Mag-log in“คนบ้า! บ้าที่สุด!”
อมีนาซุกหน้าลงกับหมอนพลางดิ้นเร่าด้วยความหงุดหงิด “งานเขียนก็ไม่ปัง พล็อตก็ตัน ยังมาเจอคนห่วยแตกซ้ำซากอีก นี่เราคิดผิดหรือคิดถูกที่ใช้วิธีนี้กันแน่!” เธอนอนกุมขมับทบทวนความล้มเหลวของตัวเอง อ่านนิยายก็แล้ว ดูหนัง AV ก็ศึกษามาหมด แถมยังลงทุนใช้คนจริง ทดลองเองถึงสองครั้ง “Two-night Stand แล้วนะอมีนา! ทำไมสวรรค์ที่เขาว่ากันมันยังมาไม่ถึงซักที เสียตัวฟรีไม่พอ ยังเสียความรู้สึกอีก!” “โอ๊ย... แสบชะมัด” มือเล็กสอดเข้าไปสัมผัสจุดอ่อนไหวเบาๆ ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นคราบสีแดงติดมือมา “ตายห่า! เป็นเมนส์เหรอ? ไม่สิ... นี่มันเลือด!” เธอหน้าซีดเผือดพลางนึกถึงบทรักอันรุนแรงเมื่อครู่ “คนบ้า! ทำรุนแรงจนเลือดออกเลยเหรอเนี่ย!” จังหวะนั้นเอง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ทำงาน ถ้าเธอเลือดออกขนาดนี้ ที่นอนห้องรับแขกต้องเปื้อนแน่ๆ! “ไม่ได้การละ พรุ่งนี้เช้าย่าต้องเข้าไปเก็บกวาดห้องแน่ ถ้าเห็นรอยเลือดเข้ามีหวังความแตกตายพอดี!” อมีนารีบกระโดดเข้าห้องน้ำล้างตัวด้วยความลนลาน เธอตั้งใจจะกลับมาตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อลงไปจัดการรอยรักก่อนย่าจะตื่น แต่แล้วเธอก็ต้องพบกับความจริงที่โหดร้าย “โทรศัพท์! มือถือทิ้งไว้ข้างล่าง... ในห้องนั้น!” เธอนั่งจ้องประตูลุกลี้ลุกลนอยู่พักใหญ่ “เอาวะ... ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว อายตอนนี้ยังดีกว่าอากับย่ารู้เรื่อง!” ร่างเล็กในชุดนอนตัวเดิมย่องกลับลงไปที่ห้องรับแขกอีกครั้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเคาะประตูรัวๆ <ก๊อกๆๆ!> ประตูเปิดออกทันทีราวกับคนข้างในรออยู่แล้ว ภีมพัฒน์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเก้อเขิน สลัดคราบเสือร้ายกลายเป็นหนุ่มเสียฟอร์มอย่างเห็นได้ชัด อมีนาหน้าแดงก่ำจ้องเขาเขม็ง “มือถือ... เอามือถือให้หนูหน่อย” เธอสั่งเสียงเบาแต่เฉียบขาด “เข้ามาเอาสิครับ” เขาหลีกทางให้ พลางปรายตามองเนินอกอวบภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวของคนตัวเล็กที่อยู่เบื้องหน้า “ไม่! คุณไปหยิบมาให้หนูเดี๋ยวนี้!” ภีมพัฒน์ถอนหายใจยาว พลางทำหน้ากรุ่มกริ่มใส่ “โธ่เอ๊ย... นึกว่าจะย้อนกลับมาต่ออีกรอบ” “ฝันไปเถอะค่ะ!” อมีนาสวนกลับทันควัน “จะไม่มีรอบที่สามแน่นอน ห่วยแตกขนาดนี้หนูไม่ยอมเจ็บตัวฟรีอีกแล้ว!” คำว่า “ห่วยแตก” รอบที่ร้อยทำเอาภีมพัฒน์หน้ากระตุก เขาเดินไปหยิบมือถือมาถือไว้แต่ไม่ยอมส่งให้ง่ายๆ “ปลดล็อกก่อน ไม่งั้นพี่ไม่คืน” “เอาคืนมานะ!” อมีนาโถมตัวจะคว้า แต่เขากลับชูเครื่องขึ้นระดับสายตาแล้วหันหน้าจอมาสแกนใบหน้าเธอทันที <คลิก!> หน้าจอเปิดออกอย่างง่ายดาย ภีมพัฒน์ใช้นิ้วหนากดเบอร์สิบหลักอย่างชำนาญก่อนจะกดโทรออกเข้าเครื่องตัวเอง แล้ววางสายอย่างรวดเร็ว “นี่เบอร์พี่นะ เมมไว้ให้แล้วเรียบร้อย” “หน้าด้าน! หนูไม่ได้ขอสักหน่อย!” “ไม่รู้แหละ... ตอนนี้เรามีเบอร์พี่แล้ว ต้องการเมื่อไหร่ หรืออยากทดสอบอะไรอีก... ก็โทรมา” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “เชอะ! ฝันไปเถอะค่ะ... คน-ห่วย-แตก!” อมีนารีบคว้าโทรศัพท์มากอดไว้แน่นแล้ววิ่งตึกตักขึ้นชั้นบนไปทันที ทิ้งให้คนที่มองตามได้แต่ยืนอมยิ้มมุมปาก ภีมพัฒน์ส่ายหัวเบาๆ พลางนึกถึงท่าทางพยศของแม่สาวน้อยคนเมื่อครู่ “น่าสนใจ... เด็กอะไรก็ไม่รู้ กวนชะมัด” เขาพึมพำกับตัวเอง ความเสียหน้าหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความหมั่นไส้และความอยากจะปราบพยศยัยตัวแสบคนนี้ให้ราบคาบกว่าเดิม เช้าวันใหม่กับความลับใต้ผ้าปูที่นอน เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น อมีนาลืมตาตื่นมาพร้อมกับภารกิจกู้ชีพ เธอรีบย่องลงไปยังห้องรับแขกเพื่อจัดการหลักฐานอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ภีมพัฒน์ออกไปตั้งแต่เช้ามืดตามแผนการที่เธอคาดไว้ สาวน้อยจัดการดึงผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มที่มีรอยจารึก แห่งค่ำคืนอันแสนวุ่นวายยัดใส่เครื่องซักผ้าอย่างว่องไว จนย่าอ่อนที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวถึงกับเลิกคิ้วมองด้วยความประหลาดใจ “ลมอะไรหอบมาล่ะเนี่ย? หลานสาวย่าโตเป็นสาวเต็มตัวแล้วสินะ รู้จักหยิบจับงานบ้านงานเรือนมาช่วยย่าด้วย” ย่าอ่อนเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้ม “ก็หนูโตแล้วนี่คะ หนูไม่อยากให้ย่าเหนื่อย...” อมีนาแสร้งทำเป็นออดอ้อนเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ “แล้ว... แขกของอาเวย์เขากลับไปนานหรือยังคะย่า?” “แขกคนไหน? อ๋อ... พ่อภีมน่ะเหรอ? ไปตั้งแต่ไก่โห่แล้วล่ะลูก เห็นว่ามีธุระด่วน ส่วนอาเราก็คงเมาพับยังไม่ตื่นหรอก วันนี้วันหยุดคงนอนยาวตามระเบียบ” “แล้วน้องสิงล่ะคะย่า?” “เข้าไปป่วนพ่อเขาในห้องนั่นแหละ รายนั้นตื่นปุ๊บก็หาเพื่อนเล่นปั๊บ” ในขณะที่ย่ากำลังเตรียมครัว เสียงค้อนและเสียงสว่านก็ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะทำให้อมีนาขมวดคิ้ว “เสียงใครมาทำอะไรแต่เช้าคะย่า?” “อ๋อ บ้านข้างๆ ไง มีคนมาซื้อต่อแล้ว เห็นว่ากำลังเร่งต่อเติมตกแต่งก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่น่ะ” “จริงเหรอคะ! ดีจัง ซอยนี้จะได้ไม่เหงา ถ้าคนอยู่เต็มคงคึกคักน่าดู ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ย่าเหงาไหมคะ?” “ไม่เหงาหรอกลูก แค่มีหนูกับเจ้าสิง ย่าก็หัวหมุนจนลืมเหงาแล้ว” ย่าอ่อนหยุดมือพลางมองหลานสาวด้วยสายตาอาทร “แต่เห็นพ่อหนูเปรยๆ ว่าอยากให้หนูกลับไปเรียนต่อที่นู่นนี่นา” อมีนาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปโอบกอดเอวย่าไว้แน่น “แล้วย่าอยากให้หนูกลับไหมคะ?” “ย่าก็ตามใจหนูแหละลูก อยากจะเรียนต่อที่นี่หรือที่นู่นก็เอาที่หนูสบายใจ” “หนูอยากอยู่กับย่าค่ะ หนูคิดถึงย่าที่สุดในโลกเลย” เธอซบหน้าลงกับไหล่ย่าอ้อนวอน จนคนเป็นย่าเริ่มสงสัย “ไปทำความผิดอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมวันนี้มาไม้อ้อนแปลกๆ” ย่าอ่อนแซวพลางลูบหัวหลานสาว “เปล่าซะหน่อย! ก็หนูไม่ได้อยู่กับย่าตั้งหลายปี หนูคิดถึงอาหารฝีมือย่าจะแย่แล้ว” อมีนาฉีกยิ้มกว้างเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “วันนี้ทำอะไรให้หนูกินคะ? หนูขอสองอย่าง... ขอไม่เอา ‘มัสมั่น’ กับ ‘ผัดฟักทอง’ นะคะ แฮ่ๆ!” ย่าอ่อนหัวเราะร่าอย่างรู้กัน “จ้าๆ ย่าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะทำเมนูอื่นให้กระแทกปากเลยดีไหม!” อมีนาหัวเราะเบาๆ ในขณะที่ในใจกลับนึกถึงใบหน้าเจ้าเล่ห์ของใครบางคน... คนที่เพิ่งแลกเบอร์โทรศัพท์กับเธอไปเมื่อคืนนี้ พร้อมกับทิ้งทวนว่าอยากรู้อะไรให้โทรมา ‘ฝันไปเถอะ! คนห่วยแตกแบบคุณ หนูไม่มีวันโทรไปหาหรอก!’ เธอคิดในใจพลางกำมือแน่น แต่ลึกๆ ในอกกลับมีความรู้สึกบางอย่างเต้นตุบๆ อย่างที่เธอเองก็นิยามไม่ได้ -------- ฝากกดติดตาม เพิ่มเข้าขั้นไว้รอเลยนะ... นางเอกใน เซ็ท Two Night... แต่ละคน มีแต่คนน่ารักๆ และแปลกๆ ค่ะยามโพล้เพล้ ณ สนามทดสอบรถ (Test Track) ส่วนตัวเบื้องหลังโชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์ พื้นที่ราบเรียบกว้างขวางถูกล้อมรอบด้วยรั้วมิดชิดและต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการทดสอบสมรรถนะรถคลาสพิเศษ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบาๆ และเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มจากรถสปอร์ตคันหรูที่จอดนิ่งสนิท“พี่ภีม... หนูว่าให้หนูไปเรียนขับพวกรถตลาดทั่วไปไม่ดีกว่าเหรอคะ! รถตั้งหลายล้าน ถ้าหนูเหยียบพลาดไปชนขอบสนามขึ้นมาจะทำยังไง” นักเรียนอมีนาหันมาถามครูผู้สอนด้วยสายตาละห้อย มือเรียวเล็กกำพวงมาลัยแน่นจนขาวซีด“ในสนามนี้ไม่มีอะไรให้ชนหรอกครับคนดี พี่เคลียร์พื้นที่ไว้ให้หนูคนเดียวเลย... ก็หนูอยากเรียนขับรถไม่ใช่เหรอ?” ภีมพัฒน์ยิ้มละมุนพรางลูบหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบ “เริ่มจากจับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เลื่อนเกียร์ตามที่พี่บอกนะครับ”อมีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิง สายตามองตรงไปข้างหน้าแต่ใจกลับเต้นรัวแรง มือเรียวเล็กยื่นไปข้างหน้าหมายจะคว้าหัวเกียร์เพื่อเข้าเกียร์ถอยหลังตามคำสั่ง แต่เพราะมัวแต่มองกระจกหลังและตื่นเต้นจนลนลาน มือเจ้ากรรมดันคว้าพลาดเป้าไปเต็มๆ!“หมับ
ฉากที่ถูกตัดออกหลังจากอมีนากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองที่บ้านของภีมพัฒน์ภีมพัฒน์เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา เขาอยากจะใช้โอกาสนี้มัดมือชกและยั่วให้ “ว่าที่เมียเด็ก” ยอมรับออกมาเสียทีว่ารักเขา“พี่พิมพ์... เดี๋ยวผมพาไปสวัสดีคุณแม่ของคุณเวย์นะ บ้านติดกันเลยเนี่ย” ภีมพัฒน์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ“มาอารมณ์ไหนเนี่ยเรา? ยิ้มหน้าบานเชียว” พิมพ์ลดาเลิกคิ้วมองน้องชาย“ชัดเจนมากเลยเหรอพี่...” เขาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ“ชัดสิจ๊ะ! บอกพี่มานะ มีอะไรในกอไผ่? หรือที่แอบมาซื้อบ้านแถวนี้เพราะมีสาเหตุอื่น?”ภีมพัฒน์โน้มตัวลงกระซิบพี่สาวด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่อยากเห็นหน้า ‘ว่าที่น้องสะใภ้’ ไหมล่ะ?”“ใคร! ยังไง! ไหนเล่าซิ!” พิมพ์ลดาตกใจจนเสียงหลง เพราะน้องชายคนนี้หวงความโสดมากยิ่งกว่าอะไร“ค่อยเล่าครับ... แต่คนนี้ผมจริงจัง อยากได้แบบนี้แหละ... เป็นหลานสาวคุณเวย์”“ห๊ะ! หละ... หลาน! เด็กเหรอตาภีม!” พี่สาวตาโต “ไม่ใช่ไปหลอกน้องเขานะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดกับคุณเวหา”“ก็เด็กนะ ยี่สิบต้นๆ ... คนนี้ผมจริงจังครับพี่... แต่เอาเป็นว่า... อ๊ะ! ไม่ว่าผมจะพูดอะไร พี่ก็ตามน้ำผมไปก่อนนะ โอเคไหมครับ?” ภีมพัฒน์ท
ณ โชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์บรรยากาศในห้องทำงานของภีมพัฒน์ยังคงเงียบสงบ จนกระทั่งเวหาเดินออกไปสั่งงานลูกน้องที่โชว์รูมด้านนอก แต่กลับลืมของสำคัญทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแรงสั่นของสมาร์ทโฟนที่วางทิ้งไว้ทำให้ภีมพัฒน์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เขาเอื้อมมือหนาไปหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาตั้งใจจะเดินตามเอาไปให้เวหาแต่่แล้วสายตาคมกริบก็ต้องชะงักกึ!ก(สายเรียกเข้า มีน่า...)ภาพบนหน้าจอโชว์รูปเด็กสาววัยใสคนหนึ่งในลุคธรรมชาติไร้เมคอัพ เธอกำลังยิ้มแป้นสดใสจนตาหยี ผิวขาวเนียนและใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นทำให้หัวใจของภีมพัฒน์กระตุกอย่างประหลาด“มีน่าเหรอ? ... ทำไมคุ้นหน้าจังวะ!”เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบจ้องมองรูปบนหน้าจออย่างค้นหา ความรู้สึกเหมือนมีภาพซ้อนทับกันระหว่างเด็กสาวในรูปกับ ‘ใครบางคน’ ที่เขาเพิ่งเจอมาเมื่อไม่กี่คืนก่อนลอยเข้ามาในหัว แต่ก่อนที่จะนึกออก สายก็ตัดไปเสียก่อน“อ้อ... ผมกำลังจะเอาไปให้พอดีเลยคุณเวย์” ภีมพัฒน์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพรางยื่นมือถือให้เพื่อนที่เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ขอบคุณครับคุณภีม ดีนะนึกขึ้นได้ กำลังจะออกไปทำธุระพอดีเลย” เวหารับไปพลางตรวจส
กลางดึกหลายวันต่อมาเสียงปลดล็อกประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด อมีนาในชุดนอนผ้าแพรสีหวานบางเฉียบแอบย่องเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความคิดถึงที่ไม่ได้นอนกอดร่างหนามาหลายวันทำให้เธอยอมเสี่ยงฝ่าด่านย่าอ่อนออกมาเมื่อถึงหน้าห้องนอนสามีสุดที่รัก เมียเด็กส่งเสียงอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์“ผัวจ๋า... หนูมาแล้ว”“แอบออกมาเหรอเรา!” ภีมพัฒน์ที่เพิ่งลุกจากโต๊ะทำงานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว แขนเรียวเล็กก็โผเข้าโอบรอบคอแกร่ง กระโดดเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้แน่นอย่างออเซาะ“อืม... ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา” เธอกระซิบชิดใบหู“คิดถึงอะไร เจอหน้ากันทุกวัน แถมช่วงนี้พี่ก็ไปฝากท้องบ้านคุณย่าหนูแทบทุกเย็น” เขาหัวเราะหึในลำคอ แต่แขนแกร่งกลับรัดสะโพกมนไว้ไม่ยอมปล่อย“หรือพี่ไม่คิดถึงหนูอ่ะ? ไม่ยากนอนกอดหนูแล้วเหรอ... พี่เบื่อหนูแล้วใช่ไหมอ่ะ!” ใบหน้าหวานงอง้ำเตรียมประชดประชันตามสไตล์นักเขียนนิยายเจ้าบทบาท“ไม่คิดถึงได้ยังไง... พี่อยากกอดจนจะบ้าอยู่แล้ว”สิ้นคำยืนยัน ภีมพัฒน์ก็ช้อนอุ้มร่างบางที่ตัวเบาหวิวตรงไปยังเตียงกว้างทันที อมีนาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเปลวไฟปรารถ
ภายในห้องโถงกว้างของบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาเผา อมีนาพยายามลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากโถงทางเดิน ท่ามกลางสายตาคมกริบของย่าอ่อน ที่ยืนกอดอกขวางทางไว้อย่างมั่นคง โดยมี เวหายืนอยู่ข้างๆ คอยสังเกตการณ์“จะคบก็คบกันไปสิ ย่าไม่ได้ห้าม! แต่จะหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บ้านผู้ชายโท่งๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ย่าไม่ให้ไป!” ย่าอ่อนตำหนิเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ตามฉบับคุณย่าที่ห่วงหลานสาว“ใช่มีน่า ทำอะไรให้มันเห็นหัวผู้ใหญ่บ้าง เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปอยู่อาศัยกับผู้ชายก่อนแต่งมันดูไม่ดี” เวหาช่วยเสริมพลางประคองไหล่แม่ไว้ เมื่อเห็นท่านเริ่มมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาจริงๆ“หนูโตแล้วนะ! อาเวย์ แล้วหนูก็ไม่ได้จะไปอยู่กับผู้ชายทั่วไปนะย่า... ดูนี่! หนูไปอยู่กับ ‘สามี’ ที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูค่ะ!”อมีนาสวนกลับทันควัน ก่อนจะหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นโชว์ตรงหน้าย่าอ่อน เวหารีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูแทนแม่ทันที ทันทีที่เห็นตัวอักษรบน ใบสำคัญการสมรส ชัดเจน เวหาก็ถึงกับตาค้าง หน้าถอดสี ส่วนย่าอ่อนพอได้อ่านข้อความในกระดาษชัดๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
ความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกทำลายลงด้วยเสียงพลิกตัวแผ่วเบาบนเตียงกว้าง อมีนาลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัว ความรู้สึกแสบที่กระเพาะเริ่มทุเลาลง แต่ความว่างเปล่าข้างในกลับเรียกร้องจนท้องส่งเสียงประท้วง“พี่ภีม... พี่ภีมคะ” เสียงแหบพร่าเรียกคนตัวโตที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง“หื้อ! เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!” ภีมพัฒน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีอย่างคนระแวดระวัง เขาดีดตัวขึ้นมาเช็กอาการคนบนเตียงด้วยสายตาลนลาน ห่วงว่าเธอจะกลับมาปวดท้องอีกรอบ“คือ... หนูหิวค่ะ อยากกินมาม่า”ภีมพัฒน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบดวงตากลมโตที่จ้องเขาตาแป๋ว แววตาพยศร้ายเมื่อตอนกลางวันหายวับไป เหลือเพียงเด็กหญิงจอมหิวที่นอนห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้พลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก“หมดฤทธิ์ หมดเดช ก็ตื่นมาหิวนี่นะ... ได้สิครับ รอแป๊บนะ”เขาพูดพรางยื่นมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความเอ็นดูจนคนตัวเล็กย่นคอหนี แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ไม่มีความเหนื่อยล้าแม้จะถูกปลุกกลางดึก เขาเต็มใจลุกไปจัดการต้มมาม่าให้เมียเด็กที่เริ่มแผลงฤทธิ์ความหิวณ โซนครัวเสียงน้ำเดือดปุดๆ พร้อมกลิ่นหอมของเครื่องปรุงมาม่าลอยคลุ้ง ภีมพัฒน์
เสียงเครื่องยนต์เรือเร็วคำรามลั่นริมหาดทราย ปลุกเร้าอารมณ์ความสนุกของกลุ่มพนักงานที่กำลังรวมตัวเล่นโซฟาโบ๊ท อมีนาตาโตด้วยความตื่นเต้น สะกิดแขนเพื่อนรักยิกๆ“ฟ้า! ไปเล่นอันนั้นกันเถอะ น่าสนุกชิบหายเลย ไปเร็ว!”“ไม่เอาอ่ะมีน่า ฉันกลัวตกน้ำ แกไปเล่นเถอะ เดี๋ยวฉันดูน้องสิงโตทางนี้เอง” ปลายฟ้าส่ายหน้าพั
“อยากจูบหนูไหมคะ?”คนตัวโตไม่ตอบ แต่กดสะโพกสอบเน้นย้ำเข้าไปจนสุดทาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ใช้ปากหยักปิดปากชมพูด้วยจูบที่ร้อนแรง แลกเปลี่ยนลมหายใจและเรียวลิ้นอย่างโหยหา เอวแกร่งเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็วเสียงครางหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ พร้อมกับวิญญาณที่แทบจ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักที่เพิ่งผ่านพายุสวาทมาหมาดๆ อมีนานอนแผ่หลา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อสั่นเทิ้มเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย มือเล็กกำชายผ้าห่มที่ปิดอกเอาไว้แน่นมันเป็นแบบนี้นี่เอง... เธอคิดในใจ ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวจนถอนตัวไม่ขึ้น สมองบันทึก
“คนเลว... คุณมัน... อ๊ะ!”ก้านนิ้วแข็งแรงแทรกลึกเข้าไปในความคับแน่นอย่างย่ามใจ จนคนใต้ร่างสะดุ้งสุดตัว“เจ็บนะ! หนูเจ็บ!”“อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าสวรรค์หน้าตาเป็นยังไง... เดี๋ยวพี่จะสอนให้” น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเหนือกว่า เขาไม่ฟังเสียงทัดทาน ริมฝีปากหยักกดซับความร้อนลงบนซอกคอหอมกรุ่น ลากไล้ฝา







