Mag-log inและทางขวา อคินกำลังนอนตะแคงเท้าแขนกับฟูกหนานุ่ม เสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มตัวหลวมเปิดกว้างจนเห็
ความกลัวที่จะถูกทิ้ง... ความทรงจำในวัยเด็กที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในสถานสงเคราะห์... ผสมผสานกับความแค้นที่ถูกหักหลังซ้ำสอง บีบให้สติสัมปชัญญะของพายุขาดสะบั้นลงโดยสิ้นเชิง"มึงกล้าเปรียบเทียบกูกับมันงั้นเหรอ..."พายุกัดฟันพูดทีละคำ เสียงแหบต่ำจนฟังดูคล้ายสัตว์ร้ายที่กำลังคลั่ง ดวงตาคมเข้มแดงก่ำลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความบ้าคลั่งที่ไร้การควบคุมเขาปล่อยมือจากแขนของเธอก่อนจะเงื้อหมัดขวาที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยรอยสักเปลวไฟขึ้นสูงในอากาศ!แรงโทสะสั่งการให้เขาทำลายทุกสิ่งตรงหน้าเพื่อระบายความเจ็บปวดที่อัดแน่นจนแทบอกแตกตายข้าวหอมเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอผงะถอยหลัง แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาคอนกรีตต้นใหญ่จนไร้ทางหนี เมื่อเห็นหมัดหนักๆ เงื้อขึ้นสุดแขน หญิงสาวหลับตาแน่น ย่อตัวลง และยกสองแขนขึ้นมาปิดศีรษะเพื่อรอรับแรงกระแทกอันทารุณตามชะตากรรมเธอนึกว่าเขาจะชกเธอ... นึกว่าจุดจบของเธอได้มาถึงแล้ววูบ!ลมหมัดที่รุนแรงเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธอไปเพียงไม่ถึงมิลลิเมตรพลั่ก! เปรี้ยง!เสียงกำปั้นหนัก
หมับ!มือหนาหยาบกร้านเอื้อมออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของข้าวหอมอย่างแรง แรงบีบมหาศาลทำให้เนื้อเนียนแทบแหลกคามือ ข้าวหอมหลุดเสียงครางในลำคอด้วยความเจ็บแปลบใบหน้าคมเข้มของพายุโน้มลงมาประชิดจนหน้าผากเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เปรอะเปื้อนกลิ่นบรั่นดีเป่ารดผิวแก้มซีดเซียวดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ฟันกรามขบแน่นจนได้ยินเสียงลั่นสุรเสียงแหบต่ำ ลึก และเต็มไปด้วยความคุกคามอันดิบเถื่อนดังรอดไรฟันออกมา บีบให้อากาศรอบตัวเย็นเฉียบจนแทบหยุดหมุนเวียน"มึงออกไปไหนมาตั้งแต่เช้ามืด... ข้าวหอม" พายุเค้นเสียงถาม แววตาวาวโรจน์ไปด้วยความคลั่ง "ลงไปร่านรอกระดูกชิ้นไหนมา... ตอบกูมาเดี๋ยวนี้!"กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นซีดาร์วูดในห้องรับแขกไม่ได้ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของพายุได้เลยแม้แต่น้อยมือหนาของเขาบีบลึกเข้าไปในเนื้อเนียนตรงต้นแขนของข้าวหอม เขารู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อใต้เสื้อสเวตเตอร์หนาที่กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ร่างเล็กๆ นั้นบอบบางจนเหมือนกิ่งไม้แห้งที่เขาออกแรง
ความทรงจำเกี่ยวกับคลิปเสียงเก่าๆ... คำพูดที่พายุเคยตะคอกใส่หน้าเธอในวันแรกว่า 'ให้มาเป็นของเล่นขัดดอกของพวกกู มาเป็นทาสรับใช้คอยรองรับอารมณ์'... ก้องสะท้อนขึ้นมาในโสตประสาทจนศีรษะของเธอปวดหนึบความผูกพันทางสายเลือดและภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเติบโตมาด้วยกัน กำลังทำให้จิตใจของเธอเอนเอียงไปตามคำชักจูงอันแยบยลของพี่ชาย"แล้ว... พี่เข้มจะให้หนูทำยังไงคะ" เธอถามด้วยเสียงสั่นพร่า"หนีไปกับพี่เดี๋ยวนี้!" เข้มเอ่ยอย่างกระตือรือร้น "พี่เตรียมรถและที่ซ่อนตัวไว้นอกเมืองแล้ว พี่มีเงินเก็บส่วนหนึ่งที่จะพาแกกับแม่หนีไปตั้งหลักที่ต่างประเทศ... ไปกับพี่นะหอม ทิ้งเพนต์เฮาส์นรกนั่นไปซะ!"เข้มออกแรงดึงแขนของเธอ หมายจะพาเธอก้าวเดินไปยังลานจอดรถด้านนอกของสวนสาธารณะทว่า ข้าวหอมกลับขืนตัวไว้สองเท้าของเธอหยุดนิ่งอยู่กับที่ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่ชาย แววตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสน ความเจ็บปวด และความคลางแคลงใจที่ยากจะอธิบายในเสี้ยววินาทีนั้น... ภาพรอยยิ้มอบอุ่นของศิลาตอนที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอเมื่อคืน... ภาพพายุที่นั่งหลังคดหลังแข็งเช็ดต
ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เธอแทบไม่ได้ข่มตานอนเลยแม้แต่นาทีเดียวภาพสายตาสามคู่ที่เต็มไปด้วยความมืดมิดและแรงกดดันมหาศาลหลังการโทรศัพท์ของเข้มยังคงติดแน่นอยู่ในมโนสำนึก แม้ศิลาจะสั่งให้เธอเข้านอนตามปกติ และพายุกับอคินไม่ได้เอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อหน้าเธอ ทว่าความเงียบงันที่แสนผิดวิสัยของพวกเขา กลับสร้างความหวาดหวั่นในใจเธอมากกว่าการถูกตวาดด่าทอเสียอีกเธอตัดสินใจแอบย่องออกจากเพนต์เฮาส์ตั้งแต่หกโมงเช้า อาศัยจังหวะที่ระบบรักษาความปลอดภัยเปลี่ยนกะ และบอดี้การ์ดหน้าประตูยังไม่ทันสังเกตเห็น เพื่อมาตามนัดหมายนี้เธอไม่ได้มาเพื่อวางแผนหนี...แต่เธอมาเพื่อต้องการคำตอบจากปากของพี่ชายร่วมสายเลือด ว่าทำไมถึงทำลายชีวิตครอบครัว ทำไมถึงกล้าหักหลังเพื่อนที่รักเขาที่สุด และทำไมถึงทิ้งเธอไว้ให้รับกรรมเพียงลำพังเสียงพื้นรองเท้าหนังบดขยี้กับกิ่งไม้แห้งดังขึ้นจากทางด้านหลังข้าวหอมสะดุ้งตัวเล็กน้อย เธอหันขวับกลับไปมองทันทีร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังสาวเท้าก้าวเร็วๆ ตรงเข้ามาหาเธอ เขาเหลียวซ้ายแลขวาอย่างลุกลี้ลุกลน คล้ายกำลังหวาดระแวงว่าจะมีใครสะก
"ขอบคุณนะคะ... ขอบคุณพี่ศิลา พี่พายุ แล้วก็พี่อคินด้วยค่ะ""โอ้โห... เรียกพี่ศิลาแล้วเหรอครับเนี่ย" อคินหัวเราะร่าอย่างชอบใจ แซวเพื่อนสนิทที่นั่งเสียอาการอยู่หัวโต๊ะ "ดูสิ พายุมันอิจฉาจนตาเขียวหมดแล้วนะหนูหอม""ใครอิจฉาวะ!" พายุโวยวายกลบเกลื่อน แต่ใบหน้าคมเข้มกลับขึ้นสีแดงก่ำจนถึงใบหู ชายหนุ่มผิวแทนตักเนื้อปลาชิ้นใหญ่ใส่จานของข้าวหอมจนพูน "กินข้าวได้แล้ว! เลิกพูดมากทั้งคู่เลย มัวแต่คุยกับข้าวเย็นหมดพอดี!"เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะอาหาร บรรยากาศที่เคยอึดอัด ตึงเครียด และเต็มไปด้วยความหวาดระแวง บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่แสนประหลาด ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแค้นและหนี้สิน กำลังก่อร่างสร้างตัวกลายเป็นครอบครัวที่แปลกใหม่แต่ลงตัวมื้ออาหารดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมสุข ข้าวหอมพูดคุยและตอบคำถามอย่างผ่อนคลาย เธอเริ่มเล่าเรื่องงานในร้านกาแฟ และรับฟังคำแนะนำเรื่องการบริหารจัดการจากศิลา ฟังเรื่องการซ่อมเครื่องยนต์จากพายุ และฟังการวิเคราะห์ภาพวาดจากอคิน ชายหนุ่มทั้งสามคนผลัดกันคอยดูแล ตักอาหาร และรินน้ำให้เธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลายเป็นศูน
ศิลาหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา ปลายนิ้วเลื่อนหน้าจอเปิดไฟล์เอกสารสัญญาฉบับเดิมที่ข้าวหอมเคยเซ็นชื่อไว้ในคืนแรก"สัญญาเงินกู้และข้อผูกพันฉบับเดิม ถูกร่างขึ้นภายใต้สมมติฐานของความขัดแย้งและหนี้สินที่พี่ชายของเธอทิ้งไว้" ศิลาเริ่มต้นอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ ทว่าไร้ความเย็นชาดั่งเช่นวันวาน "ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อมูลเชิงประจักษ์หลายอย่างที่แสดงให้เห็นว่า แบบจำลองเดิมที่ฉันสร้างขึ้น มันสร้างผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และรบกวนประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคนมากเกินไป"เขาเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาสบตากับเธอตรงๆ"โดยเฉพาะ... กฎข้อที่สาม ในส่วนของ 'หน้าที่บนเตียง'"คำพูดที่ตรงไปตรงมาทำให้พวงแก้มของข้าวหอมขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำด้วยความขัดเขิน ขณะที่พายุและอคินเองก็นิ่งเงียบเพื่อรอฟังข้อสรุปของผู้นำกลุ่ม"การบังคับขืนใจ หรือการใช้สัญญาหนี้สินมากดดันให้เกิดความสัมพันธ์ทางกาย มันคือวิธีการที่ป่าเถื่อนและไร้ตรรกะ" ศิลาเอ่ยอย่างเฉียบขาด ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนหน้าจอแท็บเล็ต "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันขอยกเลิกข้อกำหนดเรื่องหน้าที่บนเตียงใ







