Masuk“ขอบคุณครับ…เล่ามาเรื่องผู้ชายคนนั้นอะ”
มาร์ตินเอ่ยขอบคุณพนักงานที่เพิ่งเดินเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ตนแล้วหันหัวขวับไปหาสาวสวยผมบลอนด์ข้างตัวทันที
“…อ๋อ”
เสียงฮารุไม่ดังมากนักเธอพูดเพียงเท่านั้นแล้วชะเง้อคอมองรอบตัวเพื่อเช็กให้แน่ใจอีกทีว่าเซียกับจีน่ายังมาไม่ถึง พอมั่นใจแล้วถึงได้ยอมเปิดปากหันไปเล่าเรื่องราวของเธอกับโทบิในอดีตให้เพื่อนแอ๊บแมนฟัง
“เรื่องก็ประมาณนี้แหละ”
ฮารุร่ายยาวไปหลายนาที ทันทีที่พูดจบคนตัวเล็กก็ถอนหายใจออกมาพลันส่ายหน้าให้กับความน่าอายของตัวเองในอดีต ก่อนที่เธอจะบินไปเรียนต่อต่างประเทศ
“…นอนกับผู้ชายคนนั้นแล้วใช่ไหม?”
ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นเมื่อมาร์ตินถามออกมาแบบนั้น ทำเอาฮารุถึงกับไปไม่เป็นนั่งนิ่งไม่ต่างจากคนเป็นใบ้
“ไม่ตอบแปลว่าใช่สินะ”
“นายรู้ได้ไง?”
“แหม่ ถ้าไม่มีอะไรกันแกจะมาเล่นละครให้ฉันดูเหมือนผัวแก เพื่อให้เขาเห็นทำไมล่ะ”
“…ก็”
ฮารุอ้ำอึ้งอย่างคนไปไม่เป็นมือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันพลางปลายนิ้วก็เขี่ยกันไปมาเพราะเธอไม่มีอะไรจะแก้ตัว
“…จะให้ฉันช่วยแอ๊บเป็นหนุ่มที่แกกิ๊กกั๊กอยู่ล่ะสิ”
“นี่นายเป็นใครเนี่ย มีจิตหยั่งรู้เหรอ?”
ปากเล็กอ้าค้างมองหนุ่มลูกครึ่งที่ดูจะอ่านเกมเธอออกหมดในเวลาอันสั้น คนตัวเล็กกระเถิบตัวเข้าไปใกล้แล้วใช้มือทั้งสองข้างจับมือมาร์ตินขึ้นมาลูบ
“ถ้าจะฉลาดขนาดนี้นายก็ช่วยเล่นละครไปกับฉันก่อนนะ ไม่ต้องตลอดเวลาแค่ตอนบังเอิญเจอหรือสถานการณ์จำเป็น…อะไรแบบนั้น”
“แล้วทำไมจีน่ากับเซียถึงรู้เรื่องนี้ไม่ได้”
มาร์ตินถามสวนกลับมาด้วยความสงสัย
“ก็ไม่เชิงว่ารู้ไม่ได้ แต่รออะไรหลาย ๆ อย่างเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยบอก”
“เค แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน?”
มาร์ตินมองฮารุถูหลังมือตัวเองไปมา หนุ่มลูกครึ่งท่าทางมาดแมนหรี่ตาลงเพื่อรอฟังสิ่งที่เพื่อนของตนกำลังจะเอ่ย
“…อืมม บัตรวีวีไอพีของไดนาไมต์โฮสต์คลับ น่าสนใจพอไหม?”
สาวผมบลอนด์พูดถึงบัตรสมาชิกแบบพรีเมียมของบาร์โฮสชื่อดังใจกลางกรุงที่ต้องใช้เครดิต และหน้าตาทางสังคมกับเงินในบัญชีจำนวนไม่น้อยแลกมา เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในการเข้าใช้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
“ดีล!”
“น่ารักม๊ากกก!”
“…พวกแกเป็นเพื่อนกันแน่นะ!?”
“…”
ฮารุปล่อยมือทั้งสองข้างที่เธอเพิ่งส่งมันไปหยิกแก้มเพื่อนชายคนสนิทแล้วหันไปหาจีน่ากับเซียที่ตอนนี้สองคนนั้นกำลังยืนจ้องเธอกับมาร์ตินตาไม่กระพริบ
“มาตอนไหนเนี่ย ไม่เห็นได้ยิน”
“มาตอนที่แกกับมาร์ตินกำลังหยิกแก้มกันด้วยความเอ็นดูนั่นแหละ”
จีน่าตอบส่วนเซียก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับมาร์ติน
“…ยังเป็นเพื่อนอยู่เพราะต่อให้ผีผลักก็คงจะช่วยกันถีบออก”
“ใช่”
ฮารุผงกหัวเห็นด้วยเป็นพัลวัน ระหว่างเธอกับมาร์ตินไม่มีทางเกินเลยกันแน่นอน มันน่าขนลุกเกินไป…
“…เค๊ ว่าแต่เมื่อวานหนุ่มที่ฉันนัดเดตให้ ผ่านปะ?”
ขวับ!
“…เอ่อ โอเคกับผีสิ หล่อรวยก็ใช่ โปรไฟล์ดีก็ใช่ แต่ติดเหยียดแล้วคิดว่าตัวเองเลิศเลอแบบนั้น ไม่ใช่สเปกอะ”
ฮารุหันไปยิ้มเจื่อนส่งให้หนุ่มลูกครึ่งที่เพิ่งหันขวับมามองเธอก่อนจะหันไปอธิบายถึงสาเหตุที่เมื่อวานตัวเองล่มเดตกับทิมแล้วเป็นฝ่ายชิ่งออกมา
“โอ้โห เพิ่งรู้เลยนะว่าแกนัดเดตกับหนุ่ม ๆ ด้วย”
“นั่นสิ อารมณ์ไหน?”
ใบหน้าสวยมองชายหนุ่มข้างตัวที่พูดออกมาเป็นคนแรกแล้วหันมองหน้าเซียเป็นคนถัดไป
“…ก็เหงา ๆ น่ะ เกิดมายังไม่เคยมีแฟนกับเขา เลยอยากลองดูบ้างไง”
“นี่! สองคนนี้อย่ามาใช้สายตากดดันเพื่อนคนสวยของฉันนะ ยัยฮารุสวยขนาดนี้จะปล่อยให้โสดได้ไง…ไม่ต้องห่วงแกมีฉันคอยซัพพอร์ตเต็มที่!”
จีน่ารีบกางปีกปกป้องเมื่อเห็นว่ามาร์ตินกับเซียดูจะไม่เห็นด้วยที่ฮารุเริ่มออกไปพบเจอผู้คน
“ระวังตัวละกัน เดี๋ยวงานจะเข้าเอา”
ฮารุทำตาปริบ ๆ เธอมองปากมาร์ตินที่เพื่อนของเธอกำลังย้ำแบบชัดถ้อยชัดคำให้เข้าใจกันแค่สองคน
“กินข้าวกันดีกว่า ๆ อาหารมาพอดีเลยยย”
สาวมั่นพราวเสน่ห์รีบหันเหความสนใจทุกคนมายังอาหารที่พนักงานกำลังทยอยวางลงบนโต๊ะ ทำให้ฮารุได้โอกาสสลัดความกดดันที่เซียกับมาร์ตินส่งมาให้แล้วเริ่มรับประทานอาหารตรงหน้าแทน
“อื้มม อร่อยเนอะ ใครเป็นคนเลือกร้านอะ?”
“…ยกความดีความชอบให้ตัวพ่อแห่งวงการอาหารเลยค่ะ”
ฮารุปล่อยช้อนแล้วผายมือไปทางหนุ่มลูกครึ่งข้างตัวที่หลงรักในการเสาะหาร้านอร่อยตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ
“อร่อยจริง…นั่น”
ทั้งสามคนมองตามสายตาสาวห้าวเมื่อเซียที่เพิ่งเอ่ยคำชมออกมาอยู่ดี ๆ ก็ชะงักปากไป ทำให้ฮารุที่กำลังส่งอาหารเข้าปากต้องชำเลืองตามองตาม เธอถึงเห็นว่าเป็นโทบิที่กำลังเดินเข้ามาในร้านพร้อมผู้หญิงสวยรูปร่างดีคนหนึ่งเดินควงแขนมาด้วยกันกับเขา
ระแวกนี้มันแคบแค่สองกิโลหรือยังไงนะ…
สาวผมบลอนด์คิดในใจก่อนที่ร่างสูงจะหันมาสบตากับเธอในขณะที่เขากำลังไล่ตามองรอบร้านเพื่อหาทำเลที่ดีที่สุด
“…ไม่เจอนานทรงยังร้ายไม่เปลี่ยนเลยว่ะ”
“จริง โครตจะเพลย์บอยทรงไม่เป็นมิตรต่อหัวใจ แต่น่าจะแซ่บสะท้านตรงหว่างขา”
เซียกับจีน่าพูดขึ้นเพราะทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้เจอกับโทบิอีกเลยตั้งแต่ที่รุ่นพี่อย่างเขาจบการศึกษาออกไปก่อน นี่เลยเป็นครั้งแรกที่ได้บังเอิญเจอกันในรอบหลายปี
“…”
ฮารุเป็นฝ่ายดึงตากลับ หญิงสาวทำทีเป็นไม่สนใจแม้ภายในใจจะมีความสงสัยใคร่รู้ไม่น้อยว่าผู้หญิงที่เขาเดินควงเป็นใครกัน
“ไม่กินข้าวกันรึไง เดี๋ยวชืดหมด”
ใบหน้าสวยพยักเพยิดให้เพื่อนของตนกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า โดยไม่ลืมจับมือมาร์ตินที่ถือช้อนข้าวค้างไว้ส่งเข้าปากเพื่อนชายไปด้วย ภาพที่โทบิเห็นไม่ต่างจากการที่ฮารุป้อนข้าวหนุ่มหล่อข้างตัว ดูกระหนุงกระหนิงเสมือนคนเป็นแฟนกัน
ทันทีที่ร่างสูงเห็นแบบนั้นเขาก็สาวขายาวเดินเข้าไปข้างใน ชายหนุ่มเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างห่างจากโต๊ะของสามสาวรุ่นน้องไม่มากนักเพื่อที่เขาจะได้สังเกตพฤติกรรมฮารุจากด้านหลังของเธอ
“อี๋อ๋อชะมัดเลยอะ เดี๋ยวซบ เดี๋ยวป้อน หรือเลิกเป็นเสือไปแล้ว? นั่นแฟนรึเปล่านะ…”
จีน่าพูดพลางลอบตามองไปด้านหลังฮารุที่มีสองหนุ่มสาวนั่งป้อนข้าวกันไปมาหวานชื่นออกนอกหน้านอกตา
“จะไปสนใจทำไมล่ะ”
“…ฉันเห็นเขามองแกด้วยนะยัยฮารุดูน่าจะตะลึงไม่น้อยเลย แน่แหละเพื่อนฉันสวยขนาดนี้ เฮอะ!”
ฮารุมองจีน่าที่ดูท่าจะไม่ฟังคำปรามจากเซียเท่าไหร่ เธอยักไหล่อย่างคนไม่ใส่ใจแล้วหันไปคุยกับมาร์ตินแทน…
คอนโด
พรึบ!
“…หงุดหงิด”
ร่างบางสะบัดผ้าห่มที่คลุมตัวออก เธอลุกออกจากที่นอนแม้ว่าอีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืนแล้วก็ตาม สาวสวยเดินผ่านกระจกบานใหญ่แล้วหยุดยืนเพื่อมองสำรวจชุดนอนลูกไม้สีดำตัวสั้นที่ตัวเองใส่อีกครั้ง
“หวิว ๆ นี่แหละดี”
ฮารุเอ่ยเพียงเท่านั้นแล้วเปิดประตูเดินออกไปนอกห้อง เธอก้าวขาไม่ถึงสิบก้าวเพื่อมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูของห้องข้าง ๆ พลันจิ้มนิ้วกดออดเรียกคนในห้องทันที
“…นึกว่าจะไม่เปิดให้ซะอีก”
ฮารุมองโทบิเปิดประตูออกมา เขาอยู่ในเสื้อผ้าพร้อมนอนแถมหัวยังดูยุ่ง ๆ เหมือนคนเพิ่งลุกออกจากที่นอนมาไม่นาน ร่างสูงตรงหน้าทำเธอแปลกใจไม่น้อยที่เขาไม่มีท่าทางตกใจอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ตรงนี้
“มาอยู่นี่ได้ไง ตามฉันมา?”
“ตลก”
เธอกอดอกแล้วพยักเพยิดหน้าไปที่ห้องของตัวเองแทนการบอกเขาว่าเธอพักอยู่ห้องข้างกัน
“…แล้วมาทำไม”
โทบิถามเสียงทุ้มเขาวางมือจับขอบประตูแล้วไล่ตามองฮารุตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“ของขาด ขอเข้าไปหน่อย”
คนตัวเล็กพูดเพียงเท่านั้นก่อนที่เธอจะดันอกแกร่งแล้วแทรกตัวเองเข้าไปในห้อง โทบิหันหน้ามองตามแผ่นหลังของแขกไม่ได้รับเชิญ เขาดันประตูปิดแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับฮารุ…
พลั่ก! “อื้มม…กะ กลับคอนโดก่อนไหม?” “ไม่ ที่นี่ไม่มีใครสักหน่อย ฉันทนไม่ไหวแล้ว” จุมพิตแผ่วเบาเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่มเมื่อโทบิเริ่มคุมร่างกายตัวเองไว้ไม่อยู่ เขาอุ้มฮารุเดินเข้ามาด้านในก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้ยืนด้วยขาตัวเองแล้วส่งมือไปช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างบางตรงหน้า ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ได้เห็นร่างนุ่มนิ่มเย้ายวนล่อนจ้อน เขาสาวเท้าเข้าไปประชิดก่อนจะรวบตัวฮารุขึ้นอุ้มอีกครั้งให้ขาเรียวเกี่ยวคล้องกับสะโพกตนเองไว้ “เธอก็ดูจะพร้อมนะ” “อืมมม ชอบจัง” ฮารุสูดปากทิ้งมือวางบนบ่าแกร่งกลีบดอกไม้งามมีแท่งร้อนเสียบเข้ามาในตัว กึ่งกลางตัวของเธอเปียกเยิ้มตั้งแต่ได้จูบกับโทบิที่หน้าบริษัทแล้ว… ปึก ปึก ปึก “ซี้ดด อาาา…แน่นฉิบ!” “ชอบไหมคะ อ๊ะ กระแทกฮารุแรง ๆ สิ อื้มมม” ฮารุเอ่ยท้าทายเสียงหวานเธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่โทบิกำลังขบสันกรามแน่นแล้วกระหน่ำกดกระแทกตัวตนเข้าใส่ เขาส่งท่อนเอ็นเสยเข้ามาในโพรงสวาทเธอไม่เว้นช่วง มันทั้งเสียวสะท้านและเร่า
“ขอบคุณผู้ช่วยทุกคน ทีมงานทุกฝ่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างอาคารแห่งนี้เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์ครบวงจร…ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ที่ทุกท่านลงแรงกายแรงใจและทุ่มเทไปกับฮารุ” วู้ววว~ เสียงปรบมือผสมเสียงโห่ร้องดังกึกก้องทั่วอาคารเมื่อสาวสวยเจ้าของบริษัทขึ้นไปบนเวทีเพื่อเอ่ยขอบคุณการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ทุกฝ่ายทุ่มกันสุดตัว จนความสำเร็จฉายชัดออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็น “…ผมก็คงไม่มีคำพูดอะไรนอกจากขอบคุณ แผนงานนี้คงสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการวางแผนที่ดีของฮารุและความร่วมมือจากทุกคนครับ” แปะ แปะ แปะ โทบิรับไมค์จากฮารุมาถือไว้ในมือแม้เขาจะไม่อยากออกหน้าออกตาแต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอม ฮารุเอาแต่ย้ำบอกว่ายังไงเขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แผนงานของเธอราบรื่น “พรุ่งนี้บริษัทของเราจะเปิดทำการวันแรก ฮารุหวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเริ่มลุยงานไปด้วยกันนะคะ!” ร่างบางยกกำปั้นขึ้นตรงหน้าฮารุฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะเดินลงจากเวทีขนาดเล็กที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเปิดตัวบริษัทอย่า
“รบกวนเอาเก้าอี้ตัวนี้ออกให้หน่อยครับ” “ไม่ต้องค่ะ ๆ ตัวนั้นก็ไม่ต้องค่ะ” ฮารุรีบหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้ามายกเก้าอี้ตัวข้างเธอพลางชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างจีน่าด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้พนักงานของร้านยกมันออกไปตามคำสั่งของมาร์ติน “อะไรของแกฮารุ เราจะได้มีพื้นที่เหลือ ๆ สั่งอาหารไปตั้งเยอะแยะจะมานั่งเบียดกันทำไม” จีน่าถามพลางจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างคนไม่เข้าใจในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนตัวเอง “…เดี๋ยวมีคนมาเพิ่มอีกสองคนไง จะเอาออกทำไมล่ะ” ฮารุอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียงเธอใช้ปลายนิ้วทัดผมที่หูด้วยท่าทางเขินอาย ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กทำให้เพื่อนทั้งสามคนต่างหันไปมองหน้ากันเอง “อีกสองคน? แกหมายความว่าไง” เซียได้โอกาสพูดหลังจากเงียบอยู่นาน สาวหน้านิ่งหรี่ตาลงเพื่อสังเกตเพื่อนสาวผมบลอนด์ที่ยังไม่หยุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับจานข้าว “…ก็ ก็ คือ” “แปลก ๆ ถึงขั้นติดอ่างแล้วเหรอ” ขวับ ชิ้ง! เธอตวัดตามองค้อนมาร์ตินแล้วทำปากมุบมิบแท
“…” ฮารุนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้เธอจะรู้สึกตัวตื่นได้สักพักแล้ว นัยน์ตาสวยมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง เธอรู้สึกหนักอึ้งบริเวณเอวเพราะมีแขนแกร่งของใครบางคนกอดกระชับไว้จนเธอไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ ในหัวของเธอมีคำถามมากมาย เธอยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โทบิทำเท่าไหร่นัก หรือการที่เขาเข้ามาหาเธอเมื่อคืนนี้แล้วมานอนกกกอดจนถึงตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือแค่เพราะเขาต้องการเรื่องอย่างว่าเท่านั้น… “…เกร็งอะไรขนาดนั้น หื้ม” เสียงทุ้มพูดชิดท้ายทอยเขากระเถิบตัวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกดแนบริมฝีปากลงที่หลังคอของเธอ ทำเอาคนตัวเล็กขนลุกซู่ต้องหดคอหนี ฮารุคลายความกังวลลงเมื่อโทบิค่อย ๆ คลายอ้อมแขนของเขาออกแล้วจับเธอพลิกนอนหันหน้าเข้าหากัน “…นอนกอดทั้งคืนแบบนั้น ใครจะไม่เกร็ง” “ไม่ได้เหรอ” “…” ระหว่างคิ้วของฮารุย่นเข้าหากัน เธอจ้องตาคมกลับไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความออดอ้อนของโทบิ สายตากับน้ำเสียงของเขาตอนนี้มันจะไม่เหมือนคู่รักนอนกกกันไปหน่อยเหรอ… “เป็นอะไรของพี่ทำไมอยู่ดี ๆ ถึง…”
“…อื้ม ลืมของเหรอ” ฮารุส่งตัวเองลุกขึ้นนั่งสาวสวยหอบร่างโอนเอนเดินโซซัดโซเซไปเปิดประตู เธอเข้าใจว่ามาร์ตินลืมอะไรสักอย่างแล้วคงกลับมาเอา ฮารุกดปลดล็อกผ่านระบบอัตโนมัติเธอยืนอยู่แบบนั้นทั้ง ๆ ที่ตายังไม่เปิดดี “พี่มา…อืมม” เสียงหวานขาดช่วงไปเมื่อชายหนุ่มข้างห้องก้าวขาเข้ามาในห้องเธอ เขารั้งเอวบางเข้าหาใช้สายตาสำรวจทั่วร่างฮารุเพียงครู่ก็แนบริมฝีปากประกบลงมาทันที “อะ อือ” คนตัวเล็กปัดป่ายมือพยายามดันอกแกร่งออก ปากของเธอถูกเขาดูดดึงก่อนที่ชายหนุ่มจะสอดลิ้นหนาเข้ามาไล่ต้อนลิ้นเรียวไปดูดกิน เขาเกี่ยวรั้งลิ้นเธอเพื่อแลกสัมผัสเร่าร้อน โทบิก้าวเท้าเดินแล้วกดไหล่ให้ฮารุลงไปคุกเข่ากับพื้น “อะ อะไรของพี่…ยังมึนอยู่ ไม่อยากทำ” ฮารุนั่งทิ้งตัวทับส้นเท้าเธอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อคมของคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขามาหลายวัน โทบิยกยิ้มมุมปากเขาไม่พูดอะไรแต่กำลังถอดกางเกงนอนขายาวออกจากตัว “มึนสิดี เอากันน่าจะเพลิน” อึก! “อ่าาา” เสียงลำรักถูกดันเข้าไปในโพรงปากเล็กพร้อมกับเสียง
“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมคะ?” ทันทีที่ร่างบางโผล่พ้นเข้ามาในห้องประชุมฮารุก็เอ่ยปากแซวพ่อกับแม่ของตน เธอยักคิ้วลิ่วตามองผู้มีพระคุณด้วยสายตาหยอกล้อก่อนจะเดินไปหย่อนบั้นท้ายลงนั่งเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ กัน “…เที่ยวตรงไหนพ่อกับแม่ไปประชุม” “ไม่ต้องมาโกหกหนูเลย เห็นนะว่าแอบไปดินเนอร์กันสองต่อสองหลังเสร็จงาน เกรงใจคนโสดบ้างสิ” สาวผมบลอนด์แกล้งทำปากคว่ำหลังไปไถดูโซเชียลของครอบครัวแล้วเห็นแม่ลงรูปไปทานดินเนอร์มื้อพิเศษพร้อมดอกไม้ช่อโตในมือ สวีทหวานกันออกหน้าออกตาจนลูกสาวแท้ ๆ อย่างเธอยังอดอิจฉาตาร้อนไม่ได้ “โอ๋ ๆ ไม่นอยนะลูกสาวแม่ แต่ถ้าทนดูไม่ไหวก็หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาดามใจสิจ๊ะ” พิมดาวส่ายหน้าแล้วหันไปยิ้มกับสามีก่อนจะหันมาพูดทีเล่นทีจริงกับลูกสาวแสนสวยที่ยังนั่งทำหน้างอปากคว่ำไม่เลิก “ชิ! ไม่เอาหรอกกลัวไม่เจอผู้ชายดี ๆ แบบพ่อ” ฮารุส่ายหน้าเป็นพัลวันแม้ปากจะปฏิเสธไปแบบนั้นแต่วันนี้คนตัวเล็กตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาสวยพริ้งเพราะรู้ว่าจะได้เจอใครอีกคนที่ต้องมาฟังประชุมรายงานความคืบหน้าพร้อมกัน







