เข้าสู่ระบบ(ผีห่าตนไหนมันไปควบคุมจิตใจแกให้ไปซื้อคอนโดอยู่นอกเมืองขนาดนั้นอะ?)
ฮารุยืนเทนมสดส่งตรงจากฮอกไกโดอยู่ในครัวถึงกับลอบยิ้มมุมปากอยู่คนเดียวเมื่อได้ยินจีน่าส่งเสียงแหลม ๆ ถามออกมา เธอวางกล่องนมลงบนโต๊ะแล้วหยิบฝาเกลียวขึ้นมาหมุนปิดก่อนจะยกแก้วนมถือติดมือแล้วจิบลงคอไปด้วยระหว่างเดินกลับเข้าไปในห้องนอนที่มีจอไอแพดตั้งอยู่บนโต๊ะ
พรึบ!
“…ขนาดฉันเดินออกไปข้างนอกเสียงแกยังแหลมไปถึงนู่นเลย ชาติที่แล้วกินนกหวีดเป็นอาหารหลักเหรอ?”
ร่างบางหย่อนบั้นท้ายลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาพลางส่งสายตายียวนไปให้เพื่อนสาวคนสนิทอย่างคนอารมณ์ดี
(อื้อหือออ ตั้งแต่แปลงโฉมสลัดคราบยัยเฉิ่มแว่นตาหนาเตอะออกไป ปากแกก็แซ่บขึ้นเยอะเลยนะ ถูกใจฉันซะจริ๊ง!)
“นึกว่าแกจะด่า กลับชอบซะงั้น”
(ชอบสิ เมื่อก่อนแกก็อ่อนด๋อยเกิ๊น ต้องแซ่บแบบนี้แหละให้สมกับความสวยบนเบ้าหน้าหน่อย)
“กราบขอบคุณค่ะเพื่อน”
ฮารุวางแก้วในมือแล้วยกมือขึ้นไหว้พร้อมทำท่าสะบัดบ๊อบจนผมบลอนด์ยาวสยายพลิ้วไปด้านหลัง
(จ้ะ! แล้วสรุปทำไมแกไปซื้อคอนโดอยู่ไกลจังแทนที่จะเอาในเมือง)
สาวมั่นกอดอกตาจ้องจอ จีน่าถามย้ำเป็นครั้งที่สองเพราะเพื่อนของเธอยังไม่ยอมบอกเหตุผลเสียที
“…อ่อ ก็แถวนี้ราคามันดีกว่าเยอะเลย ห้องก็ใหญ่กว่าห่างไกลความเจริญหน่อยแต่รถไม่ค่อยติดดีนะ”
เธอพูดพลางหันมองรอบห้องที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงสามวัน คนตัวเล็กคงไม่สามารถบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เธอเลือกซื้อคอนโดแถบชานเมืองให้จีน่าฟังได้ในตอนนี้
(…ก็จริงของแก เวลาฉันจะออกไปไหนทีรถติดแทบขาดใจต้องเผื่อเวลาเป็นชั่วโมงแหนะ…เออ แล้วที่บอกว่าให้ฉันหาหนุ่มโปรไฟล์ดีให้แกเดต ยังสนใจอยู่ปะ?)
ฮารุหันความสนใจกลับมาหาเพื่อนตัวเองหลังจากที่ก่อนหน้านั้นเธอเผลอคิดอะไรเพลิน ๆ แล้วสติหลุดลอยไปชั่วครู่
“…อืม มีคนน่าสนใจปะล่ะ ก็ว่าจะลองออกไปเดตดู”
(มีคนนึง โปรไฟล์ดีเลยแหละ เย็นนี้แกว่างไหมล่ะ? ฉันจะได้นัดให้เลย เขาเพิ่งกลับมาจากคุยธุรกิจที่เยอรมันเห็นเดินทางเป็นว่าเล่น)
“ก็หล่อดีนะ เอาดิว่างพอดี…รบกวนแกด้วยฉันจะได้ไปอาบน้ำแต่งตัว”
ฮารุพยักหน้าตกลง เธอมองจีน่าหันจอมือถือมาให้ดูภาพหนุ่มหล่อที่เพื่อนเธอเป็นคนจัดหาให้ สาวสวยไล่ตามองเพียงผ่าน ๆ เท่านั้นเพราะเธอไม่ได้คิดจะจริงจังกับใครตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ที่ทำแบบนี้ก็เพราะมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่างเท่านั้นเอง
(ยินดีค่ะเพื่อน เชิญเพื่อนแสนสวยไปประทินโฉมให้งามงดได้เลยค่ะ)
ฮารุมองจีน่าทำไม้ทำมือแล้วก็อดหลุดยิ้มออกมาไม่ได้กับจริตจะก้านน่าหมันไส้ของสาวฮอตประจำกลุ่มที่เพื่อนสาวของเธอยังคงรักษามันไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม
“โอเคคค ไปละไว้เจอกัน”
นิ้วเรียวกดปุ่มวางสายบนหน้าจอแล้วดันตัวลุกขึ้นยืนพร้อมบิดขี้เกียจคลายความเมื่อยล้า ร่างแบบบางหันหลังให้จอไอแพดแล้วเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างที่ปากว่าเพื่อที่เธอจะได้มีเวลาแต่งหน้าแต่งตาก่อนออกไปเดตช่วงเย็น
18:00น.
ปลายเล็บเรียวที่ถูกแต่งแต้มจากช่างทำเล็บฝีมือดีกำลังเคาะลงบนโต๊ะอย่างคนไม่มีอะไรทำ ฮารุนั่งรอผู้ชายที่เพื่อนเธอนัดเดตให้มาร่วมชั่วโมงแล้ว แต่เขาก็ยังมาไม่ถึงโดยแจ้งแค่ว่าติดธุระสำคัญอยู่เท่านั้น
ตึก ตึก ตึก
“…สวัสดีครับคุณฮารุ ขอโทษที่ให้รอนะครับ”
เสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ก่อนจะตามมาด้วยเสียงทุ้มแบบผู้ชาย ทำให้ฮารุที่กำลังก้มควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเงยหน้ากลับขึ้นมา เธอไล่ตามองสำรวจหนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่งเพียงเสี้ยววินาทีแล้วคลี่ยิ้มเป็นมิตรทักทายออกไป
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณ…ทิม ใช่ไหมคะ?”
“ครับ พอดีบอร์ดผู้บริหารเรียกประชุมด่วน ปลีกตัวไม่ได้จริง ๆ”
ฮารุมองใบหน้าหล่อตี๋ตาชั้นเดียวของทิม เขาพูดถึงเหตุผลที่ทำให้ตนเองมาสายก่อนจะใช้มือรวบเนกไทแล้วหย่อนตัวนั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ
“เข้าใจค่ะ เป็นผู้บริหารงานคงยุ่งน่าดูเลยขนาดฮารุเป็นแค่ผู้ช่วยยังไม่มีตำแหน่งจริงจังในบริษัท ยังนอนไม่เป็นเวลาเลยค่ะ”
เธอเอ่ยอย่างคนเข้าใจเพราะใจจริงแล้วก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดหรือไม่พอใจที่คู่เดตของตนมาเลท เธอเข้าใจดีว่าตำแหน่งผู้บริหารมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมายขนาดไหน
“อ่อ คุณฮารุเตรียมเป็นทายาทรุ่นถัดไปนี่เอง แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย…ถ้าให้ผมไปเดตกับผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยหรือคนธรรมดาทั่วไปคงเหมือนคุยคนละภาษา”
ปลายนิ้วที่กำลังไล่ไปตามตัวอักษรบนเมนูของร้านอาหารหรูถึงกับชะงักค้าง เมื่อหูของเธอได้ยินประโยคกึ่งดูแคลนออกมาจากปากผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ฮารุชำเลืองตาออกจากแผ่นกระดาษในมือแล้วเหลือบตามองหนุ่มตี๋ที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาเลือกเมนูอาหารอยู่
“…ปกติคุณทิมเดตแต่กับสาวบ้านรวยเหรอคะ ไม่สิ สังคมรอบตัวคุณทิมคงเจอผู้หญิงธรรมดาทั่วไปไม่บ่อย ใช่ไหมคะ?”
“ที่พูดมาก็ถูกครับ ความสามารถและฐานะระดับผมจะให้ลดตัวไปคลุกคลีกับมนุษย์เงินเดือนธรรมดา หรือคนที่ระดับมันสมองอยู่ในเกณฑ์ทั่วไปคงไม่เหมาะ…เราถึงได้โคจรมาเจอกันไงล่ะครับ เพราะพื้นเพไม่ต่างกันมาก”
ทิมอธิบายถึงเหตุผลแล้วคลี่ยิ้มบาง ๆ กลับมาให้สาวผมบลอนด์ ซึ่งฮารุก็พยักหน้าช้า ๆ แล้วยกยิ้มมุมปากกลับไปเช่นกัน
“…อืม งั้นสั่งอาหารเลยไหมคะ พนักงานยืนรอนานแล้ว”
“มันหน้าที่เขาหนิครับ นานแค่ไหนก็ต้องรอไม่ต้องรีบหรอก”
“…”
นัยน์ตาสวยนิ่งเรียบไม่ต่างจากสีหน้าของเธอในตอนนี้ ทิมอมยิ้มมุมปากแล้วมองไปที่พนักงานของร้านอย่างคนมั่นใจในสถานะภาพตนเองที่เหนือกว่า
ฟึบ!
“จะไปเข้าห้องน้ำเหรอครับ?”
ทิมถามเมื่อเห็นฮารุปิดเมนูพับเข้าหากันเสียงดัง แถมสาวสวยยังลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินออกจากโต๊ะ
“กลับค่ะ เชิญคุณทิมกินข้าวกับความมั่นอกมั่นใจของตัวเองเถอะค่ะ มายเซ็ทแบบนี้เราไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่อง”
ทันทีที่พูดจบคนตัวเล็กก็เดินออกมา เธอพยายามกดข่มความหงุดหงิดเอาไว้เพราะรู้ดีว่ารอบตัวมีแต่เหล่าบรรดานักธุรกิจและคนมีฐานะทั้งนั้น ยังไงก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ตัวเองไว้ด้วย
“…หล่อ รวย แต่ชุดความคิดบ้งคิดว่าตัวเองสูงส่ง แบบนี้ก็ไม่ไหว!”
ฮารุโพล่งออกมาเมื่อพาตัวเองเดินมาถึงลานจอดรถใต้อาคาร สาวสวยไม่รอช้ารีบก้าวเข้าไปนั่งในรถแล้วส่งข้อความไปบ่นให้จีน่าฟังทันที
“…นั่นใช่ฮารุรุ่นน้องที่ชอบมึงปะวะ?”
เฟยหันไปถามโทบิถึงผู้หญิงผมบลอนด์ที่เพิ่งเดินออกไปจากร้านอาหาร เขาค่อนข้างมั่นใจแต่ด้วยลุคและการแต่งตัวของผู้หญิงคนนั้นค่อนข้างแตกต่างจากฮารุที่เขารู้จัก ทำให้ต้องหันไปถามไอ้เพื่อนสนิทแทน
“อืม”
โทบิตอบเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มชำเลืองตามองทายาทตระกูลดังที่เขาเห็นตั้งแต่มันเดินเข้าร้านกระทั่งไปนั่งร่วมโต๊ะกับฮารุ
“…ใช่คนเดียวกันกับที่เราเจอที่บาหลีปะวะ?”
“ใช่”
“เชี่ยยย! เทิร์นเป็นสาวแซ่บแล้วเหรอวะ กูก็ว่าคุ้น ๆ แต่ที่บาหลีอยู่กับผู้ชายอีกคนหนิ เชี่ยยย”
โทบิมองเพื่อนสนิทผมทรงสกินเฮดยกมือปิดปากอย่างคนเหลือจะเชื่อ เขามองท่าทางประหลาดใจของมันแล้วได้แต่ข่มอารมณ์ขุ่นมัวของตัวเองเอาไว้
เฮอะ! คงมั่นในความสวยของตัวเองมากเลยสิ
พลั่ก! “อื้มม…กะ กลับคอนโดก่อนไหม?” “ไม่ ที่นี่ไม่มีใครสักหน่อย ฉันทนไม่ไหวแล้ว” จุมพิตแผ่วเบาเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นจูบดูดดื่มเมื่อโทบิเริ่มคุมร่างกายตัวเองไว้ไม่อยู่ เขาอุ้มฮารุเดินเข้ามาด้านในก่อนจะปล่อยคนตัวเล็กให้ยืนด้วยขาตัวเองแล้วส่งมือไปช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างบางตรงหน้า ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีก็ได้เห็นร่างนุ่มนิ่มเย้ายวนล่อนจ้อน เขาสาวเท้าเข้าไปประชิดก่อนจะรวบตัวฮารุขึ้นอุ้มอีกครั้งให้ขาเรียวเกี่ยวคล้องกับสะโพกตนเองไว้ “เธอก็ดูจะพร้อมนะ” “อืมมม ชอบจัง” ฮารุสูดปากทิ้งมือวางบนบ่าแกร่งกลีบดอกไม้งามมีแท่งร้อนเสียบเข้ามาในตัว กึ่งกลางตัวของเธอเปียกเยิ้มตั้งแต่ได้จูบกับโทบิที่หน้าบริษัทแล้ว… ปึก ปึก ปึก “ซี้ดด อาาา…แน่นฉิบ!” “ชอบไหมคะ อ๊ะ กระแทกฮารุแรง ๆ สิ อื้มมม” ฮารุเอ่ยท้าทายเสียงหวานเธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่โทบิกำลังขบสันกรามแน่นแล้วกระหน่ำกดกระแทกตัวตนเข้าใส่ เขาส่งท่อนเอ็นเสยเข้ามาในโพรงสวาทเธอไม่เว้นช่วง มันทั้งเสียวสะท้านและเร่า
“ขอบคุณผู้ช่วยทุกคน ทีมงานทุกฝ่าย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างอาคารแห่งนี้เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทดีไซน์เนอร์ครบวงจร…ต้องขอบคุณจริง ๆ ค่ะ ที่ทุกท่านลงแรงกายแรงใจและทุ่มเทไปกับฮารุ” วู้ววว~ เสียงปรบมือผสมเสียงโห่ร้องดังกึกก้องทั่วอาคารเมื่อสาวสวยเจ้าของบริษัทขึ้นไปบนเวทีเพื่อเอ่ยขอบคุณการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ทุกฝ่ายทุ่มกันสุดตัว จนความสำเร็จฉายชัดออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็น “…ผมก็คงไม่มีคำพูดอะไรนอกจากขอบคุณ แผนงานนี้คงสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดการวางแผนที่ดีของฮารุและความร่วมมือจากทุกคนครับ” แปะ แปะ แปะ โทบิรับไมค์จากฮารุมาถือไว้ในมือแม้เขาจะไม่อยากออกหน้าออกตาแต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอม ฮารุเอาแต่ย้ำบอกว่ายังไงเขาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แผนงานของเธอราบรื่น “พรุ่งนี้บริษัทของเราจะเปิดทำการวันแรก ฮารุหวังว่าทุกคนจะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเริ่มลุยงานไปด้วยกันนะคะ!” ร่างบางยกกำปั้นขึ้นตรงหน้าฮารุฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งก่อนจะเดินลงจากเวทีขนาดเล็กที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเปิดตัวบริษัทอย่า
“รบกวนเอาเก้าอี้ตัวนี้ออกให้หน่อยครับ” “ไม่ต้องค่ะ ๆ ตัวนั้นก็ไม่ต้องค่ะ” ฮารุรีบหันไปบอกพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินเข้ามายกเก้าอี้ตัวข้างเธอพลางชี้นิ้วไปที่เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างจีน่าด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้พนักงานของร้านยกมันออกไปตามคำสั่งของมาร์ติน “อะไรของแกฮารุ เราจะได้มีพื้นที่เหลือ ๆ สั่งอาหารไปตั้งเยอะแยะจะมานั่งเบียดกันทำไม” จีน่าถามพลางจ้องใบหน้าสวยของเพื่อนสาวคนสนิทอย่างคนไม่เข้าใจในพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนตัวเอง “…เดี๋ยวมีคนมาเพิ่มอีกสองคนไง จะเอาออกทำไมล่ะ” ฮารุอ้อมแอ้มพูดไม่เต็มเสียงเธอใช้ปลายนิ้วทัดผมที่หูด้วยท่าทางเขินอาย ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กทำให้เพื่อนทั้งสามคนต่างหันไปมองหน้ากันเอง “อีกสองคน? แกหมายความว่าไง” เซียได้โอกาสพูดหลังจากเงียบอยู่นาน สาวหน้านิ่งหรี่ตาลงเพื่อสังเกตเพื่อนสาวผมบลอนด์ที่ยังไม่หยุดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับจานข้าว “…ก็ ก็ คือ” “แปลก ๆ ถึงขั้นติดอ่างแล้วเหรอ” ขวับ ชิ้ง! เธอตวัดตามองค้อนมาร์ตินแล้วทำปากมุบมิบแท
“…” ฮารุนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้เธอจะรู้สึกตัวตื่นได้สักพักแล้ว นัยน์ตาสวยมองทอดออกไปนอกหน้าต่าง เธอรู้สึกหนักอึ้งบริเวณเอวเพราะมีแขนแกร่งของใครบางคนกอดกระชับไว้จนเธอไม่สามารถกระดุกกระดิกตัวได้ ในหัวของเธอมีคำถามมากมาย เธอยังไม่เข้าใจในสิ่งที่โทบิทำเท่าไหร่นัก หรือการที่เขาเข้ามาหาเธอเมื่อคืนนี้แล้วมานอนกกกอดจนถึงตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือแค่เพราะเขาต้องการเรื่องอย่างว่าเท่านั้น… “…เกร็งอะไรขนาดนั้น หื้ม” เสียงทุ้มพูดชิดท้ายทอยเขากระเถิบตัวเข้ามาใกล้อีกนิดแล้วกดแนบริมฝีปากลงที่หลังคอของเธอ ทำเอาคนตัวเล็กขนลุกซู่ต้องหดคอหนี ฮารุคลายความกังวลลงเมื่อโทบิค่อย ๆ คลายอ้อมแขนของเขาออกแล้วจับเธอพลิกนอนหันหน้าเข้าหากัน “…นอนกอดทั้งคืนแบบนั้น ใครจะไม่เกร็ง” “ไม่ได้เหรอ” “…” ระหว่างคิ้วของฮารุย่นเข้าหากัน เธอจ้องตาคมกลับไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความออดอ้อนของโทบิ สายตากับน้ำเสียงของเขาตอนนี้มันจะไม่เหมือนคู่รักนอนกกกันไปหน่อยเหรอ… “เป็นอะไรของพี่ทำไมอยู่ดี ๆ ถึง…”
“…อื้ม ลืมของเหรอ” ฮารุส่งตัวเองลุกขึ้นนั่งสาวสวยหอบร่างโอนเอนเดินโซซัดโซเซไปเปิดประตู เธอเข้าใจว่ามาร์ตินลืมอะไรสักอย่างแล้วคงกลับมาเอา ฮารุกดปลดล็อกผ่านระบบอัตโนมัติเธอยืนอยู่แบบนั้นทั้ง ๆ ที่ตายังไม่เปิดดี “พี่มา…อืมม” เสียงหวานขาดช่วงไปเมื่อชายหนุ่มข้างห้องก้าวขาเข้ามาในห้องเธอ เขารั้งเอวบางเข้าหาใช้สายตาสำรวจทั่วร่างฮารุเพียงครู่ก็แนบริมฝีปากประกบลงมาทันที “อะ อือ” คนตัวเล็กปัดป่ายมือพยายามดันอกแกร่งออก ปากของเธอถูกเขาดูดดึงก่อนที่ชายหนุ่มจะสอดลิ้นหนาเข้ามาไล่ต้อนลิ้นเรียวไปดูดกิน เขาเกี่ยวรั้งลิ้นเธอเพื่อแลกสัมผัสเร่าร้อน โทบิก้าวเท้าเดินแล้วกดไหล่ให้ฮารุลงไปคุกเข่ากับพื้น “อะ อะไรของพี่…ยังมึนอยู่ ไม่อยากทำ” ฮารุนั่งทิ้งตัวทับส้นเท้าเธอเงยหน้ามองใบหน้าหล่อคมของคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าเขามาหลายวัน โทบิยกยิ้มมุมปากเขาไม่พูดอะไรแต่กำลังถอดกางเกงนอนขายาวออกจากตัว “มึนสิดี เอากันน่าจะเพลิน” อึก! “อ่าาา” เสียงลำรักถูกดันเข้าไปในโพรงปากเล็กพร้อมกับเสียง
“ไปเที่ยวกันมาสนุกไหมคะ?” ทันทีที่ร่างบางโผล่พ้นเข้ามาในห้องประชุมฮารุก็เอ่ยปากแซวพ่อกับแม่ของตน เธอยักคิ้วลิ่วตามองผู้มีพระคุณด้วยสายตาหยอกล้อก่อนจะเดินไปหย่อนบั้นท้ายลงนั่งเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ กัน “…เที่ยวตรงไหนพ่อกับแม่ไปประชุม” “ไม่ต้องมาโกหกหนูเลย เห็นนะว่าแอบไปดินเนอร์กันสองต่อสองหลังเสร็จงาน เกรงใจคนโสดบ้างสิ” สาวผมบลอนด์แกล้งทำปากคว่ำหลังไปไถดูโซเชียลของครอบครัวแล้วเห็นแม่ลงรูปไปทานดินเนอร์มื้อพิเศษพร้อมดอกไม้ช่อโตในมือ สวีทหวานกันออกหน้าออกตาจนลูกสาวแท้ ๆ อย่างเธอยังอดอิจฉาตาร้อนไม่ได้ “โอ๋ ๆ ไม่นอยนะลูกสาวแม่ แต่ถ้าทนดูไม่ไหวก็หาผู้ชายดี ๆ สักคนมาดามใจสิจ๊ะ” พิมดาวส่ายหน้าแล้วหันไปยิ้มกับสามีก่อนจะหันมาพูดทีเล่นทีจริงกับลูกสาวแสนสวยที่ยังนั่งทำหน้างอปากคว่ำไม่เลิก “ชิ! ไม่เอาหรอกกลัวไม่เจอผู้ชายดี ๆ แบบพ่อ” ฮารุส่ายหน้าเป็นพัลวันแม้ปากจะปฏิเสธไปแบบนั้นแต่วันนี้คนตัวเล็กตั้งอกตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาสวยพริ้งเพราะรู้ว่าจะได้เจอใครอีกคนที่ต้องมาฟังประชุมรายงานความคืบหน้าพร้อมกัน







