INICIAR SESIÓNข้าวหอมสะดุ้งตื่นขึ
"โธ่เว้ย!"พายุคำรามเสียงต่ำในลำคอ เขายกกระป๋องเบียร์ใบที่หกขึ้นกระดกอึกใหญ่ รสขมปร่าบาดคอหอยลงไปในกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่า ความร้อนรุ่มในอกไม่ได้ลดน้อยถอยลงแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เขากำมือขวาแน่นลืมตัว ลืมไปว่าเนื้อตรงง่ามนิ้วเพิ่งจะถูกเย็บปิดแผลไปสดๆ ร้อนๆ ความเจ็บแปลบแล่นปราดจนเลือดสีสดซึมทะลุผ้าพันแผลออกมาอีกระลอกไม่มีเธอคอยทำแผลให้อีกแล้ว...ไม่มีมือเล็กๆ ที่คอยจับข้อมือเขาไว้เบาๆ ไม่มีเสียงหวานคอยเอ็ดเวลาที่เขาขยับตัวแรง ไม่มีดวงตากลมโตที่แอบเหลือบมองแผลด้วยความห่วงใยเขาเป็นคนทำลายมันเอง... ด้วยความโง่เขลา ด้วยสันดานดิบเถื่อน และด้วยอดีตที่ตามมาหลอกหลอนเอี๊ยดดดด!เสียงยางรถยนต์บดขยี้กับลานกรวดหน้าร้านดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ระดับวีแปดที่ดับวูบลงพายุไม่ได้ขยับตัว ไม่แม้แต่จะเหลือบสายตาขึ้นมอง เขาจำเสียงเครื่องยนต์รถยุโรปของศิลาและรถสปอร์ตของอคินได้ดี ชายหนุ่มเพียงแค่ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบต่อ ปล่อยให้ความเงียบในโรงซ่อมถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าสองคู่ที่ก้าวเข้ามาอย่างมั่นคงแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามาทางประตูม้วนเ
"หอม... รีบหนีไปกับพี่เร็วเข้า!" เข้มกระซิบเสียงสั่นข้าวหอมไม่หันกลับไปมองพี่ชาย สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ชายหนุ่มทั้งสามคนที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่แตกสลายพายุยืนน้ำตาคลอเบ้า แผงอกกว้างกระเพื่อมไหวรัวเร็ว ชายหนุ่มร่างยักษ์ไม่สนใจแผลที่มือของตัวเอง เขาก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า แววตาดุดันคู่นั้นฉายความเจ็บปวดร้าวรานออกมาจนแทบขาดใจ"ข้าวหอม... อย่าไป..." พายุพึมพำเสียงแหบต่ำ ลำคอตีบตัน "อย่าทิ้งฉันไป... ฉันขอโทษ... ฉันยอมมึงแล้วทุกอย่าง... อย่าไปกับมันเลยนะ..."คำขอร้องของพายุ ทำให้หัวใจของข้าวหอมกระตุกไหวอย่างรุนแรงทว่า บาดแผลจากความไว้เนื้อเชื่อใจที่ถูกทำลายลง มันลึกเกินกว่าจะเยียวยาได้ด้วยคำขอโทษ"พวกคุณ... ได้สิ่งที่ต้องการไปหมดแล้ว" ข้าวหอมเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน น้ำตาหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบคบมีด "ทั้งร่างกาย ทั้งศักดิ์ศรี... ฉันจ่ายดอกเบี้ยให้พวกคุณจนหมดสิ้นแล้ว และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... อย่าได้มาเฉียดใกล้ชีวิตของฉันอีก!"เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังทีละก้าว โดยมีเข้มช่วยประคอง ปลายมีดยังคงจ่ออยู่ที่คออย่างมั่น
"ได้ยินชัดหรือยังหอม!" เข้มตะโกนใส่หน้าเธอ เสียงแหบพร่า "พวกมันไม่ได้รักมึง! พวกมันแค่อยากทำลายมึงเพื่อล้างแค้นกู! มึงยังจะหลงเชื่อภาพลวงตาของพวกมันอยู่อีกเหรอวะ!"พายุยืนนิ่งงัน ใบหน้าคมเข้มซีดเผือดลงไปถนัดตา ชายหนุ่มผิวแทนอึกอัก ลำคอตีบตัน แววตาดุดันที่เคยเกรี้ยวกราดสั่นไหวอย่างรุนแรงด้วยความตระหนกตกใจเมื่อเห็นสายตาของข้าวหอมที่มองตรงมา"ข้าวหอม... ฟังฉันก่อน..." พายุละล่ำละลักพูด ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว ยกมือข้างที่เปื้อนเลือดขึ้นมาข้างหน้า "นั่นมัน... นั่นมันคลิปเสียงตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง! วันที่ฉันกำลังคลั่งเพราะถูกหักหลัง... แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้นแล้วนะ ข้าวหอม! ฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอแล้ว!""ใช่ครับคนดี... ฟังพี่ยังก่อนนะ" อคินที่ยืนซ้อนหลังรีบกระซิบปลอบ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเป็นครั้งแรก ท่อนแขนยาวโอบรัดร่างเธอไว้แน่นขึ้น "สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น... ความรู้สึกของพวกพี่ มันคือความจริงทั้งหมดนะข้าวหอม""โกหก..."คำคำเดียวที่หลุดออกจากปากของข้าวหอม แผ่วเบา สั่นเครือ ทว่าเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งหยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ไหลทะ
เสียงหวีดร้องของไซเรนเตือนภัยแผดก้องทะลุผ่านม่านสติที่พร่ามัวข้าวหอมสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตระหนกสุดขีด ร่างกายของเธอยังคงหนักอึ้งและระบมไปทุกส่วนจากสัมผัสที่บีบคั้นของอคินเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ทว่าสัญชาตญาณของการรับรู้ถึงหายนะกลับบีบบังคับให้เธอต้องฝืนยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน หญิงสาวคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายสีขาวตัวหนาขึ้นมาสวมทับร่างที่เปลือยเปล่า ผูกเชือกเอวแน่นหนาด้วยมือที่สั่นระริกเสียงเอะอะโวยวายและเสียงกระแทกของวัตถุหนักๆ ดังสนั่นมาจากโถงทางเดินด้านนอกเธอเปิดประตูห้องนอนออกอย่างเร่งรีบ บอดี้การ์ดสองคนที่เคยยืนเฝ้าหน้าห้องไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ข้าวหอมก้าวเท้าเร็วๆ ออกมาสู่ห้องรับแขกขนาดใหญ่และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า... ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มตรงกึ่งกลางห้องรับแขกอันโอ่อ่า...ร่างของเข้มในสภาพสะบักสะบอม เสื้อแจ็กเก็ตแบรนด์เนมตัวแพงขาดวิ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและมีเลือดกำเดาไหลกบปาก กำลังถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนกดคว่ำหน้าลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ แขนทั้งสองข้างถูกบิดไพล่หลัง
"บอกพี่มาสิครับ..." อคินโน้มใบหน้าลงมากระซิบถามชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ ปลายนิ้วเบื้องล่างเร่งจังหวะให้ถี่กระชั้นขึ้น บดขยี้เน้นย้ำลงไปบนจุดลึกสุดอย่างแม่นยำ "คนที่หนูไปเจอมาเมื่อเช้า... มันเป็นใคร""หนู... หนูบอกไม่ได้... อ๊า!""ทำไมจะบอกไม่ได้ครับ หืม?" อคินเพิ่มจำนวนเป็นสองนิ้ว ขยับแทรกดันเข้าไปจนสุดทาง แยกช่องทางคับแคบให้อ้าออกรับการรุกล้ำ "มันสำคัญกว่าพวกพี่งั้นเหรอ... มันทำให้หนูมีความสุขได้เท่าที่พวกพี่ทำหรือเปล่า พูดสิคะคนดี... พูดออกมา!""ฮึก... อย่าทรมานหนูแบบนี้... อ๊าาา!""งั้นก็เลือกสิครับ!" อคินกดเสียงต่ำลง แววตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยเปลวไฟแห่งความหวงแหนอันบ้าคลั่ง "เลือกว่าจะอยู่กับพวกพี่ หรือจะไปกับมัน... ถ้าหนูเลือกมัน พี่จะปล่อยมือเดี๋ยวนี้ ปล่อยให้หนูทรมานค้างเติ่งอยู่ตรงนี้คนเดียว แต่ถ้าหนูเลือกพวกพี่... หนูต้องยอมจำนนให้พี่เดี๋ยวนี้!"อคินชะงักนิ้วมือไว้ นิ่งสนิทอยู่ภายในกายเธอ ปล่อยให้ความต้องการที่พุ่งขึ้นสู่ขีดสุดคั่งค้างอยู่กลางอากาศความว่างเปล่าและความทรมานที่ตามมาติดๆ ทำให้สติสัมปชัญญะของข้าวหอมขาดสะบั้นลงโดยสิ้นเชิง ร
"หยุดพูดนะ...""ทำไมล่ะครับ กลัวจะเห็นความจริงเหรอ?" อคินกระซิบชิดใบหูเล็ก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อที่กำลังสั่นสะท้าน มืออีกข้างของเขาเอื้อมไปดึงชายเสื้อสเวตเตอร์หนาของเธอขึ้นสูง "ถ้าพวกพี่เห็นหนูเป็นแค่ของเล่นขัดดอก... ทำไมพายุมันถึงต้องยอมชกเสาคอนกรีตจนมือตัวเองแหลก เพื่อไม่ให้หมัดโดนหน้าหนู ทำไมศิลามันถึงต้องยอมควักเงินสองล้านไปปิดหนี้ข้างนอกให้พี่ชายหนู ทั้งที่มันเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวที่สุดในโลก... และทำไม พี่ถึงต้องมายืนกอดหนูอยู่ตรงนี้ ทั้งที่พี่ควรจะขังหนูไว้ให้อดข้าวอดน้ำเหมือนที่เจ้าหนี้ทั่วไปเขาทำกัน!"คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งการเสแสร้ง ทำให้หัวใจของข้าวหอมกระตุกวูบทว่า ความสับสนและความหวาดระแวงยังคงครอบงำจิตใจของเธออย่างเหนียวแน่น"พวกคุณแค่... แค่อยากเอาชนะ..." เธอเค้นเสียงเถียงทั้งน้ำตา"งั้นมาดูกัน ว่าคืนนี้ใครจะเป็นฝ่ายชนะ"พรึ่บ!อคินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว เขาดึงเสื้อสเวตเตอร์ตัวหนาของเธอรูดขึ้นทางศีรษะแล้วเหวี่ยงทิ้งลงบนพื้นห้องอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินตัวบางสีครีมที่แนบสนิทไปกับท







