Beranda / แฟนตาซี / Undisclosure / แสงนำทาง

Share

แสงนำทาง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-02-12 13:28:24

บ้านคงจะกลายเป็นบ้านที่เงียบผิดปกติจากทุกวัน ถ้าหากโทรทัศน์ที่ปราศจากคนดูเครื่องนี้ไม่ได้ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ เจ้าชาร์ลีถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว และตอนนี้เขากำลังนั่งสร้างสรรค์ศิลปะแนวใหม่บนผนังบ้านที่คาเลบเพิ่งทาสีขาวไปเมื่อเดือนก่อน ชาร์ลีอาจคิดว่ากำแพงโล่งเกินไป เขาจึงวาดลายใหม่เพื่อความสมบูรณ์ ซึ่งรูปที่เขาวาดนั้นดูเหมือนกับยีราฟที่มีขาเป็นงู บนโต๊ะอาหารมีไอศกรีมของป๊อปปี้ เจลาโต้ จำนวนหกควอทซ์ถูกวางทิ้งละลายไว้อยู่ เมื่อคาเลบเดินเข้าไปใกล้จึงเห็นว่ารสเชอร์เบทหมดเกลี้ยงกล่องแล้ว ส่วนรสช็อกโกแลตมิ้นต์สี่ที่ รวมถึงรสช็อกโกแลตคาราเมลมาคาเดเมียยังเหลืออยู่เต็มและกำลังแข่งกันละลายเป็นน้ำ ในห้องครัว หม้อต้มบนเตาเดือดปุด ๆ จนเกือบจะไหม้ ชาร์ลีวิ่งมาหาพวกเขาทันทีที่เบียนน่าปิดประตู คราบไอศกรีมเชอร์เบทยังติดอยู่ที่แก้มและริมฝีปาก

“ทำไมทิ้งน้องไว้คนเดียวอีกแล้ว” เขาพูดกับตัวเอง เจ้าชาร์ลีวิ่งเล่นเกี่ยวพันรอบขาผู้เป็นพ่ออย่างอารมณ์ดี

“ไอศกรีมละลายแล้วนะที่รัก” เบียนน่าเก็บไอศกรีมเข้าตู้เย็นและเดินไปปิดเตาอย่างใจเย็น

ชาร์ลียังคงเล่นกับพ่อ ปากพูดเจื้อยแจ้วว่า “วันนี้เจสซี่กับอเล็กซ์พาผมไปเที่ยวห้าง เราทานพิซซ่าที่ร้านคุณบินอคคิโน่ แล้วก็พาผมไปเล่นที่สวนสาธารณะ ผมเจอโอลลี่กับเคย์ซี่ด้วย พวกเราเลยเล่นด้วยกันคับ” เสียงของเขาบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันดีของชาร์ลีจริง ๆ “อเล็กซ์ซื้อไอศกรีมมาด้วย มันจะเป็นวันที่ดีที่สุดของผมเลย ถ้าอเล็กซ์ไม่เศร้าแบบนั้น”

ชาร์ลียังเล่าต่อ เข้าชี้นิ้วสั้น ๆ ไปที่ดวงตาตัวเอง “ตาอเล็กซ์แดงก่ำเลยคับ แถมยังแทบไม่พูดไม่จากับใครเลย”

คาเลบและเบียนน่ามองหน้ากัน พวกเขาสัมผัสได้ถึงเรื่องไม่ดีบางอย่าง

 “แล้วพี่ ๆ อยู่ไหนล่ะ เจ้าลิงน้อย”

เด็กน้อยยิ้มแล้วชี้ไปยังห้องนอนของพี่สาวทั้งสอง “พอพวกเรากลับมาถึงบ้าน อเล็กซ์ก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ผมได้ยินเจสซี่กับไบรซ์คุยกันว่ามันแปลกที่อเล็กซ์เอาแต่เก็บตัวเงียบแบบนี้ แต่เธอบอกว่ามีฝุ่นเข้าตาก็เลยร้องไห้ ผมคิดว่าพี่คงเอามันไม่ออก เจสซี่กับไบรซ์เลยไปช่วยดูให้”

“ที่รักคะ” เบียนน่าจับไหล่สามี “ฉันไปดูลูกดีกว่า คุณดูแลชาร์ลีนะคะ” เธอว่า คาเลบพยักหน้า แม้เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอเล็กซิสกันแน่ แต่เมื่อภรรยาสั่ง เขาก็ต้องทำตาม ทว่าเมื่อเบียนน่าไปถึงหน้าประตู เจสซี่กับไบรซ์เดินออกมาพอดี

“เกิดอะไรขึ้นกับน้อง” เบียนน่าซัก

“พวกเขาเลิกกันแล้ว ก็อเล็กซ์กับไอ้โง่เดวี่...โทษครับแม่ ก็...น้องบอกว่าเจอเขากำลังนอน...หมายถึง อยู่กับจูน” พี่ชายคนโตเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกพ่อแม่ฟังอย่างรวบรัด เจสซี่ยังเสริมอีกว่า “อเล็กซ์ต้องการเวลาส่วนตัว โธ่ แม่ครับ! อย่ามองผมแบบนั้นได้ไหม! อเล็กซ์ขอเอง ใช่ว่าผมพูดเองซะหน่อย!”

“เดวี่ทำอะไรอเล็กซ์เหรอคับ” เจ้าชาร์ลีถาม ตากลมจ้องพวกคนโตกว่าคุยกัน “ผมไม่เข้าใจที่เจสซี่พูด”

คาเลบส่งสายตาไปที่เจสซี่ ลูกคนโตถอนหายใจแล้วอุ้มเจ้าชาร์ลีออกไป “ยังไม่ใช่เวลาสมควรที่นายจะรู้เรื่องพวกนี้นะ ไอ้ลิงแคระ”

“แต่ผมอยากรู้เรื่องด้ววววววย” เสียงสะท้อนของชาร์ลีดังจนหายลับไป

พอคาเลบหันมาขอความเห็นจากไบรซ์ ลูกสาวคนนี้ตอบด้วยการยักไหล่ใส่พ่อแม่ทีนึงแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้เดินเข้าห้องครัวไปเลย

“ให้มันได้อย่างงี้สิ แต่ละคน!”

พวกคาเลบและเบียนน่าไม่สามารถปล่อยให้อเล็กซิสทำตามใจชอบได้หรอก เวลานี้เด็กสาวต้องการกำลังใจและพลังใจจากพวกเขาต่างหาก

เบียนน่าไม่รอช้า เธอเปิดประตูเข้าไปในห้องเลย คาเลบรีบตามเข้าไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเดวี่กับจูนถึงทำให้ลูกสาวของเขาเสียใจ โดยเฉพาะจูนที่เป็นเพื่อนสนิทของอเล็กซิส เขาเห็นเด็กคนนี้มาตั้งแต่เล็ก จูนอาจไม่ใช่เด็กพูดเก่งเจ๊าะแจ๊ะ แต่ก็สามารถเข้ากับอเล็กซิสได้เป็นอย่างดี แถมหน้าตาของทั้งสองยังมีคล้ายกันจนเหมือนกับฝาแฝดที่น่ารัก ทั้งสองคบหาเป็นเพื่อนกันมานาน เที่ยว คุย ทำทุกอย่างด้วยกัน พอโตขึ้น จูนยิ่งสวยสะพรั่ง ส่วนอเล็กซิสก็สวยน่ารัก เหมือนเหล่าดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานอย่างสดใสด้วยกันทั้งคู่ จูนอาจจะกลายเป็นดาราใหญ่เหมือนแม่ของเธอในวันหนึ่งก็ได้ แล้วทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้

แล้วยังเจ้าเดวี่อีกคน เด็กหนุ่มที่คาเลบเคยรู้จักเป็นคนขี้อายและสุภาพ ในฐานะผู้ชายด้วยกัน คาเลบมองออกว่าความรู้สึกที่เขามีให้กับอเล็กซิสนั้นแท้จริง ทำไมตอนนั้นเขาถึงตาบอดอย่างนั้นนะ ในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้ใหญ่และพ่อของลูก เขาควรจะปกป้องลูกสาวได้มากกว่านี้หรือเปล่า

คาเลบไม่คิดว่าตัวเองจะเห็นอเล็กซิสนั่งร้องไห้คร่ำครวญเป็นวรรคเป็นเวร ซึ่งเขาก็คิดถูก ลูกสาวของพวกเขานั่งอยู่คนเดียวในมุมมืดหลังเตียงนอน เขาและเบียนน่ารุดเข้าไปหา เห็นว่า

อเล็กซิสกำลังนั่งจ้องมองรูปภาพของตัวเองกับจูนในวัยเด็กจนถึงปัจจุบัน ท่าทางเศร้าสร้อยแต่ยังคงสงบนิ่งปราศจากอาการสะอึกสะอื้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

ลูกสาวของเขาไม่ได้ร้องไห้หรือคร่ำครวญให้กับความรักและมิตรภาพที่สูญเสียไป แต่กระนั้น ดวงตาของเธอยังมีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ เบียนน่านั่งลงข้างเด็กสาว ส่วนคาเลบนั่งเผชิญหน้ากับลูก ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาปลอบเจ้าตัวน้อยคงเมื่อห้าปีก่อน เมื่อพวกเขาสูญเสียเจ้าแบล็กกี้ สุนัขฮัสกี้วัยสิบสองปีไปอย่างไม่มีวันกลับ

“สีหน้าของลูกดูเศร้ามากเหลือเกิน ร้องไห้ออกมาเถอะนะคนดี ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง อย่าเก็บมันไว้เลยนะจ๊ะ” เบียนน่าบอกกับเด็กสาว

“หนูไม่เป็นไร หนูร้องไห้ไปเยอะแล้ว ดูตาหนูสิคะ พ่อและแม่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูขอเวลาแค่...สองสามวัน แค่สองสามวันเท่านั้น...หนูจะกลับมาเป็นลูกสาวคนเดิมของพ่อและแม่นะคะ” เธอยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่แสนเศร้า มันไม่ใช่เรื่องปกติหรือธรรมชาติของอเล็กซิสที่จะกลายเป็นคนเศร้าซึมแบบนี้ คาเลบรักรอยยิ้มของลูกสาว มันเป็นรอยยิ้มที่สวยและสดใสราวกับเธอเป็นคนนำพาความสุขมาให้กับผู้ที่เห็น แต่ตอนนี้อเล็กซิสกลับจมอยู่กับความเศร้า

ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะดำเนินไปได้ด้วยดีสำหรับตัวอเล็กซิส ทั้งการเรียน เพื่อนฝูง คนรัก และอาชีพการงาน เหมือนกับกราฟที่กำลังพุ่งไปสู่จุดสูงสุดแล้วจู่ ๆ หักดิ่งตกลงมา แต่ชีวิตก็แบบนี้ พายุมักเข้ามาในวันที่ดูเหมือนคลื่นลมสงบ วันต่อมา กว่าจะรู้ตัวอีกที ฝนก็ตกหนักเสียแล้ว

“ลูกของพ่อเข้มแข็งเสมอ เขาไม่ใช่คนที่ใช่ และถ้าลูกอยากจะร้องไห้ หรือพูดระบายมันออกมา ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มันเป็นปกตินะลูก” คาเลบไม่ใช่แค่ปลอบ แต่ยังลูบหัวเธอเบา ๆ เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะปลอบโยนลูกสาว อเล็กซิสมีนิสัยบางอย่างที่ตรงข้ามกับเจสซี่อยู่บ้าง แม้เธอจะร่าเริงกว่าไบรซ์ แต่ก็มีส่วนคล้ายพ่อของเธอ เพราะคาเลบมักเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้กับตัว อเล็กซิสก็เป็นเหมือนกัน และเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่จะเก็บความเศร้าไว้แบบนี้

อเล็กซิสรับฟังคำพูดของพ่อ ดังนั้นเธอจึงเริ่มระบายความอัดอั้นออกมา “หนูไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาทำกับหนูแบบนี้ หนูไม่เข้าใจจูนเลย เธอโทษว่าหนูทิ้งเธอ เธอโทษว่าพวกเราชอบเอโลดี้

มากกว่าเธอ หนูคิดว่าพวกเราเป็นเพื่อนรักกัน ทำไมเธอถึงเกลียดหนูขนาดนี้ และเดวี่อีกคน เขาบอกว่าเขารักหนู...มาก”

คู่รักหนุ่มสาว น้อยคนนักที่จะสามารถไปถึงฝั่งฝัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ จบ

    นายพลเวสลีย์ได้เป็นประธานองค์กรปกครองโลกในเวลาต่อมา มันดูเป็นทางออกที่ทุกคนโล่งใจ พวกเขามองว่าการตายของนิเชลคือกุญแจที่ทำให้โลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สำหรับคนที่รักนิเชล พวกเขาสูญเสียเธอไปตลอดกาลเคียนี่เสียใจมากจนมุ่งมั่นทำแต่งาน เขาไม่เคยกลับไปที่กระท่อมในทรุนน่าห์อีกเลย และนายพลเวสลีย์ไม่ได้ให้ผมอยู่ข้างกายตลอดจนชีวิตของท่านผมอยากเจอนิเชลอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงภาพที่บันทึกไว้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเลือกไปหาเด็กซ์ด้วยตัวเอง...ผมเลือกด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกเด็กซ์ดีใจตอนเห็นผมเดินทางไปหา แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามีแค่ผม นิเชลจากไปแล้วตลอดกาล การตายของเธอทำให้เด็กซ์กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง แม้เขาจะมีเพื่อนฝูงมากขึ้น แต่ในโลกนี้ นิเชลคือครอบครัวคนเดียวที่เขามีอยู่ เด็กซ์มองเธอเป็นเพื่อนรักที่ไม่มีคนไหนแทนได้ ผมอยู่กับเด็กซ์จนผมของเขาเป็นสีขาวและสิ้นใจในอีกยี่สิบห้าปีต่อมา และใช่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับที่ผมไม่สามารถหาทางกลับไปเจอนิเชลได้อีกหากสามารถเดินทางข้ามเวลาได้อย่างที่เด็กซ์เคยทำ บางทีผมควรเตือนให้นิเชลตรวจสอบระบบให้ถี่ถ้วนกว่

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 3

    การท่องเที่ยวครั้งแรกบนโลกใบนี้ของเด็กซ์ช่างน่าตื่นเต้นจนเสียวไส้ (เขาบรรยายความรู้สึกแบบนี้กับผมในภายหลัง รวมทั้งมีประโยคที่บอกว่า เกือบฉี่ราด) เพราะนิเชลพาเขาบินข้ามทวีปไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ยังไม่เคยมีใครมาจุดนี้ และเพราะเหตุนี้จึงยังมีผู้ติดเชื้อหลงเหลือนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นเด็กซ์กลัวความตายหลังจากที่เขาพยายามจะพบมันอยู่สามครั้ง“เราต้องรีบขึ้นยานด่วน” นิเชลตะโกนบอกให้ผมพาเด็กซ์ขึ้นไปขณะที่ตัวเธอยิงสกัดกลุ่มผู้ติดเชื้อ แต่ชายหนุ่มลังเลที่จะทิ้งผู้หญิงคนเดียว กระนั้นเท่าที่ผมประเมินสถานการณ์ตรงหน้า เด็กซ์น่าเป็นห่วงเพราะเขาไม่มีอาวุธแต่อยู่ใกล้ประตูที่สุด ขณะที่นิเชลถูกฝึกมาพร้อม อย่างน้อยเธอรอบคอบพอให้ตัวเองและเด็กซ์สวมชุดป้องกันครบเซตแต่แรก แต่กำลังจะถูกล้อม“อีฟ!” เธอตะโกนอีกครั้งทันใดนั้นผมเห็นผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่วิ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว โอกาสที่นิเชลจะวิ่งกลับมาทันมีเพียงยี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้อาวุธบนมือของผมทำงานทันทีแผ่นเหล็กเปิดลำกล้องปืนยิงสกัดเปิดโอกาสให้นิเชลวิ่งหนีจนค่ารอดชีวิตขึ้นเป็นร้

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 2

    “แค่สองปี สองปีเท่านั้น!” เด็กซ์ นักบินอวกาศที่เพิ่งมาถึงโลกพบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาเข้าใจว่าประจำการอยู่บนสถานีอวกาศบนดาวอังคารเพียงสองปี และจะเดินทางกลับบ้าน บัดนี้เขานั่งอยู่ในห้องกระจกเพื่อรอผลตรวจร่างกาย แต่ไม่ได้รออย่างเดียว เขาพูด ร้องไห้ และเดินไปมา นิเชลกับผมยืนกอดอกมองเขาอยู่แบบนั้นความแตกต่างระหว่างผมกับนิเชลคือเธอมีสีหน้าเห็นใจและประหลาดใจ ขณะที่ผมแสดงสีหน้าไม่ได้ อันที่จริงคือผมไม่ได้รู้สึกอะไรนอกจากใคร่รู้นับเป็นความรู้สึกหรือไม่นะ“นี่มันบ้าไปแล้ว” เด็กซ์ยังคงพูดใส่กำแพง หรืออาจจะพูดกับตัวเอง เขาพึมพำแบบนี้ไปมา หากข้อมูลที่เด็กซ์กล่าวเป็นจริง นั่นแปลว่าเขาใช้เวลาทำภารกิจยาวนานถึง 257 ปี ซึ่งนับว่ายาวนานเกินไปสำหรับอายุขัยของมนุษย์ ทว่าการปรากฏตัวของเขาทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่นี่ตื่นตัว พวกเขาหยุดค้นคว้าเรื่องกาลเวลาและจักรวาลมาสักพักเพื่อฟื้นฟูสภาพของโลกให้มนุษย์อยู่ได้ และดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป นี่เป็นครั้งแรกที่หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอีกครั้งอีกเรื่องหนึ่งคือ ความลับของจักรวาล นอกจากเด็กซ์จะอ้างตัวว

  • Undisclosure    ตอนพิเศษ บันทึกของอีฟ 1

    ครั้งแรกที่ผมได้ลืมตาดูโลกใบนี้คือวันที่ 25 ธันวาคม ปี 2302 สิ่งแรกที่ผมเห็นคือมนุษย์เพศเมียผู้มีดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เธอมีใบหน้าประมาณฝ่ามือของผม คิ้วสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีผมหยักศก และเมื่อผมยืนขึ้นก็พบว่าความสูงของพวกเราเท่ากัน“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมยื่นมือเพราะรู้ว่านี่คือการทักทายตามมารยาทที่ดี และผมก็ทราบด้วยว่าที่เข้าใจในทันทีเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าได้ป้อนข้อมูลไว้ในหัว “นิเชล”เธอยิ้มกว้างจนนัยน์ตาหยี แต่ไม่ได้จับมือผม เธอเลือกที่จะกอดแทน การกอดของมนุษย์ครั้งนี้ทำให้ผมทราบว่าเธอยินดีมากที่ได้เจอผม ไม่สิ ที่สร้างผมได้สำเร็จ“อีฟ”นั่นคือชื่อของผม อีฟ หากอิงจากข้อมูลในหน่วยความทรงจำที่เธอป้อนไว้ก่อนผมจะเสร็จสมบูรณ์ นิเชลต้องการสร้างผมเพื่อเป็นตัวแทนเพื่อนสนิทในวัยเด็กของเธออีฟ คอร์บิน ผมเห็นใบหน้าของเขาแล้ว รูปถ่ายของเขาบันทึกไว้ในสมองประดิษฐ์นี้ เขามีใบหน้าตอบและสวมแว่นกรอบดำ ผมสีทองยุ่งและค่อนข้างผอม นิเชลขอร้องให้พ่อพาครอบครัวของอีฟเข้ามาในศูนย์หลบภัย เนื่องจากในเวลานั้นอารยธรรมโลกใกล้ล่มสลาย หายนะที่เกิ

  • Undisclosure    บทส่งท้าย จบ

    ภายในห้องเงียบ แม้แต่สองแฝดยังหันมาปิดปากกันและกัน สายตามองพวกผู้ใหญ่อย่างสงสัย อเล็กซิสเพียงกอดอกนิ่ง“ถือว่าอายุไม่ยืนนักสำหรับคนที่นั่น” เจสซี่ว่า “แต่คนตายแล้ว เราจะไม่อะไรก็แล้วกัน”“เรื่องผ่านมาแล้วด้วย” อเล็กซิสเสริม“ใช่ ๆ”“จะว่าไปเราเตรียมแชมเปญไว้เยอะเลยที่รัก” อเล็กซ์บอก “เอาสักขวดดีไหม”“ดีสิ!” เธอเห็นด้วย และทุกคนต่างปรบมือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยสักพักเสียงพูดคุยก็ดังขึ้นเหมือนเดิม บรรยากาศกลับมาเฮฮาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรืออาจจะสนุกกว่าเดิมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ระหว่างที่สามีของเธอลงไปชั้นใต้ดิน อเล็กซิสเห็นเจสซี่ลุกขึ้นจึงชวนเขาไปช่วยยกขนมในห้องครัวออกมาพี่ชายเริ่มคุยเรื่องงานของเขากับโวลคอฟ แม้ไม่ได้ใช้นามสกุลโวลคอฟ แต่เขาเหมือนเป็นญาติสนิทกับทางนั้นไปแล้ว เมื่อเธอกับอเล็กซ์มาอยู่ที่ลูม งานสิทธิมนุษยชนที่เขาทำอยู่ดึงให้ต้องไปเกี่ยวพันกับโวลคอฟที่สนใจจับกิจกรรมเพื่อสังคมด้านนี้เช่นกัน และเป็นนิโคไล น้องชายของอเล็กซ์ที่ทุ่มให

  • Undisclosure    บทส่งท้าย 4

    “เวนดี้ที่รัก น้องชายหนูหลับอยู่น้า” คาเลบบอกหลานสาวเสียงอบอุ่น“ดอมนี่ขี้เซา!” พูดแล้วเวนดี้ก็ตบก้นน้องดังป๊าบ เจ้าโดมินิกวัยสามขวบลืมตาทันที แต่ไม่ได้ร้องไห้จ้าเพียงแต่งอแงยุกยิกบนตัวปู่“โอ๋ ๆ” คาเลบเขย่าตัวปลอบใหญ่ แต่สุดท้ายโดมินิกก็หัวเราะแล้วยืดแขนขาไปมา พอเห็นหน้าอเล็กซิสก็เรียก “มัมมัม”เธอยิ้มให้ลูกชายแล้วทำสัญญาณมือให้พ่อจัดการก่อน คาเลบพยักหน้ารับ“เวนดี้มานี่!” อเล็กซ์เอ่ยเสียงดุแต่หน้ายิ้ม เด็กหญิงวิ่งไปหาพ่อโดยไม่เกร็งกลัว ส่วนวิวิก้าในอ้อมกอดเอโลดี้ก็ดิ้นจะมาหาอเล็กซิส เพื่อนเธอเลยจับอุ้มแล้วส่งให้เลยด้วยความสุภาพบุรุษในบ้านเธอไม่มีใครรับมือกับหน้าที่โฮสต์ได้ดีเท่า อเล็กซิสจึงส่งวิวิก้าให้อเล็กซ์ที่ยังไล่จับเวนเดอร์ลินไมเคิลตบไหล่เธอแล้วทักทายเจสซี่กับอาคุสะที่นั่งหัวเราะเพราะในบ้านเริ่มป่วน เธอสังเกตว่าทุกครั้งที่น้องชายฝาแฝดเจอพี่ชายบุญธรรม พวกเขาจะสบตากันแวบหนึ่งแล้วปรับสีหน้าปกติ เป็นเช่นนี้มาสามสิบปี แม้เจสซี่กลับไปคบกับแฟนเก่าและรัก ๆ เลิก ๆ มาตลอด แถมยังสร้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status