LOGIN“เธอต้องการอะไรกันแน่... มีน่า?”
ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำพลางกระชับอ้อมกอดจากด้านหลังให้แน่นขึ้นจนหน้าอกอิ่มเบียดชิดกับวงแขนแกร่ง “วันนั้นเธอเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ แล้วอยู่ดีๆ จะมาทำเหมือนไม่รู้จักกันแบบนี้เหรอ อย่าปฏิเสธเลยว่าไม่ใช่เธอ... วันนั้นเธอไม่ได้เมา เธอจำได้ทุกอย่างแน่ๆ”
อมีนาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อเห็นว่าหนีไม่พ้นแน่แล้วเธอจึงเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
“ทำไมคะ? ถ้าใช่หนูจริงๆ แล้วคุณจะมายุ่งอะไรด้วย มันเป็นเรื่องส่วนตัวของหนูมั้ยคะ!”
“เรื่องส่วนตัวของเธอ... แต่เธอหลอกฟันพี่นะ!” ภีมพัฒน์โพล่งออกมาอย่างลืมตัว
“หน้าไม่อาย! พูดมาได้ยังไงคะว่าผู้หญิงหลอกฟัน คุณเป็นผู้ชายนะ!”
“ทำไมจะพูดไม่ได้?” เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย “เธอฟันพี่แล้วทิ้ง แถมยังทิ้งค่าตัวไว้ให้แค่ห้าสิบ... เอ๊ย! ห้าร้อยบาท ไม่คิดว่ามันน้อยไปหน่อยเหรอมีน่า? พี่ดูราคาถูกขนาดนั้นเลยเหรอ?”
อมีนาแค่นยิ้ม ยิ่งเขาดูโมโหเธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ “อ๋อ... อยากได้เพิ่มว่างั้น? ห่วยแตกขนาดนั้นให้ห้าร้อยก็บุญเท่าไหร่แล้วคะ!”
“อะ... อะไรนะ!?” ภีมพัฒน์ชะงักกึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก “ห่วยแตกเหรอ! นี่เธอว่าพี่ห่วยแตกงั้นเหรอมีน่า!”
“ใช่ไงคะ... ห่วย-แตก-ที่สุด!”
“อื้อออ!!!”
เสียงประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาบีบปลายคางมนให้แหงนรับสัมผัสจากเรียวปากหยักที่บดขยี้ลงมาอย่างดุดัน ภีมพัฒน์จูบเค้นอย่างรุนแรงเพื่อสั่งสอนยัยตัวดีที่บังอาจมาสบประมาทฝีมือเขา ลิ้นร้อนพยายามรุกล้ำเข้าไปชิมความหวานที่เขาโหยหารสสัมผัสนั้น
อมีนาดิ้นรนสุดชีวิต เธอใช้เท้าเล็กๆ กระทืบลงบนหลังเท้าเขาเต็มแรงจนชายหนุ่มสะดุ้งโหยงยอมปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระ
“ไอ้คนบ้า! หนูบอกแล้วไงว่าหนูไม่จูบ! คุณไม่ใช่แฟนหนูนะ!”
เธอเตรียมจะโกยแนบหนีออกไปจากห้อง แต่ภีมพัฒน์ไวกว่า เขาคว้าเอวบางแล้วเหวี่ยงร่างนุ่มนิ่มลงบนที่นอนหนาก่อนจะตามลงไปทาบทับไว้ทั้งตัว
“ปล่อยนะคนบ้า! ปล่อย!”
“เดี๋ยวสิ! ที่บอกว่าพี่ห่วยแตกน่ะมันหมายความว่ายังไง!” เขาเท้าแขนกั้นเธอไว้ สายตาเต็มไปด้วยคำถาม “อย่าบอกนะว่าที่ต้องสั่งไอ้ของเล่นสั่นดึ๋ยๆ นั่นมา เพราะพี่ห่วยแตกจนเธอไม่พอใจ?”
“ก็มัน...!!!” อมีนาหน้าแดงซ่านจนถึงคอ
“มันอะไร!”
“มันเจ็บ! มันไม่เห็นจะ...!”
“ไม่เห็นจะอะไร? หืม... บอกมาสิ!” ภีมพัฒน์คาดคั้นพลางโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจเป่ารดแก้มใส
“มันไม่ฟิน! ไม่เสียว! ไม่เหมือนในนิยายเลยซักนิด!” เธอหลับตาปี๋ตะโกนใสหน้าเขาอย่างเหลืออด
ภีมพัฒน์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ‘ยัยเด็กบ้า... ก็เธอซิง แน่นขนาดนั้น อารมณ์ร่วมก็ไม่มี แถมเอาแต่เกร็งเป็นขอนไม้ มันจะไปฟินได้ไงล่ะ’ แต่ลึกๆ เขาก็ยอมรับว่าวันนั้นเขาก็รีบไปหน่อยจริงๆ เพราะความฟิตแน่นของเธอมันกระตุ้นจนเขาแทบคลั่ง
“แล้วใครใช้ให้หนีไปแบบนั้นล่ะ? พี่กำลังจะเอาต่อแท้ๆ แต่เธอก็หายตัวไปซะก่อน”
“ก็มันเจ็บนี่คะ! แค่ครั้งเดียวก็จะตายอยู่แล้ว ใครจะยอมให้ทำต่อกันล่ะ!”
“แล้วไอ้ของเล่นนั่นไม่กลัวเจ็บรึไง!”
“ไม่รู้! เจ็บก็แค่กดปิด จบมั้ยคะ!”
ภีมพัฒน์จ้องมองใบหน้าแง่งอนของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกกึ่งหมั่นไส้กึ่งเอ็นดู ‘ยัยเด็กนี่... เธอต้องการอะไรกันแน่? ฐานะทางบ้านก็ดีหนิ คงไม่ใช่เรื่องค่าเทอม... ฉันไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆ’
“งั้นคืนนี้ล่ะ!” ภีมพัฒน์เอ่ยเสียงทุ้มพร่า สายตาเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์และเร่าร้อน
“อะ... อะไรคะ?”
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าความรู้สึกฟินจริงๆ มันเป็นยังไง...” เขาโน้มลงไปกระซิบชิดริมหูจนเธอขนลุกซู่ “พี่จะทำให้เธอรู้เองว่า ของจริงที่ตั้งใจทำน่ะ... มันต่างจากของเล่นดึ๋ยๆ ของเธอแค่ไหน!”
ภายใต้แสงไฟสลัวที่สาดส่องรำไร ภีมพัฒน์เริ่มบทเรียนบทใหม่ด้วยความใจเย็นกว่าครั้งก่อน มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างทะนุถนอม ปลุกเร้าอารมณ์จนอมีนาเริ่มโอนอ่อนตาม ความรู้สึกซ่านสยิวที่เธอไม่เคยเขียนบรรยายได้ถูกต้องเริ่มก่อตัวขึ้นจนเธอบิดกายเร่า เผลอจิกเล็บลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่าน
“ทำไมถึงยังไม่มีแฟนล่ะ?” เขาถามเสียงพร่าขณะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น
“ยังไม่อยากมี...” อมีนาตอบเสียงสั่น “แล้วคุณล่ะ เที่ยวเอาไปทั่วแบบนี้ ไม่กลัวแฟนจับได้หรือไง?”
“ทำไมครับ... เป็นห่วงพี่เหรอ?” ภีมพัฒน์เงยหน้าขึ้นสบตา แววตาคมกริบนั้นพราวระยับ
“หึ! สงสารคนที่เป็นแฟนคุณต่างหาก ที่ต้องได้คนมักมากอย่างคุณเป็นผัว!”
“แล้วคืนนั้นคิดแบบนี้มั้ย? ทำไมถึงตั้งใจอ่อยพี่ล่ะ”
“อ่อย!...อ่อยอะไร! อย่ามาพูดชุ้ยๆ นะ!”
“หึ... ใครดูก็รู้ ว่าวันนั้นเราตั้งใจเดินเข้าหาพี่เอง”
อมีนาเม้มปากแน่นก่อนจะตอกกลับอย่างไม่ลดละ “ก็ถ้าหนูรู้ว่ามันจะ ‘ห่วยแตก’ ขนาดนั้น หนูเปลี่ยนเป้าหมายไปนานแล้วค่ะ!”
“ยอกย้อนจริงนะ!” ภีมพัฒน์รามมือลูบไล้ไปทั่วร่างงามอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะชะงักครู่หนึ่งแล้วกระซิบชิดใบหู “พี่ไม่มีถุงนะ... ขอเสียบสดได้มั้ย?”
“หะ! ไม่เอาค่ะ! พอเลย!” อมีนาตาตื่น พยายามดันแผงอกแกร่งออกสุดแรง
“พี่แตกข้างนอกก็ได้... นะครับ”
“ไม่ได้! หนูกลัว!”
“แล้วจะให้หยุดยังไงตอนนี้... มันหยุดไม่ได้แล้วมีน่า!” ภีมพัฒน์เสียงพร่า ความต้องการพุ่งสูงจนเกินจะกั้น “พี่ไม่แตกในหรอกน่า... ไม่ต้องกลัว!”
“ไม่ค่ะ! กลัวติดโรคด้วย! ปล่อยนะคะ!”
คำว่า ‘ติดโรค’ ทำเอาภีมพัฒน์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขาจับข้อมือเล็กกดลงกับที่นอนนุ่ม ก่อนจะสลัดผ้าขนหนูออกจากเอวทิ้งไปอย่างไม่ใยดี คนที่ค่อมร่างไว้ถกชุดนอนตัวบางของเธอขึ้นจนเห็นร่างเปลือยเปล่า มือหนาสาวรูดแก่นกายที่แข็งขึงจนเส้นเลือดปูดโปนขยับเข้าหาช่องทางรักที่คับแน่น
<กึก!>
“ฮึก! อ๊ะ!... จะ เจ็บ... เจ็บอีกแล้ว!” อมีนาร้องคราง ใบหน้าเหยเกด้วยความคับเขินและเจ็บแสบ
“อย่าเกร็งสิ! ยิ่งเกร็งยิ่งเจ็บนะเด็กดี...”
เอวแกร่งพยายามดันตัวตนที่ใหญ่โตเข้าไปในร่องรักอย่างยากลำบาก จนกระทั่งจมลึกสุดด้าม ความอุ่นซ่านและคับแน่นทำเอาชายหนุ่มถึงกับครางซี้ดออกมาอย่างกลั้นไม่ไม่อยู่
“อ๊าสสส! มีน่า... สุดยอดเลย ซี้ดดดด!”
“หนูเจ็บนะ! แสบด้วย!” น้ำตาปริ่มที่หางตาจนภีมพัฒน์ต้องเอื้อมนิ้วมาปาดออกอย่างอ่อนโยน เขาซุกหน้าเข้าหาไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายสาวเพื่อปลอบประโลม
“จูบ... ขอจูบหน่อยนะ ได้มั้ย? หืม...” เขาอ้อนวอนด้วยเสียงทุ้มหวาน แต่อมีนากลับเม้มปากสนิทแล้วเบือนหน้าหนีทันควัน
ภีมพัฒน์ไม่ฝืนใจ แต่เขาเลือกที่จะใช้บทรักทางกายแทน ลิ้นสากลากเลียไปทั้วอกอวบอิ่มคู่สวย ดูดเลียปลายยอดชมพูที่ตั้งสู้ลิ้นอย่างหื่นกระหายพร้อมกับเอวสอบเริ่มขยับกระแทกกระทั้น เข้าออกสลับควงวนอย่างจงใจรังแก แต่ทว่า... ยิ่งช่องทางนั้นบีบรัดและเสียงครางหวานหูที่เขาโหยหาดังขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้
“อา... มีน่า...” ภีมพัฒน์รามคำต่ำ กัดฟันกรอดจนเส้นเลือดขึ้นที่ขมับ เขากดสะโพกเน้นย้ำรุนแรงก่อนจะกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยลาวาร้อนฉ่าออกมาจนหมดแม็กซ์... ในเวลาที่รวดเร็วเกินคาด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง อมีนาจ้องมองเพดานด้วยสายตาที่ว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกเสียวซ่านที่กำลังจะไต่ระดับไปถึงขอบสวรรค์กลับค้างเติ่งอยู่กลางทางเหมือนโดนตัดไฟขณะกำลังลุ้นตอนจบของนิยาย
“ห่วย... แตก... กว่า... เดิม... อีก!” อมีนาเค้นเสียงออกมาด้วยความผิดหวังและเสียความรู้สึกที่สุด เธอรวบรวมแรงผลักอกแกร่งออกอย่างแรง “นี่เหรอคะพรีเมียม? ห้าสิบบาทก็พอแล้วมั้งคะแบบนี้! เอาเครื่องสั่นมาใช้งานยังดีซะกว่า!”
ภีมพัฒน์หน้าชาเหมือนถูกตบกลางอากาศ ความภาคภูมิใจในความเป็นชายของเขามอดไหม้เป็นจุลเพราะคำพูดของยัยตัวแสบ!ความมั่นใจในฐานะเสือร้ายพังทลายลงยับเยิน เขาหอบหายใจถี่ จ้องมองใบหน้าแง่งอนของเด็กสาวที่ทำท่าจะลุกหนีด้วยความหงุดหงิด
“เดี๋ยวสิ! มัน... มันอุบัติเหตุ! ก็เธอมัน...” ภีมพัฒน์พยายามหาข้อแก้ตัว แต่พอเห็นสายตาเหยียดหยามนั่นเขาก็ฟิวส์ขาด “โอเค! เมื่อกี้ถือว่าวอร์มอัพ คืนนี้พี่ไม่ปล่อยให้เธอเดินลงจากเตียงแน่!”
“ไม่เอาแล้วค่ะ หนูจะไปนอน...!”
“ปล่อยเลยนะ! ไม่ต้องมาจับ!”
อมีน่ารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามออกอย่างแรงจนภีมพัฒน์เสียหลักหงายหลังลงกับหมอน เธอไม่รอให้เขาได้แก้ตัวหรือรั้งตัวไว้เป็นรอบที่สาม ร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงด้วยความเร็วแสง มือบางรีบตะปบดึงชายชุดนอนกระโปรงที่เลิกขึ้นมาถึงเอวลงให้เข้าที่เข้าทางด้วยท่าทางลนลาน
“พอกันที! ฮึ่ย! คนห่วยแตก!” เธอทิ้งท้ายไว้ด้วยคำพูดเจ็บแสบก่อนจะโกยแนบ วิ่งหน้าตั้งออกจากห้องนอนรับแขกไปโดยไม่คิดชีวิต ความอับอายบวกกับความค้างคาที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันทำเอาเธอทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง... แม้กระทั่งมือถือเจ้าปัญหาที่อุตส่าห์เสี่ยงตายลงมาตามหา ก็ยังวางแหม่ะอยู่บนโต๊ะที่เดิม
<ปัง!>
เสียงประตูห้องนอนชั้นบนปิดลงเสียงดังสนั่น ทิ้งให้ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ
ภีมพัฒน์นอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยสภาพกึ่งเปลือย ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้กลับดูซีดเซียวและชาหนึบเหมือนถูกตบกลางสี่แยกซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำว่า “ห่วยแตก” ยังคงดังก้องอยู่ในหัวเหมือนเสียงเอคโค่ที่ไม่มีวันจางหาย
เขายันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สายตาคมกริบที่เคยใช้ข่มขวัญคู่แข่งในเชิงธุรกิจ บัดนี้กลับเลื่อนลงมองน้องชาย ของตัวเองที่เพิ่งทำเรื่องขายหน้าทิ้งทวนไปเมื่อครู่
“ทำไมวะ...” เขาพึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง “ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ... นี่เราสมเพชตัวเองขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
เขามองสลับระหว่างร่างกายตัวเองกับบานประตูที่อมีนาเพิ่งวิ่งหายลับไป ความรู้สึกเสียหน้ามันพุ่งทะลุปรอทจนเขาอยากจะเอาหัวมุดใต้เตียงให้รู้แล้วรู้รอด ภีมพัฒน์ถอนหายใจยาวเหยียด พลางนึกถึงสายตาว่างเปล่าของอมีนาเมื่อครู่แล้วก็ได้แต่กุมขมับ
‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ... คราวหน้าพี่จะไม่ใช่แค่พรีเมียม แต่พี่จะทำให้เธอต้องร้องขอชีวิตเลยคอยดู!’
แต่ตอนนี้... สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่หยิบผ้าขนหนูมาพันกาย แล้วนั่งทบทวนบทเรียนที่สอบตกอย่างไม่เป็นท่าเพียงลำพังในความมืด
----------
ขายขี้หน้ายัยน้องสุดๆ เลยค่ะ พี่ภีมมมม สรุปเป็น Two Night Stand ที่ห่วยแตกสุดๆ แล้วน้องจะกล้ามีครั้งที่สามมั้ยล่ะนั่น
ยามโพล้เพล้ ณ สนามทดสอบรถ (Test Track) ส่วนตัวเบื้องหลังโชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์ พื้นที่ราบเรียบกว้างขวางถูกล้อมรอบด้วยรั้วมิดชิดและต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุดสำหรับการทดสอบสมรรถนะรถคลาสพิเศษ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบาๆ และเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มจากรถสปอร์ตคันหรูที่จอดนิ่งสนิท“พี่ภีม... หนูว่าให้หนูไปเรียนขับพวกรถตลาดทั่วไปไม่ดีกว่าเหรอคะ! รถตั้งหลายล้าน ถ้าหนูเหยียบพลาดไปชนขอบสนามขึ้นมาจะทำยังไง” นักเรียนอมีนาหันมาถามครูผู้สอนด้วยสายตาละห้อย มือเรียวเล็กกำพวงมาลัยแน่นจนขาวซีด“ในสนามนี้ไม่มีอะไรให้ชนหรอกครับคนดี พี่เคลียร์พื้นที่ไว้ให้หนูคนเดียวเลย... ก็หนูอยากเรียนขับรถไม่ใช่เหรอ?” ภีมพัฒน์ยิ้มละมุนพรางลูบหัวคนตัวเล็กเพื่อปลอบ “เริ่มจากจับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เลื่อนเกียร์ตามที่พี่บอกนะครับ”อมีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิที่กระเจิดกระเจิง สายตามองตรงไปข้างหน้าแต่ใจกลับเต้นรัวแรง มือเรียวเล็กยื่นไปข้างหน้าหมายจะคว้าหัวเกียร์เพื่อเข้าเกียร์ถอยหลังตามคำสั่ง แต่เพราะมัวแต่มองกระจกหลังและตื่นเต้นจนลนลาน มือเจ้ากรรมดันคว้าพลาดเป้าไปเต็มๆ!“หมับ
ฉากที่ถูกตัดออกหลังจากอมีนากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองที่บ้านของภีมพัฒน์ภีมพัฒน์เกิดความคิดพิเรนทร์ขึ้นมา เขาอยากจะใช้โอกาสนี้มัดมือชกและยั่วให้ “ว่าที่เมียเด็ก” ยอมรับออกมาเสียทีว่ารักเขา“พี่พิมพ์... เดี๋ยวผมพาไปสวัสดีคุณแม่ของคุณเวย์นะ บ้านติดกันเลยเนี่ย” ภีมพัฒน์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ“มาอารมณ์ไหนเนี่ยเรา? ยิ้มหน้าบานเชียว” พิมพ์ลดาเลิกคิ้วมองน้องชาย“ชัดเจนมากเลยเหรอพี่...” เขาลูบใบหน้าตัวเองเบาๆ“ชัดสิจ๊ะ! บอกพี่มานะ มีอะไรในกอไผ่? หรือที่แอบมาซื้อบ้านแถวนี้เพราะมีสาเหตุอื่น?”ภีมพัฒน์โน้มตัวลงกระซิบพี่สาวด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่อยากเห็นหน้า ‘ว่าที่น้องสะใภ้’ ไหมล่ะ?”“ใคร! ยังไง! ไหนเล่าซิ!” พิมพ์ลดาตกใจจนเสียงหลง เพราะน้องชายคนนี้หวงความโสดมากยิ่งกว่าอะไร“ค่อยเล่าครับ... แต่คนนี้ผมจริงจัง อยากได้แบบนี้แหละ... เป็นหลานสาวคุณเวย์”“ห๊ะ! หละ... หลาน! เด็กเหรอตาภีม!” พี่สาวตาโต “ไม่ใช่ไปหลอกน้องเขานะ เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดกับคุณเวหา”“ก็เด็กนะ ยี่สิบต้นๆ ... คนนี้ผมจริงจังครับพี่... แต่เอาเป็นว่า... อ๊ะ! ไม่ว่าผมจะพูดอะไร พี่ก็ตามน้ำผมไปก่อนนะ โอเคไหมครับ?” ภีมพัฒน์ท
ณ โชว์รูมรถหรูของภีมพัฒน์บรรยากาศในห้องทำงานของภีมพัฒน์ยังคงเงียบสงบ จนกระทั่งเวหาเดินออกไปสั่งงานลูกน้องที่โชว์รูมด้านนอก แต่กลับลืมของสำคัญทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแรงสั่นของสมาร์ทโฟนที่วางทิ้งไว้ทำให้ภีมพัฒน์ละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เขาเอื้อมมือหนาไปหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาตั้งใจจะเดินตามเอาไปให้เวหาแต่่แล้วสายตาคมกริบก็ต้องชะงักกึ!ก(สายเรียกเข้า มีน่า...)ภาพบนหน้าจอโชว์รูปเด็กสาววัยใสคนหนึ่งในลุคธรรมชาติไร้เมคอัพ เธอกำลังยิ้มแป้นสดใสจนตาหยี ผิวขาวเนียนและใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นทำให้หัวใจของภีมพัฒน์กระตุกอย่างประหลาด“มีน่าเหรอ? ... ทำไมคุ้นหน้าจังวะ!”เขาพึมพำกับตัวเอง สายตาคมกริบจ้องมองรูปบนหน้าจออย่างค้นหา ความรู้สึกเหมือนมีภาพซ้อนทับกันระหว่างเด็กสาวในรูปกับ ‘ใครบางคน’ ที่เขาเพิ่งเจอมาเมื่อไม่กี่คืนก่อนลอยเข้ามาในหัว แต่ก่อนที่จะนึกออก สายก็ตัดไปเสียก่อน“อ้อ... ผมกำลังจะเอาไปให้พอดีเลยคุณเวย์” ภีมพัฒน์ปรับสีหน้าให้เป็นปกติพรางยื่นมือถือให้เพื่อนที่เดินกลับเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ขอบคุณครับคุณภีม ดีนะนึกขึ้นได้ กำลังจะออกไปทำธุระพอดีเลย” เวหารับไปพลางตรวจส
กลางดึกหลายวันต่อมาเสียงปลดล็อกประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัด อมีนาในชุดนอนผ้าแพรสีหวานบางเฉียบแอบย่องเข้ามาด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความคิดถึงที่ไม่ได้นอนกอดร่างหนามาหลายวันทำให้เธอยอมเสี่ยงฝ่าด่านย่าอ่อนออกมาเมื่อถึงหน้าห้องนอนสามีสุดที่รัก เมียเด็กส่งเสียงอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์“ผัวจ๋า... หนูมาแล้ว”“แอบออกมาเหรอเรา!” ภีมพัฒน์ที่เพิ่งลุกจากโต๊ะทำงานสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว แขนเรียวเล็กก็โผเข้าโอบรอบคอแกร่ง กระโดดเกี่ยวเอวสอบของเขาไว้แน่นอย่างออเซาะ“อืม... ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา” เธอกระซิบชิดใบหู“คิดถึงอะไร เจอหน้ากันทุกวัน แถมช่วงนี้พี่ก็ไปฝากท้องบ้านคุณย่าหนูแทบทุกเย็น” เขาหัวเราะหึในลำคอ แต่แขนแกร่งกลับรัดสะโพกมนไว้ไม่ยอมปล่อย“หรือพี่ไม่คิดถึงหนูอ่ะ? ไม่ยากนอนกอดหนูแล้วเหรอ... พี่เบื่อหนูแล้วใช่ไหมอ่ะ!” ใบหน้าหวานงอง้ำเตรียมประชดประชันตามสไตล์นักเขียนนิยายเจ้าบทบาท“ไม่คิดถึงได้ยังไง... พี่อยากกอดจนจะบ้าอยู่แล้ว”สิ้นคำยืนยัน ภีมพัฒน์ก็ช้อนอุ้มร่างบางที่ตัวเบาหวิวตรงไปยังเตียงกว้างทันที อมีนาเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยเปลวไฟปรารถ
ภายในห้องโถงกว้างของบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเตาเผา อมีนาพยายามลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกมาจากโถงทางเดิน ท่ามกลางสายตาคมกริบของย่าอ่อน ที่ยืนกอดอกขวางทางไว้อย่างมั่นคง โดยมี เวหายืนอยู่ข้างๆ คอยสังเกตการณ์“จะคบก็คบกันไปสิ ย่าไม่ได้ห้าม! แต่จะหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บ้านผู้ชายโท่งๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน ย่าไม่ให้ไป!” ย่าอ่อนตำหนิเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ตามฉบับคุณย่าที่ห่วงหลานสาว“ใช่มีน่า ทำอะไรให้มันเห็นหัวผู้ใหญ่บ้าง เราเป็นผู้หญิงนะ จะไปอยู่อาศัยกับผู้ชายก่อนแต่งมันดูไม่ดี” เวหาช่วยเสริมพลางประคองไหล่แม่ไว้ เมื่อเห็นท่านเริ่มมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาจริงๆ“หนูโตแล้วนะ! อาเวย์ แล้วหนูก็ไม่ได้จะไปอยู่กับผู้ชายทั่วไปนะย่า... ดูนี่! หนูไปอยู่กับ ‘สามี’ ที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูค่ะ!”อมีนาสวนกลับทันควัน ก่อนจะหยิบซองเอกสารออกมาจากกระเป๋าผ้าแล้วดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมายื่นโชว์ตรงหน้าย่าอ่อน เวหารีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดูแทนแม่ทันที ทันทีที่เห็นตัวอักษรบน ใบสำคัญการสมรส ชัดเจน เวหาก็ถึงกับตาค้าง หน้าถอดสี ส่วนย่าอ่อนพอได้อ่านข้อความในกระดาษชัดๆ ก็ถึงกับนิ่งอึ้ง
ความเงียบสงัดภายในเพนต์เฮาส์หรูถูกทำลายลงด้วยเสียงพลิกตัวแผ่วเบาบนเตียงกว้าง อมีนาลืมตาขึ้นมาในความมืดสลัว ความรู้สึกแสบที่กระเพาะเริ่มทุเลาลง แต่ความว่างเปล่าข้างในกลับเรียกร้องจนท้องส่งเสียงประท้วง“พี่ภีม... พี่ภีมคะ” เสียงแหบพร่าเรียกคนตัวโตที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียง“หื้อ! เป็นอะไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!” ภีมพัฒน์สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีอย่างคนระแวดระวัง เขาดีดตัวขึ้นมาเช็กอาการคนบนเตียงด้วยสายตาลนลาน ห่วงว่าเธอจะกลับมาปวดท้องอีกรอบ“คือ... หนูหิวค่ะ อยากกินมาม่า”ภีมพัฒน์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองสบดวงตากลมโตที่จ้องเขาตาแป๋ว แววตาพยศร้ายเมื่อตอนกลางวันหายวับไป เหลือเพียงเด็กหญิงจอมหิวที่นอนห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้พลางลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างแสนรัก“หมดฤทธิ์ หมดเดช ก็ตื่นมาหิวนี่นะ... ได้สิครับ รอแป๊บนะ”เขาพูดพรางยื่นมือไปบีบจมูกรั้นด้วยความเอ็นดูจนคนตัวเล็กย่นคอหนี แววตาของชายหนุ่มในตอนนี้ไม่มีความเหนื่อยล้าแม้จะถูกปลุกกลางดึก เขาเต็มใจลุกไปจัดการต้มมาม่าให้เมียเด็กที่เริ่มแผลงฤทธิ์ความหิวณ โซนครัวเสียงน้ำเดือดปุดๆ พร้อมกลิ่นหอมของเครื่องปรุงมาม่าลอยคลุ้ง ภีมพัฒน์
เสียงเครื่องยนต์เรือเร็วคำรามลั่นริมหาดทราย ปลุกเร้าอารมณ์ความสนุกของกลุ่มพนักงานที่กำลังรวมตัวเล่นโซฟาโบ๊ท อมีนาตาโตด้วยความตื่นเต้น สะกิดแขนเพื่อนรักยิกๆ“ฟ้า! ไปเล่นอันนั้นกันเถอะ น่าสนุกชิบหายเลย ไปเร็ว!”“ไม่เอาอ่ะมีน่า ฉันกลัวตกน้ำ แกไปเล่นเถอะ เดี๋ยวฉันดูน้องสิงโตทางนี้เอง” ปลายฟ้าส่ายหน้าพั
“อยากจูบหนูไหมคะ?”คนตัวโตไม่ตอบ แต่กดสะโพกสอบเน้นย้ำเข้าไปจนสุดทาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ใช้ปากหยักปิดปากชมพูด้วยจูบที่ร้อนแรง แลกเปลี่ยนลมหายใจและเรียวลิ้นอย่างโหยหา เอวแกร่งเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้งด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็วเสียงครางหวานถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ พร้อมกับวิญญาณที่แทบจ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักที่เพิ่งผ่านพายุสวาทมาหมาดๆ อมีนานอนแผ่หลา ผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อสั่นเทิ้มเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย มือเล็กกำชายผ้าห่มที่ปิดอกเอาไว้แน่นมันเป็นแบบนี้นี่เอง... เธอคิดในใจ ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวจนถอนตัวไม่ขึ้น สมองบันทึก
“คนเลว... คุณมัน... อ๊ะ!”ก้านนิ้วแข็งแรงแทรกลึกเข้าไปในความคับแน่นอย่างย่ามใจ จนคนใต้ร่างสะดุ้งสุดตัว“เจ็บนะ! หนูเจ็บ!”“อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าสวรรค์หน้าตาเป็นยังไง... เดี๋ยวพี่จะสอนให้” น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความเหนือกว่า เขาไม่ฟังเสียงทัดทาน ริมฝีปากหยักกดซับความร้อนลงบนซอกคอหอมกรุ่น ลากไล้ฝา







