MasukNAN PART
แอ๊ด...
เสียงประตูเปิดทำให้ฉันหันหน้าไปทางประตูโดยอัตโนมัติ เพราะตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้เช้าแล้วฉันก็ยังไม่ได้หลับเลย มันหนาว มันเจ็บปวด มันหลับไม่ลง ความทรมานพวกนั้นเหมือนคอยกระตุ้นให้ฉันรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่มีสักวินาทีที่ฉันจะคลายจากความเจ็บปวดและหนาวเหน็บที่ถูกบังคับให้ต้องเผชิญ ตั้งแต่ที่ปืนออกจากห้องไป จนกระทั่งตอนนี้ ที่เขากลับเข้ามา
“อึดกว่าที่คิดนะ” ปืนเหยียดยิ้มพร้อมกับค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน
“ผมคิดว่าคุณจะทนหนาวไม่ไหว ช็อคตายไปแล้วซะอีก” เขาค่อยๆย่อตัวลงมาหาฉัน เอื้อมมือมาบีบคางฉันแล้วหันไปมาเหมือนกำลังมองสารรูปฉันให้ชัดๆ ฉันในตอนนี้ที่มือชาเท้าชา ชาไปถึงกระดูก สั่นเกร็งไปทั้งตัว และฉันนั่งชันเข่าขดตัวมาอย่างนี้ทั้งคืนแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองทนได้ยังไง หรือที่ความตายมันยังไม่ยอมมาเยือนฉัน เพราะฉันยังชดใช้กรรมไม่พอ ยังเจ็บไม่พอ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ เมื่อไหร่ถึงจะพอ ฉันเจ็บ ฉันทรมาน ทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งเจ็บไปกว่านั้น เมื่อเห็นสายตาที่เขามองฉัน มันเหมือนฉันเป็นตัวอะไรสักตัวที่น่าสังเวส และสภาพน่ารังเกียจแบบนี้ของฉัน เขาพอใจ
“นายจะปล่อยฉันไปได้รึยัง นายได้แก้แค้นแล้ว นายเอาทุกอย่างของฉันไปหมดแล้ว ฮือ ฮึก ตอนนี้ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว นาย ฮึก ปล่อยฉันไปได้รึยัง” ฉันพยายามแล้วที่จะเก็บอาการสะอื้นและน้ำตาเอาไว้ แต่ทำไม่ได้จริงๆ
“ปล่อยเหรอ หึ ยังหรอก แค่นี้มันยังน้อยไป ยังไม่สาสมกับฆาตกรเลือดเย็นอย่างคุณ!”
“แต่ฉันไม่เหลืออะไรให้นายแก้แค้นแล้ว ฮือๆ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสำนึกแล้ว ฉันกลัวแล้ว”
“ไม่!!!” ปืนตวาดใส่หน้าฉัน
“บอกแล้วไง เจ็บแค่นี้มันยังไม่พอ!”
“แล้วนายยังจะเอาอะไรจากฉันอีก ฉันไม่มีเหลือให้นายแล้ว นายเอาไปหมดแล้ว ฮือ ฮึก ตอนนี้ฉันเจ็บ ฉันทรมาน ฉันสูญเสียหมดแล้วทุกอย่าง นายยังไม่พอใจอีกเหรอ”
“ใช่! ยังไม่พอ หรือคุณคิดว่ากะอิแค่เลือดบริสุทธิ์ไม่กี่หยดของคุณมันจะสามารถลบล้างทุกอย่างได้กันล่ะ งั้นผมจะบอกให้เอาบุญนะ”
“โอ๊ย!” ปืนบีบคางฉันแรงขึ้นแล้วกระชากเข้าไปใกล้ ใบหน้าอำมหิตของเขาตอนนี้ อยู่ห่างหน้าฉันแค่คืบ
“ไอ้เยื่อบางๆนั่นของคุณอ่ะ มันโคตรไร้ค่า มัน หึ เอาตรงๆนะ ผมไม่ได้รู้สึกปลาบปลื้ม ตื่นเต้น หรือซาบซึ้งอะไรกับมันเลยสักนิด ตรงกันข้าม ผมเฉยๆว่ะ”
“อื้อ!” เขาดึงฉันเข้าไปจูบแรงๆอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วผละออก แต่มือยังบีบคางฉันอยู่
“ไอ้จูบชืดๆนี่ก็เหมือนกัน แม่งไร้ราคาชิบหาย ถามจริงเหอะ คุณกล้าคิดได้ยังไงวะ ว่าเอาไอ้อะไรๆของคุณเข้าแลกแล้วมันจะพอหักล้างกับเรื่องเลวๆที่คุณทำลงไปได้ มีสมองอ่ะ ก็คิดหน่อยนะ ว่าเมื่อคืนอ่ะ ผมก็แค่เอาคุณสนุกๆ ให้คุณได้พอรับรู้รสชาติของการถูกข่มขืนก็เท่านั้น แต่มันไม่ได้หมายความว่า คุณให้ผมเอาแล้วเรื่องมันจะจบ ไม่มีวัน เลวทรามต่ำช้า นรกส่งมาเกิดอย่างคุณอ่ะ มันต้องตายทั้งเป็นเท่านั้นถึงจะสาสม!” พูดจบเขาก็ผลักหน้าฉันออกอย่างแรงจนหัวฉันไปกระแทกกับฝาผนัง แต่ถึงมันจะเจ็บ แต่มันก็เจ็บไม่เท่ากับคำพูดของเขาเมื่อกี้นี้หรอก ทุกคำมันเหมือนมีดแหลมทิ่มแทง บาดลึกจนฉันแทบจะหยุดหายใจ ความเย็นยะเยือกที่คอยสาดใส่ความหนาวเหน็บไปถึงไขกระดูกเมื่อคืนนี้ ยังทรมานน้อยกว่านี้เลย
“ฮือ ฮึก แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าสาสม” ฉันค่อยๆหันกลับไปมองเขาช้าๆอย่างยากลำบาก หันไปพร้อมกับน้ำตาและเสียงสะอื้นที่มันไม่บรรเทาลงเลย
“แค่ไหน ฮึก แค่ไหนนายถึงจะเรียกว่าตายทั้งเป็น นายบอกฉันสิ ฉันจะชดใช้ให้ จะเอาชีวิตฉันเลยก็ได้ เอาไปสิ เอาไปเลย ฮือๆ...” ฉันรู้ว่าน้ำตาฉันที่ไหลพรั่งพรูอยู่ตอนนี้มันไม่ช่วยอะไรเลย มันไม่ได้ทำให้ผู้ชายไร้หัวใจตรงหน้าฉันรู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด เพราะเขายังเหยียดยิ้มมุมปากให้ฉันอยู่เลย ราวกับคำพูดและอาการที่เหมือนแทบจะหยุดหายใจของฉันตอนนี้มันเป็นเรื่องตลก
“บอกแล้วไงว่าผมจะไม่ฆ่าคุณ”
“ทำไม ฮึก ทำไมไม่ฆ่า เรื่องมันจะได้จบๆ ฉันตายไป นายจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าคนเลวๆอย่างฉันอีก ฉันเอง ก็จะได้ชดใช้ความเลวที่ฉันทำลงไป ฆ่าเถอะ นายฆ่า ฮือๆ ฆ่าฉันเลย”
“ฆ่าคุณตอนนี้มันจะไปสนุกอะไร” เขาแทรกฉันทันทีพร้อมกับเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ฉัน สองมือของเขายันผนังล้อมกรอบฉันไว้ ฉันอยากขยับหนีก็ทำไม่ได้ ข้างหลังฉันเป็นผนัง ส่วนสองข้างก็เป็นแขนของผู้ชายเลือดเย็น แล้วข้างหน้า ตอนนี้เขาเข้ามาใกล้จนปลายจมูกชนกับฉัน ฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ส่วนเขา มองฉันด้วยรอยยิ้มเหี้ยมๆ ดวงตาที่มองฉันไม่กะพริบ เหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน อะไรที่ทำให้ฉันตัวสั่น รู้สึกไม่ดีเลย
“นาย นายจะทำอะไร ถอย ฮึก ถอยออกไปนะ” เสียงฉันเบาจนฉันเองก็แทบไม่ได้ยิน มันทั้งสั่นพร่าและปนเสียงสะอื้น
“ผมก็แค่จะบอกคุณให้ชัดๆ ว่าฆ่าคุณตอนนี้มันจะไปสนุกอะไร สู้เก็บคุณไว้เอาแก้ขัดไปเรื่อยๆก่อนไม่ดีกว่าเหรอ อย่างน้อยๆ รูคุณก็ยังพอใช้การได้ ยังเอามันส์อยู่เลย เอางี้นะ ไว้ของคุณหลวม แบบว่าเสื่อมคุณภาพจนเอาไม่มันส์เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นผมจะเซ้งต่อคุณให้ไอ้พวกขี้ยาแถวนี้แล้วกัน ถึงเวลานั้น ถ้าคุณอยากตายมาก ก็แค่บอกให้มันสงเคราะห์ให้ พวกนั้นมันไม่ปฏิเสธคุณอยู่แล้ว ทีนี้ คุณจะได้ตายสมใจไง” เชื่อฉันมั้ยว่าเขาพูดถ้อยคำอำมหิตพวกนั้นด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ฉันคิดไม่ถึง ว่าเขาจะเลือดเย็นขนาดนี้ ใช่ ฉันรู้ว่าความผิดฉันมันร้ายแรงจนเกินอภัยก็จริง แต่เขา เขาจะใจร้ายกับฉันไปถึงไหนกัน แค่นี้ฉันก็รู้ซึ้งถึงความทรทานแล้ว
“คนใจร้าย นายมันเลือดเย็น ฮือ ฮึก”
“ผมก็แค่ทำตัวเองให้เหมือนคุณ โดนข่มขืนหนึ่งต่อหนึ่งไปแล้ว อีกไม่นาน ผมจะให้คุณลิ้มลองรสชาติอินฟินิตต่อหนึ่งดูบ้าง ดูซิ สภาพคุณจะเป็นไง” ปืนพูดแล้วเหยียดยิ้มน่ากลัวมาก มันน่ากลัวจนตอนนี้ตัวฉันสั่นไม่รู้จะสั่นยังไง น้ำตามันก็ไหลไม่หยุด
“นาย ฮึก นายอย่าทำแบบนั้นเลยนะ ฮือๆๆ ฉันกลัวแล้ว ฉันสำนึกทุกอย่างแล้ว นายอย่าทำกับฉันอย่างนั้นเลย ฉันไหว้ ฮือๆ ฉันไหว้แล้วปืน” ฉันยกมือไหว้เขาทั้งที่สองมือยังถูกมัดอยู่ มันเหมือนจะง่ายแต่มันก็ยาก เพราะฉันเจ็บแปลบๆจากฤทธิ์ความหนาวไปทั้งตัว แต่ฉันก็ยังคงพยายาม ฉัน ฉันกลัว
“ฉันขอร้อง นายปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ฉันสัญญาว่าจะเลิกยุ่งกับสองคนนั้น นะ ฮือ ฮึก ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง ฉันขอร้อง ฮือๆๆ...” ฉันรู้ว่าทำแบบนี้มันเสียศักดิ์ศรี มันน่าสมเพช แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“หึ นี่คนอย่างคุณถึงกับยอมยกมือไหว้ขอร้องผมเลยเหรอ โคตรลงทุนเลยเนอะ แต่โทษที พอดีคุณตีบทไม่แตกว่ะ เพราะบทนางร้ายกลับตัวเป็นคนดีของคุณ ผมไม่อิน!”
“โอ๊ย!” อยู่ๆปืนก็กดฉันให้นอนราบลงกับพื้นอย่างแรง แล้วเขาก็ขึ้นคร่อมฉัน แล้วก็กำลัง กำลัง ปลดเข็มขัด ดึงกางเกงลงมา!
“ปืน ฮือๆ ปล่อยฉันนะ นายจะทำอะไร อย่า ฮือๆๆ” ฉันพยายามจะขัดขืน แต่ทั้งแขนทั้งขาฉันยังถูกเชือกมัด ฉันทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้แค่ขอร้องปีศาจร้ายบ้าคลั่งบนตัวฉันด้วยน้ำตา
“อย่าเหรอ บังเอิญผมชอบทำอะไรที่มันตรงข้ามซะด้วยสิ” พูดจบเขาก็แกะเชือกที่ข้อมือฉัน ก่อนจะเอื้อมไปด้านหลัง และฉันรู้สึกว่าเชือกที่ขาฉันมันถูกกระตุกออกอย่างแรง แต่ฉันไม่มีแรงลุก เพราะความเย็นจากแอร์มันยังทำให้ฉันทั้งเกร็งทั้งชาไม่หาย ในขณะที่ปืน อยู่ๆเขาก็พุ่งลงมาซุกไซ้ดูดดึงซอกคอฉัน
“อื้อ ปืน อย่า ฉันเจ็บ ฮือๆ ปล่อยฉันนะ ไม่ อย่า ไม่เอา ฉันกลัว กลัวแล้ว ฮือๆๆ” ฉันพยายามส่ายหน้าหลบ
“คุณจะกลัวอะไร ของมันเคยๆ” ปืนพูดเสียงพร่า และเขายังซุกไซ้ซอกคอฉันไม่หยุด ไม่ว่าฉันจะพยายามหลบแค่ไหน แต่ก็ไม่พ้นอยู่ดี พอฉันหนีบคอข้างนี้ เขาก็เปลี่ยนไปรุกรานอีกข้างอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้ฉันเหมือนเหยื่อที่กำลังโดนเสือหิวขย้ำไม่มีผิด มือฉันมันพยายามยกขึ้นผลักเขาออก แต่เพราะมันยังชา และฉันไม่ได้มีแรงมากมายขนาดนั้น เขาก็เลยไม่ขยับเขยื้อน แล้วฉันควรจะทำยังไง ฉันกลัว
“ปืน ฮือๆ ฉันขอร้อง นายอย่าทำอะไรฉันเลย ฮือๆๆ ฉันเจ็บแล้ว เจ็บแล้วปืน ฮือๆๆ”
“ยิ่งคุณเจ็บ ผมก็ยิ่งอยากทำรู้ป่ะ”
“อื้อ! ปืน ฉันเจ็บ เจ็บ ฮึก” ปืนเปลี่ยนมาดูดนมฉันแรงๆอย่างที่ฉันไม่ทันตั้งตัว พร้อมกับที่เขาแหย่นิ้วเข้ามาในตัวฉันจนฉันสะดุ้ง มันเจ็บ ทั้งเจ็บทั้งแสบ ส่วนไอ้ความรู้สึกวาบหวิวอะไรพวกนั้น มันไม่มีเลย
“ปืน ฉันเจ็บ ฮือๆ นายหยุด ฮึก หยุดเถอะ” ฉันได้แต่ร่ำร้อง ส่ายหน้าไปมาตั้งใจจะหลีกหนีความเจ็บปวดที่มันจู่โจมฉันทั้งท่อนบนท่อนล่าง แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ความเจ็บมันไม่บรรเทาลงเลย ปืนยังคงดูดดึงไปทั่วทั้งสองเต้าของฉัน นิ้วของเขาก็กระแทกเข้ามารัวๆไม่หยุด
“หยุดเหรอ โอเค ผมหยุดก็ได้” อยู่ๆเขาก็หยุดการกระทำทุกอย่าง เขาละจากนมฉันแล้วกลับขึ้นไปนั่งคร่อมฉันตรงๆเหมือนเดิม พร้อมกับที่ฉันรู้สึกว่าเขาดึงนิ้วกลับออกไป แต่รอยยิ้มนั้น ทำไมมันน่ากลัวแปลกๆ
“แต่ผมจะเสียบอย่างอื่นแทน!”
“อย่างนั้นหรอกเหรอ แสดงว่าผมเข้าใจผิดมาตลอด” เสียงเขาสลดลงกว่าเดิม แต่บอกแล้วไงว่าไม่สงสาร“ใช่น่ะสิ!” ฉันรีบตอบ ก็ใครจะไปยอมรับให้เสียฟอร์มกัน และที่สำคัญ คือฉันไม่อยากให้เขามาหัวเราะเยาะฉัน ถ้าหากเขารู้ว่าฉันรักเขาอยู่ฝ่ายเดียว ในขณะที่เขาไม่ได้รักฉันเลย“แต่ผมรักคุณจริงๆนะ” นั่นไงเห็นมั้ย เขาบอกว่าเขาไม่ได้รักฉัน เห้ยเดี๋ยวนะ แต่เมื่อกี้ฉันเหมือนไม่ได้ยินคำว่าไม่ ทั้งสมองทั้งหัวใจมันได้ยินแต่คำว่า...“รัก! เมื่อกี้นายบอกว่า”“ผมรักคุณ” คราวนี้ชัดเจนกว่าครั้งแรกอีก แล้วสรุปนี่เรื่องจริงใช่มั้ย ฉันไม่ได้หูฝาด หรือว่าคิดไปเองใช่มั้ย“นายรักฉันจริงๆเหรอ ไหนนายบอกว่าเกลียดฉันไง แล้วอยู่ๆนายมาบอกว่ารักฉัน ไม่จริงหรอก ในเมื่อนายเกลียดฉันขนาดนั้น”“เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ผมรู้แค่ว่า ตอนนี้ผมรักคุณ”“ไม่อ่ะ ฉันไม่เชื่อ นายโกหก นายคงคิดจะแก้แค้นอะไรฉันอีก ถึงได้พูดแบบนี้ จะหลอกให้ฉันตายใจใช่มั้ย คิดจะวางแผนแก้แค้นฉันอีกใช่มั้ย” ฉันร้อนรนขนาดนี้ แต่เขากลับส่ายหน้าช้าๆ“คราวนี้ไม่มีแผน ไม่มีการแก้แค้นอะไรทั้งนั้น ผมรักคุณจริงๆ แต่ถ้าจะมีคนโดนแก้แค้น คน
10 นาทีผ่านไป...รถค่อยๆเคลื่อนออกจากรีสอร์ตช้าๆ พร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นของฉัน และในตอนนี้ ฉันจะขอลืมทุกเรื่องที่อยู่ในใจไปให้หมดก่อนก็แล้วกัน ปล่อยใจไปกับทริปในวันนี้ เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นบ้างRrrrrr...!!!โทรศัพท์ฉันดังขึ้นหลังจากที่รถออกมาได้สักพัก...พ่อ“ค่ะพ่อ” ฉันไม่ลังเลที่จะรับสาย เพราะตอนนี้ฉันกับพ่อเข้าใจกันดีแล้ว และฉันถือว่ามันเป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิตของฉันเรื่องนึงเลย ที่ฉันได้พ่อคืนมา ส่วนยัยนีน มันก็โดนพ่อลงโทษด้วยการดัดสันดานไปตามระเบียบ ไอ้ฉันก็แอบสมน้ำหน้ามันนิดนึง ช่วยไม่ได้ ก็ฉันมันไม่ใช่แม่พระ“เป็นไงแนน ที่นั่นโอเคมั้ย”“ค่ะ โอเคมาก อากาศก็ดีค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะลูก แล้ว เจอใครบ้างมั้ย” ทำไมพ่อถามแปลกๆ ฉันก็ต้องเจออยู่แล้วสิ ก็คนเต็มรถซะขนาดนี้“เจอสิคะพ่อ เต็มเลย ส่วนใหญ่เขาก็มากันกับครอบครัว พ่อถามทำไมเหรอคะ”“อ้อ! เปล่า พ่อก็แค่ลองถามดู งั้นเที่ยวให้สนุกนะ”“ค่ะพ่อ...” เอี๊ยดดดด!!!“ว้าย!”“เกิดไรขึ้นแนน!” นั่นสิ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆรถก็เบรก“รถเบรกกะทันหันค่ะพ่อ ไม่รู้มีไรรึเปล่า งั้นแค่นี้ก่อนนะคะพ่อ เดี๋ยวแนนโทรกลับ”“จ้ะ มีไรบอกพ่อนะ”“ค่ะพ่อ”
@บ้านแนน“มาทำไม!” นี่แหละครับ คำทักทายประโยคแรกจากเจ้าของบ้าน แต่ผมไม่รู้สึกโกรธหรือเคืองอะไรคุณนพหรอก เพราะผมรู้ตัวว่าผมผิดจริงๆ“ผมพาปืนมาหาแนนครับลุง”“ไม่ กลับไป!”“ให้โอกาสเขาสองคนได้คุยกันสักครั้งเถอะครับลุง อย่างน้อยๆ เขาก็ระ...”“พอเถอะธี ลุงไม่อยากฟัง พาคนของแกกลับไป” คุณนพพูดโดยไม่คิดจะมองหน้าผม แม้แต่หางตาก็ไม่ ก่อนท่านจะหันหลังไปทางบันได แต่ไม่มีทาง ผมไม่มีวันปล่อยให้โอกาสมันหลุดลอยไป“เดี๋ยวครับคุณนพ”“ปืน!” นายคงตกใจ เพราะผมไม่ใช่แค่เรียก แต่คุกเข่าลงด้วย“ผมขอร้องเถอะนะครับ ให้โอกาสผมสักครั้ง ผมรู้ว่าผมผิด ผมมันเลว ผมจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้น ผมขอแค่ให้ได้เจอหน้าแนน ได้ขอโทษแนนสักครั้ง จะให้ผมแลกด้วยอะไรผมก็ยอม ขอเพียงให้ผมได้บอกกับเธอในสิ่งที่ผมอยากจะบอก ทุกความรู้สึกที่ผมมี แล้วถ้าผลของมันคือแนนไม่ต้องการมัน ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินเสียงผมอีก ผมก็ยินดีจะไป ผมจะไปแล้วก็ไม่มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของแนนอีก นะครับ ให้โอกาสผมสักครั้งเถอะนะครับ” ผมพูด และพยายามพูดทุกคำออกมาจากความรู้สึกข้างใน แม้ตอนนี้คุณนพยังยืนหันหลังให้ผมอยู่ และแม้จะมีความหวังเพียงแค่ริบหรี่ก็ตามที“
พวกนั้นตอบรับแล้วแก้มัดผม จากนั้นคงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุการณ์มันวนๆซ้ำๆอยู่แบบนี้ทุกวัน มันทรมานก็จริง แต่อย่างที่ผมเคยบอก ...สิ่งที่มันทำให้ผมเจ็บที่สุด เจ็บยิ่งกว่าความทรมานทางกาย คือการได้รู้ว่าผมจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแนนอีกแล้ว ไม่มีสิทธิ์ได้ขอโทษเรื่องลูก และทุกๆเรื่องที่ผมเคยทำ เพราะผมรู้ตัวเองดี ว่าผมคงจะตายในอีกไม่ช้านี้ ตายไปพร้อมกับความผิดที่ยังไม่ได้แก้ไข และการที่ต้องตายโดยที่ยังมีอะไรค้างคาใจ แน่นอน ผมคงไม่มีวันตายตาหลับ แม้ตายไปแล้ว แต่ผมก็คงยังต้องจมปรักอยู่กับความทรมาน“พ่อ หยุดเถอะ อย่าทำเขาอีกเลย” เหมือนผมจะหูฝาดใช่มั้ยที่ได้ยินเสียง... ใช่ เสียงของแนน โบราณว่าคนใกล้ตายมักจะได้ยินหรือเห็นภาพหลอน สงสัยคงจะจริง เพราะตอนนี้ผมไม่ใช่แค่ได้ยิน แต่ผมเห็นแนนวิ่งมาทางผม พยุงผมที่นอนแน่นิ่งหายใจรวยรินขึ้นมา“แนน ปล่อยมัน พ่อจะฆ่ามัน จะเอาคืนมันให้ลูก ปล่อยมัน”“ไม่ ฮือๆ พ่ออย่าทำเขาอีกเลยนะ แนนขอร้อง ฮือๆๆ...” ความฝัน ห้วงภวังค์นี้ที่ผมกำลังได้สัมผัส ทำไมมันถึงเหมือนจริงนักล่ะ ผมรู้สึกว่าผมเห็นหน้าแนนลางๆ ในห้วงความคิดที่เหมือนไร้สติไปแล้วของผม ผมเห็นเธอร้องไห
“แนน”พ่อเรียกฉันพร้อมกับจับมือฉันเบาๆ“ทำใจให้สบายๆนะ คิดซะว่าเขายังไม่ถึงเวลามาอยู่กับเรา”“พ่อ แต่ว่าแนน แนนทำใจไม่ได้ ฮือๆ...”“โถ่แนน” พ่อโน้มตัวลงมากอดฉัน และมันนานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ฉันไม่ได้อ้อมกอดจากพ่อ“แนนลูกพ่อ พ่อขอโทษนะ ตลอดเวลาพ่อไม่เคยสนใจว่าแนนต้องการอะไร สิ่งที่แนนบอกกับพ่อเมื่อวานมันทำให้พ่อคิดได้ มันทำให้พ่อได้รู้ ว่าพ่อไม่เคยให้ความรักความอบอุ่นกับลูกเลยจริงๆ พ่อมองข้ามมัน ไม่เคยเห็นความสำคัญ พ่อมันเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนเลย พ่อลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน พ่อขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่พ่อผิดไปแล้ว พ่อจะชดเชยให้นะลูก พ่อจะชดเชยให้”“พ่อ...” ฉันพูดไม่ออก ในขณะที่พ่อลูบหัวฉัน มองหน้าฉันแล้วร้องไห้ ฉันเองก็น้ำตาไหลไม่ขาดเหมือนกัน“ต่อไปนี้เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ ได้มั้ยแนน นะ พ่อสัญญาว่าจะเป็นพ่อที่ดี มีเหตุผล ไม่หูเบา ไม่ลำเอียง ไม่ปล่อยปละละเลยความรู้สึกลูกอีกแล้ว พ่อขอโทษนะ อยากขอโทษอีกหลายครั้งที่พ่อผิดต่อแนน พ่อมันไม่ดี พ่อ...”“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ แนนไม่โกรธพ่อแล้ว แค่พ่อเข้าใจแนนก็พอ แนนรักพ่อนะ”“พ่อก็รักลูก” พ่อยิ้มให้ฉันแล้วจูบหน้าผากฉัน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาฉันรู้
วันต่อมา...ตอนนี้ผมถูกขังอยู่ในเรือนเล็ก ด้วยการถูกมัดไว้กับเสา ไม่มีโอกาสเห็นเดือนเห็นตะวัน แต่มันยังไม่ทรมานเท่าผมไม่มีโอกาสรับรู้อะไรทั้งนั้น สภาพผมที่มันยับเยินเพราะถูกซ้อมเมื่อคืนนี้ มันยังเจ็บน้อยกว่าการไม่ได้รู้ว่าตอนนี้ แนนกับลูกเป็นยังไง...คนเรามักจะคิดได้เมื่อสาย ชอบมาสำนึกได้ตอนไม่เหลือโอกาส ผมเชื่อแล้วว่ามันจริง“ไง มันตายไปรึยัง” เสียงนั้นดังมาจากประตูที่อยู่ๆก็เปิดออก ก่อนสายตาคู่อาฆาตจะตวัดมองมาที่ผม ก่อนเจ้าของของมันซึ่งก็คือพ่อของแนนจะเดินตรงมาหาผม“ฉันนึกว่าแกจะตายๆไปแล้วซะอีก!”ผัวะ!!!หมัดหนักๆกระแทกลงบนหน้าผม ซ้ำที่เก่าเมื่อคืนนี้ มันเต็มแรงมือเล่นเอาผมกระอัก แต่ก็อย่างที่บอก ถึงภายนอกของผมตอนนี้มันจะบอบช้ำแค่ไหน มันก็ไม่สาหัสเท่าความปวดร้าวในหัวใจผมตอนนี้“อยากรู้มั้ย แนนเป็นยังไง คนที่แกทำร้ายน่ะ อาการเป็นยังไง” ผมหูผึ่งทันทีกับประโยคนั้น“ครับ ผมอยากรู้ คุณนพจะบอกผมเหรอครับ”“ใช่! ฉันจะบอกแก บอกว่าความเลวระยำของแกมันส่งผลยังไงบ้าง!” ทำไมทั้งคำพูดและทั้งน้ำเสียงคุณนพมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ“มะ...หมายความว่าไงครับ” ผมพยายามถามออกไปด้วยน้ำเสียงและสภาพที่น่าเวทนาขอ
ฉันไม่ได้ตัดพ้อชีวิตตัวเองหรอก แต่ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฉันถึงทนให้ผู้ชายโหดเหี้ยมคนนั้นทรมานอยู่ได้โดยที่ไม่ตาย ทั้งๆที่ความจริง ฉันควรจะตายไปตั้งนานแล้ว เพิ่งรู้นะว่าฉันมันก็ถึกกับเขาเหมือนกัน หรือบาปฉันมันหนาก็ไม่รู้ ที่เคยได้ยินมา ว่าคนบาปหนามักไม่ตายง่ายๆ สงสัยคงจะจริงตกดึก
เสียงนั้นทำฉันชะงักเท้าแทบไม่ทัน และฉันภาวนาให้ฉันหูเพี้ยน ...ต้องไม่ใช่เขา ต้องไม่ใช่“อ้าวปืน” เสียงเรียกชื่อของพ่อเหมือนช่วยตอกย้ำว่าหูฉันไม่ได้เพี้ยน“สวัสดีครับคุณนพ” ฉันหันไปเห็นตอนที่เขายกมือไหว้สวัสดีพ่อฉัน ส่วนสายตาเขากำลังมองมาทางฉัน ...ถึงใบหน้าเขาจะเรียบเฉย แต่สายตาเขาแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจเ
เขาตะโกนบอกฉันแค่นั้นก่อนออกรถทันที เหมือนอยากจะไปตั้งนานแล้ว อยากไป โดยที่ไม่มีตัวเสนียดอย่างฉันติดไปด้วย“ฮือ ฮึก ฮือๆๆๆๆ...” ฉันฝืนยืนมองตามรถเขาที่แล่นไปด้วยความเร็วได้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนทั้งตัวของฉันมันจะทรุดลงไปกองกับพื้นฟุตบาทเอาดื้อๆ สภาพของฉันในตอนนี้มันน่าเวทนาเหลือเกิน ฉันไม่เหลือแรงย
เขายังทำแรงๆต่อไปโดยที่ไม่สนใจอาการของฉันเลย ไม่ได้คิด ว่าตัวฉันทั้งตัวมันทั้งบอบช้ำ อ่อนล้าและหมดแรง แถมแผลรวมทั้งร่องรอยอะไรก็เต็มไปหมด เขามันซาตานในร่างคนชัดๆ“ใส่ได้พอดีเลยเนอะ นึกว่าจะหลวมไปซะอีก นมคุณนี่อึ๋มไม่สมตัวเลย หึ” อยู่ๆเขาก็พูดขึ้นมา“อื้อ ปล่อยนะ นี่นาย อื้อ ทำบ้าอะไรของนาย ออกไปนะ”







