับปากเจ้า"เขาละล่ำละลักเอ่ยปาก
"ขอบใจท่านมากถ้าเช่นนั้นขอให้รับนายใบ้ผู้นี้ เขาชื่อหลี่เจี๋ย ให้เขาเป็นคนดูแลชุนหวงเถิด ท่านมิต้องมาดูแลด้วยตนเองปล่อยให้หลี่เจี๋ยเป็นผู้ดูแลไป ได้หรือไม่"นางดันเด็กอายุประมาณสิบขวบหน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลาออกมาด้านหน้า
"ได้ย่อมได้ นี่มิใช่เรื่องยาก"ฉีเฮ่อพยักหน้าส่ง
"ท่านอย่าคิดว่ารับปากแล้วจะทอดทิ้งชุนหวงกับหลี่เจี๋ยได้ ข้ายังมีคนคอยตามดูแลเขาอยู่ห่างๆ หากวันใดมีเรื่องเกิดขึ้นกับเด็กสองคนนี้ ชีวิตท่านย่อมหามีไม่ เข้าใจหรือเปล่า"นางข่มขู่ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
"นี่ๆๆ เจ้า...ข้าช่วยพวกเจ้าเอาไว้แล้วแท้ๆ กลับกล้าทำร้ายข้าอย่างนั้นหรือคนเนรคุณ"เขาโวยวายเสียงดัง ยังไม่ทันที่จะเป็นจุดสนใจ จู่ๆ คอเขาก็รู้สึกเย็นเฉียบจากคมดาบที่ปรากฏขึ้นยามใดมิรู้เหงื่อกาฬถึงกับแตก
"รู้แล้วใช่ไหมว่าข้าพูดจริง จงดูแลเด็กสองคนนี้ให้ดีมิเช่นนั้นท่านจะไม่มีโอกาสได้ใช้ของเหล่านั้นอีกเลย"ว่าจบนางและคนที่เอาคมดาบจ่อคอออกและดาบนั้นหายไปในพริบตา ปล่อยให้เด็กชายในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลยืนอุ้มเด็กที่นอนอยู่ในห่อผ้า
"นี่ข้าคงมิใช่เรื่องหาเหาใส่ตนเองใช่หรือไม่"เขาบ่นกับตัวเองพลางมองเด็กสองคน
"เอาเถอะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้ทิ้งไปก็ใช่ที่ มาสิเข้ามาข้าจะไปแจ้งนายหญิงเสียก่อน" ครั้งนั้นฉีเฮ่อยังไม่ได้ตกแต่งกับฉีเหนียง พอเขานำเงินทองเข้าไปให้พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่พบเจอมา นางเองก็ละโมบ ถึงขั้นเอ่ยปากบอกให้ฉีเฮ่อตกแต่งนางเป็นภรรยา แล้วมาดูแลหอจันทร์ส่องนี่พร้อมกัน เขาคิดถ้วนถี่แล้วก็มิเสียหายอันใดจึงตกปากรับคำ ทั้งคู่เลี้ยงดูชุนหวงตามประสามิได้ให้ลำบากตรากตรำ แต่ก็มิได้สะดวกสบายเหมือนลูกหลานคนในตระกูล ทั้งยังส่งเสียเลี้ยงดูพอสมควร หลี่เจี๋ยที่กลายเป็นคนรับใช้และพี่เลี้ยงของชุนหวงเฝ้าทำทุกอย่างให้ไม่น้อย อีกทั้งห่อพกที่จิงฮัวหรือสตรีนางนั้นมอบให้ต่างหากเพื่อเลี้ยงดูชุนหวงก็มากโข หากแต่ที่นี่ย่อมปลอดภัยกว่าที่ใดดังคำที่ว่า 'อยู่ใต้จมูกย่อมปลอดภัยกว่า'
.....................คนอุ่นเตียง..........................
"หลี่เจี๋ย! ข้าจะทนไม่ไหวแล้วนะ"ชุนหวงนั่งหน้าบึ้งกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง ดวงตาสวยสดหงิกงอปากคว่ำภายในห้องหับมิดชิดกว้างขวาง นี่เป็นที่ส่วนตัวเฉพาะของชุนหวง คนที่จะเข้ามาในนี้ได้มีเพียงสองคนเท่านั้น แม้กระทั้งฉีเฮ่อและฉีเหนียงยังมิอาจล่วงล้ำโดยมิได้บอกกล่าว กลางห้องมีโต๊ะตั้งฉินเอาไว้มองดูก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่า อีกทั้งยังมีไน่ยไน่ยที่ทำหน้าที่สาวใช้โดยผ่านการคัดเลือกจากหลี่เจี๋ยให้มาดูแลชุนหวง ม่านขาวพลิ้วไหวตามสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างทั้งยังมีระเบียงไม้ด้านนอกให้ชุนหวงได้ออกไปเล่นฉินให้ผู้คนที่สัญจรได้มีโอกาสได้ฟังเป็นบางโอกาสในยามที่เขามีอารมณ์สุนทรี
"ใจเย็นก่อนเถิดขอรับ"
"ข้าอยากออกไปจากที่นี่เต็มทีแล้ว เจ้ารู้หรือไม่เหตุใดพวกเราจึงต้องมาทนอยู่ในสถานที่แบบนี้ทั้งที่เราสามารถออกไปอยู่กันเองได้"น้ำเสียงหงุดหงิดเอ่ยถาม
"มันไม่ปลอดภัย ข้ามิใช่ว่าเล่าเรื่องทุกอย่างให้ท่านฟังแล้วหรือขอรับ"หลี่เจี๋ยปลอบนายของตน
"ข้าทนไม่ไหวแล้วนี่"น้ำเสียงลดอาการเกรี้ยวกราดลงเมื่อได้ฟังคำปลอบ หลี่เจี๋ยถอนใจเฮือกใหญ่ ยามเขาเติบโตมากขึ้นก็มีคนชุดดำมาสอนวิชาการต่อสู้ให้หลังจากที่นายน้อยชุนหวงหลับสนิทแล้ว พอเขาเอ่ยปากให้ผู้คนเหล่านั้นสอนศิลปะการต่อสู้ให้กับนายน้อยกลับมิได้รับการตอบสนอง คิดดูเอาเถิดสอนกันมาตั้งแต่เขาอายุสิบเอ็ดจนถึงเขาอายุยี่สิบเจ็ด ครึ่งคำก็มิหลุดออกจากปากคน เขาได้แต่ทำหน้าที่คุ้มกันนายน้อยชุนหวงและเรื่องที่เขาพูดได้ก็ยังคงเป็นความลับอยู่อย่างนั้น
"ข้าอึดอัด"
"ข้าน้อยเข้าใจ แต่เรื่องความปลอดภัยมันสำคัญกว่าเรื่องนี้ ขอท่านจงอดทนเมื่อถึงเวลาพวกเราจะจากไปทันที"
"แต่เรื่องมันผ่านมาสิบเจ็ดปีแล้วทุกอย่างย่อมถูกลืมเลือนใช่หรือไม่"
"กลุ่มคนเหล่านั้นย่อมมิปล่อยให้ท่านผ่านสายตา เห็นแก่พวกเราที่ปกปิดสถานะท่านมาจนถึงป่านนี้ อย่าทำให้มันสูญเปล่าเลยนะขอรับ"
"เฮ้อ! ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าให้ไน่ยไน่ยเตรียมน้ำเถอะ ข้าอยากอาบน้ำแล้ว"ชุนหวงเอ่ยปากลุกขึ้นยืน หลี่เจี๋ยเดินหายป่วยชั่วครู่ ก็กลับมาตามด้วย สาวใช้ในชุดผ้าฝ้ายสีขาวเดินเข้ามาย่อเข่าคาวรวะ
"นายน้อย"
"ไน่ยไน่ยน้ำร้อนได้ที่หรือยัง"ชุนหวงเอ่ยปากสองมือกางออกกว้าง ให้หลี่เจี๋ยกับไน่ยไน่ยช่วยกันปลดผ้าคลุมและชุดด้านนอกจนเหลือแค่กางเกงสีขาวบางตัวเดียว
"เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะนายน้อย"ไน่ยไน่ยอดหน้าแดงทุกครั้งไม่ได้ที่เตรียมอาบน้ำให้ชุนหวง รูปร่างขาวนวลกระจ่างตามิได้อ่อนช้อยเหมือนเช่นสตรี หากแต่เอวบางคอดเรียวขาขาวเนียนยาวได้ส่วนนิ้วมือเรียวเหมาะแก่การอ่านและเล่นดนดรี งดงามไปเสียทั้งตัว เสียงกระเบื้องบนหลังคาดัง'กร๊อก' หลี่เจี๋ยรีบตวัดผ้าคลุมขาวผืนใหญ่มาห่มให้ชุนหวงเอาไว้ปิดบังเรือนร่าง สบตากับไน่ยไน่ยและกระโจนออกจากระเบียงเพื่อขึ้นไปบนหลังคา น่าเสียดายที่ไม่พบเจอสิ่งผิดปรกติใดๆ ชุนหวงถอนหายใจอีกครา ทำไมเขาถึงไม่มีวรยุทธเฉกเช่นคนอีกสองคนขนาดไน่ยไน่ยเป็นอิสตรียังเก่งกาจกว่าเขาเสียอีก
"นายน้อยท่านปลอดภัยหรือไม่"หลี่เจี๋ยกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมเอ่ยถาม
"จะให้ข้าเป็นอะไรได้พวกเจ้าสองคนออกจะหูไวตาไวปานนี้"
"อย่าได้ประมาทไป เมื่อครู่ย่อมมีคนมาสอดแนมเป็นแน่ แต่ไฉนเราสองคนถึงไม่รู้ตัว ฝีมือช่างเยี่ยมยุทธนักไม่รู้ว่าเป็นคนของฝ่ายไหน"หลี่เจี๋ยยังร้อนใจ
"ข้าจะลองออกไปสืบดูด้านนอก"ไน่ยไน่ยเอ่ยปาก
"ดี เช่นนั้นสืบมาข้าจะดูแลนายน้อยเอง"จากนั้นไน่ยไน่ยก็หายป่วยจากหน้าต่างอีกครั้ง
"ออกทางประตูกันไม่เป็นใช่หรือไม่"ชุนหวงทั้งแง่งอนทั้งอิจฉา ลองให้มาแข่งกันเรื่องเกี่ยวกับดนตรีสิมีหรือเขาจะสู้ไม่ได้ แต่เรื่องวรยุทธกลับมิเทียบเท่า แม้แต่เรี่ยวแรงปืนป่ายยังไม่ค่อยมีคิดแล้วก็ให้ท้อแท้กับความอ่อนแอของตนเองไม่น้อย
"มีพวกเราท่านจะกลัวอะไรขอรับ การฝึกแบบนี้มิใช่เรื่องน่าสนุกเป็นท่านเองที่จะทานมิไหว"
"นี่เจ้าลืมไปแล้วหรือไรว่าข้าเป็นบุรุษเช่นเดียวกับท่าน"หลี่เจี๋ยกวาดตามองไปทั่วตัวนายน้อยของตนเองพลางนึกในใจ 'เป็นบุรุษแต่กลับงามล่มเมืองยิ่งกว่าสาวงามเสียอีกแล้วอย่างนี้จะให้วางใจได้อย่างไรกันเล่า'
"ขอรับๆ ไม่ลืมขอรับท่านอาบน้ำเถิดน้ำเริ่มจะเย็นแล้ว"
Gemma’s POV“Get out there!” a voice barked, and I bit down a scream as thick fingers wrapped around my arm, yanking me out from the spot behind the cash register and towards the exit door of the diner.The man holding me ignored Paula’s outraged protests as he dragged me none-too-gently out of the restaurant, and even though I wanted to dig my heels in and put up a fight, one look at his bulging arms (his biceps were as big as my head) made me think better of the notion.So, I let myself get pulled after him, and as we headed to the unknown destination, I saw other females like me in similar situations.Rogueland had been on fire since this morning, when Alpha Lazarus and his men stormed in, no doubt looking for the infamous missing Luna.I had been searched on my way to work earlier and waved through after one of their hounds sniffed me, and I thought that was the end of it. But getting forcefully dragged from my place of work for a second inspection was a step
Lazarus’s POVIt had been five months since she disappeared, and everyday her absence spread inside me like a growing emptiness. Normally, it should not have gotten in the way of my duties as Alpha of the Blackwater Pack.I was used to being alone, respected but feared to the point that sometimes it felt like I was being shunned.Loneliness had never been an issue for me before, but that had all changed since she came into my life, turned it upside down, and then disappeared completely from it.I had tried ignoring the urge to go looking for her. But my wolf Alec continued to nag at me, and several times he had tried to force a shift so that he could go looking for her himself, which was something he hadn’t done since we were cubs.Then there was the fact that every time I stepped into my apartment, a part of my brain expected to find her waiting. Maybe it was the fact that we were fated, but I had never sensed a lick of fear towards me from her.If anyt
Gemma’s POV “Oh, yes!” the woman screamed as her hips buckled energetically under her. “Just like that, don’t stop Ian! Oh—ah—!” The sounds made me sick to my stomach, and as I watched their sweat-slicked bodies move I felt the sudden urge to hurl up the meager lunch I had managed to choke down earlier. All this time I had been worried, waiting to hear back from Ian, and now I walked in to find him fucking another girl? Or… wait— Feeling my heart sink to the pit of my stomach, I realized that this wasn’t some random girl. The woman currently riding Ian was my coworker Karen, from the diner. Instantly, I felt a lightbulb come on inside my head, and I frowned as my mind ran over moments of hostility from her that I never understood. Now the mystery was solved. “I bet that skank could never make you feel so good,” Karen continued between pants. The venom in her tone at the mention of ‘that skank’ made it clear that she was referring to me, and Ian’s response only confirmed it.
Gemma’s POV I froze at the noise, and the moment before I continued to struggle stretched out for what seemed like an eternity. It was the longest second of my life, and I didn’t snap out of it until the sound of a jagged voice reached my ears. “Help! Please, someone HELP ME!!” Two things happened at the same time immediately after. The first was the realization that the voice crying out for help belonged to me, and the second was that all of the males in the diner seemed to suddenly grow restless as my scent travelled through the air. Cole pushed me back until the hard-edged corner of a booth table pressed against my lower back, and since I was still fighting to hold up the ripped fabric of my apron and the dress beneath it, he sensed an opportunity and slid his legs between mine, effectively pinning me to the table. I couldn’t move, and my heart seemed as if it had come into my throat as my attacker shot me an ugly leering grin. “No one is coming to save you from me doll fac






Welcome to GoodNovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more admiration from readers.