LOGINเหมย สาวไทยใส่ซื่อผู้กลับจากฝึกวิชาที่จีน ชีวิตปลาเค็มกับเหล่าสาวๆ ให้ตำหนักพิรุณ
View Moreตื๊ด.... ตื๊ด....
วันที่ 10 ธันวาคม
ฉันมองดูปฏิทินบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับสายที่กระหน่ำโทรมาไม่หยุด
“เหมย น้าจะถึงตอนบ่ายโมงนะ”
ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มเล็กน้อย มีหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา “ค่ะ เดี๋ยวเหมยไปรับที่สนามบิน” ฉันตอบน้าสาวที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี
ฉันถอนหายใจยาว พลางทอดสายตาออกไปเหนือกลุ่มเมฆที่ลอยปกคลุมยอดเขา วันนี้อาจารย์บอกให้ฉันกลับบ้านได้ หลังจากอยู่จีนมานานถึง 20 ปี ทั้งเรียนจบปริญญาโทด้านการบริหารและศิลปะการต่อสู้จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แถมยังเก็บตัวฝึกวิชาในสำนักจนบรรลุเคล็ดวิชาทั้งหมด
“ท่านอาจารย์ หากมีเวลาศิษย์จะกลับมาเยี่ยมท่านค่ะ” ฉันก้มคำนับความว่างเปล่าตรงหน้า แล้วเดินลงจากภูเขาด้วยวิชาตัวเบา เพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงลานจอดรถหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยว บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างพากันทักทายฉันตลอดทาง
“อาจารย์น้อย ท่านจะไปที่ไหนครับ”
ฉันมองคนคุ้นหน้าที่สวมเสื้อกันหนาวทรงทหาร ชายคนนี้เป็นลูกน้องของผู้มีอำนาจคนหนึ่งซึ่งถูกส่งมาคอยดูแลเวลาฉันจะเข้าเมืองเพื่อให้มีคนขับรถให้
“คุณหม่านี่เอง กำลังจะไปสนามบินค่ะ” ฉันตอบ
“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ”
ชายร่างใหญ่หน้าตาน่ากลัวยิ้มอย่างเบิกบาน เขาไม่รอช้ารีบโทรศัพท์รายงานเจ้านายทันที ก่อนจะวิ่งไปเอารถที่จอดอยู่ไม่ไกล พวกเจ้าหน้าที่คนอื่นก็เข้ามาพูดคุยด้วย พอรู้ว่าปีนี้หลังไหว้บรรพบุรุษเสร็จฉันจะกลับไทย ทุกคนก็ดูเศร้ากันไม่น้อย
หลายคนวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยกัน วันนี้นักท่องเที่ยวไม่มากนัก บรรยากาศจึงไม่วุ่นวายเท่าไหร่ ฉันรับปากว่าจะกลับมาเยี่ยมถ้ามีโอกาส
“อาจารย์น้อยได้ของฝากมาเยอะเลยนะครับ แล้วกระเป๋าของท่านอยู่ไหนครับ ผมจะช่วยยกขึ้นรถ”
ฉันตบถุงผ้าเบาๆ “มีแค่นี้แหละค่ะ ไว้ค่อยไปหาซื้อเพิ่มในเมือง”
“ครับผม!”
รถคันใหญ่สีดำเคลื่อนออกจากอุทยานท่ามกลางการโบกมือลาของบรรดาเจ้าหน้าที่ ฉันเองก็ใจหายไม่น้อย การอยู่ที่นี่มา 20 ปีทำให้ที่นี่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง แม้จะมีบางช่วงที่ต้องไปเรียนในเมืองหรือไปทำงานต่างประเทศแทนอาจารย์บ้าง แต่ครั้งนี้ฉันจะกลับไทยแบบอยู่ยาว
“อาจารย์น้อย นายท่านอยากเลี้ยงอาหารท่านสักมื้อ จะสะดวกไหมครับ”
“คุณเฉียนเหรอคะ? ถ้าท่านสะดวกวันไหนก็บอกฉันได้เลย คิดว่าคงจะเที่ยวเล่นอีกสักหน่อยแล้วค่อยกลับ อยู่นี่นอกจากเรียนแล้ว ก็อยู่แต่บนภูเขามาตลอด”
“ได้ครับ!”
วิวข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นบรรยากาศวุ่นวายของตัวเมือง ฉันเห็นการเปลี่ยนแปลงของนครหลวงแห่งนี้มากับตาตัวเอง ตั้งแต่ยุคที่ยังยากจนจนถึงยุคที่ทุกอย่างรุ่งเรือง นักธุรกิจไทยหลายคนเข้ามาแสวงโชคจนประสบความสำเร็จในยุคนี้ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น... เพียงแต่พิเศษกว่าคนอื่นหน่อย
“อาจารย์น้อยจะทานมื้อเที่ยงก่อนไหมครับ ผมรู้จักร้านแถวนี้”
“ไปร้านลุงหยวนก็ได้ค่ะ”
รถจอดสนิทที่หน้าร้านหม้อไฟใกล้สนามบิน หลังทานเสร็จฉันบอกให้เขารออยู่ที่นี่โดยไม่ต้องตามเข้าไป การแต่งตัวแบบนักพรตของฉันอาจดูเด่นเกินไปสำหรับคนเมือง แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจนัก
ตื๊ด... ตื๊ด...
“น้ามาถึงแล้ว หนูอยู่ไหน”
ฉันถ่ายรูปตัวเองส่งให้น้าสาว “เหมยอยู่ข้างป้ายค่ะ” พูดจบก็ชูป้ายภาษาไทยขึ้นมา
แต่ทว่า...
“สวัสดีครับ ใช่คนจากบริษัททัวร์ไหมครับ”
ฉันยืนค้างเมื่อถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยทักผิด “เปล่าค่ะ มารอรับญาติ ไม่ทราบว่าคุณลุงมีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ฉันยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“อ้อ ขอโทษครับ พวกเรากำลังจะไปที่พักแต่ติดต่อบริษัททัวร์ไม่ได้ เลยนึกว่าหนูเป็นไกด์”
ฉันมองดูชายวัยกลางคนที่มากับกลุ่มผู้สูงอายุอีกนับสิบคน ก่อนจะขอเบอร์โทรศัพท์และชื่อบริษัททัวร์เพื่อช่วยประสานงาน ไม่ถึงสามนาทีบริษัททางจีนก็รีบโทรมาขอโทษขอโพย เพราะทางฝั่งไทยไม่ได้ประสานงานมา ทุกคนในกลุ่มเลยหน้าเสียไปตามๆ กัน
“เอาอย่างนี้ไหมคะ หนูแนะนำคนนำทางให้” ฉันเสนอ แต่ดูเหมือนคุณลุงจะยังไม่ค่อยไว้ใจ จนกระทั่งเสียงหวานคุ้นหูดังขึ้น
“อาเหมย! หลานเปลี่ยนอาชีพมาขายทัวร์แล้วเหรอ”
“น้าพร!” ฉันดีใจมากที่เห็นหน้าน้าสาวอีกครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เจอกันคือตอนงานแต่งของเธอ น้าสะใภ้ที่สามีเพิ่งเสียชีวิตได้เพียงสองสัปดาห์... และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฉันต้องกลับไทย
“พวกคุณมีอะไรกับหลานฉันคะ” น้าพรถามกลุ่มนักท่องเที่ยว
“พวกเราแค่กังวลครับ มาครั้งแรกด้วย นึกว่าเหมาทัวร์มาจะเรียบร้อยแต่ดันโดนเท”
ฉันเห็นสีหน้าเครียดๆ ของคุณลุง เลยโทรหาคุณหม่าให้จัดการให้ “มารับฉันได้เลยค่ะ” ฉันวางสายแล้วหันไปยิ้มให้กลุ่มทัวร์ “หนูจัดการให้แล้วนะคะ บริษัททางนี้จะรับผิดชอบดูแลต่อให้เองค่ะ”
“พูดจริงเหรอครับ”
“ค่ะ”
พอดีกับที่คุณหม่าเดินเข้ามาช่วยเข็นรถสัมภาระในสนามบิน “อีกสิบนาทีครับ เดี๋ยวทางนั้นจะส่งผู้ประสานงานที่พูดไทยได้มาดูแลต่อครับ”
“โอเคเลยค่ะ หนูไปก่อนนะคะ เที่ยวให้สนุกค่ะ” ฉันแลกช่องทางติดต่อไว้เผื่อมีอะไรให้ช่วย แล้วจึงตรงไปที่รถซึ่งจอดรออยู่ด้านนอก
พอขึ้นรถ น้าพรก็ผล็อยหลับไปทันทีด้วยความเพลีย
“ไปหมู่บ้านตระกูลหาญค่ะ”
“ครับ”
รถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากสนามบิน มุ่งหน้าออกนอกเมืองอีกครั้ง สู่หุบเขาโบราณที่อดีตเคยเป็นด่านสำคัญมานับร้อยปี
“เหมย รอบนี้กลับไปหลานจะทำอะไร” น้าพรตื่นขึ้นมาถาม
ฉันเองก็ยังไม่ได้วางแผนอะไรไว้มากนัก แค่อยากใช้ชีวิตสงบๆ ไม่ให้พวกบรรดาเจ้าสัวหรือเจ้าพ่อน้ำมันรู้ว่าฉันกลับไทย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้พักผ่อนแน่
“มาทำงานที่หอพักน้าไหมล่ะ”
“ได้ค่ะ” ฉันตอบตกลงทันที เพราะหอพักของน้าถูกดัดแปลงมาจาก ‘ซื่อเหอย่วน’ (บ้านสี่ทิศ) อาคารสี่ชั้นที่มีเรือนล้อมลานสองชั้น ตกแต่งสไตล์ไทย-จีนประยุกต์ ดูสวยงามเหมือนในหนังไม่มีผิด
“แล้วหลานคิดจะแต่งตัวแบบนี้ตลอดไปเลยหรือไง”
“ค่ะ ชินแล้ว”
เมื่อถึงหมู่บ้านตระกูลหาญ ฉันกับน้าแวะไปที่บ้านเดิมก่อนจะมุ่งหน้าไปยังศาลบรรพชน ซึ่งมีคนมารออยู่ก่อนแล้ว
“ขนของเข้ามา!”
ฉันยืนนิ่งมองกล่องหลายใบถูกขนเข้ามาที่ลานหินเก่า ฉันเปิดกล่องเหล็กหยิบป้ายชื่อออกมาวางหน้าแท่นบูชา ผู้อาวุโสส่งธูปให้ฉัน หลังจากไหว้เสร็จฉันก็ถอยมายืนประจำตำแหน่ง พลางมองดูผู้คนที่มาร่วมงานสลับกับรูปบรรพบุรุษที่แขวนอยู่ ไม่ว่ากี่ครั้งก็ไม่ชินตาเสียที เมื่อเห็นรูปบรรพบุรุษที่เป็นสตรีในชุดแม่ทัพผู้องอาจ
“ร้อยปีผ่านไป... จากโพ้นทะเลสู่แผ่นดินเกิด”
ฉันยืนสงบนิ่ง ทุกคนรอบข้างก็ตกอยู่ในความเงียบงันเช่นกัน หลังจบพิธีจึงเป็นงานเลี้ยงที่บ้านเก่า บรรดาญาติต่างรุมล้อมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน น้าสาวหยิบโทรศัพท์ที่สั่นรัวขึ้นมาดู
“ใครคะน้า”
“เพื่อนหน้าน่ะสิ กำลังตามมา”
“อ้อ น้ามีเพื่อนด้วยเหรอคะ”
“ยัยเด็กบ้า!” น้าค้อนให้วงใหญ่ ก่อนจะขอตัวไปรับเพื่อน โดยมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งอาสาขับรถไปให้เพราะกำลังนึกเบื่อๆ พอดี
บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนาวยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับละอองหิมะโปรยปรายลงมาบางเบา ผสมผสานกับความเงียบสงัดไร้สรรพเสียงของผืนป่าทึบเบื้องหน้า จนให้ความรู้สึกราวกับว่าฉันกำลังเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าจะมาทำภารกิจช่วยตัวประกันเสียอีก“ปราณค้นหา!”กระแสพลังลมปราณรับรู้แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาลำไพรทั่วทั้งเขตภูเขา แต่กลับไม่มีสัญญาณพลังชีวิตแปลกปลอมใดๆ ตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย ทว่า... บริเวณหุบเบื้องหน้ากลับปรากฏจุดแสงสีแดงเลือนรางส่องสว่างขึ้นมาจุดหนึ่ง“มันคืออะไรกันแน่...”ฉันบังคับม้าคู่ใจให้เดินย่างก้าวช้าๆ อย่างระมัดระวัง จนกระทั่งมาหยุดยืนหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่ไม่ไกลจากปากถ้ำมืดทึบแห่งหนึ่ง มีกลุ่มควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากด้านใน รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยล้อรถยนต์และรอยเท้าคนจำนวนมากที่ขับลุยเข้ามา“ซาซ่า... ช่วยติดต่อหน่วยสนับสนุนให้ที ฉันเจอถ้ำที่มีลักษณะโครงสร้างแปลกประหลาดคล้ายกับที่เราเคยเจอในป่าลึกแล้วล่ะ” ฉันตัดสินใจต่อสายตรงหาพวกพ้อง‘คุณอยู่ไหนเนี่ย?’ ปลายสายถามด้วยความแปลกใจ“อยู่แถวเขตชายแดนฮังการี” ฉันส่งพิกัดดาวเทียมอัปเดตกลับไปให้ซา
พูดจบฉันก็ขี่กระบี่บินพุ่งตัวทะยานออกไปทันที แต่ก็ไม่ลืมส่งสัญญาณบอกให้จอร์ทช่วยประสานงานแจ้งเตือนทางเรดาร์ว่าเป็นเพียงการทดสอบอากาศยานลับของฝั่งอเมริกา จากนั้นฉันก็เร่งพลังปราณพุ่งทะลุชั้นเมฆขึ้นไปด้านบน บินด้วยความเร็วสูงลิ่วตามเส้นทางการบินสากลของฝั่งทหารระหว่างที่กำลังรักษาระดับความเร็วฝ่ากระแสลม จอร์ทก็ส่งข้อความเข้าเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวว่า จะมีฝูงบินทหารผ่านเส้นทางที่ฉันกำลังมุ่งหน้าไปฮังการีพอดี ให้ระวังตัวและอย่าบินเฉี่ยวชนกับใคร ฉันเลยพิมพ์ตอบกลับไปทีเล่นทีจริงว่า ‘งั้นขอเกาะปีกเครื่องบินอาศัยไปด้วยหน่อยก็แล้วกัน’ ทำเอาปลายสายอย่างจอร์ทหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นและไม่นานนัก... เครื่องบินขนส่งทหารขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีสัญลักษณ์ ‘ดาวแดง’ เด่นหร่าอยู่ข้างลำตัวเครื่องก็ปรากฏโผล่เข้ามาอยู่ในระยะสายตา หรือว่าตะกี้นี้ฉันบินเอื่อยเฉื่อยช้าเกินไป ฝูงบินขนส่งยักษ์พวกนี้ถึงได้บินไล่ตามมาทันกันแน่นะเนี่ย?ฉันเลยผ่อนแรงลดความเร็วลงเล็กน้อย บินร่อนไปประกบตีคู่จนอยู่ในวิสัยทัศน์ของห้องนักบินพอดี“ขึ้นฟรี...” นักบินหนุ่มในชุดเครื่องแบบเขียนข้อความใส่กระดาษแผ่นใหญ่แล้วยกโชว์ขึ้นแปะกระจกฉั
“หวานขอร้องเถอะค่ะ... หยุดแกล้งหนูเถอะนะ”หวานส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนเหมือนจะร้องไห้แต่คนอย่างฉันมีหรือจะยอมหยุดง่ายๆ ฉันจัดการตวัดและตอกลิ้นเข้ากับร่องโพรงอุ่นชื้นแฉะที่ขมิบตอดรัดเป็นจังหวะ จนเด็กสาวบิดเร่าส่ายสะโพกหนีด้วยความเสียวซ่านถึงขีดสุด มือเรียวเล็กเอื้อมมากดท้ายทอยของฉันไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์ ปากก็ต้องกัดนิ้วตัวเองเอาไว้จนห้อเลือดเพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางหวานๆ ออกมาลั่นห้องและพอสายโทรศัพท์ถูกตัดวางลง หวานก็หันมาทุบตีไหล่ฉันชุดใหญ่ทั้งน้ำตาซึม “คุณเหมยคนนิสัยไม่ดี!”“โอ๋ๆ น่ารักจริงๆ เลย... มานี่มะ เดี๋ยวฉันปลอบ”“ว้าย!! คุณเหมยก็จะ...”หวานอุทานลั่นบ้านเมื่อจู่ๆ ฉันก็ช้อนอุ้มร่างบางของเธอลอยหวือกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเริ่มต้นภารกิจออกกำลังกายยามเช้าต่อทันทีแบบไม่ปล่อยให้พักหายใจ“คุณเหมยค่ะ... เมื่อกี้ทางครูแพทโทรมาบอกว่า จะพาหมอนวดฝีมือดีมาใหม่อีกสองคนค่ะ บอกว่าฝากมาทำงานด้วย” หวานเอ่ยบอกเสียงกระเส่าขณะนอนซุกซบอยู่บนอกของฉันพลางส่งสายตาปริบๆ เหมือนลูกแมวอ้อน“หึ... ฝากงานที่ไหนกันล่ะ ทรงแบบนี้เอามาทำงานขัดดอกใช้หนี้ชัดๆ”“นี่คุณเหมยคิดจะเปิดร้านนวดแผนไทยจริง
เช้าวันต่อมา... โอปอเดินหน้าตาตื่นเข้ามาเคาะห้องทำงานส่วนตัวของฉันเพื่อขอโทษขอโพยกับเรื่องเมื่อวาน เธอยยอมเปิดปากสารภาพความจริงทั้งหมดว่า ที่บ้านของเธอไปกู้เงินธนาคารมาสองล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนปรับปรุงร้านอาหารเล็กๆ และเก็บไว้เป็นเงินทุนสำรองหมุนเวียน ส่วนตัวเธอก็กู้ยืมเงิน กยศ. เรียนหนังสือมาตลอดแต่ปัญหาคือพอใกล้จะถึงงวดชำระคืนงวดสุดท้าย จู่ๆ ผู้จัดการสาขาธนาคารเจ้าเดิมก็ส่งคนแปลกหน้ามาติดต่อพูดคุย อ้างว่าสำนักงานใหญ่มีคำสั่งให้เร่งรัดปิดหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พวกมันเลยยื่นข้อเสนอทางเลือกนรกให้... คือบังคับเธอต้องไปทำงานส่งยาและบริการแขกในเครือข่ายของพวกมัน แลกกับการไม่ถูกฟ้องล้มละลายและการยึดบ้านยึดทรัพย์สินทั้งหมดของครอบครัว“เรื่องนี้ลุงว่ายังไงบ้างคะ?” ฉันหันไปปรึกษาชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ“เฮ้อ... เรื่องมันใหญ่โตเกินกว่ากำลังของเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะรับไหวแล้วล่ะนะ” ลุงถอนหายใจยาว“ถ้าไอ้พวกเวรตะไลนี่มันไม่รนหาที่วิ่งมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านหนูเองนะ... หนูค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางอยากจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกมันหรอก”“เธอนี่มันเกิดมาพร้อมกับตัวดูด
หลังจากต้องกรำศึกหนักและเคลียร์ภารกิจต่อเนื่องกันมาหลายวัน ในที่สุดทีมของฉันก็ได้ตารางพักผ่อนสบายๆ เป็นเวลาสองวันเต็ม โดยสลับให้อีกทีมหนึ่งที่มีจำนวนกำลังพลมากกว่าเข้ามารับช่วงทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแทนชั่วคราวเมื่อไม่มีความกดดันจากงาน ฉันจึงปล่อยตัวตามสบาย วันนี้ลมทะเลพัดเย็นฉ่ำ บรรยากาศรอบรีสอร
เมื่อเห็นว่าสายเกินกว่าจะกลับไปเรียน ฉันจึงให้ฝ้ายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพากันไปหาอะไรกิน ก่อนจะกลับมารับยัยตัวแสบนภาที่ ‘ขาย’ อาของตัวเองให้คนอื่น หนำซ้ำค่าตัวฉันยังเกือบหลักหมื่น (ที่ฝ้ายจ่ายเป็นการช่วยทำการบ้านให้นภาแทน)“เจ๊คะ ทำไมเจ๊แซ่บจัง หนูยังอยากกินอีกนะเนี่ย”“พอเลย อยากให้เจ๊ติดคุกหรือไง”“
“คุณเหมยใช่ไหมค่ะ”ฉันมองดูผู้หญิงคนหนึ่งเปิดประตูบ้านออกมาต้อนรับฉัน“ฉันมารับหลานสาวค่ะ”ฉันยิ้มทักทายอย่างเป็นมิตรพลางลอบกลืนน้ำลายลงคอ หลังอีกฝ่ายหันหลังก้มลงเก็บเงินที่หล่น สะโพกโค้งกลมได้รูปทำเอาใจคอแทบร้อนผ่าวไปหมด“เข้ามาก่อนค่ะ”เธอยิ้มให้ฉัน พลางบอกว่าหลานสาวของฉันกำลังทำการบ้านอยู่ ต้องร
เย็นวันเดียวกัน โซเฟีย โค้ชและคู่ซ้อมของนักกีฬาชาวโรมาเนียมาขอคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวที่ห้องรับแขกในบ้าน“คุณเหมย ฉันอยากให้คุณช่วยนวดผ่อนคลายให้นักกีฬาของพวกเราหน่อยได้ไหมคะ รวมถึงตอนไปแข่งด้วย เราจะแข่งทั้งหมด 3 รายการ พวกเราคุยกันแล้วว่าอยากจ้างคุณเป็นพิเศษ”ฉันวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเธอ “ได้ค่ะ ช


![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)








