ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500

ฉันนี่แหละนักเลงขนมหวาน "ฟันน้ำนม" แห่งพระนครยุค 2500

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-09-19
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
171Bab
2.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อ 'ธารามล' เชฟสาวต้องเข้ามาอยู่ในนิยายผู้มีชะตารันทดในร่างของเด็กหญิง 'ปลากริม' วัยเพียงหกขวบ เธอจะทำอย่างไร รวมถึงเธอยังจะต้องมารับมือกับแม่ตานีช่างจ้อและแม่นางกวักนักชิม มาติดตามเรื่องราวของเด็กหญิงปลากริมไปพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

หลังผู้กำกับสั่ง “คัท”

หลิ่วเวินเหยียนหยิบเสื้อที่สืออี้ใส่เข้าฉากมาใส่ไว้บนตัว เดินขาเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเข้ามาหาผม

ภายใต้เสื้อที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อย เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากศึกหนักเมื่อกี้นี้

“อวิ๋นเซิง สืออี้เป็นนักแสดงใหม่ การที่เขาเข้าบทไม่ได้ มันทำให้เสียเวลามาก ฉันไม่อยากให้ฉากนี้ทำให้งานแต่งพรุ่งนี้ล่าช้า”

“งานแต่งเหรอ?” ผมขำพรืด

“เธอก็รู้นิว่าพรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันแล้ว แต่วันนี้เธอดันเล่นฉากเลิฟซีนกับคนอื่นเนี่ยนะ?”

หลิ่วเวินเหยียนเดินเข้ามาซบผม “นายอย่าโกรธสิ ตอนฉันเล่นฉากเลิฟซีนกับเขา ในหัวฉันมีแต่นายนะ”

“แต่เมื่อกี้พี่บอกว่าเล่นฉากเลิฟซีนกับผมแล้วฟินมากไม่ใช่เหรอ ฟินจนอยากตายเลยนิ?”

เสียงสืออี้ดังมาจากด้านข้าง

บนตัวเขามีเพียงผ้าขนหนูพันอยู่รอบเอว เหมือนจงใจโชว์รอยแดงบนแผ่นอกขาว

“พี่อวิ๋นเซิง พี่เวินเหยียนเด็ดขนาดนี้ แต่พี่ไม่ยอมลิ้มรสสักที เสียดายของจริงๆ...”

“สืออี้!”

หลิ่วเวินเหยียนหน้าแดงเถือก รีบหยิบเสื้อปาใส่สืออี้ “นั่นมันเป็นแค่คำพูดในบท!”

สืออี้หัวเราะแล้วหยิบเสื้อตัวนั้นขึ้นมา เขายักคิ้วใส่ผมอย่างอวดดี

“พี่อวิ๋นเซิง พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าตอนแรกซีนนี้ไม่มีในบท”

ผมเห็นสภาพของทั้งสองคนแล้วรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนจนอยากอาเจียน

ทุกคนรู้ว่าผมรักหลิ่วเวินเหยียนจนหัวปักหัวปำ

ผมตามจีบเธอห้าปี ใช้อำนาจและเส้นสายของมหาเศรษฐี ทำให้เธอเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่งในวงการบันเทิง

ถึงขั้นที่แค่เธอบอกว่าอยากปั้นรุ่นน้องคนสนิทอย่างสืออี้ให้โด่งดัง ผมก็ช่วยทุกวิถีทาง ทั้งสนับสนุนด้านเงินทองและช่วยอำนวยความสะดวก

ผมดีกับหลิ่วเวินเหยียนมาก ดีจนทุกคนไม่สามารถครหาได้เลยสักคำ

คนในครอบครัวเตือนผมว่าไม่ควรทุ่มเทให้นักแสดงถึงขนาดนี้

ผมถึงกับช็อกไปเลย นี่เธอเห็นผมเป็นอะไร?

“ที่รัก...สืออี้ยังเด็ก พูดจาไม่ค่อยเป็น นายอย่าถือสาเด็กเลยนะ”

เธอจะเงยหน้าจูบผม นี่คือไม้ตายที่เธอใช้ง้อผมมาตลอด

แต่ครั้งนี้ผมหันหน้าหนีทันที ดันตัวเธอออกห่างจากผม

หลิ่วเวินเหยียนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าแดงเถือก น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก

“การที่ฉันทำแบบนี้ เพราะฉันอยากให้งานแต่งของเราจัดขึ้นตามกำหนดการ ถ้าถ่ายทำทั้งคืน พรุ่งนี้จะได้แต่งไหม?!”

ผมเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของเธอแล้วอดแสยะยิ้มไม่ได้

“แต่งงานเหรอ? เธอนอกใจฉันก่อนแต่งงาน นี่เธอคิดว่าฉันจะแต่งกับเธออีกเหรอ...”

“เวินเหยียน! การแสดงเมื่อกี้สุดยอดไปเลย!”

เสียงผู้กำกับดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะ

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม เขารีบพูดเอาอกเอาใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ประธานฟู่สอนมาดีมาก จริงๆ ซีนแบบนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้เธอฟังยังไงเหมือนกัน”

“เกี่ยวอะไรกับเขาเหรอ?”

สืออี้เลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“จริงๆ ฝีมือผมดีต่างหาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของพี่เวินเหยียน”

บรรยากาศในกองถ่ายดูอึดอัดขึ้นมาทันที

ใบหน้าผู้กำกับเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน พูดจาอึกอัก พยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้น

“พวกวัยรุ่นมีความมั่นใจในตัวเองสูง ประธานฟู่อย่าถือสาเขาเลย”

“เวินเหยียนทุ่มเทเพื่อการแสดง คุณอาจจะไม่เข้าใจ จริงๆ ในวงการนี้...เป็นเรื่องปกติมาก”

ผมหมดคำจะพูด ข่มอารมณ์โกรธแล้วถามผู้กำกับ

“แล้วการที่จงใจแก้ไขบท เพื่อที่จะได้มีโอกาสทุ่มเทเพื่อการแสดง แบบนี้ปกติไหม?”

“ฉันถามหน่อย ใครเป็นคนตัดสินใจแก้ไขบทเรื่องนี้?”

ผู้กำกับชะงักไป เหมือนรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแล้ว เขาไม่กล้าพูดอะไรออกมา ทำเพียงแค่ปรายตามองหลิ่วเวินเหยียนอย่างกล้าๆ กลัวๆ

ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก

จู่ๆ เรี่ยวแรงก็หายไปจนหมด ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนเลวๆ พวกนี้แล้ว

ผมพูดอย่างตรงไปตรงมา “หลิ่วเวินเหยียน! ยกเลิกงานแต่งของเรา! ตั้งแต่นี้ไป เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”

ผมพูดจบแล้วจะหันหลังเดินออกไป แต่หลิ่วเวินเหยียนรั้งผมไว้ พูดด้วยสีหน้าตึงเครียด

“อวิ๋นเซิง นายอย่ามาล้อเล่น จะไม่แต่งได้ยังไง? เมื่อก่อนนายเข้าใจฉันดีไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้นายก็ต้องเข้าใจฉันสิ นายอย่าใช้อารมณ์ได้ไหม พรุ่งนี้เราจะแต่งงานกันแล้วนะ...”

เธอยังพูดไม่ทันจบ สืออี้ก็พูดตัดบทด้วยความโมโห

“ไม่แต่งก็ไม่ต้องแต่งสิ! พี่เวินเหยียน เอาจริงๆ เขาก็แค่นักธุรกิจหน้าเลือด จะไปเข้าใจการแสดงได้ยังไง? พี่จะแต่งงานกับนักธุรกิจหน้าเลือดแบบนี้ทำไม!”

“สืออี้!”

หลิ่วเวินเหยียนปรี๊ดแตก โกรธจนตัวสั่นแล้วตบหน้าเขาไปหนึ่งที

หลังจากฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าสืออี้ เธอก็รีบประคองใบหน้าเขาแล้วพูดอย่างรู้สึกผิด

“สือ...สืออี้ ขอโทษนะ ฉัน...”

แต่สืออี้เอามือกุมหน้าด้วยความตกตะลึง “พี่เวินเหยียน! พี่กล้าตบหน้าผมเพราะผู้ชายที่สนใจแต่เรื่องลาภยศเงินทองเนี่ยนะ?”

เมื่อพูดจบ เขามองผมด้วยสายตาโกรธแค้นกว่าเดิม

“ฟู่อวิ๋นเซิง! ฉันจะจำตบนี้ไว้ นายรอก่อนเถอะ ฉันเอาคืนแน่นอน!”

หลังจากนั้นเขาจงใจชนกล้องที่อยู่ข้างๆ จนล้ม ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของคนในกอง เขาปิดประตูเสียงดังปัง เดินฟึดฟัดออกจากกองถ่าย

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

jjomjaij
jjomjaij
อ่านจนจบแล้วค่ะ จบดมากๆ ตอนแรกเราคิดว่าน่าจะจบไม่ลงซะแล้ว สุดท้ายจบได้ดีมากๆค่า happy ending!!!
2025-09-22 03:57:45
1
0
jjomjaij
jjomjaij
สนุกดี แต่บทมันไม่เรียง ดีนะ มีตัวเลขข้างหน้า ...
2025-09-02 21:35:13
1
0
171 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status