Se connecterบทที่ 1
"โถ่ พี่ก็มาขอโทษน้องรินไงครับ พี่ขอโทษจริง ๆ พี่แค่หงุดหงิดมากไปไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ " คนถูกถามรีบลุกจากเตียงอล้วปรี่เข้ามาจับไหล่ทั้งสองของเธอเบา ๆ อย่างเอาอกเอาใจ เพราะที่อพาร์ตเมนต์นี้ใช้ระบบสแกนนิ้วจึงทำให้ไมเนอร์สามารถเข้าออกได้ตามใจ เขาเลยมานั่งอยู่ในห้องโดยที่เธอไม่ได้อนุญาตได้
"ไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอคะ ไม่ได้ตั้งใจตั้งแต่ตรงไหนคะ ตั้งแต่ตอนรินอมหรือไม่ได้ตั้งใจว่ารินจะเห็น" น้ำเสียงประชดประชันออกมาไม่ขาดสายเธอไม่แม้แต่จะหันไปมองใบหน้าของเขาด้วยซ้ำ เพราะตั้งใจว่าจะตัดขาดกับเขาให้จบวันนี้เลยเกรงว่าหากหันไปมองอาจจะใจอ่อน
"ช่างเถอะค่ะ ให้มันจบแค่นี้เถอะรินรับคำขอโทษพี่ไมค์กลับไปเถอะค่ะ แล้วจากนี้อย่ามาเจอกันอีก" รินลดาพูดเสียงเรียบพร้อมกับลูบครีมแก้มเนียนของตนเอง
"ไม่เอาหรอก แฟนพี่อยู่ที่นี่จะให้พี่ไปไหนล่ะครับ พี่ขอโทษน้า ตบพี่เลยก็ได้พี่จะไม่ทำอีกแล้ว รินครับ"
"ไม่ละค่ะ รินไม่อยากต้องมานั่งทุกข์ใจเพราะให้โอกาสพี่อีก"
ไมเนอร์ที่เห็นว่าครั้งนี้แฟนสาวดูจริงจังมากกว่าทุกครั้งก็กวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อหาวิธีพูดโน้วน้าวใจแฟนสาว จนในที่สุดสายตาก็หยุดที่บางอย่างบนตลับแป้งของเธอ แผ่นเล็กเรียวยาวดูอ่อนแอเขาเอื้อมมือไปหยิบมันมาดูช้า ๆ อย่างสงสัย
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่ามายุ่งกับของ ๆ ริน" หญิงสาวรีบหันกลับมาแย่งคืนแต่คนด้านหลังกลับหมุนตัวหนีแล้วหยิบมันมาดูให้เต็มตา
"นี่อะไรครับ"
"แผ่นตรวจโควิดไง เอามานะอย่ามายุ่ง ออกไปได้แล้ว" รินลดาตะคอกเสียงใส่แม้ไม่ดังมากแต่ทำให้รู้ว่าเธอไม่พอใจที่เขาแตะต้องของ ๆ เธอก่อนได้รับอนุญาต
"HGC ไม่น่าใช่โควิดนะริน" ไมเนอร์ตอบพลางช้อนสายตามองแฟนสาวที่อยู่ด้านข้างอย่างคาดคั้น
"แล้วยังไง" น้ำเสียงหาเรื่องของรินลดาทำเอาแฟนหนุ่มของเธอแทบกุมขมับ เธอคงยังโกรธเขาเพราะเรื่องเมื่อตอนเย็นอยู่แน่ ๆ แต่อีกไม่นานเธอจะหายโกรธเขาแน่นอน ชายหนุ่มมั่นใจแบบนั้นจึงตั้งใจมาหาเธอหลังจากที่เธอเลิกงาน
"ถ้านี่เป็นของริน รินท้องเหรอ? " ไมเนอร์ถามด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ แถบตรวจขึ้นขีดสีม่วงสองขีดอย่างชัดเจน เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่เพราะฉะนั้นอย่างเดียวที่เป็นไปได้คือเธอท้องและพ่อของลูกเธอก็คือเขาอย่างแน่นอน
"จะบ้าหรือไง รินฉีดยาคุมอยู่ตลอดหรอก" รินลดาตอบด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อไม่แพ้กัน เธอฉีดยาคุมอยู่ทุกเดือนจะเป็นไปได้อย่างไรที่เธอจะท้อง สิ้นประโยคเธอก็แย่งแถบตรวจครรภ์ในมือของเขามาจดจ้องมันอยู่นานจนแน่ใจ
"บ้าน่า เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันจะท้องได้ยังไง" เท้าเล็กเรียวเดินถอยหลังอย่างหมดแรงจนล้มลงบนผ้าปูสีฟ้าขาวของเตียงนุ่มขนาดคิงไซซ์ เธอฉีดมันทุกเดือนจริง ๆ แล้วมันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกันนะ
ในขณะที่รินลดากำลังใจหายเพราะตนเองท้องไมเนอร์ก็ยิ้มกว้างวิ่งเข้ามากอดรัดเธอเอาไว้อย่างดีใจ
"พี่กำลังจะมีลูก พี่กำลังจะเป็นพ่อแล้วริน" พูดจบก็กอดคอก้มลงจูบเบา ๆ ที่ศีรษะของแฟนสาวซึ่งตอนนี้ตกอยู่ในภวังค์
"แต่รินไม่พร้อมและรินไม่อยากอยู่กับพี่อีกต่อไปแล้วค่ะ" น้ำเสียงเฉียบขาดทำเอาคนดีใจหน้าหดเหลือแค่สองนิ้ว เขารักเธอจริง ๆ และอยากจะมีลูกกับเธอ ไมเนอร์นิ่วหน้าก่อนจะนั่งชันเข่าบนพื้นเพื่อคุยกับแฟนสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่เอาแบบนี้สิครับ รินอยากให้ลูกไม่มีพ่อจริง ๆ หรอ" คนถูกถามไม่เปิดปากตอบเพราะเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าตนเองไม่อยากให้ลูกขาดพ่อจริง ๆ ในตอนแรกที่ตั้งใจจะเลิกนั่นคือความจริงแต่พอรู้ว่าท้องทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด
เธอเองก็เป็นเด็กที่กำพร้าแม่มาตั้งแต่จำความได้จึงโหยหาความรักและครอบครัวที่สมบูรณ์มาตลอด มันคือปมในใจของเธอ
"รินเองก็ขาดแม่มาตั้งแต่เด็ก จำไม่ได้เหรอว่าตัวเองรู้สึกแบบไหน หืม…พี่เองก็ขาดพ่อ เราเองก็ขาดกันคู่เราน่าจะทำมันให้ดีได้นะ" ไมเนอร์พูดจบก็จับมือเธอมากุมเอาไว้ ใจแข็งที่คิดว่าจะเลิกกับเขาตอนนี้เหลวเป๋วไปหมดสิ้น แต่เธอก็ไม่ได้หายโกรธเสียทีเดียวจึงเปิดปากเรื่องเมื่อเย็นวานก่อน
"จะดีได้ยังไงในเมื่อพี่ยังนอกใจรินไปคุยกับคนอื่นอยู่แบบนี้"
"พี่สัญญาครับว่าต่อไปจะไม่ทำอะไรก็ตามที่จะทำให้รินเสียใจ พี่สาบานได้" คนฟังพยักหน้าไม่พูดอะไรส่วนคนพูดก็ดีใจรีบลุกขึ้นสวมกอดแฟนสาวของตนก่อนจะลูบท้องเธอเบา ๆ อย่างรักใคร
รินลดามองการกระทำพลางคิดไปว่าการมีลูกอาจเปลี่ยนนิสัยของไมเนอร์ได้
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เท้าของคนสองคนพากันเดินไปยังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาลด้วยความตื่นเต้น มือนิ่มถูกเกาะกุมไว้ด้วยฝ่ามือของแฟนหนุ่ม
รินลดาถูกแฟนหนุ่มพามาโรงพยาบาลเพื่อฝากครรภ์ ก้อนเนื้อในอกเต้นเร็วจนกระเป๋าที่ถูกสะพายพาดกลางอกยังสั่นไปด้วย หญิงสาวทั้งกลัวทั้งเกร็ง ต่างกับแฟนหนุ่มของเธอที่ดูชิวจนเหลือเชื่อ หญิงเบนสายตาจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ไปยังมือขวาที่ถูกกุมไว้ด้วยฝ่ามืออบอุ่นของแฟนหนุ่ม เธอถึงกับหลุดยิ้มให้กับการกระทำของเขาและเชื่อจนหมดใจว่าเขาอยากมีลูกกับเธอจริง ๆ …
"คุณแม่ดูนี่สิครับ น้องมีหัวใจมีแขนขาแล้วนะครับ เดี๋ยวเรามาฟังเสียงหัวใจน้องกันสักหน่อยดีกว่าเนาะ" คุณหมอพูดขณะที่ใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ถูไปมาบนหน้าท้องแบนราบ เจลใสสีฟ้าบนหน้าท้องทำเอาเธอขนลุกไปหมด ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น กลัวก็กลัว
ตึก ๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
เสียงหัวใจที่เต้นเกือบ 140 ครั้งต่อนาทีดังทั่วห้องทันทีที่คุณหมอเปิดเครื่อง คนที่นอนอยู่ถึงกับน้ำตาซึมเมื่อได้ยินเสียง ความปิติคับแน่นในอกพลางโกรธตนเองในครั้งแรกที่ในหัวมีความคิดที่จะเอาออกแวบเข้ามา
"แล้วต้องทำยังไงต่อครับหมอ" ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกุมมือแฟนสาวที่นอนอยู่เตียงอัลตร้าซาวด์ไว้แน่น ราวกับต้องการจะบอกว่าเขาอยู่ตรงนี้ไม่ต้องกลัวอะไร
รินลดายกนิ้วขึ้นปาดเอาหยดน้ำตาที่หางตาออก ก่อนจะเงยหน้ามองคุณหมอหนุ่มที่กำลังดึงรูปอัลตร้าซาวด์จากเครื่องอยู่
"ตอนนี้น้องประมาณ 8 สัปดาห์แล้วนะครับ หลังจากนี้คุณแม่อาจจะมีอาการแพ้ท้องมากขึ้นหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ แต่ต้องระวังอาการเลือดออกหากมีเลือดออกไม่ว่าเยอะหรือน้อยต้องรีบมาโรงพยาบาลทันทีนะครับ" คุณหมอบอกขณะที่ใช้เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน โดยมีพยาบาลสาวเช็ดเจลอัลตร้าซาวด์ออกจากหน้าท้องของเธอ
"แล้วต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับคุณหมอ" เสียงทุ้มของไมเนอร์ถามขึ้นขณะช่วยพยุงแฟนสาวลุกนั่ง แล้วพาเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าหมอที่กำลังนั่งเขียนบางอย่างอยู่บนโต๊ะ
"หากคุณแม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนให้ทานชาขิงหรือน้ำขิงอุ่น ๆ ดูนะครับ ทานอาหาทีละน้อยแต่ทานให้บ่อยขึ้นจะดีกว่าเพราะคุณแม่อาจจะเป็นกรดไหลย้อนได้ ที่สำคัญงดดื่มแอลกอฮอล์ ของดิบ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ"
39หลังฟื้นและรู้ว่าตนเองอาจจะกลับมาเดินไม่ได้อีกแล้วไมเนอร์ก็อาละวาดจนห้องพักวีไอพีแทบแตก โดนให้ยาคลายเครียดไปไม่รู้กี่รอบกว่าเขาจะหยุดอาละวาด เขารับไม่ได้ที่ตนเองต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่แบบนี้ อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะถูกรถชนจนตาบอดไมเนอร์เอาแต่ถามซ้ำ ๆ ว่าเป็นเพราะตนเองเลวกับลูกกับเมียใช่ไหมจึงได้มีสภาพแบบนี้ คนเป็นแม่เมื่อเห็นว่าลูกมีสภาพเช่นไรก็ได้แต่โทษตนเอง ร้องไห้จนเป็นลมล้มพับไปหลายรอบ"ไมค์ แกเป็นยังไงบ้าง" เมื่อเห็นว่าไมเนอร์ขยับเปลือกตาเบา ๆ คนเป็นพี่ชายจึงเดินเข้าไปชิดเตียงคนไข้ ก่อนจะถามพร้อมแตะบ่าของคนที่นอนอยู่ คนเจ็บเงยหน้ามองแล้วหลบสายตาไปอีกฟากของเตียง เขาประสบอุบัติเหตุอีกครั้งเดินไม่ได้จนต้องมาเป็นภาระคนอื่น"ยังไม่ตาย แต่ตายไปคงดีกว่า""อย่าพูดอะไรโง่ ๆ นึกถึงแม่บ้างถ้าแกตายแม่แกจะอยู่ยังไง ไหนจะลูกแกอีกสองคน""รินไม่ยอมกลับมาแกจะให้ฉันไปยุ่งกับลูกอีกได้ยังไง" ไมเนอร์ถามเสียงแข็ง อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่เหลืออะไรแล้วจริง ๆ ทั
38ไมเนอร์ขับรถออกจากบ้านเพราะตั้งใจจะไปคุยกับรินลดาเรื่องลูก เขาอยากรู้ว่าหากต้องหย่ากันจริง ๆ เขาจะมีสิทธิ์อะไรบ้าง เนื่องจากพิจารณาตนเองมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วเลย และมั่นใจว่ารินลดาจะไม่กลับมาอีกไม่ว่าอีกนานขนาดไหนก็ตามรถคันหรูแล่นไปบนถนนกลางกรุงเทพด้วยความเร็วหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างมาดมั่น เขาผิดเองที่ทำเธอเสียใจไม่คิดถึงลูก ไม่คิดถึงครอบครัว ทำอะไรตามใจตนเองเพราะมั่นใจมาตลอดว่ารินลดาจะไม่กล้าพาลูกออกไปจากชีวิตเขารถไม่ติดมากนักเนื่องจากเป็นวันหยุด ไฟจราจรแยกหน้าบ่งบอกว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าจะเป็นไฟแดง ไมเนอร์เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วของรถตามประสาคนใจร้อนที่ไม่อยากติดไฟแดงขณะที่รถกำลังขับผ่านแยกก็ชนเข้ากับรถอีกคันซึ่งกำลังหลุดจากไฟแดงด้วยความเร็วสูงสุดของรถ รถอีกคันถูกชนเข้าที่ฝั่งคนขับพอดิบพอดีมองอย่างไรมองมุมไหนคนในรถก็คงไม่รอดอย่างแน่นอนไม่กี่นาทีต่อมาทั้งตำรวจ ทีมกู้ภัย ไทยมุงก็เริ่มมาตรงที
37"แม้แต่ลูกก็ไม่ให้พี่เจอเลยหรอ" น้ำเสียงอ่อนยวบของไมเนอร์เกือบทำรินลดาใจอ่อน เธอรู้สึกว่าเขากำลังเจ็บปวดจริง ๆ หากไม่ใช่ถูกกระทำมามากเธอคงอภัยให้เขาไปแล้วจริง ๆแต่เพราะถูกทำร้ายมานานหลายครั้ง ให้อภัยมาก็หลายหน เขาไม่เคยปรับตัวจริงจังสักครั้งพอให้โอกาสก็กลับมาทำเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกมันสมควรแล้วที่เขาจะเจ็บปวดบ้างอย่างที่เธอเคยเจอมา"ยังไงซะน้องแมกซ์ก็ยังเป็นลูกของคุณ ฉันห้ามไม่ได้ตลอดหรอก แต่ถ้าอยากจะเจอลูกเราควรหย่ากันให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาเจอลูก" รินลดาบอกคนตรงหน้า พลางขยับเข้าไปใกล้เขาเพราะช่วงเย็นเวลาเลิกเรียน เลิกงาน ผู้คนจึงค่อนข้างพลุกพล่าน"รินเกลียดพี่ขนาดนั้นเลยหรอ" ไมเนอร์บอกเสียงเบา ก่อนจะมองสบตาเธอราวกับกำลังค้นหาความรักของเธอที่มีต่อเขา แววตาของเธอมีแต่ความว่างเปล่า ติดจะรำคาญเขาเสียด้วยซ้ำพอได้สบตาเธอเขากลับยิ่งรู้สึกหมดหวังจากที่คิดว่าแค่มาง้อให้เธอกลับไปเพราะรู้สึกว่าเธอดีที่สุดในบรรดาคนที่เขาคบด้วย แล้วยิ่งเขาเห็นเธอตอนนี้ยิ
35"นังนั่นอยู่ที่ไหน" ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในโกดังร้าง สอดส่ายสายตามองหาผู้หญิงที่ถูกพามาขังไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน เขาเอ่ยถามผู้ช่วยพิเศษที่จ้างมาเพราะมองไม่เห็นเธอในที่ ๆ ควรอยู่"เธอชอบไปแอบที่ซอกตู้ตรงนั้นครับ" คนเฝ้าตอบคำถามเสียงเรียบพลางชี้ไม้ชี้มือไปที่ซอกตู้เก็บเอกสารตู้หนึ่ง เพ่งมองสักครู่ถึงเห็นว่ามีคนแอบอยู่ตรงนั้นจริง ๆเขาเดินเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเตะขวดน้ำที่วางอยู่บนพื้นออกไปให้พ้นทาง พอได้ยินเสียงดังคนที่แอบผวาตื่นกลัวจนมือไม้สั่นเธอถูกพามาที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว พวกมันลากเธอออกมาล่ามกับขาโต๊ะเอาปืนจ่อ ลั่นไก คล้ายกับกำลังเล่นรัสเซียนรูเล็ตอยู่ แค่วันละครั้งก็ทำเธอประสาทเสียจนอยากจะกรีดร้องเพราะไม่รู้ว่าตนเองจะตายวันไหน และเมื่อไหร่ที่เธอกรีดร้องรัสเซียนรูเล็ตจะถูกเริ่มใหม่เป็นครั้งที่สองในรอบวัน"ไง ไม่เจอกันอาทิตย์เดียวดูเหมือนคนบ้าเร็วจังเลยนะ" ไมเนอร์นั่งลงตรงหน้าเธอเอ่ยปากทักทายด้วยทีท่าสบาย ๆ หญิงสาวที่นั่งกอดเข่าหลบมุมอยู่เงยหน้ามองเขา แววตาเธอดูตื่นกลัว ดวงตาคลอหน่วงไปด้วยน้ำใส
34"มาที่นี่อีกทำไม ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ฉันบอกแล้วว่าอย่ากลับมา" เสียงหวานตะคอกใส่คนตรงหน้าอย่างเหลืออด มันน่ารำคาญที่เขามาทำเรื่องแบบนี้ทั้งที่มันจบไปแล้ว จบลงไปเพราะการกระทำของเขาเองแท้ ๆรินลดาปิดประตูห้องแต่ไม่ได้ล็อก กลัวว่าหากถูกทำร้ายจะไม่มีใครมาช่วยได้ทัน นอกห้องมีพนักงานรักษาความปลอดภัยที่การันต์รบกวนให้มาคอยอยู่ด้วย เผื่อมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา"พี่ขอโทษนะริน พี่ขอโทษจริง ๆ พี่รู้แล้วว่าไม่มีใครดีเท่ารินอีกแล้ว ยกโทษสักครั้งเถอะนะ" พูดจบร่างแกร่งก็เดินเข้าหาเธอ รินลดาที่ยังคงฝังใจในการกระทำของไมเนอร์ก้าวถอยหลังทันที เมื่อรู้สึกว่าถูกคุกคามด้วยท่าที"หยุด ไปห่าง ๆ ไม่ต้องเข้ามาใกล้ฉัน แล้วก็กลับไปซะ ต่อให้ฉันต้องตายฉันก็ไม่มีวันจะกลับไปอยู่ข้าง ๆ อีก" สีหน้าและแววตาจริงจังทำเอาไมเนอร์ถึงกับพูดไม่ออก เขาเข้าใจมาตลอดว่าเธอเป็นคนใจอ่อน เข้าใจมาตลอดว่าเธอไม่มีทางกล้าเลิกกับเขา หากเขากลับมาเธอจะอยู่ที่เดิมเสมอแต่ตอนนี้ไม่ใช่อีกแล้วเพราะเธอแสดงท่าทีรังเ
35"นังนั่นอยู่ที่ไหน" ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในโกดังร้าง สอดส่ายสายตามองหาผู้หญิงที่ถูกพามาขังไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน เขาเอ่ยถามผู้ช่วยพิเศษที่จ้างมาเพราะมองไม่เห็นเธอในที่ ๆ ควรอยู่"เธอชอบไปแอบที่ซอกตู้ตรงนั้นครับ" คนเฝ้าตอบคำถามเสียงเรียบพลางชี้ไม้ชี้มือไปที่ซอกตู้เก็บเอกสารตู้หนึ่ง เพ่งมองสักครู่ถึงเห็นว่ามีคนแอบอยู่ตรงนั้นจริง ๆเขาเดินเข้าไปช้า ๆ ก่อนจะเตะขวดน้ำที่วางอยู่บนพื้นออกไปให้พ้นทาง พอได้ยินเสียงดังคนที่แอบผวาตื่นกลัวจนมือไม้สั่นเธอถูกพามาที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว พวกมันลากเธอออกมาล่ามกับขาโต๊ะเอาปืนจ่อ ลั่นไก คล้ายกับกำลังเล่นรัสเซียนรูเล็ตอยู่ แค่วันละครั้งก็ทำเธอประสาทเสียจนอยากจะกรีดร้องเพราะไม่รู้ว่าตนเองจะตายวันไหน และเมื่อไหร่ที่เธอกรีดร้องรัสเซียนรูเล็ตจะถูกเริ่มใหม่เป็นครั้งที่สองในรอบวัน"ไง ไม่เจอกันอาทิตย์เดียวดูเหมือนคนบ้าเร็วจังเลยนะ" ไมเนอร์นั่งลงตรงหน้าเธอเอ่ยปากทักทายด้วยทีท่าสบาย ๆ หญิงสาวที่นั่งกอดเข่าหลบมุมอยู่เงยหน้ามองเขา แววตาเธอดูตื่นกลัว ดวงตาคลอหน่วงไปด้วยน้ำใส







