LOGIN“เธอต้องการอะไรกันแน่... มีน่า?”
ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพลางกระชับอ้อมกอดจากด้านหลังให้แน่นขึ้นจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดกับวงแขนแกร่ง “วันนั้นเธอเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ แล้วอยู่ดีๆ จะมาทำเหมือนไม่รู้จักกันแบบนี้เหรอ อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่ใช่เธอ... วันนั้นเธอไม่ได้เมา เธอจำได้ทุกอย่างแน่ๆ”
อมีนาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแน่แล้วเธอจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
“ทำไมคะ? ถ้าใช่หนูจริงๆ แล้วคุณจะมายุ่งอะไรด้วย มันเป็นเรื่องส่วนตัวของหนูมั้ยคะ!”
“เรื่องส่วนตัวของเธอ... แต่เธอหลอกฟันพี่นะ!” ภีมพัฒน์โพล่งออกมาอย่างลืมตัว
“หน้าไม่อาย! พูดมาได้ยังไงคะว่าผู้หญิงหลอกฟัน คุณเป็นผู้ชายนะ!”
“ทำไมจะพูดไม่ได้?” เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “เธอฟันพี่แล้วทิ้ง แถมยังทิ้งค่าตัวไว้ให้แค่ห้าสิบ... เอ๊ย! ห้าร้อยบาท ไม่คิดว่ามันน้อยไปหน่อยเหรอมีน่า? พี่ดูราคาถูกขนาดนั้นเลยเหรอ?”
อมีนาแค่นยิ้ม ยิ่งเขาดูโมโหเธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ “อ๋อ... อยากได้เพิ่มว่างั้น? ห่วยแตกขนาดนั้นให้ห้าร้อยก็บุญเท่าไหร่แล้วคะ!”
“อะ... อะไรนะ!?” ภีมพัฒน์ชะงักกึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก “ห่วยแตกเหรอ! นี่เธอว่าพี่ห่วยแตกงั้นเหรอมีน่า!”
“ใช่ไงคะ... ห่วย-แตก-ที่สุด!”
“อื้อออ!!!”
เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาบีบปลายคางมนให้แหงนรับสัมผัสจากเรียวปากหยักที่บดขยี้ลงมาอย่างดุดัน ภีมพัฒน์จูบเค้นอย่างรุนแรงเพื่อสั่งสอนยัยตัวดีที่บังอาจมาสบประมาทฝีมือเขา ลิ้นร้อนพยายามรุกล้ำเข้าไปชิมความหวานที่เขาโหยหารสสัมผัสนั้น
อมีนาดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้เท้าเล็กๆ กระทืบลงบนหลังเท้าเขาเต็มแรงจนชายหนุ่มสะดุ้งโหยงยอมปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระ
“ไอ้คนบ้า! หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่จูบ! คุณไม่ใช่แฟนหนูนะ!”
เธอเตรียมจะโกยแนบหนีออกไปจากห้อง แต่ภีมพัฒน์ไวกว่า เขาคว้าเอวบางแล้วเหวี่ยงร่างนุ่มนิ่มลงบนที่นอนหนาก่อนจะตามลงไปทาบทับไว้ทั้งตัว
“ปล่อยนะคนบ้า! ปล่อย!”
“เดี๋ยวสิ! ที่บอกว่าพี่ห่วยแตกน่ะมันหมายความว่ายังไง!” เขาเท้าแขนกั้นเธอไว้ สายตาเต็มไปด้วยคำถาม “อย่าบอกนะว่าที่ต้องสั่งไอ้ของเล่นสั่นดึ๋ยๆ นั่นมา เพราะพี่ห่วยแตกจนเธอไม่พอใจ?”
“ก็มัน...!!!” อมีนาหน้าแดงซ่านจนถึงคอ
“มันอะไร!”
“มันเจ็บ! มันไม่เห็นจะ...!”
“ไม่เห็นจะอะไร? หืม... บอกมาสิ!” ภีมพัฒน์คาดคั้นพลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจเป่ารดแก้มใส
“มันไม่ฟิน! ไม่เสียว! ไม่เหมือนในนิยายเลยซักนิด!” เธอหลับตาปี๋ตะโกนใสหน้าเขาอย่างเหลืออด
ภีมพัฒน์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ‘ยัยเด็กบ้า... ก็เธอซิง แน่นขนาดนั้น อารมณ์ร่วมก็ไม่มี แถมเอาแต่เกร็งเป็นขอนไม้ มันจะไปฟินได้ไงล่ะ’ แต่ลึกๆ เขาก็ยอมรับว่าวันนั้นเขาก็รีบไปหน่อยจริงๆ เพราะความฟิตแน่นของเธอมันกระตุ้นจนเขาแทบคลั่ง
“แล้วใครใช้ให้หนีไปแบบนั้นล่ะ? พี่กำลังจะเอาต่อแท้ๆ แต่เธอก็หายตัวไปซะก่อน”
“ก็มันเจ็บนี่คะ! แค่ครั้งเดียวก็จะตายอยู่แล้ว ใครจะยอมให้ทำต่อกันล่ะ!”
“แล้วไอ้ของเล่นนั่นไม่กลัวเจ็บรึไง!”
“ไม่รู้! เจ็บก็แค่กดปิด จบมั้ยคะ!”
ภีมพัฒน์จ้องมองใบหน้าแง่งอนของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกกึ่งหมั่นไส้กึ่งเอ็นดู ‘ยัยเด็กนี่... เธอต้องการอะไรกันแน่? ฐานะทางบ้านก็ดีหนิ คงไม่ใช่เรื่องค่าเทอม... ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ’
“งั้นคืนนี้ล่ะ!” ภีมพัฒน์เอ่ยเสียงทุ้มพร่า สายตาเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์และเร่าร้อน
“อะ... อะไรคะ?”
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าความรู้สึกฟินจริงๆ มันเป็นยังไง...” เขาโน้มลงไปกระซิบชิดริมหูจนเธอขนลุกซู่ “พี่จะทำให้เธอรู้เองว่า ของจริงที่ตั้งใจทำน่ะ... มันต่างจากของเล่นดึ๋ยๆ ของเธอแค่ไหน!”
ภายใต้แสงไฟสลัวที่สาดส่องรำไร ภีมพัฒน์เริ่มบทเรียนบทใหม่ด้วยความใจเย็นกว่าครั้งก่อน มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างทะนุถนอม ปลุกเร้าอารมณ์จนอมีนาเริ่มโอนอ่อนตาม ความรู้สึกซ่านสยิวที่เธอไม่เคยเขียนบรรยายได้ถูกต้องเริ่มก่อตัวขึ้นจนเธอบิดกายเร่า เผลอจิกเล็บลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่าน
“ทำไมถึงยังไม่มีแฟนล่ะ?” เขาถามเสียงพร่าขณะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น
“ยังไม่อยากมี...” อมีนาตอบเสียงสั่น “แล้วคุณล่ะ เที่ยวเอาไปทั่วแบบนี้ ไม่กลัวแฟนจับได้หรือไง?”
“ทำไมครับ... เป็นห่วงพี่เหรอ?” ภีมพัฒน์เงยหน้าขึ้นสบตา แววตาคมกริบนั้นพราวระยับ
“หึ! สงสารคนที่เป็นแฟนคุณต่างหาก ที่ต้องได้คนมักมากอย่างคุณเป็นผัว!”
“แล้วคืนนั้นคิดแบบนี้มั้ย? ทำไมถึงตั้งใจอ่อยพี่ล่ะ”
“อ่อย!...อ่อยอะไร! อย่ามาพูดชุ้ยๆ นะ!”
“หึ... ใครดูก็รู้ ว่าวันนั้นเราตั้งใจเดินเข้าหาพี่เอง”
อมีนาเม้มปากแน่นก่อนจะตอกกลับอย่างไม่ลดละ “ก็ถ้าหนูรู้ว่ามันจะ ‘ห่วยแตก’ ขนาดนั้น หนูเปลี่ยนเป้าหมายไปนานแล้วค่ะ!”
“ยอกย้อนจริงนะ!” ภีมพัฒน์รามมือลูบไล้ไปทั่วร่างงามอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะชะงักครู่หนึ่งแล้วกระซิบชิดใบหู “พี่ไม่มีถุงนะ... ขอเสียบสดได้มั้ย?”
“หะ! ไม่เอาค่ะ! พอเลย!” อมีนาตาตื่น พยายามดันแผงอกแกร่งออกสุดแรง
“พี่แตกข้างนอกก็ได้... นะครับ”
“ไม่ได้! หนูกลัว!”
“แล้วจะให้หยุดยังไงตอนนี้... มันหยุดไม่ได้แล้วมีน่า!” ภีมพัฒน์เสียงพร่า ความต้องการพุ่งสูงจนเกินจะกั้น “พี่ไม่แตกในหรอกน่า... ไม่ต้องกลัว!”
“ไม่ค่ะ! กลัวติดโรคด้วย! ปล่อยนะคะ!”
คำว่า ‘ติดโรค’ ทำเอาภีมพัฒน์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขาจับข้อมือเล็กกดลงกับที่นอนนุ่ม ก่อนจะสลัดผ้าขนหนูออกจากเอวทิ้งไปอย่างไม่ใยดี คนที่ค่อมร่างไว้ถกชุดนอนตัวบางของเธอขึ้นจนเห็นร่างเปลือยเปล่า มือหนาสาวรูดแก่นกายที่แข็งขึงจนเส้นเลือดปูดโปนขยับเข้าหาช่องทางรักที่คับแน่น
<กึก!>
“ฮึก! อ๊ะ!... จะ เจ็บ... เจ็บอีกแล้ว!” อมีนาร้องคราง ใบหน้าเหยเกด้วยความคับเขินและเจ็บแสบ
“อย่าเกร็งสิ! ยิ่งเกร็งยิ่งเจ็บนะเด็กดี...”
เอวแกร่งพยายามดันตัวตนที่ใหญ่โตเข้าไปในร่องรักอย่างยากลำบาก จนกระทั่งจมลึกสุดด้าม ความอุ่นซ่านและคับแน่นทำเอาชายหนุ่มถึงกับครางซี้ดออกมาอย่างกลั้นไม่ไม่อยู่
“อ๊าสสส! มีน่า... สุดยอดเลย ซี้ดดดด!”
“หนูเจ็บนะ! แสบด้วย!” น้ำตาปริ่มที่หางตาจนภีมพัฒน์ต้องเอื้อมนิ้วมาปาดออกอย่างอ่อนโยน เขาซุกหน้าเข้าหาไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายสาวเพื่อปลอบประโลม
“จูบ... ขอจูบหน่อยนะ ได้มั้ย? หืม...” เขาอ้อนวอนด้วยเสียงทุ้มหวาน แต่อมีนากลับเม้มปากสนิทแล้วเบือนหน้าหนีทันควัน
ภีมพัฒน์ไม่ฝืนใจ แต่เขาเลือกที่จะใช้บทรักทางกายแทน ลิ้นสากลากเลียไปทั้วอกอวบอิ่มคู่สวย ดูดเลียปลายยอดชมพูที่ตั้งสู้ลิ้นอย่างหื่นกระหายพร้อมกับเอวสอบเริ่มขยับกระแทกกระทั้น เข้าออกสลับควงวนอย่างจงใจรังแก แต่ทว่า... ยิ่งช่องทางนั้นบีบรัดและเสียงครางหวานหูที่เขาโหยหาดังขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้
“อา... มีน่า...” ภีมพัฒน์รามคำต่ำ กัดฟันกรอดจนเส้นเลือดขึ้นที่ขมับ เขากดสะโพกเน้นย้ำรุนแรงก่อนจะกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยลาวาร้อนฉ่าออกมาจนหมดแม็กซ์... ในเวลาที่รวดเร็วเกินคาด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง อมีนาจ้องมองเพดานด้วยสายตาที่ว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกเสียวซ่านที่กำลังจะไต่ระดับไปถึงขอบสวรรค์กลับค้างเติ่งอยู่กลางทางเหมือนโดนตัดไฟขณะกำลังลุ้นตอนจบของนิยาย
“ห่วย... แตก... กว่า... เดิม... อีก!” อมีนาเค้นเสียงออกมาด้วยความผิดหวังและเสียความรู้สึกที่สุด เธอรวบรวมแรงผลักอกแกร่งออกอย่างแรง “นี่เหรอคะพรีเมียม? ห้าสิบบาทก็พอแล้วมั้งคะแบบนี้! เอาเครื่องสั่นมาใช้งานยังดีซะกว่า!”
ภีมพัฒน์หน้าชาเหมือนถูกตบกลางอากาศ ความภาคภูมิใจในความเป็นชายของเขามอดไหม้เป็นจุลเพราะคำพูดของยัยตัวแสบ!ความมั่นใจในฐานะเสือร้ายพังทลายลงยับเยิน เขาหอบหายใจถี่ จ้องมองใบหน้าแง่งอนของเด็กสาวที่ทำท่าจะลุกหนีด้วยความหงุดหงิด
“เดี๋ยวสิ! มัน... มันอุบัติเหตุ! ก็เธอมัน...” ภีมพัฒน์พยายามหาข้อแก้ตัว แต่พอเห็นสายตาเหยียดหยามนั่นเขาก็ฟิวส์ขาด “โอเค! เมื่อกี้ถือว่าวอร์มอัพ คืนนี้พี่ไม่ปล่อยให้เธอเดินลงจากเตียงแน่!”
“ไม่เอาแล้วค่ะ หนูจะไปนอน...!”
“ปล่อยเลยนะ! ไม่ต้องมาจับ!”
อมีน่ารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออกอย่างแรงจนภีมพัฒน์เสียหลักหงายหลังลงกับหมอน เธอไม่รอให้เขาได้แก้ตัวหรือรั้งตัวไว้เป็นรอบที่สาม ร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงด้วยความเร็วแสง มือบางรีบตะปบดึงชายชุดนอนกระโปรงที่เลิกขึ้นมาถึงเอวลงให้เข้าที่เข้าทางด้วยท่าทางลนลาน
“พอกันที! ฮึ่ย! คนห่วยแตก!” เธอทิ้งท้ายไว้ด้วยคำพูดเจ็บแสบก่อนจะโกยแนบ วิ่งหน้าตั้งออกจากห้องนอนรับแขกไปโดยไม่คิดชีวิต ความอับอายบวกกับความค้างคาที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันทำเอาเธอทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง... แม้กระทั่งมือถือเจ้าปัญหาที่อุตส่าห์เสี่ยงตายลงมาตามหา ก็ยังวางแหม่ะอยู่บนโต๊ะที่เดิม
<ปัง!>
เสียงประตูห้องนอนชั้นบนปิดลงเสียงดังสนั่น ทิ้งให้ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ
ภีมพัฒน์นอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยสภาพกึ่งเปลือย ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับดูซีดเซียวและชาหนึบเหมือนถูกตบกลางสี่แยกซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำว่า “ห่วยแตก” ยังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเสียงเอคโค่ที่ไม่มีวันจางหาย
เขายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สายตาคมกริบที่เคยใช้ข่มขวัญคู่แข่งในเชิงธุรกิจ บัดนี้กลับเลื่อนลงมองน้องชาย ของตัวเองที่เพิ่งทำเรื่องขายหน้าทิ้งทวนไปเมื่อครู่
“ทำไมวะ...” เขาพึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง “ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ... นี่เราสมเพชตัวเองขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
เขามองสลับระหว่างร่างกายตัวเองกับบานประตูที่อมีนาเพิ่งวิ่งหายลับไป ความรู้สึกเสียหน้ามันพุ่งทะลุปรอทจนเขาอยากจะเอาหัวมุดใต้เตียงให้รู้แล้วรู้รอด ภีมพัฒน์ถอนหายใจยาวเหยียด พลางนึกถึงสายตาว่างเปล่าของอมีนาเมื่อครู่แล้วก็ได้แต่กุมขมับ
‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ... คราวหน้าพี่จะไม่ใช่แค่พรีเมียม แต่พี่จะทำให้เธอต้องร้องขอชีวิตเลยคอยดู!’
แต่ตอนนี้... สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่หยิบผ้าขนหนูมาพันกาย แล้วนั่งทบทวนบทเรียนที่สอบตกอย่างไม่เป็นท่าเพียงลำพังในความมืด
----------
ขายขี้หน้ายัยน้องสุดๆ เลยค่ะ พี่ภีมมมม สรุปเป็น Two Night Stand ที่ห่วยแตกสุดๆ แล้วน้องจะกล้ามีครั้งที่สามมั้ยล่ะนั่น
“เธอต้องการอะไรกันแน่... มีน่า?”ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพลางกระชับอ้อมกอดจากด้านหลังให้แน่นขึ้นจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดกับวงแขนแกร่ง “วันนั้นเธอเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ แล้วอยู่ดีๆ จะมาทำเหมือนไม่รู้จักกันแบบนี้เหรอ อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่ใช่เธอ... วันนั้นเธอไม่ได้เมา เธอจำได้ทุกอย่างแน่ๆ”อมีนาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแน่แล้วเธอจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย“ทำไมคะ? ถ้าใช่หนูจริงๆ แล้วคุณจะมายุ่งอะไรด้วย มันเป็นเรื่องส่วนตัวของหนูมั้ยคะ!”“เรื่องส่วนตัวของเธอ... แต่เธอหลอกฟันพี่นะ!” ภีมพัฒน์โพล่งออกมาอย่างลืมตัว“หน้าไม่อาย! พูดมาได้ยังไงคะว่าผู้หญิงหลอกฟัน คุณเป็นผู้ชายนะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้?” เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “เธอฟันพี่แล้วทิ้ง แถมยังทิ้งค่าตัวไว้ให้แค่ห้าสิบ... เอ๊ย! ห้าร้อยบาท ไม่คิดว่ามันน้อยไปหน่อยเหรอมีน่า? พี่ดูราคาถูกขนาดนั้นเลยเหรอ?”อมีนาแค่นยิ้ม ยิ่งเขาดูโมโหเธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ “อ๋อ... อยากได้เพิ่มว่างั้น? ห่วยแตกขนาดนั้นให้ห้าร้อยก็บุญเท่าไหร่แล้วคะ!”“อะ... อะไรนะ!?” ภีมพัฒน์ชะงักกึกเหมือนถูกต
ย่าอ่อนเอ่ยปากชวนภีมพัฒน์อยู่ทานมื้อเย็นด้วยกันอย่างมีน้ำใจ ไหนๆ ก็ต้องรอให้เสื้อผ้าซักแห้งและรีดให้เรียบร้อยเสียก่อน อมีนาที่ยืนปั้นหน้าไม่ถูกรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลงเรื่อยๆ จนหายใจไม่ออก“หนูขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะย่า... เชิญคุณอาตามสบายค่ะ” เธอรีบชิงตัดบทโดยไม่ยอมสบตาชายหนุ่มแม้แต่วินาทีเดียวภีมพัฒน์มองตามแผ่นหลังบางที่วิ่งแน่บขึ้นบันไดไปราวกับหนีผี ความลนลานนั้นยิ่งตอกย้ำความสงสัยในใจเขา ‘หึ... ใช่ชัวร์! ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน จะกลัวอะไรขนาดนั้น’ เขาเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปตอบรับคำชวนของย่าอ่อนด้วยท่าทางสุภาพผิดกับสายตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่โต๊ะอาหารมื้อค่ำกลิ่นหอมของกะทิและเครื่องแกรงอบอวลไปทั่วห้องครัว อาหารไทยฝีมือย่าอ่อนถูกลำเลียงมาวางเรียงรายดูน่าทาน แต่สำหรับบางคน... มันกลับเป็นภาพที่ชวนให้กระเดือกไม่ลง“มาค่ะคุณภีม ทานเยอะๆ นะคะ ฝีมือแม่เอง” ย่าอ่อนเชื้อเชิญพลางตักอาหารให้แขกวีไอพีบนโต๊ะมี “ผัดฟักทองใส่ไข่” ที่เนื้อฟักทองนึ่งจนนิ่มเละเป็นสีเหลืองทองอร่าม วางคู่กับ “มัสมั่นไก่” น้ำแกงข้นคลักที่มีน้ำมันลอยหน้าเป็นดวงๆ และมันฝรั่งที่เคี่ยวจนเปื่อยกลิ่นเครื่องแกงม
เด็กน้อยพยายามจะเอาของเล่นในมือไปจิ้มตามตัวเจ้าหมา แต่เจ้านีโม่แค่ปรายตามองแล้วสะบัดหางใส่ สิงโตน้อยเริ่มหงุดมมมม!”“เอ๋งงงงงง! บรู๊วววววว!”เจ้านีโม่กระโดดตัวลอยเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต มันวิ่งพล่านไปทั่วสนามหญ้าพร้อมกับสะบัดก้นอย่างแรง ขณะที่เด็กน้อยก็วิ่งตามด้วยความสนุก “สั่นดึ๋ยๆ! นีโม่ชอบสั่นดึ๋ยๆ!”“สิงโต!!! ทำอะไรน่ะ!!!”อมีนาที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวถึงกับยืนช็อกเป็นรูปปั้น ภาพที่เห็นคือน้องชายตัวน้อยกำลังถือ “เซ็กซ์ทอยราคาแพง” วิ่งไล่จิ้มก้นหมาอย่างเมามัน“นีโม่ อย่าหนีดิ! มาเล่นเครื่องบินสั่นๆ ก่อนนนน!”สิงโตน้อยวิ่งซอยเท้าถี่ๆ ตามเจ้านีโม่ที่กำลังวิ่งหนีเด็กน้อยด้วยความรำคาญ จนกระทั่งเจ้าหมาอ้วนจอมขี้เกียจพลาดท่า วิ่งมุดหัวเข้าไปติดซอกม้านั่งหินอ่อน เด็กน้อยไม่รอช้า พุ่งหลาวเข้าไปตะปบกอดคอเจ้านีโม่ไว้แน่นเหมือนนักมวยปล้ำ“จับได้แย้ว! กินยาฉีดปิ๊วๆ เลย!”จังหวะนั้นเอง...รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดสนิท พร้อมกับเวหา อาของอมีนาที่นั่งมาด้วย ทั้งคู่ก้าวลงจากรถด้วยมาดนักธุรกิจสุดเนี้ยบ กำลังคุยเรื่องโปรเจกต์งานอย่างเคร่งขรึม“มีน่า! ทำอะไรน่ะ วิ่งหน้าตั้งเชียว” อาร้องทักเมื่อเห็นหลานส
เขากระตุกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ลิ้นสากลากไล้ผ่านเนินอกขาวนวลอย่างหื่นกระหาย จนกระทั่งถึงจุดที่ถูกปิดกั้นไว้... ฟันคมขบเม้มแผ่นซิลิโคนแล้วดึงออกช้าๆ ก่อนจะสบตาหญิงสาวที่นอนหอบกระเส่าแล้วถุยมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี‘โฮก! ซีนนี้เก่งสุดๆ ได้ฟีลพระเอกดิบเถื่อนมาก อยากจะคว้าปากกามาจดไว้กันลืมจริงๆ!’ อมีนาคิดอย่างตื่นเต้นทั้งที่หน้าแดงซ่าน“คิดอะไรอยู่ครับ... จะเปลี่ยนใจเหรอ?”“ปะ...เปล่าค่ะ... ไม่เปลี่ยน!”“ถึงเปลี่ยนตอนนี้... ก็ไม่ทันแล้วนะ”มือหนาจัดการปลดปราการด่านสุดท้ายของตัวเองทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผยให้เห็นอาวุธร้ายที่ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับตาค้าง‘O.M.G.! อะไรนั่น! ไซส์ขนาดนั้นมันจะยัดเข้ามาได้ยังไงล่ะนั่น!’ อมีนาเบิกตากว้าง มองตามสิ่งที่พุ่งทะยานขึ้นมาตรงหน้าด้วยความหวาดเสียว ในขณะที่ภีมพัฒน์กำลังสวมเกราะป้องกันอย่างใจเย็น‘ทำหน้าตกใจเหมือนไม่เคยเห็น... เดี๋ยวก็รู้ ว่าสดจริงหรือสดปลอม’ ภีมพัฒน์ยิ้มร้ายในใจเขาเกี่ยวดึงกางเกงในตัวจิ๋วของเธอออก แล้วจับขาเรียวสวยถ่างออกกว้างในท่าที่น่าอายที่สุด มือหนากุมแก่นกายมั่น จับส่วนหัวหยักกดลงไปยังกึ่งกลางกายสาวที่คับ
แสงไฟสลัวในคลับหรูย่านสุขุมวิทสาดส่องกระทบแก้วค็อกเทลในมือของอมีน่าจนเกิดประกายวูบวาบ หัวใจของเธอเต้นแรงยิ่งกว่าจังหวะเพลงที่กำลังดังกระหึ่ม ไม่ใช่เพราะความสนุก แต่เพราะความตื่นเต้นในภารกิจที่เธอกำลังจะทำ“บทรักของคุณมันไร้ชีวิตชีวา... เหมือนคนเขียนไม่เคยมีประสบการณ์”“ฉากเลิฟซีนจืดชืดอย่างกับกินข้าวต้มไม่ใส่เกลือ! นักเขียนไม่เคยมีประสบการณ์จริงล่ะสิ เขียนออกมาได้แห้งแล้งเหลือเกิน!”คำคอมเมนต์รีวิวของนักอ่านคือแรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้เด็กสาววัย 21 ปีอย่างเธอ ยอมสลัดเสื้อยืดกางเกงยีนส์มาสวมเดรสสีแดงที่รัดติ้วจนหายใจลำบาก เพื่อมาตามหาวัตถุดิบชั้นเลิศในการเขียนนิยายแนว 18+ เรื่องแรกในชีวิตและวัตถุดิบชั้นดีที่ว่า... ก็คือสุดหล่อที่นั่งอยู่ตรงนั้นผู้ชายในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างลวกๆ ท่าทางการจิบเหล้าเพียวๆ ของเขาดูเซ็กซี่อย่างประหลาด ใบหน้าคมเข้มภายใต้แสงไฟสลัวดูนิ่งขรึมและมีอำนาจจนคนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้‘คนนี้แหละ... พี่พระเอกในอุดมคติ’ อมีนาจดจำภาพนั้นลงในสมองส่วนลึก ก่อนจะรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปทัก“ขอโทษนะคะ... ตรงนี้มีคนนั่งไหมคะ?”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น สายตาคม
นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อความบรรเทิง ไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระอะไรมาก อ่านเพลินๆ เนื้อหาสบายๆ คลายเครียด เป็นเรื่องราวความน่ารักสดใสของสาวน้อยนักเขียนฝักหัดคนหนึ่งที่อยากประสบความสำเร็จในด้านงานเขียนให้เป็นที่ประจักษ์แก่โลกใบนี้...“ฉากเลิฟซีนจืดชืดอย่างกับกินข้าวต้มไม่ใส่เกลือ! นักเขียนไม่เคยมีประสบการณ์จริงล่ะสิ เขียนออกมาได้แห้งแล้งเหลือเกิน!”คอมเมนต์เพียงประโยคเดียวจากนักอ่านในเว็บนิยาย ทำเอาอมีนานักเขียนสาวฝึกหัดหน้าใหม่ถึงกับควันออกหู! เธอวาดฝันอยากเป็นนักเขียน Best Seller ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่กลับโดนสกัดดาวรุ่งด้วยข้อหาจินตนาการไม่ถึงขีดสุดในเมื่อสมองมันคิดไม่ออก... ภารกิจตามหาประสบการณ์จริงจึงเริ่มต้นขึ้น!เหยื่อรายแรกและรายเดียว... กับการ One Night Stand ที่พังพินาศไม่เป็นท่า กับสิ่งที่วาดฝันไว้และความเป็นจริง เมื่อพึ่งคนไม่ได้ เธอจึงไปพึ่งเทคโนโลยี! ของเล่นสั่นๆ เครื่องบินที่ไม่มีปีก แต่เกิดเรื่องวุ่นวายทำให้ปฏิบัติการลับครั้งนี้ล่มไม่เป็นท่า... สวรรค์ที่ว่ายังอยู่ไกลเกินเอื้อม! จากความวุ่นวายจนนำไปสู่ Two Night Stand ที่แสนจะห่วยแตกในวันที่เธอเกือบจะถอดใจ เรื่อง







