Share

บทที่ 6

Author: Losthappines
last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-10 14:00:04

ฟาริคใช้สายตาเรียบนิ่งของเขาจ้องมาที่ริมฝีปากของเลย์ลาครู่หนึ่งและเหมือนว่าใบหน้าหล่อคมคายกำลังขยับโน้มเข้าไปหาเธอ

เลย์ลาที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตัวแข็งทื่อมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนบ่าเขากำลังกำเสื้อคลุมที่เขากำลังสวมใส่แน่น

ก๊อก! ก๊อก!

แต่ทว่าเสียงเคาะประตูห้องพักหรูก็ดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวเกร็งอยู่บนตักแกร่งรีบดีดตัวลุกพรวดออกจากตักของฟาริค

"อะ เอ่อ ละ เลย์ลาขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ เดี๋ยวเลย์ลาต้องมีไปทำธุระข้างนอกต่อค่ะ"

เลย์ลาเอ่ยพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก เธอก้มหัวให้

ฟาริคเล็กน้อยก่อนจะรีบหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วเธอก็พบเข้ากับลูอิสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดี

เลย์ลาก้มหัวให้ลูอิสเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก ทำเอาลูอิสถึงกับมองตามแผ่นหลังของเลย์ลาไปด้วยสายตางุนงง

"มึงมาทำไม" เสียงทุ้มต่ำของฟาริคเอ่ยพูดกับลูอิสด้วยสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาลูอิสที่สาวเท้าเข้ามาแสดงสีหน้างุนงงไปยิ่งกว่าเดิม

"เฮียเรียกผมให้เอาเอกสารมาให้ไงครับ"

"กูเรียกไปตั้งนานทำไมเพิ่งเอามาตอนนี้"

"ก็เฮียบอกผมว่าอีกยี่สิบนาทีค่อยเข้ามา เฮียจะอาบน้ำก่อนผมก็เลยรอยี่สิบนาทีแล้วค่อยเข้ามาครับ"

"อืม มึงนี่ตรงเวลาดีเนอะ"

"แน่นอนครับ ไม่อย่างนั้นผมจะได้มาเป็นลูกน้องคนสนิทของเฮียเหรอครับ" ลูอิสยกยิ้มขึ้นมาด้วยสีหน้าภูมิใจ

"อันนี้กูไม่ได้ชมนะ กูประชด"

"อ้าว" ลูอิสทำหน้าเหวอออกมาแต่ในตอนนั้นดวงตาของเขาก็ไปสะดุดเข้ากับแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้าเจ้านายของเขา

"ว่าแต่แก้วกาแฟใครเหรอครับเฮีย"

"ของกู"

"แต่เฮียไม่ดื่มกาแฟไม่ใช่เหรอครับ"

"…" ฟาริคเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่ใช้สายตาเรียบนิ่งของตัวเองจ้องมองไปที่แก้วกาแฟนั้นแถมในหัวก็พลางไปนึกถึงร่างเล็กของใครบางคน ลูอิสมองท่าทีของเจ้านายของตัวเองด้วยสีหน้างุนงงแต่เมื่อในหัวพลางนึกไปถึงท่าทีของเลย์ลาเมื่อสักครู่นี้ลูอิสก็ค่อย ๆ

ยกยิ้มออกมาอย่างเริ่มเข้าใจอะไรได้

ฟาริคดึงสายตาราบเรียบของตัวเองออกมาจากแก้วกาแฟก่อนจะตวัดสายตาไปมองหน้าลูกน้องตัวเองแทน

"ยิ้มเหี้ยอะไรของมึง"

"ผมเปล่าครับ" ลูอิสรีบหุบยิ้มก่อนจะแสดงสีหน้าจริงจังในแบบของลูกน้องคนสนิทของมาเฟียหนุ่ม

"เปล่าอะไร ก็เมื่อกี้มึงยิ้มอยู่" ฟาริคที่รู้ว่าลูอิสกำลังจะกวนประสาทก็เลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งตามแบบที่เขาชอบทำเช่นกัน

"เฮียผมถามจริง ๆ เฮียกำลังชอบเธอใช่มั้ยครับ"

"ไอ้นี่ พูดอะไรเพ้อเจ้อ กูไม่สนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้นอยู่แล้ว"

"…" แม้ลูอิสจะได้ยินเจ้านายตัวเองปฏิเสธออกมาเสียงแข็ง แต่ยังคงทำหน้าไม่เชื่อออกมาอยู่ดี

"กูก็แค่เอ็นดูเธอ กูไม่เอาเด็กที่อายุเกือบเท่าน้องตัวเองมาทำเมียหรอก กูไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นด้วย งานกูเยอะจะตายมึงก็รู้"

"งานเยอะแต่ก็ยังจะจัดหาที่หลับที่นอนให้เธอแถมยังเรียกเธอมาหาทุกวั๊น ทุกวัน"

"มึงทำงานกับกูมากี่ปีมึงเคยเห็นกูสนใจเรื่องอะไรแบบนั้นมั้ย กูเคยบอกมึงแล้วไงว่ากูไม่ได้สนใจอะไรเธอแบบนั้น กูก็แค่สงสารเธอ"

"เพราะทำงานกับเฮียมาหลายปีนี่แหละครับถึงรู้ว่าอาการของเฮียตอนนี้มันเริ่มไม่ปกติ"

เมื่อถูกหยอกล้อจนเกือบจะจนมุม ฟาริคก็หยิบกระดาษแผ่นนึงมาขยำ ๆ ในมือก่อนจะปาใส่ลูกน้องตัวเองทันทีด้วยความหงุดหงิด

"พูดมากจริง ๆ มึง ออกไปได้แล้วกูปวดหัว"

"ครับเฮีย งั้นผมวางเอกสารไว้ตรงนี้นะครับ" ลูอิสพูดขึ้นก่อนจะวางซองเอกสารไว้ตรงโต๊ะข้าง ๆ แก้วกาแฟ จังหวะที่จะหมุนตัวกลับลูอิสก็ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าติดกวนก่อนจะเอ่ยพูดกับเจ้านายตัวเองว่า

"แต่ถ้าเฮียมีอะไรอยากปรึกษา เรียกผมได้นะครับ ผมช่ำชอง"

"กู ไม่ ต้อง การ!" ฟาริคตะโกนไปตามหลังก่อนจะหยิบกระดาษมาขยำ ๆ และง้างมือทำท่าจะปาใส่ลูอิสอีกครั้ง

"กูน่าจะเอาไอ้เดียนไว้แล้วส่งมึงให้ไอ้ฟิลิกซ์ นิสัยแบบเดียวกันแม่งอยู่ด้วยกันได้เลย ไอ้เวร"

อีกด้าน

"สายตาเมื่อกี้มันคืออะไรน่ะ" เลย์ลายืนอยู่หน้ากระจกและเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเอง เธอใช้ดวงตากลมของตัวเองมองเงาสะท้อนใบหน้าของตัวเองในกระจกและพบว่าตัวเธอเองมีสีหน้าที่แดงก่ำในตอนนี้ เลย์ลาหลับตาและพยายามสลัดภาพที่ฟาริคกำลังโน้มใบหน้าเข้ามาหาเธอออกจากหัว แต่ทว่าทั้งภาพและกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากร่างกายของฟาริคที่เธอได้กลิ่นมันยังคงหอมหวนติดอยู่ที่ปลายจมูกเธอไม่หาย

หากเมื่อกี้ไม่มีเสียงเคาะประตูเกิดขึ้นมันจะเกิดอะไรขึ้นนะ

เธอจมอยู่กับความคิดของตัวเองนานหลายนาที ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเธอที่เหมือนมาช่วยเรียกให้ได้สติกลับมาดังขึ้น

"เลย์ลา ตอนนี้อยู่ไหนแล้วเหรอ"

"เลย์ลายังไม่ได้ออกไปเลยค่ะ พี่กวินมีอะไรหรือเปล่าคะ"

"พี่จะฝากเลย์ลาซื้อของเข้ามาหน่อยได้มั้ย พอดีว่ากล่องใส่ขนมเค้กที่ร้านมันหมด พี่เตรียมเปิดร้านอยู่เลยไม่สะดวกขับรถออกไปซื้อ"

"อ๋อ ได้เลยค่ะพี่กวิน เดี๋ยวเลย์ลาแวะซื้อให้แล้วจะรีบเข้าไปนะคะ"

"ไม่ต้องรีบก็ได้ เดินทางมาดี ๆ ก็พอ เพิ่งเปิดร้านคนยังไม่เยอะเท่าไหร่หรอก"

"รับทราบค่ะพี่กวิน" เลย์ลาขานตอบกวินเจ้าของร้านกาแฟที่เธอกำลังทำงานอยู่ก่อนที่เลย์ลาจะรีบจัดข้าวของของตัวเองอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเธอก็รีบสาวเท้าออกมาจากห้องพักของเธอ จังหวะที่เธอเปิดประตู เธอเหลือบไปมองประตูห้องตรงข้ามเล็กน้อยและเห็นว่ามันปิดสนิทอยู่ สุดท้ายร่างเล็กก็ละสายตาออกมาและรีบสาวเท้าเดินออกมาทันที

ใช้เวลาไม่นานเลย์ลาก็เดินทางถึงร้านกาแฟที่อยู่ใกล้มหาลัยของตัวเอง

"พี่กวิน เลย์ลามาแล้วค่ะ" เลย์ลาเอ่ยทักทายกวินเจ้าของร้านกาแฟที่เธอทำงานด้วยมานานนับปี มือเรียวของเลย์ลาถือถุงกล่องขนมเค้กมืออีกข้างก็ถือกระเป๋าสะพายตัวเองด้วยท่าทีพะรุงพะรัง

"เดี๋ยวพี่ช่วย" กวินเดินเข้าไปหาเลย์ลาก่อนจะเอื้อมไปช่วยหยิบถุงกล่องขนมเค้กมาถือ

"ขอบคุณนะคะพี่กวิน"

"ไม่น่าใช้เราให้ซื้อของเลย ถุงอันนี้กับคนถือเกือบจะเท่ากันอยู่แล้ว"

"พี่กวินอย่าหาแกล้งเลย์ลา เลย์ลาสูงตั้งร้อยห้าสิบห้าเลยนะคะ"

"เลย์ลา เราใช้คำว่าตั้งร้อยห้าสิบห้าเลยเหรอ"

"เลย์ลาจะไปฟ้องกรมแรงงาน โดนเจ้าของร้านแกล้งทุกวันเลย" เลย์ลาแสดงสีหน้างอแงออกมาเมื่อโดนกวินพูดหยอกล้อเรื่องส่วนสูงของเธอ

"หึ เขาจะไล่เรากลับมาน่ะสิ เพราะพี่พูดความจริงทั้งนั้น"

"เลย์ลาไปจัดของดีกว่า อยู่ไปก็โดนพี่กวินแกล้งเปล่า ๆ" เลย์ลาหันไปทำหน้ายู่ใส่กวินก่อนจะสาวเท้าเดินไปสวมใส่ผ้ากันเปื้อนและเริ่มจัดข้าวของแบบที่เธอทำเป็นประจำ

กวินลอบยิ้มออกมาเบา ๆ ด้วยความชอบใจในท่าทีน่าเอ็นดูของเลย์ลา ก่อนที่เขาจะหยิบถุงกล่องขนมเค้กไปเก็บไว้ที่ชั้นเก็บของ

เมื่อถึงเวลาทำงานเลย์ลายังคงทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนเคย เธอเต็มที่กับทุกอย่างที่เธอรับผิดชอบมาโดยตลอด

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปช่วงพลบค่ำ

ถึงเวลาเลิกงาน เลย์ลาช่วยกวินเก็บของเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ จากนั้นเธอก็เดินไปถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินไปหยิบกระเป๋าของตัวเอง

"พี่กวินเลย์ลากลับก่อนนะคะ พอดีเลย์ลามีไปทำงานต่อค่ะ"

"เดี๋ยวพี่ไปส่งมั้ย" กวินที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนออกก็หันไปเอ่ยพูดกับเลย์ลา

"ไม่เป็นไรค่ะ เลย์ลานั่งรถเมล์ไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว"

"เดี๋ยวพี่ไปส่ง อยากไปขับรถเล่นพอดี" กวินยกยิ้มพูดขึ้นต่อ พร้อมกับเดินสาวเท้าไปเก็บของใส่กระเป๋าสะพายและคว้ากุญแจรถบิ๊กไบค์ของตัวเองมาถือไว้ในมือ

"เจ้าของร้านพอปิดร้านแล้วก็ว่างแบบนี้นี่เอง" เลย์ลาที่ค่อนข้างสนิทกับกวินพอสมควรก็พูดกวนเขาไปเล็กน้อยตามนิสัยของหญิงสาว

"แน่นอน พี่ใจดีขนาดนี้อย่าลืมไปถอนฟ้องกรมแรงงานล่ะ" คำตอบที่กวินตอบกลับมาทำให้เลย์ลาหัวเราะออกมาในลำคอเบา ๆ

หึ

กวินก็ลอบยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปหยิบหมวกกันน็อกของตัวเองมาถือไว้ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินมาที่รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ของกวิน

"ใส่ซะสิ" กวินยื่นหมวกกันน็อกของตัวเองให้กับเลย์ลา

"แล้วพี่กวินล่ะคะ" เลย์ลาเอ่ยถามเขากลับ ในขณะที่มือก็เอื้อมไปหยิบหมวกกันน็อกนั้นมา

"พี่มีประกัน เธอใส่ไว้เถอะน่า"

"ค่ะ ขอบคุณนะคะ"

หลังจากนั้นรถบิ๊กไบคันใหญ่ก็ถูกขับออกมาโดยเลย์ลาที่นั่งซ้อนอยู่ก็ใช้มือกำชายเสื้อของกวินแน่น แต่โชคดีที่กวินไม่ได้ขับเร็ว ใช้เวลาไม่นานรถบิ๊กไบค์ก็ขับมาจอดหน้ากาสิโนหรูใจกลางเมือง

เลย์ลาก็ค่อย ๆ กระโดดลงจากรถและถอดหมวกกันน็อกยื่นให้กวิน ซึ่งตอนนั้นมันเป็นจังหวะเดียวกับที่รถหรูของฟาริคกำลังเลี้ยวเข้ากาสิโนตัวเองพอดี ดวงตาของฟาริคจ้องมองเลย์ลาที่กำลังยืนฉีกยิ้มให้ชายหนุ่มที่คร่อมบิ๊กไบค์อยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่รถของเขาจะขับเข้าไปในกาสิโนโดยที่เลย์ลาไม่ทันได้สังเกตเห็น

"ทำงานที่นี่เหรอ" กวินเอ่ยถามเลย์ลา เลย์ลาที่ได้ยินก็พยักหน้าและยิ้มตอบ

"ใช่ค่ะ"

"งั้นพี่กลับแล้วนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ"

"รับทราบค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาส่งเลย์ลา"
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 52

    หลังจากการแต่งงานที่อบอุ่นของคนทั้งคู่ผ่านไปไม่กี่เดือน ในเช้าของวันหนึ่งเลย์ลาและฟาริคกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะทานข้าวเหมือนกับทุกวัน แต่ขณะนั้นเอง"อุบ แหวะ!" เสียงของเลย์ลาก็ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของร่างเล็กทำท่าจะอาเจียนออกมาขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้ากับสามีของตัวเอง ทำเอาฟาริคที่นั่งอ

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 51

    "อ๊ะ! เฮียอย่าใจร้อน" เสียงหวานเอ่ยบอกคู่หมั้นของตัวเองทันทีที่ถูกซุกไซ้ทั่วร่างกายอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนของฟาริคไล่เลียไปทั่วร่างกายของเลย์ลาตั้งแต่ลำคอสวยอันขาวเนียนไล่ลงมาที่หน้าอกอวบอิ่ม จากนั้นก็ไล่ต่ำลงไปที่สะดือ ฟาริคทั้งดูดเม้มรวมถึงใช้ฟันขบกัดบางจุดด้วยความมันเขี้ยวในร่างกายอวบอิ่มของเลย์ลาท

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 50

    สองปีต่อมาปัจจุบันเราเป็นรุ่นพี่ปีสี่ของคณะศิลปกรรมศาสตร์ ใช่แล้วตอนนี้เราอยู่ปีสี่แล้ว สองปีที่ผ่านมาชีวิตของแปรเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก ๆ แต่ในทางที่ดีขึ้นนะ เราใกล้เรียนจบแถมตอนนี้เรายังได้เป็นนักวาดชื่อดังตามความฝันที่เราเคยวาดฝันไว้เราไม่ได้ดังระดับประเทศอะไรขนาดนั้น แต่ว่าเราสามารถใช้สิ่งที่เ

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 49

    สองวันต่อมาเราสวมใส่ชุดเดรสสีขาวมุก พร้อมกับเครื่องประดับราคาแพงที่คุณฟาริคเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้ เราแต่งตัวด้วยความงุนงง เพราะคุณฟาริคไม่บอกอะไรเราสักคำและตั้งแต่ตื่นนอนมาเรายังไม่เจอคุณฟาริคเลยด้วย"ชุดเป็นทางการเกินไปมาก จะพาไปไหนล่ะเนี่ย" เราพูดขึ้นด้วยสีหน้าอยากรู้สุดใจ ขณะกำลังส่องกระจกเช็กควา

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 48

    "โอ๊ย! เจ็บนะเฮีย" ฟิลิกซ์ดึงหัวตัวเองกลับมาก่อนจะลูบหัวตัวเองเบา ๆ พร้อมกับแสดงสีหน้าเจ็บปวดหลังจากถูกมือแกร่งของฟาริคฟาดเข้าเต็ม ๆ"ไอ้เวรนี่ ทำอะไรไม่รู้จักล็อกประตูถ้าไม่ใช่กูเข้ามาจะทำยังไง" ฟาริคเอ่ยขึ้นบ่นน้องชายตัวเอง"ไม่มีใครเขาไร้มารยาทเข้ามาแบบเฮียแล้วเว้ย ขัดจังหวะความสุขของผมฉิบ!" ฟิลิ

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 47

    วันต่อมาติ๊ง!เสียงโทรศัพท์ของเราดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากคุณฟาริคแสดงขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์คุณฟาริค : ขึ้นห้องเรียนไปรึยัง เธอลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่รถเราเปิดอ่านข้อความพร้อมกับสองเท้าของเราหยุดชะงัก ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินกลับไปที่หน้าตึกเรียนของคณะตัวเองเพื่อไปที่ที่คุณฟาริคเพิ่งมาจอดรถส่งเราก่อนหน้

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 5

    วันถัดมาวันนี้เราออกมามหาลัยตั้งแต่เช้าเพราะว่าวันนี้เรามีเรียน ตอนนี้เราเรียนอยู่มหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะศิลปกรรมศาสตร์ปีที่สอง เราเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกันหนึ่งปีเราเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์เพราะเราชอบวาดรูปแล้วเราก็มีความฝันอยากเป็นนักวาดชื่อดังที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองเป็นหมื่นเป็

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 4

    ถึงแม้สายตาของฟาริคที่จ้องมองเธออยู่นั้นราวกับว่าเขากำลังต้องการจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว แต่เลย์ลาเองไม่ทันได้สังเกตแววตานั้นเพราะสีหน้าราบเรียบของฟาริคปกปิดไว้ทั้งหมดและเธอกำลังตกใจเพราะคิดว่าเป็นคนที่ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมา"เลย์ลาไม่ได้ตั้งใจ คุณฟาริคกำลังได้พักผ่อนแท้ ๆ เลย์ลาทำให้คุณฟาริคตื่นเลย"

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 3

    เวลาผ่านล่วงเลยไปหลายชั่วโมงฟาริคที่กำลังนั่งอ่านเอกสารการก่อตั้งกาสิโนแห่งใหม่อย่างไร้สมาธิแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมแพ้และปิดแฟ้มเอกสารพวกนั้นลง เขาดันตัวลุกขึ้นก่อนจะหยิบเสื้อสูทสีดำของตัวเองที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้มาถือไว้ก่อนที่ สองเท้าหนักของมาเฟียหนุ่มจะเดินออกไปจากห้องทำงาน

  • Treasure เด็กหวงเฮียฟาริค   บทที่ 2

    "คะ คุณฟาริคว่ายังไงนะครับ" เสียงบัณฑิตเอ่ยถามฟาริคด้วยน้ำเสียงตกใจกับประโยคที่เพิ่งได้ยิน ไม่ต่างจากลูอิสที่กำลังแสดงสีหน้าคาดไม่ถึงเมื่อได้ยินว่าเจ้านายของตัวเองเอ่ยปากจะซื้อผู้หญิงคนนี้ลูอิสทำงานกับฟาริคมานานถึงสิบปีแต่ไม่เคยเห็นฟาริคแยแสหรือสนใจผู้หญิงคนไหน เพราะสำหรับเจ้านายเขาแล้วงานคือที่หนึ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status