Home / แฟนตาซี / Undisclosure / เพราะเป็นครอบครัว

Share

เพราะเป็นครอบครัว

last update Huling Na-update: 2025-02-12 13:28:49

คาเลบรู้สึกเหมือนกับทั้งเดวี่และจูนเอามีดมาแทงหลังของเขาด้วย ความเจ็บปวดของ

อเล็กซิสเป็นความเจ็บปวดของผู้เป็นพ่อด้วย เดวี่อาจเป็นเด็กดีก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง และมีเหตุผลอยู่สองอย่างที่ทำให้คนคนนั้นเปลี่ยนไป หนึ่ง เวลาทำให้คนเปลี่ยน และสอง เราอาจไม่เคยทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของคนคนนั้นจนวันที่แสดงออกมา เบียนน่ามองหน้าสามี เร่งให้เขาพูดอะไรก็ได้กับลูก เพราะว่าเธอกลับร้องไห้เสียเอง เมื่อเป็นเรื่องของลูก เบียนน่ากลับอ่อนไหวโดยเฉพาะเวลาที่ลูกของเธอเป็นทุกข์ ผู้เป็นแม่ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ นอกจากแบ่งปันความเจ็บปวดของลูกสาวแทน

“นั่นก็เป็นเพราะว่าลูกสาวของพ่อเป็นเด็กดี ลูกจึงสมควรมีเพื่อนที่ดีกว่านี้ และมีแฟนที่ดีกว่าเขาด้วย พ่อตอบไม่ได้หรอกนะ ว่าทำไมพวกเขาถึงทำร้ายลูกสาวของพ่อ แต่พ่อรู้ว่าชีวิตของลูกต้องดำเนินต่อไป ความรักบางอย่างอาจมีวันหมดอายุ แต่ความรักของพ่อไม่เคยหมด ความรักของครอบครัวก็เช่นกัน พ่อไม่อยากให้ลูกร้องไห้คร่ำครวญที่พวกเขาทรยศลูก แต่ร้องเพื่อระบายมันออกมา การร้องไห้ช่วยบรรเทาความเศร้าได้ เชื่อพ่อสิ พ่ออยากให้ลูกเข้าใจว่ามันไม่ใช่จุดจบ ชีวิตยังมีอีกมาก ลูกจะพบกับความสุข ความผิดหวัง บางครั้งลูกชนะ บางครั้งลูกแพ้ ปะปนกันไป ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ลองคิดว่าลูกโชคดีแค่ไหนแล้วที่เห็นตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาก่อนที่จะสายเกินไป ลูกมีเพื่อนแท้มากมาย อย่างเอโลดี้แล้วยังคนอื่นอีก พวกเรารักลูกมากนะ เป็นห่วงลูกที่สุดเลย และพวกเราจะอยู่เคียงข้างลูกตลอดเวลา”

พอฟังบิดาพูดจบ อเล็กซิสเงยหน้าขึ้น น้ำตาหยดลงเผาะ ๆ

“พ่อคะ” เด็กสาวพิงศีรษะลงบนอกของคาเลบจากนั้นร้องไห้ออกมาในที่สุด เขาและเบียนน่าถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เธอเปิดเผยความรู้สึกออกมา

“โธ่ ลูกแม่” เบียนน่าหอมแก้มเด็กสาวเบา ๆ

“ตอนนี้หน้าของหนูคงเละหมดแล้วใช่ไหมคะ มาสคาร่าทำหน้าหนูพังแล้ว...”

คาเลบและเบียนน่ายิ้มให้กัน ในเวลาแบบนี้ อเล็กซิสยังมีอารมณ์ขัน “หน้าของลูกไม่เป็นอะไรหรอก เจ้ามาสคาร่าที่ลูกใช้อยู่กันน้ำได้ดีสมราคาคุยแล้ว”

ในอ้อมกอดของพ่อ เด็กสาวหัวเราะทั้งน้ำตา คาเลบหวังว่าความรักของเขาจะส่งผ่านไปถึงเธอ และชำระล้างความเจ็บปวดทั้งหมดออกไป

“พ่อคิดว่าหนูทำให้จูนคิดว่า หนูเลือกคบแต่กับเอโลดี้หรือเปล่าคะ”

คาเลบส่ายหน้า “มันไม่ใช่ความผิดของลูก ถ้าให้พ่อพูดตรง ๆ ช่วงหลังมานี้ ลูกอยู่กับเอโลดี้มากกว่าจูนจริง ๆ จูนอาจรู้สึกอิจฉาหรือน้อยใจไป แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จูนจะทำแบบนี้กับลูก ลูกกับจูนเป็นเพื่อนกัน ก็ควรจะคุยกันตรง ๆ มากกว่า”

“นั่นคือสิ่งที่หนูคิดค่ะพ่อ หนูรักพวกเขามาก แต่พวกเขาใจร้ายกับหนูเหลือเกิน”

พวกเขาคุยกัน ถกเถียงกันต่าง ๆ นานา ทั้งยังปลอบใจอเล็กซิสจนหลับไป ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่รักครั้งแรกจะกลายเป็นรักแท้ แต่อย่างน้อยอเล็กซิสโชคดีที่เห็นว่าเดวี่เป็นคนอย่างไรก่อนที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่จะพัฒนาไปไกล พวกเขาจะได้ไม่ต้องใช้ชีวิตคู่กับคนที่ไม่ใช่ หรือแต่งงาน หรือมีลูกด้วยกัน เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นว่าเด็กสาวอ่อนไหวขนาดไหน แม้อเล็กซิสพยายามปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไป แต่การที่ต้องเห็นภาพแบบนั้นคงเป็นเรื่องที่ฝังใจน่าดู ดังนั้น พอพวกเขามองหน้ายามหลับของเธอแล้ว รู้ว่าลูกสาวยังคงฝันเห็นแต่พวกเดวี่และจูนอยู่แน่ ๆ คาเลบและ

เบียนน่าจูบหน้าผากของอเล็กซิสแล้วปล่อยให้ค่ำคืนเยียวยาหัวใจที่แหลกสลายไปเอง

เจสซี่ ไบรซ์ และชาร์ลีนั่งรออยู่บนโต๊ะอาหาร ทั้งหมดรับประทานอาหารเย็นง่าย ๆ ที่ไบรซ์ทำให้ นั่นคือ แซนด์วิช กลิ่นเหม็นไหม้กระจายไปทั่วห้อง แต่ไม่มีใครพูดถึงมัน หรือแม้แต่จะแสดงความรับผิดชอบว่าเกือบทำให้บ้านไฟไหม้ไปแล้ว

“น้องเป็นไงบ้างครับ” เจสซี่ถามพลางส่งสายตาคาดคั้นพ่อและแม่

“หลับแล้ว” เบียนน่าตอบ

“แต่น้องยังไม่ได้กินข้าวเลยนะครับ”

“แล้วจะให้แม่ปลุกน้องมากินหรือไง”

ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ย “ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย”

“ให้น้องพักผ่อนเถอะจ้ะ”

“แล้วเธอดีขึ้นไหมคับ” ชาร์ลีถาม เขาอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมพี่สาวถึงเศร้าเพราะฝุ่นเข้าตาถึงขนาดนั้น และเดวี่ทำอะไรกับพี่ของเขา แต่เขาขอแค่อยากมีส่วนร่วมบ้าง

คาเลบพยักหน้า ต้องดีขึ้นแน่นอน

เวลาสองทุ่มครึ่ง ช่วงอาหารเย็นดำเนินไปอย่างช้า ๆ พวกเขาต้องนั่งฟังเจสซี่บ่นและสบถใส่เดวี่กับจูน (โดยมีเบียนน่าคอยเอ็ดเวลาเขาใช้คำหยาบ) ถ้าเดวี่อยู่ตรงนี้ เจสซี่คงฆ่าเจ้าหนุ่มเรียบร้อย เจสซี่เป็นพวกหัวร้อน คาเลบยังจำได้เลยว่า เพื่อน ๆ ของเจสซี่แปลกใจแค่ไหนเมื่อเขาตัดสินใจจะเรียนกฎหมาย พวกเขาต่างคิดว่า เจสซี่จะสมัครเข้าสมาคมกีฬาหรือไม่ก็สมัครเรียนคอมพิวเตอร์โปรแกรม เขาอาจจะเป็นนักเรียนแถวหน้าแต่ไม่ใช่พวกหน้าติดหนังสือเหมือนกับไบรซ์ ไม่ใช่แค่นั้น คาเลบกับเบียนน่าทึ่งไม่น้อยที่เขาสามารถเรียนจบด้วยคะแนนดีเยี่ยม อย่างน้อย ทั้งสองชื่นชมความพยายามของเขามากพอสมควร

และสิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันเกิดอีกจนได้ เดวี่มาหาอเล็กซิสที่บ้าน

เสียงกริ่งดังเมื่อตอนเข็มนาฬิกาเลื่อนไปยังเลขสิบเอ็ด คาเลบเห็นเดวี่ยืนอยู่หน้าประตู เขาดึงคอเสื้อเจสซี่ได้ทันก่อนที่ลูกชายจะทำร้ายอดีตแฟนน้องสาว “พ่อคุยกับเขาเอง เจสซี่ ลูกเรียนกฎหมายมาไม่ใช่เหรอ ใช่หรือเปล่า สงบใจบ้างสิ กลับไปที่ห้องเลย” คนเป็นพ่อเตือนและเอ็ดไปด้วย

เพราะเป็นคนหัวดื้อ เจสซี่จึงคำรามออกมาอย่างหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ ก่อนจะย่ำเท้าหนัก ๆ เดินออกไป คาเลบเปิดประตูออกไปเจอกับเด็กหนุ่ม เขาทำหน้าสำนึกผิดและดูเหมือนจะค่อนข้างเกรงใจคาเลบมากเป็นพิเศษ เพราะรูปร่างแบบนักกีฬา ไหล่กว้าง คิ้วเข้ม ผมสีบลอนด์ออกน้ำตาล และหน้าตาหล่อเอาเรื่องขนาดนี้ คงไม่แปลกที่เขาจะเอาชนะใจสาว ๆ ได้มากมาย เท่าที่คาเลบสังเกตจากอากัปกิริยาของลูกสาวตัวเองที่มีต่อเดวี่ อเล็กซิสคลั่งเขามากเลยทีเดียว เดวี่เคยเป็นเด็กดี แต่ก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายและเป็นเพศชาย ยิ่งโต เขายิ่งแข็งแรงและดูดีมากกว่าเมื่อปีที่แล้วเสียอีก คาเลบนึกถึงตอนที่ทั้งเดวี่และอเล็กซิสจูงมือกันมาบอกพวกคาเลบว่า ทั้งสองกำลังคบหากัน มันผ่านมาหนึ่งปีแล้วหรือนี่ ส่วนจูนก็ไม่ใช่เด็กสาวหน้าตาน่าเกลียดเลยสักนิด คนอาวุโสกว่าอย่างคาเลบเข้าใจธรรมชาติของผู้ชายเป็นอย่างดี พวกผู้ชายบางคนสามารถเปลี่ยนใจได้ทันทีเพียงแค่ชายตามองผู้หญิงคนอื่น แต่ผู้ชายอีกจำนวนหนึ่งก็ถือว่าเป็นข้อยกเว้น เขาเคยคิดว่าเดวี่เป็นข้อยกเว้น คาเลบโทษตัวเองเหมือนเคย

“อเล็กซ์เป็นอย่างไรบ้างครับ” เขาถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“สบายดี” คาเลบตอบเสียงเย็นชา

แน่นอนว่าเด็กหนุ่มจับน้ำเสียงแสดงความห่างเหินของพ่อแฟนสาวได้ เสียงของเดวี่เบาลงเพราะกลัวคาเลบจะดุ พอเขาพูด จึงฟังแล้วเหมือนเดวี่กำลังพูดงึมงำอยู่คนเดียว

“ผมขอโทษ...ครับ ผะ ผะ ผมรู้ว่ามันดึกแล้ว ตะ แต่ผมขอคุยกับ...อเล็กซ์ได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มพูดติด ๆ ขัด ๆ

“ไม่ได้หรอก เธอหลับแล้ว กลับบ้านเถอะเดวี่ ลุงคิดว่าเวลานี้คงไม่สมควรเท่าไรนะ”

ดูเหมือนเดวี่ต้องใช้ความพยายามอยากมาก จึงจะควบคุมตัวเองให้พูดเป็นปกติได้สำเร็จ “ผมเสียใจ ผมเสียใจจริง ๆ คุณยกโทษให้ผมได้ไหม ให้อเล็กซ์ยกโทษให้ผมได้ไหม ผมรักเธอ จริง ๆ นะครับ ได้โปรดอภัยให้ผมเถอะ ได้โปรดบอกเธอว่าผมเสียใจ ผมเสียใจมากที่ทำให้คุณผิดหวัง แล้วยัง...ผมขอโอกาส...จากคุณและอเล็กซ์”

เด็กหนุ่มไม่ขยับ คาเลบเริ่มเห็นใจเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น เท่าที่เห็นตอนนี้ เดวี่รู้สึกผิดจริงและยังห่วงลูกสาวของเขา แถมยังกล้าพอที่จะมาหาอเล็กซิสถึงที่บ้าน เบียนน่าคงพูดว่าทุกคนล้วนทำผิดกันได้ทั้งนั้น ทุกคนควรได้รับโอกาสครั้งที่สองและการให้อภัย

แต่เขาหลอกลวงอเล็กซ์ เขาทำให้ลูกของเราร้องไห้ โทสะของผู้เป็นพ่อเดือดขึ้นมาอีกครั้ง และใจที่อยากจะให้อภัยนั้นมลายหายไป

“อเล็กซ์จะเป็นคนตัดสินเอง กลับบ้านเถอะเดวี่ พ่อแม่ของนายจะเป็นห่วงเอา” เขาเตือนเด็กหนุ่ม โดยที่ไม่ทราบว่าพ่อแม่ของเดวี่ไม่อยู่บ้าน เดวี่รับฟังแล้วเดินกลับไปยังจักรยานของตัวเอง คอตก เศร้าและเสียใจ

คาเลบถอนหายใจ วันนี้อาจไม่ใช่วันที่ดีอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันเป็นเพียงแค่วันหนึ่งที่

อเล็กซิสพบว่า ชีวิตย่อมพบเจอกับความผิดหวัง ความรักก็เป็นหนึ่งในเรื่องนั้น แล้วพรุ่งนี้ พายุก็จะหย่อนกำลังลง ลูกสาวของเขาก็จะเข้มแข็งขึ้นในวันต่อไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status