LOGINเมื่อ 'ธารามล' เชฟสาวต้องเข้ามาอยู่ในนิยายผู้มีชะตารันทดในร่างของเด็กหญิง 'ปลากริม' วัยเพียงหกขวบ เธอจะทำอย่างไร รวมถึงเธอยังจะต้องมารับมือกับแม่ตานีช่างจ้อและแม่นางกวักนักชิม มาติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงปลากริมไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ
View Moreเซตนี้ประกอบด้วย สะใภ้ร่าน และ แม่ยายสายยั่ว
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
..........
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
สะใภ้ร่าน
“อะไรนะพ่อ… แต่งงาน… พ่อจะให้นนท์แต่งงาน?”
‘ธนนท์’ ชายหนุ่มวันยี่สิบหกปี ทำท่าตกใจแทบช็อคเกือบแต๋วแตก เมื่อรู้ว่า ‘ศิลา’ หรือที่ผู้คนในหมู่บ้านพากันเรียกขานชื่อเขาว่า ‘กำนันหิน’ กำลังจะหาสะใภ้เข้าบ้าน
“มึงตกใจทำเหี้ยอะไรวะ… เดี๋ยวกูถีบโครม”
กำนันหินว่า นี่แหละนิสัยแก กำนันหินเป็นคนพูดจาเสียงดังโผงผาง นักเลง ดุดัน เป็นคนจริง ท่าทางจึงขึงขังสมกับเคยเป็นอดีตนาวิกโยธินและเป็นกำนันชื่อดัง เคยได้รับรางวัลกำนันแห่งท้องถิ่น ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้านไปจนถึงประสานกับทางการ ช่วยแก้ปัญหายาเสพติดและโจรผู้ร้ายจนหมดไปจากหมู่บ้าน
“ก็… นนท์ไม่อยากนี่ฮะ”
ลูกชายส่ายหน้า
“มึงเลิกแทนตัวเองว่า ‘นนท์’ ได้ไหมวะ ผู้ชายต้องแทนตัวเองว่า ‘ผม’ ทีหลังอย่าพูด ‘ฮะ’ นนท์อย่างนั้นนนท์อย่างนี้เดี๋ยวกูถีบโครม”
ธนนท์หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจนิสัยของบิดา ลึกๆ แล้วผู้ชายคนนี้รักลูก มีแต่ความหวังดีกับลูก ยี่สิบกว่าปีภายใต้การเลี้ยงดูของผู้ชายที่ชื่อ ‘ศิลา’ หรือกำนันหินคนนี้ ธนนท์ย่อมรู้ดีกว่าใคร ว่ากำนันหินรักและห่วงใยตนแค่ไหน แม้กำนันหินจะเป็นแค่พ่อเลี้ยง แต่เขาก็เลี้ยงดูธนนท์เหมือนลูกในไส้
“กูถามตรงๆ… จนป่านนี้แล้วมึงเคยเอาผู้หญิงไหม”
คนเป็นพ่อจำต้องถามออกมาในที่สุด
“อุ๊ย… พ่อถามอะไรอ่ะ”
ธนนท์เขิน
“มึงเสียความบริสุทธิ์ให้สาวๆ หรือยัง”
กำนันเน้นเสียงเข้ม รอฟัง
“ไม่… ยังไม่เคยฮะ… เอ๊ย… ครับ”
ธนนท์ส่ายหน้า การจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับตน คำตอบนี้ยิ่งทำให้กำนันหินหนักใจ รู้สึกเป็นกังวล กลัวว่าลูกชายจะไม่ชอบผู้หญิง
“โถ… เสียของฉิบ”
สิ่งที่ได้ยินทำเอากำนันหินพูดไม่ออก หากก็ไม่ได้ตกใจอะไรนัก นึกในใจว่ามึงรออะไรอยู่วะ? เพราะเคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าลูกชายน่าจะยังไม่เคยเสียความบริสุทธิ์ให้สาวคนไหน ยังไม่เคยมีแฟนจนป่านนี้ และนี่เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของกำนันหิน… ที่จะหาเมียให้ลูกชาย
“มันสมควรแก่เวลาแล้ว… ที่เอ็งควรจะมีเมียเสียที พรุ่งนี้พ่อจะไปขอเมียให้เอ็ง”
คำพูดของบิดา ทำเอาผู้เป็นลูกชายหน้าเจื่อน ยกมือขึ้นทาบอกตกใจ แบบนี้เรียกว่าคลุมถุงชนชัดๆ หากจะขัดอะไรได้ ใครก็รู้ว่ากำนันหินคนนี้ดุมาก พูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น
“ใครครับพ่อ”
ธนน์สงสัยว่าใครคือหญิงผู้โชคร้ายคนนั้น
“คนางค์… ลูกสาวป้ามะลิ”
กำนันหินตอบ
“อ๋อ… คนางค์… ”
ภาพของหญิงสาวหน้าตาสะสวย ผิวขาว นมใหญ่ รูปร่างเซ็กซี่สะดุดตา ผุดเข้ามาในหัวของธนนท์
แม้ว่าที่ผ่านๆ มาธนนท์จะยังไม่เคยคุยกับลูกสาวป้ามะลิ เพราะว่าหลังจากเรียนจบชั้นมอหก หล่อนก็ไปเรียนต่อในกรุงเทพฯ ตอนนี้เรียนจบแล้ว ธนนท์ได้ยินมาว่าคนางค์กลับมาอยู่บ้านกับแม่ซึ่งเป็นม่าย
“แล้วคนางค์จะยอมแต่งงานกับนนท์หรือฮะ”
มีความกังวลในน้ำเสียงของชายหนุ่ม
“เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกู… มึงแค่เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว”
บอกแล้วคว้าใบจากขึ้นมามวนยาเส้นจุดสูบ พ่นควันสีขาว พวยพุ่งไปในเวิ้งอากาศ คว้าผ้าขาวม้ามาสลัดไล่ยุงสองสามที ก่อนจะหยัดร่างขึ้นเต็มความสูงใหญ่ แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำหลังป่ากล้วย ปล่อยให้ผู้เป็นลูกชายนั่งครุ่นคิดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มเป็นกังวล ธนนท์ไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้ วันที่กลัวที่สุด
คำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่
หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม
"ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"
หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน





