Masukเมื่อ 'ธารามล' เชฟสาวต้องเข้ามาอยู่ในนิยายผู้มีชะตารันทดในร่างของเด็กหญิง 'ปลากริม' วัยเพียงหกขวบ เธอจะทำอย่างไร รวมถึงเธอยังจะต้องมารับมือกับแม่ตานีช่างจ้อและแม่นางกวักนักชิม มาติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงปลากริมไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ
Lihat lebih banyakคำตอบที่ชัดเจนนั้น...คือการยืนยันอย่างสมบูรณ์ว่าลูกสาวของเธอได้มองเห็นแม่นางตานีกับแม่นางกวัก สองสหายต่างภพของตัวเอง ภายในค่ำคืนนั้น...หลังจากที่ส่งลูก ๆ เข้านอนเรียบร้อย...ปลากริมก็ได้ตัดสินใจเล่าความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอให้เทวากรผู้เป็นสามีฟังเป็นครั้งแรก... ยกเว้นเรื่
หลายปีต่อมา...ในคืนวันศุกร์ที่แสนคึกคักใจกลางย่านพระอาทิตย์...แสงไฟนีออนสีน้ำเงินนวลสาดส่องลงบนป้ายชื่อร้านที่ออกแบบอย่างมีรสนิยม... "พระอาทิตย์ บลูส์" (Phra Athit Blues) นี่คือไพรเวทแจ๊สคลับที่หรูหราและเป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดในพระนคร และเจ้าของคลับแห่งนี้ก็คือสองหนุ่มโสดที่เนื้อหอม
"ต้องได้สิ!" ข้าวเหนียวตอบอย่างหนักแน่น แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกไม่ต่างกัน "นายอย่าลืมสิว่าการทำธุรกิจมันไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ นายก็เห็นแล้วจากตัวอย่างของทั้งพ่อครูและแม่ครู ไหนจะปลากริมกับพี่เขยของนายอีก" คำพูดนี้ได้ทำให้ปั้นขลิบมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง "พี่พูดถูก ผมจะมาท้อง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้"
หลังจากที่สองสหายคู่ซี้อย่างข้าวเหนียวและปั้นขลิบ...ที่ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋...ได้เดินทางกลับมาถึงพระนครหลังจากไปทำหน้าที่อาสา พวกเขาก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเมื่อสองหนุ่มโสด...โปรไฟล์ดี...ผู้มีพลังงานล้นเหลือได้กลับคืนสู่เมืองหลวง...ค่ำคืนแห่งความสนุกสนาน
"แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะ...ถึงจะตกรอบ...เธอก็คงจะชินแล้วกับการดิ้นรน...ไม่เหมือนฉัน...สำหรับหญิงสาวผู้ยากจนอย่างเธอ...แค่ได้มาเหยียบปารีส...ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิตแล้วละมั้ง" คำพูดนั้นทำให้เพื่อนนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่ได้ยินถึงกับอึ้งไป...แต่ปลากริมกลับไม่เป็นเช่นนั้น เธอวางมีดในมือล
และแล้ววันแรกของการแข่งขัน...การประลองอาหารฝรั่งเศส - ไทย ก็มาถึง... แต่บรรยากาศกลับแตกต่างไปจากที่ทุกคนคาดคิด...แทนที่จะเป็นครัวที่ร้อนระอุ ที่นี่กลับเป็นห้องประชุมใหญ่ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยความกดดัน นักศึกษาผู้เข้าสมัครกว่าหนึ่งร้อยคนนั่งประจำโต๊ะเล็ก ๆ ของตนเองราวกับกำลังจะเข้าสอบไล
เมื่อความเจ็บใจแปรเปลี่ยนเป็นความริษยา...และความริษยาก็กำลังจะก่อตัวขึ้นเป็นแผนการร้าย 'ในเมื่อหล่อนคิดว่าตัวเองเก่งนักหนาเรื่องทำอาหาร...ฉันก็จะทำลายหล่อนในสิ่งที่เป็นความถนัดของแก' เมื่อคิดได้เช่นนี้เจ้าตัวจึงได้ตัดสินใจว่าจะใช้เรื่องนี้มาเป็นเครื่องมือในการเอาคืนและหักหน้าปล
ในขณะที่...ทุกคนกำลังกล่าวทักทายกันตามมารยาท แต่แล้ว...สายตาของชาลิสาก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของเทวากรด้วยท่าทีครุ่นคิด "เอ่อ...ขอประทานโทษนะคะ" เธอกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหวานใส "ดิฉันรู้สึกว่าหน้าของคุณคุ้น ๆ อย่างน่าประหลาด...เราเคยพบกันมาก่อนใช่ไหมคะ" เธอยังไม่ทันรอให้ชายหนุ่มผู












Ulasan-ulasan