ชีวิตวุ่นวานของเสี่ยวเหมย

ชีวิตวุ่นวานของเสี่ยวเหมย

last updateLast Updated : 2026-06-25
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
43Chapters
336views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เหมย สาวไทยใส่ซื่อผู้กลับจากฝึกวิชาที่จีน ชีวิตปลาเค็มกับเหล่าสาวๆ ให้ตำหนักพิรุณ

View More

Chapter 1

มักกร

ตื๊ด.... ตื๊ด....

วันที่ 10 ธันวาคม

ฉันมองดูปฏิทินบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับสายที่กระหน่ำโทรมาไม่หยุด

“เหมย น้าจะถึงตอนบ่ายโมงนะ”

ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มเล็กน้อย มีหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา “ค่ะ เดี๋ยวเหมยไปรับที่สนามบิน” ฉันตอบน้าสาวที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี

ฉันถอนหายใจยาว พลางทอดสายตาออกไปเหนือกลุ่มเมฆที่ลอยปกคลุมยอดเขา วันนี้อาจารย์บอกให้ฉันกลับบ้านได้ หลังจากอยู่จีนมานานถึง 20 ปี ทั้งเรียนจบปริญญาโทด้านการบริหารและศิลปะการต่อสู้จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แถมยังเก็บตัวฝึกวิชาในสำนักจนบรรลุเคล็ดวิชาทั้งหมด

“ท่านอาจารย์ หากมีเวลาศิษย์จะกลับมาเยี่ยมท่านค่ะ” ฉันก้มคำนับความว่างเปล่าตรงหน้า แล้วเดินลงจากภูเขาด้วยวิชาตัวเบา เพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงลานจอดรถหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยว บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างพากันทักทายฉันตลอดทาง

“อาจารย์น้อย ท่านจะไปที่ไหนครับ”

ฉันมองคนคุ้นหน้าที่สวมเสื้อกันหนาวทรงทหาร ชายคนนี้เป็นลูกน้องของผู้มีอำนาจคนหนึ่งซึ่งถูกส่งมาคอยดูแลเวลาฉันจะเข้าเมืองเพื่อให้มีคนขับรถให้

“คุณหม่านี่เอง กำลังจะไปสนามบินค่ะ” ฉันตอบ

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”

“ก็ได้ค่ะ”

ชายร่างใหญ่หน้าตาน่ากลัวยิ้มอย่างเบิกบาน เขาไม่รอช้ารีบโทรศัพท์รายงานเจ้านายทันที ก่อนจะวิ่งไปเอารถที่จอดอยู่ไม่ไกล พวกเจ้าหน้าที่คนอื่นก็เข้ามาพูดคุยด้วย พอรู้ว่าปีนี้หลังไหว้บรรพบุรุษเสร็จฉันจะกลับไทย ทุกคนก็ดูเศร้ากันไม่น้อย

หลายคนวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยกัน วันนี้นักท่องเที่ยวไม่มากนัก บรรยากาศจึงไม่วุ่นวายเท่าไหร่ ฉันรับปากว่าจะกลับมาเยี่ยมถ้ามีโอกาส

“อาจารย์น้อยได้ของฝากมาเยอะเลยนะครับ แล้วกระเป๋าของท่านอยู่ไหนครับ ผมจะช่วยยกขึ้นรถ”

ฉันตบถุงผ้าเบาๆ “มีแค่นี้แหละค่ะ ไว้ค่อยไปหาซื้อเพิ่มในเมือง”

“ครับผม!”

รถคันใหญ่สีดำเคลื่อนออกจากอุทยานท่ามกลางการโบกมือลาของบรรดาเจ้าหน้าที่ ฉันเองก็ใจหายไม่น้อย การอยู่ที่นี่มา 20 ปีทำให้ที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง แม้จะมีบางช่วงที่ต้องไปเรียนในเมืองหรือไปทำงานต่างประเทศแทนอาจารย์บ้าง แต่ครั้งนี้ฉันจะกลับไทยแบบอยู่ยาว

“อาจารย์น้อย นายท่านอยากเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อ จะสะดวกไหมครับ”

“คุณเฉียนเหรอคะ? ถ้าท่านสะดวกวันไหนก็บอกฉันได้เลย คิดว่าคงจะเที่ยวเล่นอีกสักหน่อยแล้วค่อยกลับ อยู่นี่นอกจากเรียนแล้ว ก็อยู่แต่บนภูเขามาตลอด”

“ได้ครับ!”

วิวข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นบรรยากาศวุ่นวายของตัวเมือง ฉันเห็นการเปลี่ยนแปลงของนครหลวงแห่งนี้มากับตาตัวเอง ตั้งแต่ยุคที่ยังยากจนจนถึงยุคที่ทุกอย่างรุ่งเรือง นักธุรกิจไทยหลายคนเข้ามาแสวงโชคจนประสบความสำเร็จในยุคนี้ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น... เพียงแต่พิเศษกว่าคนอื่นหน่อย

“อาจารย์น้อยจะทานมื้อเที่ยงก่อนไหมครับ ผมรู้จักร้านแถวนี้”

“ไปร้านลุงหยวนก็ได้ค่ะ”

รถจอดสนิทที่หน้าร้านหม้อไฟใกล้สนามบิน หลังทานเสร็จฉันบอกให้เขารออยู่ที่นี่โดยไม่ต้องตามเข้าไป การแต่งตัวแบบนักพรตของฉันอาจดูเด่นเกินไปสำหรับคนเมือง แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

ตื๊ด... ตื๊ด...

“น้ามาถึงแล้ว หนูอยู่ไหน”

ฉันถ่ายรูปตัวเองส่งให้น้าสาว “เหมยอยู่ข้างป้ายค่ะ” พูดจบก็ชูป้ายภาษาไทยขึ้นมา

แต่ทว่า...

“สวัสดีครับ ใช่คนจากบริษัททัวร์ไหมครับ”

ฉันยืนค้างเมื่อถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยทักผิด “เปล่าค่ะ มารอรับญาติ ไม่ทราบว่าคุณลุงมีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ฉันยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“อ้อ ขอโทษครับ พวกเรากำลังจะไปที่พักแต่ติดต่อบริษัททัวร์ไม่ได้ เลยนึกว่าหนูเป็นไกด์”

ฉันมองดูชายวัยกลางคนที่มากับกลุ่มผู้สูงอายุอีกนับสิบคน ก่อนจะขอเบอร์โทรศัพท์และชื่อบริษัททัวร์เพื่อช่วยประสานงาน ไม่ถึงสามนาทีบริษัททางจีนก็รีบโทรมาขอโทษขอโพย เพราะทางฝั่งไทยไม่ได้ประสานงานมา ทุกคนในกลุ่มเลยหน้าเสียไปตามๆ กัน

“เอาอย่างนี้ไหมคะ หนูแนะนำคนนำทางให้” ฉันเสนอ แต่ดูเหมือนคุณลุงจะยังไม่ค่อยไว้ใจ จนกระทั่งเสียงหวานคุ้นหูดังขึ้น

“อาเหมย! หลานเปลี่ยนอาชีพมาขายทัวร์แล้วเหรอ”

“น้าพร!” ฉันดีใจมากที่เห็นหน้าน้าสาวอีกครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เจอกันคือตอนงานแต่งของเธอ น้าสะใภ้ที่สามีเพิ่งเสียชีวิตได้เพียงสองสัปดาห์... และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันต้องกลับไทย

“พวกคุณมีอะไรกับหลานฉันคะ” น้าพรถามกลุ่มนักท่องเที่ยว

“พวกเราแค่กังวลครับ มาครั้งแรกด้วย นึกว่าเหมาทัวร์มาจะเรียบร้อยแต่ดันโดนเท”

ฉันเห็นสีหน้าเครียดๆ ของคุณลุง เลยโทรหาคุณหม่าให้จัดการให้ “มารับฉันได้เลยค่ะ” ฉันวางสายแล้วหันไปยิ้มให้กลุ่มทัวร์ “หนูจัดการให้แล้วนะคะ บริษัททางนี้จะรับผิดชอบดูแลต่อให้เองค่ะ”

“พูดจริงเหรอครับ”

“ค่ะ”

พอดีกับที่คุณหม่าเดินเข้ามาช่วยเข็นรถสัมภาระในสนามบิน “อีกสิบนาทีครับ เดี๋ยวทางนั้นจะส่งผู้ประสานงานที่พูดไทยได้มาดูแลต่อครับ”

“โอเคเลยค่ะ หนูไปก่อนนะคะ เที่ยวให้สนุกค่ะ” ฉันแลกช่องทางติดต่อไว้เผื่อมีอะไรให้ช่วย แล้วจึงตรงไปที่รถซึ่งจอดรออยู่ด้านนอก

พอขึ้นรถ น้าพรก็ผล็อยหลับไปทันทีด้วยความเพลีย

“ไปหมู่บ้านตระกูลหาญค่ะ”

“ครับ”

รถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากสนามบิน มุ่งหน้าออกนอกเมืองอีกครั้ง สู่หุบเขาโบราณที่อดีตเคยเป็นด่านสำคัญมานับร้อยปี

“เหมย รอบนี้กลับไปหลานจะทำอะไร” น้าพรตื่นขึ้นมาถาม

ฉันเองก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้มากนัก แค่อยากใช้ชีวิตสงบๆ ไม่ให้พวกบรรดาเจ้าสัวหรือเจ้าพ่อน้ำมันรู้ว่าฉันกลับไทย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้พักผ่อนแน่

“มาทำงานที่หอพักน้าไหมล่ะ”

“ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงทันที เพราะหอพักของน้าถูกดัดแปลงมาจาก ‘ซื่อเหอย่วน’ (บ้านสี่ทิศ) อาคารสี่ชั้นที่มีเรือนล้อมลานสองชั้น ตกแต่งสไตล์ไทย-จีนประยุกต์ ดูสวยงามเหมือนในหนังไม่มีผิด

“แล้วหลานคิดจะแต่งตัวแบบนี้ตลอดไปเลยหรือไง”

“ค่ะ ชินแล้ว”

เมื่อถึงหมู่บ้านตระกูลหาญ ฉันกับน้าแวะไปที่บ้านเดิมก่อนจะมุ่งหน้าไปยังศาลบรรพชน ซึ่งมีคนมารออยู่ก่อนแล้ว

“ขนของเข้ามา!”

ฉันยืนนิ่งมองกล่องหลายใบถูกขนเข้ามาที่ลานหินเก่า ฉันเปิดกล่องเหล็กหยิบป้ายชื่อออกมาวางหน้าแท่นบูชา ผู้อาวุโสส่งธูปให้ฉัน หลังจากไหว้เสร็จฉันก็ถอยมายืนประจำตำแหน่ง พลางมองดูผู้คนที่มาร่วมงานสลับกับรูปบรรพบุรุษที่แขวนอยู่ ไม่ว่ากี่ครั้งก็ไม่ชินตาเสียที เมื่อเห็นรูปบรรพบุรุษที่เป็นสตรีในชุดแม่ทัพผู้องอาจ

“ร้อยปีผ่านไป... จากโพ้นทะเลสู่แผ่นดินเกิด”

ฉันยืนสงบนิ่ง ทุกคนรอบข้างก็ตกอยู่ในความเงียบงันเช่นกัน หลังจบพิธีจึงเป็นงานเลี้ยงที่บ้านเก่า บรรดาญาติต่างรุมล้อมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน น้าสาวหยิบโทรศัพท์ที่สั่นรัวขึ้นมาดู

“ใครคะน้า”

“เพื่อนหน้าน่ะสิ กำลังตามมา”

“อ้อ น้ามีเพื่อนด้วยเหรอคะ”

“ยัยเด็กบ้า!” น้าค้อนให้วงใหญ่ ก่อนจะขอตัวไปรับเพื่อน โดยมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งอาสาขับรถไปให้เพราะกำลังนึกเบื่อๆ พอดี

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
43 Chapters
มักกร
ตื๊ด.... ตื๊ด....วันที่ 10 ธันวาคมฉันมองดูปฏิทินบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับสายที่กระหน่ำโทรมาไม่หยุด“เหมย น้าจะถึงตอนบ่ายโมงนะ”ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มเล็กน้อย มีหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา “ค่ะ เดี๋ยวเหมยไปรับที่สนามบิน” ฉันตอบน้าสาวที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปีฉันถอนหายใจยาว พลางทอดสายตาออกไปเหนือกลุ่มเมฆที่ลอยปกคลุมยอดเขา วันนี้อาจารย์บอกให้ฉันกลับบ้านได้ หลังจากอยู่จีนมานานถึง 20 ปี ทั้งเรียนจบปริญญาโทด้านการบริหารและศิลปะการต่อสู้จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แถมยังเก็บตัวฝึกวิชาในสำนักจนบรรลุเคล็ดวิชาทั้งหมด“ท่านอาจารย์ หากมีเวลาศิษย์จะกลับมาเยี่ยมท่านค่ะ” ฉันก้มคำนับความว่างเปล่าตรงหน้า แล้วเดินลงจากภูเขาด้วยวิชาตัวเบา เพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงลานจอดรถหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยว บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างพากันทักทายฉันตลอดทาง“อาจารย์น้อย ท่านจะไปที่ไหนครับ”ฉันมองคนคุ้นหน้าที่สวมเสื้อกันหนาวทรงทหาร ชายคนนี้เป็นลูกน้องของผู้มีอำนาจคนหนึ่งซึ่งถูกส่งมาคอยดูแลเวลาฉันจะเข้าเมืองเพื่อให้มีคนขับรถให้“คุณหม่านี่เอง กำลังจะไปสนามบินค่ะ” ฉันตอบ“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ก็ได้ค่ะ”ชายร่างใหญ่หน้าตาน่
Read more
น้าสาว
ฉันชื่อสุภาพร ปีนี้อายุ 41 แล้ว ใครจะไปคิดว่าพอสามีเสียชีวิตได้ไม่นาน พวกลิ้นยาวชอบสอดรู้สอดเห็นก็โผล่หัวกันออกมา ทางเลือกสุดท้ายของฉันคือการพา "ทายาทคนสุดท้าย" กลับมาวันนี้พอได้เห็นหน้าหลานสาว มันทำให้ฉันรู้สึกท้อแท้อย่างถึงที่สุด... ปริญญาโทสามใบ ปริญญาเอกสองใบ แต่ดันแต่งตัวเหมือนแม่ชีจากสำนักง้อไบ้ในหนังจีนกำลังภายในไม่มีผิด!นี่ฉันก็ต้องนั่งรถมาสนามบิน มองดูนาฬิกาก็เกือบสองทุ่มแล้ว อีกสองชั่วโมงเครื่องบินจากญี่ปุ่นก็จะมาถึง“พวกเราไปหาอะไรกินรอกันไหมคะ”ฉันหันมองนักศึกษาหญิงที่อาสาขับรถมาให้ เธอกำลังเปิดดูร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง “คุณชื่ออะไรนะคะ”“เรียกฉันว่าเสี่ยวฉีก็ได้ค่ะ”ฉันพยักหน้ารับ “เรียกฉันว่าพรก็ได้ค่ะ” แต่สำเนียงที่เธอใช้เรียกชื่อฉันมันทำให้รู้สึกแปลกๆ พิกลเสี่ยวฉีพาเดินมาที่ร้านอาหารในอาคารสนามบิน เป็นร้านขายแพนเค้กไข่แบบทั่วไป พวกเราสั่งมาคนละชิ้นและชานมคนละแก้ว แต่เสี่ยวฉีกลับเป็นคนจ่ายทั้งหมด สาวจีนคนนี้ไม่ยอมให้ฉันควักเงินจ่ายแม้แต่แดงเดียว“เพื่อนคุณสวยไหมคะ”“แค่กๆ!” ฉันแทบสำลักชานมที่กำลังดื่ม ฉันรีบเปิดรูปในมือถือให้ดู เป็นภาพคู่ของสองแม่ลูกที่ถ่ายด้วยกัน
Read more
เก็บคนได้
“ยัยเหมยยยยย!”ฉันรีบดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน เมื่อน้าสาวคนสวยตะโกนลั่นสายมาขนาดนั้น“มีอะไรคะน้าพร”“หลานสั่งอะไรมาเยอะแยะ!”“ก็น้าบอกว่ามีห้องร้านค้าว่าง เหมยเลยสั่งของไปลงไงคะ”เสียงน้าสาวถอนหายใจยาวเหยียด บอกแค่ว่าจะให้คนขนไปเก็บไว้ในร้านค้าที่ว่างให้ก่อนจะตัดสายทิ้งไปอย่างไว ส่วนฉันยังคงเดินเลือกสั่งของอีกหลายรายการเพื่อส่งกลับไทย จะเปิดร้านทั้งทีก็ต้องมีของให้ครบ ทั้งอะไหล่และของสิ้นเปลืองต่างๆ แถมฉันยังคิดจะเปิดร้านอาหารเช้าด้วยเมื่อเลือกไม่ถูก ฉันก็ปล่อยให้ ‘เหล่าจ้าว’ เป็นคนจัดการให้ แค่เขารู้ว่าฉันมากวางโจวก็รีบมารับถึงสนามบินทันที แค่บอกว่าอยากได้อะไรเขาก็จัดให้เต็มที่ทุกอย่าง“อาจารย์น้อย ผมจะรีบส่งของไปไทยให้เร็วที่สุดเลยครับ”“ฝากด้วยนะเหลาจ้าว”“แล้วอาจารย์น้อยจะกลับไทยวันไหนครับ”“น่าจะพรุ่งนี้แหละค่ะ”“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้เพื่อนที่รู้จักกันจัด...”“ทำให้ถูกกฎหมายนะ ห้ามข้ามขั้นตอนเด็ดขาด ฉันรอได้เพราะยังไงก็ยังไม่ได้เตรียมสถานที่เลย”“ให้ผมส่งคนไปช่วยไหมครับ”ฉันเลิกคิ้วขึ้น เงยหน้าจากรายการสิ่งของในมือ “สักสามคนก็พอ ขอเป็นผู้หญิงนะ เพราะที่นี่เป็นหอพักสตรีโ
Read more
ตำหนักพิรุณ
“ตำหนักพิรุณ...”“สำนักหมอดูหรืออะไรทำนองนั้นใช่ไหม” ทั้งสามสาวมองหน้ากันไปมาเพื่อหาคำตอบฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยกกระเป๋าลงแล้วเดินเข้าไปด้านในหอพัก รปภ. หญิงที่เฝ้าประตูพอเห็นฉันก็รีบออกมาต้อนรับ พร้อมเรียกแม่บ้านให้มาช่วยยกของจากรถ ไม่นานแม่บ้านก็เดินมาพร้อมกับรถเข็นคันใหญ่“แม่บ้านกับ รปภ. ที่ไหนจะสวยขนาดนี้เนี่ย” หนึ่งในสามสาวพึมพำ“สวัสดีค่ะคุณเหมย ฉันชื่อน้ำอิงเป็นแม่บ้านของที่นี่ ส่วนทางนี้คือพี่สวยค่ะ” น้ำอิงมองไปทางสามสาวที่ยืนอ้าปากค้าง “แล้วคนพวกนี้คือ...”“เหมยเก็บมาได้น่ะ ไม่ต้องใส่ใจหรอก ช่วยเปิดห้องฝั่งหอพักให้พวกเธอหน่อยนะ”น้ำอิงพยักหน้ารับ ฉันจึงพาทั้งสามคนมุ่งหน้าไปที่อาคารหลัก พอน้ำอิงบอกว่าน้าพรให้คนทำความสะอาดอาคารปีกขาวของบ้านไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขอแยกตัวไปพักผ่อนทันทีพอช่วงเย็น ฉันลงมานั่งทานข้าวที่ใต้อาคารพักส่วนตัวซึ่งอยู่หลังหอพัก ทั้งสามคนแนะนำตัวทีละคน คนแรกชื่อ ‘หวาน’ คนที่พาฉันเที่ยวและนอนกับฉันเมื่อคืน ส่วนอีกสองคนผิวคล้ำนิดหน่อย หน้าตารูปร่างคล้ายกันมากจนแทบแยกไม่ออก ทั้งคู่เป็นฝาแฝดชื่อ ‘โม’ กับ ‘ส้ม’ฉันพยักหน้ารับพลางมองทั้งคู่ที่สวมเสื้อกล้
Read more
เริ่มงานตกแต่ง
ฉันนอนสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของน้าสาวที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างสบายใจ หลังจากที่เธอจับฉันกดลงบนเตียงทันทีที่รู้เรื่องระหว่างฉันกับหวาน น้าพรของฉันเองก็แรงดีไม่น้อย ดูท่าคงจะเก็บกดมานานถึงได้จัดเต็มทั้งคืนจนฉันแทบไม่ได้พักหายใจฉันค่อยๆ พยายามพาตัวเองออกจากอ้อมกอดของน้าพรที่มีตัวโตกว่าฉันมาก เธอสูงถึง 185 เซนติเมตร หุ่นเพรียวกระชับไร้ไขมันส่วนเกิน จะมีก็เพียง ‘ก้อนเนื้อ’ คู่นั้นที่ดูเหมือนไขมันทั้งหมดในร่างกายจะไปรวมกันอยู่ที่นั่นจนอวบอัดไปหมด“น้าคะ เหมยไปทำงานก่อนนะ” ฉันจูบเธอเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปเมื่อออกมาด้านนอก ฉันก็เจอกับทีมงานที่มารออยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดกำลังสำรวจพื้นที่ห้องทั้งสองในอาคารกลางและโถงหลักสำหรับต้อนรับผู้มาติดต่อ น้าพรบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำได้เลย ฉันจึงเริ่มวางแผนจัดการพื้นที่ว่างเปล่าทั้งหมดทันทีพวกเราปรึกษากันเรื่องการตัดแต่งกำแพงบางส่วนและทำพื้นที่ตรงกลางใหม่ หลังจากดูแบบอยู่นาน ฉันก็เลือกสร้างแบบแยกสองร้านออกจากส่วนกลาง แล้วรีโนเวทส่วนกลางใหม่โดยให้พื้นที่ต้อนรับอยู่ติดกับร้านถ่ายเอกสารของฉัน เพื่อให้สะดวกเวลาทำงานส่วนร้านอาหารเลือกสไตล์โมเดิร์น แยกห้องครัวเป็นสัดส่วนตาม
Read more
แขกไม่ได้รับเชิญ
เสียงลูกบิดประตูขยับเบาๆ ฉันย่อตัวลงในมุมอับ ใช้โสตประสาทฟังจังหวะก้าวเดิน... ‘ผู้หญิง’ทันทีที่เห็นขาโผล่พ้นขอบประตู ฉันก็ฟาดขวดแก้วหนาหนักใส่หน้าแข้งเต็มแรง ก่อนจะตามด้วยฝ่ามือกระแทกเข้าท้องน้อยจนอีกฝ่ายตัวงอล้มลงไปกองกับพื้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของฉันด้วยแววตาตื่นตะลึง“กัดฟันไว้!” ฉันสั่งเสียงเรียบ มั่นใจว่าพวกมันฟังภาษาไทยไม่ออก ขวดแก้วในมือฟาดลงไปอีกครั้งจนเธอสลบเหมือดหัวทิ่มพื้นฉันลากร่างของเธอเข้ามาซ่อนไว้ แล้วค้นตัวจนเจอเอกสารประจำตัว “พวกสายลับมาทำอะไรที่นี่... อย่าโทษฉันแล้วกันนะ” ฉันกดจุดสกัดการเคลื่อนไหวของเธอไว้ แล้วยึดเอาอุปกรณ์สื่อสารมาใช้“อาคมตรวจสอบ...” ฉันหลับตาลง สัมผัสถึงกระแสพลังของพวกมันทั้งหมด ดูเหมือนเป้าหมายจะเป็นตัวฉันเอง “สวยใช้ได้เลยนี่นา” ฉันพึมพำเมื่อสัมผัสได้ว่ามีผู้หญิงอีกห้าคน ส่วนที่เหลืออีกสิบกว่าคนเป็นผู้ชาย... ซึ่งฉันไม่คิดจะเก็บไว้รกโลกอยู่แล้ว“ไงคนสวย” ฉันโผล่ไปโอบด้านหลังผู้หญิงอีกคนที่กำลังรื้อค้นห้องนอนของฉันเธอหันกลับมาด้วยความตกใจ ฉันปัดปืนในมือเธอออกแล้วกระชากชุดนอกของเธอออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดจุดจนเธอนอนหมดแรงอยู่
Read more
ภารกิจหนัก
ฉันนั่งฟังสองแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันอยู่นานสองนานจนแทบหลับ พอเริ่มง่วงเลยต้องเลี่ยงไปยืนรดน้ำต้นไม้รอ ไม่คิดเลยว่าอากาศที่ไทยจะร้อนระอุได้ขนาดนี้ตื๊อออออ!เสียงโทรศัพท์สำนักงานดังขึ้น ฉันจึงเดินกลับเข้ามาเพื่อรับสาย เป็นเสียงน้าพรที่โทรเข้ามา“เหมย หลานไปรับคนที่จะมาพักหน่อยนะ น้าส่งข้อมูลไปในไลน์แล้ว”“ค่ะน้า ทั้งหมดกี่คนคะ”“สองห้อง สี่คนจ้ะ”ฉันพยักหน้าตอบรับเล็กน้อยแล้วเปิดดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ พร้อมกรอกรายละเอียดต่างๆ ลงในระบบ ฉันฝากให้พวกเสี่ยวอี้ดูแลความเรียบร้อยที่นี่ไปก่อน แล้วขับรถออกไปรับแขกด้วยท่าทีชิลๆ เหมือนฝากบ้านไว้กับเพื่อนสนิท ท่ามกลางสายตาสับสนของเหล่าคนในห้องโถงที่มองตามรถฉันออกไปราวกับเห็นเป็นเรื่องธรรมดาฉันใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงขับรถฝ่าการจราจรมาจนถึงสนามบินดอนเมือง ซึ่งอยู่คนละทิศคนละทางกับหอพัก มาถึงก็เที่ยงพอดีเลยต้องฝากท้องไว้ที่โรงอาหารสนามบิน ทั้งถูกและอร่อยถูกใจฉันมากช่วงบ่ายเมื่อเครื่องแลนดิ้ง ฉันไปยืนรอหน้าทางออกพร้อมป้ายภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น แขกกลุ่มนี้เป็นทีมนักเทนนิสที่มาเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อเตรียมลงแข่งรายการเก็บคะแนนแถวเมืองทองธานีรออยู่พักหนึ่ง ทั้ง
Read more
บทเรียนนอกตำรา
เย็นวันเดียวกัน โซเฟีย โค้ชและคู่ซ้อมของนักกีฬาชาวโรมาเนียมาขอคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับแขกในบ้าน“คุณเหมย ฉันอยากให้คุณช่วยนวดผ่อนคลายให้นักกีฬาของพวกเราหน่อยได้ไหมคะ รวมถึงตอนไปแข่งด้วย เราจะแข่งทั้งหมด 3 รายการ พวกเราคุยกันแล้วว่าอยากจ้างคุณเป็นพิเศษ”ฉันวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเธอ “ได้ค่ะ ช่วงนี้ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันขอให้คุณช่วยฉันก่อนเลยแล้วกันนะ”“ช่วย?” ฉันมองหน้าโซเฟียอย่างไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร“บางทีพวกเราก็มีความกดดันที่บอกใครไม่ได้น่ะค่ะ มันเป็นส่วนหนึ่งของการผ่อนคลายทั้งร่างกายและอารมณ์”ฉันพยักหน้ารับคำ “ได้ค่ะ” พอลองวิเคราะห์ดูแล้ว ดูเหมือนบ่ากับเอวของเธอจะรับภาระหนักเกินไป แถมยังมีอาการเจ็บลามไปถึงหลังและต้นขาด้วย“จะเจ็บหน่อยนะค”ฉันกดลงบนจุด ไหปลาร้า และนวดคลึงเบาๆ ที่ใต้ราวนมอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดมือแล้วพาเธอขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นสอง ไม่ต้องบอกเธอก็รู้งานว่าต้องทำอะไร ไม่นานนักร่างเปลือยเปล่าของโค้สาวก็ลงไปนอนคว่ำอยู่บนเตียง“ดูท่าสะโพกกับเข่าจะรับน้ำหนักมากเกินไปนะคะ” ฉันนั่งคร่อมลงบนขาของเธอ ใช้นิ้วโป้งกดลงเหนือกระเบนเหน็บพร้อมๆ กับห
Read more
ทำงานนอกบ้าน
“คุณเหมยใช่ไหมค่ะ”ฉันมองดูผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมาต้อนรับฉัน“ฉันมารับหลานสาวค่ะ”ฉันยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ หลังอีกฝ่ายหันหลังก้มลงเก็บเงินที่หล่น สะโพกโค้งกลมได้รูปทำเอาใจคอแทบร้อนผ่าวไปหมด“เข้ามาก่อนค่ะ”เธอยิ้มให้ฉัน พลางบอกว่าหลานสาวของฉันกำลังทำการบ้านอยู่ ต้องรออีกซักพัก เลยพาฉันมานั่งรอที่ห้องทำงานของเธอที่ใกล้ห้องนอน“คุณเหมยปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วค่ะ”ฉันรีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นคุณนายคนสวยโน้มตัวมาใกล้“สามสิบกว่าแล้วค่ะ พึ่งกลับไทยได้ไม่... คุณนายค่ะ”“คุณเหมยค่ะ...”“คุณนายจะทำอะไรค่ะ”ฉันมองเธอเดินไปล็อกห้องและปิดผ้าม่าน ก่อนจะปลดชุดออกทั้งหมดแล้วมานั่งกลางหว่างขาฉัน“คุณพรเล่าให้ฉันฟังหมดแล้วค่ะ ระหว่างรอ....” เธอยิ้มกริ่มแล้วงัดมังกรของฉันออกมา‘เวรแล้ว ยายังไม่หมดฤธิ์!’เสียงของเราทั้งคู่ดังเคล้าคลอกันเป็นจังหวะ ฉันโดนจับกระทำอย่างหนัก เธอเอาฉันแทบตาย แต่กระนั้นก็ไม่ยอมหยุด“คะ... คุณนาย...”“เรียกฉันนายแม่”เธอกระซิบข้างหูฉันเบาๆ แล้วขบลงที่ใบหูจนฉันเสียวไปทั้งตัว แม้ยาจะสิ้นแล้ว แต่เธอก็ยังไม่หยุด ฉันไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว จนกระทั่ง
Read more
ความเมตตา
เมื่อเห็นว่าสายเกินกว่าจะกลับไปเรียน ฉันจึงให้ฝ้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพากันไปหาอะไรกิน ก่อนจะกลับมารับยัยตัวแสบนภาที่ ‘ขาย’ อาของตัวเองให้คนอื่น หนำซ้ำค่าตัวฉันยังเกือบหลักหมื่น (ที่ฝ้ายจ่ายเป็นการช่วยทำการบ้านให้นภาแทน)“เจ๊คะ ทำไมเจ๊แซ่บจัง หนูยังอยากกินอีกนะเนี่ย”“พอเลย อยากให้เจ๊ติดคุกหรือไง”“หนูสิบเก้าแล้วค่ะ แค่เข้าเรียนช้าไปปีเดียวเอง” ฝ้ายหัวเราะร่าเที่ยงตรง ฉันจอดรถริมฟุตบาทหน้าโรงเรียน รออยู่นานก็ไม่เห็นนภาออกมา ฉันกวาดสายตามองหาแต่ก็ไร้วัวแวว “ฝ้าย โทรหานภาให้เจ๊หน่อย”ฝ้ายโทรหลายสายก็ไม่ติด ฉันจึงตัดสินใจให้ฝ้ายนำทางเข้าไปหาในโรงเรียน แต่ครูหน้าประตูพยายามขวางไว้ ท่ามกลางการโต้เถียง ฉันได้ยินเสียงเพลงเรียกเข้าของนภาดังมาจากกลุ่มเด็กผู้ชายที่ยืนล้อมกันอยู่ไม่ไกล“คุณจะไปไหน!” ครูพยายามรั้งแขนฉัน แต่สัญชาตญาณที่ผ่านเรื่องราวมามากมายบอกฉันว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสียงร้องไห้สลับกับเสียงอ้อนวอนและเสียงกระแทกของแข็งดังลอดออกมา“เฮ้ย! ทำอะไรกันวะ!”ฉันตะโกนก้อง เด็กคนหนึ่งหันมามองด้วยสีหน้าฉุนเฉียว ช่องว่างเพียงนิดทำให้ฉันเห็นนภานอนสลบอยู่ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย และที่สำคัญ... กลิ่นคาว
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status