Share

บทที่ 0005

last update Dernière mise à jour: 2024-11-11 15:09:48

หยาดเหงื่อผุดซึมตามใบหน้าและร่างกายยามความร้อนของบทรักแผดเผาพวกเขาทีละเล็กทีละน้อย เสียงเครือครางเคล้าคลอร่วมกับเสียงเนื้อที่กระทบกันอย่างหยาบโลนส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายพลันสูงขึ้น เมอร์ลินผ่อนลมหายใจครั้งแล้วครั้งเล่ายามส่วนแข็งขืนสอดผสานเข้ากับช่องทาง ซ้ำรีบเร่งกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ลดละ มอบความเสียวซ่านจนสุดจะหยั่งถึงให้กับเขา

“ผม อึก อยากได้อีก อ๊ะ ลึกกว่านี้ที อืออ...!” เมอร์ลินกระชับสองแขนที่โอบกอดกายแกร่งพลางจิกปลายนิ้วลงบนแผ่นหลังกว้างแล้วร้องขออย่างที่ตนเองต้องการ โจไซอาห์ได้ยินแบบนั้นก็มีแต่ต้องทำตามความปรารถนาของภรรยา มือหนาทั้งสองข้างจับเข้าที่ต้นขาขาวแล้วดันโน้มมาด้านหน้าจนช่วงสะโพกของคนข้างใต้ลอยขึ้นจากเตียงเล็กน้อย ริมฝีปากหนากดจูบลงบนแก้มขาวพลางไล้เลียลงมาที่ลำคอแล้วเริ่มสอบสะโพกในจังหวะที่หนักหน่วงและเน้นย้ำการเข้าสุดออกสุดทุกครั้ง

เมอร์ลินครางเสียงกระเส่าด้วยระดับเสียงที่ดังกว่าเดิม ใบหน้าเชิดขึ้นสุดจนเห็นสันกรามและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงยามกลืนน้ำลาย สิ่งเหล่านั้นดึงดูดให้โจไซอาห์มาสัมผัส เขาใช้ทั้งริมฝีปาก ใช้ทั้งลิ้นและใช้ทั้งฟันหยอกเย้าเล่นกับลูกกระเดือกและสันกรามจนเมอร์ลินคิดว่ามันต้องเต็มไปด้วยรอยคิสมาร์กแล้วแน่นอน

“เฮือก! อือออ....!” นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างพร้อมมือเรียวยกขึ้นปัดป่ายไปตามหัวเตียงราวกับหาที่ยึดเหนี่ยวยามส่วนแข็งขืนดันเข้ามาทีละนิดอย่างไม่รีบร้อนและแม้มันจะเข้ามาสุดความยาวแล้วแต่โจไซอาห์ก็ยังดึงดันที่จะพามันเข้ามาให้ลึกมากยิ่งขึ้นตามที่เมอร์ลิน

ร้องขอ ความรู้สึกเสียววูบวาบมันวิ่งวุ่นชวนให้เมอร์ลินมวนท้องน้อย “พ พอแล้ว ฮื่ออ ลึกเกินไปแล้วครับ! แฮ่ก” เมอร์ลินร้องบอกขณะนิ้วทั้งห้าจิกกับหัวเตียงจนเจ็บปลายนิ้ว แต่เขาก็หยุดไม่ได้ในเมื่อตอนนี้เมอร์ลินรู้สึกว่าหากเขาปล่อยมือจากหัวเตียงล่ะก็ เขาต้องถูกโจไซอาห์กลืนกินจนหายไปแน่ ๆ

“ปากบอกให้พอแต่ร่างกายนายดูจะไม่ต้องการแบบนั้นนะ” โจซกระซิบข้างหูขาวแล้วเกร็งปลายลิ้นแหย่เข้าไปหยอกเย้าในใบหู เมอร์ลินเอียงคอหนีก่อนตวัดสายตาจ้องเขม็ง ทว่าพอสะโพกสอบขยับก็ต้องหลับตาพริ้มรับความกระสันที่ถูกมอบให้อย่างพอใจ เมื่อจังหวะของบทรักเริ่มเบาลงนั่นหมายถึงช่วงเวลาได้พักหายใจ เมอร์ลินค่อย ๆ ละมือออกจากหัวเตียงแล้วเปลี่ยนมาจับไหล่กว้างแทน เขาพลูลมหายใจแล้วมองหน้าสามีที่มองมา

“มองอะไร?” เอ่ยถามเสียงสั่นเพราะอะไร ๆ ที่ยังอยู่ในตัวมันเริ่มจะขยับแล้วแม้จะเล็กน้อยก็ตาม

“มองหน้าเมียหรือมองไม่ได้?” เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามก่อนยกยิ้มนิด ๆ แล้วเริ่มสอบสะโพกในจังหวะเนิบ ๆ พร้อมเปลี่ยนให้เมอร์ลินนอนตะแคงหันหน้าไปทางระเบียง ค่อย ๆ พาแขนแข็งแรงข้างขวาสอดช้อนใต้ศีรษะให้เมอร์ลินหนุนแทนหมอน โจไซอาห์กดจูบลงบนท้ายทอยไล่มาที่ต้นแขน เขากัดไปเต็มแรงเพราะอยู่ ๆ ก็มันเขี้ยวขึ้นมาขณะไล้ฝ่ามือไปตามแขนซ้ายของเมอร์ลินก่อนหยุดที่หลังมือ

“อึก อ๊า! อืออ” ทันทีที่เรียวนิ้วของสามีสอดประสานกับภรรยา สะโพกสอบก็หยัดกระแทกในจังหวะที่รัวแรงอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว โจไซอาห์ใช้หัวเข่าดันต้นขาขาวให้เปิดออกเพื่อที่เขาจะได้ขยับได้ง่ายขึ้น เมอร์ลินซบหน้าลงบนแขนที่หนุนแทนหมอนแล้วอ้าปากกัดเต็มแรงขณะเลื่อนสายตามองไปยังมือซ้ายที่ประสานกันอยู่ แหวนแต่งงาน... ทั้งเขาและโจไซอาห์ยังคงสวมมันอยู่งั้นเหรอ? ไม่สิ นี่เขาชินกับแหวนแต่งงานราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

“มีอะไรน่าสนใจหรือไง?” เอ่ยถามข้างหูแล้วมองตามสายตาของเมอร์ลินไปก่อนพบว่าเมอร์ลินกำลังมองแหวนแต่งงานอยู่ “นายมองแหวนงั้นเหรอ?” เอ่ยถามอีกครั้งด้วยความแปลกใจพลางผ่อนแรงที่สะโพกลง เมอร์ลินเอี้ยวหน้าหันมาแล้วตั้งคำถามกับเขา

“ทำไมคุณยังใส่มันอยู่?”

“นายเองก็ด้วยนี่?” ถามมาถามกลับแล้วมองหน้ากันโดยไร้ซึ่งคำพูดใด โจไซอาห์ถอนหายใจแล้วยกมือซ้ายขึ้นมาทั้งที่ยังประสานนิ้วกันอยู่ เมอร์ลินเลยละสายตามองไปที่มือของเขากับคนด้านหลัง “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่อยากถอดมัน นายจะเชื่อฉันไหม?” เมอร์ลินหันไปหาทันทีแต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร ริมฝีปากของคุณสามีก็ทาบทับลงพร้อมกับช่วงล่างที่กระแทก

กระทั้นเข้าใส่อย่างรัวแรงราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เมอร์ลินก็ไม่เร้าหรือถามพร้อมขยับลิ้นตวัดเลียลิ้นของสามีซ้ำยังโยกสะโพกตอบรับส่วนแข็งขืนที่กระหน่ำเข้ามา

โจไซอาห์ที่เคยเยือกเย็นเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดซึมพร้อมความต้องการที่มากขึ้นยามคนในอ้อมกอดเริ่มสวนกลับมาด้วยความต้องการที่มากกว่า ยิ่งเมอร์ลินแสดงความต้องการใส่เขา ตัวโจไซอาห์ก็ยิ่งถูกกระตุ้นจนท้ายที่สุดเสียงครางอันทุ้มต่ำก็ดังขึ้นข้างหูพาลให้เมอร์ลินใจสั่น ไม่บ่อยนักที่คนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างโจไซอาห์จะยอมครางออกมา แม้จะรู้สึกดีมากแค่ไหนก็ตาม มากสุดก็แค่แสดงสีหน้าที่แสนจะเซ็กซี่แทน แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้ทำกับสายตาที่ราวกับจะกลืนกินกัน สองสิ่งนั้นคือสิ่งที่เมอร์ลินเห็นมาตลอดห้าปีแต่เมื่อครู่นี้...

“เมื่... อือ!” เมอร์ลินอยากจะถามแต่เหมือนโจไซอาห์จะรู้ทันถึงได้รีบปิดปากภรรยามากคำถามด้วยปากของเขาอีกครั้ง แม้จะหงุดหงิดแต่เมอร์ลินก็ไม่อาจปฏิเสธจูบของคนคนนี้ได้เลย “แฮ่ก นี่... ผมอยากขึ้น อึก ให้ผมขึ้น... เร็ว ๆ” เมอร์ลินเอ่ยขอก่อนโจไซอาห์จะรวบเอวแล้วพลิกตัวนอนหงายโดยมีเมอร์ลินอยู่ด้านบน เมอร์ลินน่ะมีแผนและเขาก็คาดหวังว่ามันจะสำเร็จด้วยดี แผนที่ทำให้สามีคนนี้ครางออกมาไงล่ะ!

โจไซอาห์มองแผ่นหลังขาวที่มีร่องรอยคิสมาร์กแล้วไล่สายตาลงมาที่แก้มก้นซึ่งกำลังเริ่มขยับควบส่วนแข็งขืนของเขา สายตาคู่คมจับจ้องไปยังส่วนที่เชื่อมต่อกัน ยามสะโพกขาวยกขึ้นเขาก็จะเห็นช่องทางที่ครอบครองแล้วหากเมื่อไหร่ที่สะโพกกดตัวลง เมื่อนั้นเมอร์ลินจะกลืนกินตัวตนของเขาเข้าไปจนไม่เหลือให้เขาได้เห็นมัน

ตับ ตับ ตับ

แก้มก้นเด้งเป็นคลื่นยามกระทบกับช่วงหน้าท้องตอนขยับควบขึ้นควบลง เมอร์ลินจุกเล็กน้อยพอต้องมาควบเองแต่เขาก็ไม่หวั่น มือเรียวยกเสยผมที่ชุ่มเหงื่อก่อนเริ่มเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น หากเป็นครั้งแรกก็คงเขินอายแต่สำหรับเมอร์ลินที่ผ่านมาห้าปีมันเป็นเพียงเรื่องแสนจะธรรมดา เมอร์ลินกัดฟันยกสะโพกขึ้นสุดจนแกนกายเกือบจะหลุดออกจากช่องทางแต่เพียงอึดใจเดียวก็กดสะโพกลงฮวบกลืนกินตัวตนเข้ามาอีกครั้งแล้วหมุนร่อนสะโพกอย่างเย้ายวนชวนให้มือหนาเข้ามาสัมผัส มือเรียวยกลูบช่วงท้องน้อยที่วูบวาบแล้วเงยหน้ามองเพดานห้องด้วยสายตาที่หวานฉ่ำ

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า อื้ออ อ๊าา!” เมอร์ลินครางเสียงสั่น นัยน์ตาเบิกกว้างพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอ เมื่อคนด้านล่างสวนกระแทกขึ้นมาในจังหวะที่เขากดสะโพกลงพอดี ความจุกแล่นแปล๊บขึ้นมาที่อก ริมฝีปากสั่นระริก แต่เมอร์ลินก็ไม่ได้หยุดขยับซ้ำยังเท้ามือทั้งสองข้างลงบนเตียงเพื่อพยุงกาย จากนั้นก็ควบขย่มไปตามที่ใจต้องการ

โจไซอาห์ได้แต่มองก้นขาวที่ขึ้นลงบนกายแกร่งด้วยสายตาพึงพอใจ มีบ้างที่เขาเข้าร่วมอย่างการขยำแก้มก้นเต็มสองมือแล้วฟาดฝ่ามือลงไปด้วยความมันเขี้ยวแต่ก็แลกมากับการโดนภรรยาด่า ด่าทั้งที่ยังครางมันเลยกลายเป็นการด่าที่เซ็กซี่ที่สุด? โจไซอาห์ยิ้มแล้วยันตัวลุกนั่งก่อนกดจูบลงบนแผ่นหลัง

หมับ!

มือหนารวบคว้าแขนเรียวทั้งสองข้างมาด้านหลัง เขาดึงรวบจนหน้าอกของเมอร์ลินแอ่นโค้งโชว์ยอดอกที่ชูชันจากนั้นสะโพกสอบก็เริ่มหยัดกระแทกเน้น ๆ ทีละครั้งแต่ครั้งนึงก็เล่นเมอร์ลินจุกจนครางไม่ออก

“คุณมัน อึก บ้าฉิบหายเลย! อื๊ออ!” พ่นคำหยาบออกไปเมื่อไม่พอใจที่ตนเองถูกแกล้งแต่เมอร์ลินก็ต้องโดนโจไซอาห์สวนกลับมาด้วยความจุกที่หนักหน่วงมากกว่าเดิม พลันสองแขนที่ถูกรวบก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระแต่เอวเขากลับถูกช่วงชิงด้วยแขนแข็งแรงแล้วทันทีที่สามีทิ้งตัวลงนอน สะโพกสอบก็ขยับกระแทกเสยถี่ยิบไม่เว้นช่องว่างให้ได้พักหายใจหายคอ

ตับ ๆ ๆ ๆ ๆ !

“อ๊ะ อ๊ะ ไอ้...! แฮ่ก อ๊า อ๊ะ มันจุกจะตายแล้ว! ฮื่ออ” การซอยสะโพกแสนถี่ยิบที่ตัวเมอร์ลินได้รับมันมาพร้อมกับเสียงอันหยาบโลนที่จักจี้หู ส่วนแข็งขืนขนาดพอดีตัวกำลังดีดเด้งไปตามจังหวะที่คนด้านล่างมอบให้ ส่วนหัวของมันเริ่มมีหยาดน้ำกามสีขุ่นไหลซึมออกมาแล้วดีดเป็นเส้นสายยามแกนกายโบกสะบัด เมอร์ลินจะเสร็จทั้งที่ยังไม่ได้สัมผัสแต่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรก ทว่ามันน่าอายจะตายที่เขาเสร็จจากด้านหลัง

“ฮื่ออ อ๊าา ผ ผม มันจะออกแล้ว...!” เมอร์ลินคว้าท่อนแขนที่รัดเอวเขาแล้วจิกแน่นก่อนร่างกายจะกระตุกยามถึงปลายทางของความสุขสม เมอร์ลินหลุบสายตาลงต่ำมอง

แกนกายของตนที่ยังสะบัดพร้อมกับที่มันปลดปล่อยน้ำกามออกมามากมายเช่นเดียวกับช่องทางที่ตอดรัดโจไซอาห์ เมอร์ลินหอบหนักแล้วผ่อนลมหายใจก่อนขมิบช่องทางรัดส่วนแข็งขืนให้แน่นที่สุดแล้วยกสะโพกควบขึ้นลงเล่นเอาโจไซอาห์เสียววาบไปทั้งแกนกาย

ปับ!

เขาเลยกระแทกสวนขึ้นพลันสองแขนโอบกระชับเอวภรรยาให้แน่นจากนั้นโจไซอาห์ก็ได้ซอยสะโพกเข้าใส่ในจังหวะที่ถี่ยิบยิ่งกว่าเคย เมอร์ลินนอนบิดเร้าอย่างเสียวซ่านบนกายแกร่ง ริมฝีปากส่งเสียงครางไม่หยุดพร้อมกับมือเรียวที่เปลี่ยนจากจิกแขนมาจิกคอสามีและในท้ายที่สุดของห้วงอารมณ์ เสียงครางทุ้มต่ำได้ดังขึ้นข้างหู ส่วนแข็งขืนกระแทกเข้ามาเป็นครั้งสุดท้ายแถมยังลึกกว่าที่คิดไว้

“ฮึ่มม อ่าห์...”

“อึก...” เมอร์ลินแตะหน้าท้องแล้วกดเบา ๆ ยามรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไหลเข้ามา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาให้โจไซอาห์ปล่อยข้างในแต่มันก็เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ในตอนแรก

โจไซอาห์ก็ลังเลเหมือนกันว่าควรจะปล่อยนอกหรือปล่อยในแต่ในเมื่อเมอร์ลินไม่ได้ห้ามปรามอะไร เขาจึงเลือกปล่อยมันเข้าไปข้างในตัวของเมอร์ลิน ทั้งคู่หอบหายใจแต่เพียงหนึ่งนาทีต่อมาก็เริ่มบทรักรอบต่อไปทันที

ห้องครัวถูกใช้งานอย่างขันแข็งแถมยังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารหลากหลายเมนู เอมี่และแม่ครัวคนอื่นลงมือทำอาหารสำหรับเจ้านายทั้งสองคนที่ใช้เวลาอยู่ในห้องนอน การทำอาหารจำนวนมากและยกขึ้นไปจัดโต๊ะที่ห้องนอนกลายเป็นหน้าที่สำคัญและแทบจะเป็นธรรมเนียมของคฤหาสน์หลังนี้ เมื่อไหร่ที่มือขวาคนสนิทอย่างไทกิประกาศว่าห้ามรบกวนนายท่านและคุณชายเมอร์ลินเป็นเวลาสามวัน เมื่อนั้นห้องครัวจะกลายเป็นสถานที่สำคัญที่ทำงานหนักกว่าใคร

“อย่าลืมของหวานด้วยนะคะ คุณชายเมอร์ลินชอบกินขนมหวานมากและตลอดสามวันนี้ห้ามขาดของหวานแม้แต่วันเดียวค่ะ” เอมี่ที่ดูแลและสนิทกับเมอร์ลินมากกว่าใครได้บอกกับเหล่าแม่ครัวทั้งชายและหญิง ผู้ชายที่เข้าครัวในสามวันนี้เป็นปาติซีเย่เสียส่วนมากและพวกเขาก็ต้องทำขนมหวานที่ดีที่สุดออกมาเพื่อแลกกับความพึงพอใจของเมอร์ลินบวกด้วยค่าตอบแทนหลายหลัก

“ว้าว เทศกาลสัตว์ป่าเริ่มแล้วหรือไง?” น้ำเสียงทะเล้นของบุตรชายคนที่สามอย่าง พอร์ช โรนัลเดล พี่ชายของโจไซอาห์ดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหยิบขนมในจานเข้าปาก “อืม อร่อยแฮะ” พอร์ชพยักหน้าอย่างพอใจแล้วเตรียมหยิบชิ้นที่สอง ทว่า

เพียะ...

“ขนมจานนี้เป็นของคุณชายเมอร์ลินค่ะคุณชายพอร์ช ห้ามแตะต้องเด็ดขาดแม้เป็นคุณชายก็ตาม” เอมี่ตีมือข้างนั้นเสียก่อนพร้อมกับพูดบอกอย่างไม่เกรงกลัว “แล้วก็เลิกพูดว่าเทศกาลสัตว์ป่าเสียทีค่ะ นายท่านกับคุณชายเมอร์ลินไม่ใช่สัตว์ป่านะคะ” เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่พอร์ชมักจะมองว่าการใช้เวลาอยู่ร่วมกันในห้องถึงสามวันนั้นไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่เข้าฤดูผสมพันธุ์

“เธอนี่น้า ภักดีกับน้องชายผมมากเกินไปแล้วแต่ก็ถูกใจผมเป็นบ้าเลย” และเหตุผลที่พอร์ชมาที่นี่ก็เพราะเขาอยากมาเจอเอมี่ หญิงสาวที่ขโมยหัวใจของเขาไปตั้งแต่แรกเห็น แต่ด้วยสถานะที่ต่างกันมาก เอมี่จึงไม่คิดจะคบค้าหรือแม้แต่เปิดใจให้เขาก็ไม่เลยสักนิด ส่วนอีกเหตุผลที่เลือกมาในวันนี้ก็เพราะน้องชายกำลังกกเมีย หากมาในวันที่โจไซอาห์อยู่ เขาคงโดนด่าที่มาวุ่นวายกับคนในความปกครองของตน

“ได้โปรดเลิกพูดอะไรที่ชวนให้เข้าใจผิดทีค่ะ”

“เสียใจนะเนี่ย” พูดยิ้ม ๆ แล้วหยิบขนมในจานเข้าปากก่อนหัวเราะแล้วรีบเดินออกจากครัวไป เอมี่ได้แต่ถอนหายใจก่อนขอให้ปาติซีเย่ทำเพิ่มแล้วเริ่มยกอาหารไปวางบนรถเข็น

หมับ...!

เมอร์ลินคว้าหัวเตียงพลางทิ้งหน้าผากลงบนหมอนใบโตขณะที่สะโพกยกสูงให้

โจไซอาห์โหมกระหน่ำพาส่วนแข็งขืนเข้าใส่ช่องทางที่ฉ่ำไปด้วยน้ำกามจากรอบก่อนหน้าอย่างดุดันและเน้นหนักจนเมอร์ลินสมองขาวโพลนไร้ซึ่งความคิดใด ๆ นอกจากความอยากที่ทะลุปรอทแตก โจไซอาห์มองแผ่นหลังที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วก้มจูบพลางเลียไปตามร่องกลางหลังแล้วค่อย ๆ กดสะโพกพาแกนกายเข้าไปในช่องทางให้ลึกอีกนิด

“พ พอก่อน แฮ่ก หยุดเข้ามาลึก ๆ สักที! อืออ~” แม้ตอนแรกจะชอบมากแต่หลัง ๆ ไม่อยากได้แล้ว มันเสียวท้องเกินไปแต่แน่นอนว่าคนอย่างโจไซอาห์ไม่ฟังใคร อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะเข้ามาลึกแค่ไหนก็เข้าหรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นคนประเภทที่แรก ๆ ตามใจเมียแต่หลัง ๆ ตามใจตัวเอง

“ฉันอยากเข้าไปในตัวนายให้มากกว่านี้... ไม่ได้หรือไง?” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแล้วกดริมฝีปากลงบนแก้มขาว ทั้งจูบ ทั้งเลีย ทั้งกัด จนแก้มเมอร์ลินใกล้จะช้ำอยู่แล้ว

“แต่คุณเข้ามาห้าปีแล้วนะ! ไม่เบื่อบ้างหรือไงเล่า” เมอร์ลินเงยหัวขึ้นจากหมอนแล้วหันหน้าถามคนด้านหลัง โจไซอาห์ยกยิ้มก่อนรวบแขนเรียวกดลงบนเตียงพร้อมสะโพกสอบที่หยุดขยับ

“ถ้างั้นนายก็พาตัวนายเข้ามาหาฉันแทนสิ” สิ้นเสียงของเขา เมอร์ลินก็ถอนหายใจก่อนทิ้งศีรษะลงบนหมอนตามเดิมพลันเริ่มขยับสะโพกเข้าออกด้วยตัวเอง เสียงครางแผ่วเบาดังคลอมาเล็กน้อยก่อนนัยน์ตาคู่คมจะเบิกกว้างกับภาพตรงหน้า เมอร์ลินที่ตะแคงเสี้ยวหน้าลงบนหมอนได้ขยับเข้ามากดจูบบนข้อมือของเขาแล้วไหนจะลิ้นสีสดที่แลบออกมาเลียตามข้อมือแผ่วเบาอย่างยั่วยวนนั่นอีก

กึด...

เมอร์ลินกัดข้อมือของสามีแล้วปรายตามองพลันกระตุกยิ้มที่มุมปาก โจไซอาห์ไม่ทนอีกต่อไป เขาเร่งเร้าสะโพกเข้าใส่จนคนใต้ร่างสั่นคลอนตามแรงกระแทก เสียงครางดังขึ้นอย่างน่าตกใจพร้อมด้วยบทรักที่เริ่มแผดเผาอุณภูมิห้องอีกครั้ง...

ก๊อก ๆ

“เอมี่เองค่ะ ขออนุญาตเข้าไปจัดโต๊ะอาหารนะคะนายท่าน คุณชายเมอร์ลิน”

“เข้ามา” โจไซอาห์อนุญาตแล้วเอนหลังพิงหัวเตียงขณะแขนข้างหนึ่งโอบตัวคนหลับไว้ก่อนมืออีกข้างจะคว้าผ้าห่มมาคลุมกายเขากับเมอร์ลิน เมอร์ลินเพิ่งหลับไปไม่กี่นาทีหลังจากพวกเขาสองคนสุขสมแต่ส่วนแข็งขืนยังคงอยู่ในช่องทาง เขาไม่ได้เอาออกแต่อย่างใด เมื่อประตูถูกเปิดออก โจไซอาห์เลื่อนมือขึ้นมาวางบนศีรษะของเมอร์ลินแล้วกดรั้งลงให้ซบกับไหล่เขามากขึ้น จริง ๆ แล้วเมื่อรู้ว่าจะมีคนอื่นเข้ามาในห้อง มือเขามันก็ขยับไปเองโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวว่านั่นคือปฏิกิริยาของการหวงแหน

ในเวลานี้ โจไซอาห์ไม่อยากให้ใครเห็นแม้แต่เส้นผมของเมอร์ลินเลยด้วยซ้ำ

เอมี่เข้ามาจัดโต๊ะอาหารพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่เริ่มผุดซึมตามใบหน้า ทำไมเจ้านายถึงจ้องเธอด้วยสายตาแบบนั้น? ทั้งที่เธอก็เข้ามาทำหน้าที่นี้ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบันแท้ ๆ แค่เข้ามาจัดโต๊ะอาหารให้นะ ไม่ได้เข้ามาแย่งคุณชายเมอร์ลินเสียหน่อย... เอมี่แอบตัดพ้อในใจก่อนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงของเจ้านายดังขึ้น

“ต่อไปไม่ต้องเข้ามา ไว้หน้าห้องนั่นล่ะฉันจะเอาเข้ามาเอง”

“รับทราบค่ะนายท่าน” เอมี่ค้อมศีรษะก่อนเดินออกไปแล้วปิดประตูอย่างเบามือที่สุด ประตูห้องในช่วงสามวันนี้จะไม่ถูกล็อกเพราะต้องให้เหล่าสาวใช้นำอาหารเข้ามาพร้อมกับจัดโต๊ะให้ ช่วงแรกนั้นโจไซอาห์ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะมองเมอร์ลินที่ไร้อาภรณ์ จนกระทั่งเมื่อครู่ที่ความรู้สึกเปลี่ยนไป มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาเริ่มหวงเมอร์ลิน... จริง ๆ งั้นเหรอ?

11:20 P.M.

เมอร์ลินตื่นขึ้นมาแล้วคิ้วกระตุกทันทีที่รู้ว่าโจไซอาห์ไม่ได้เอาสิ่งนั้นออกไปแถมเขายังหลับในอ้อมกอดของสามีอีก อยากจะด่านะแต่เขาหิวมากกว่าเลยยันมือกับอกกว้างเพื่อดันตัวออกแล้วถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าสามีของเขายังไม่หลับ มิหนำซ้ำยังจ้องหน้าเขาอยู่ก่อนแล้วด้วย

“อะไรครับ”

“หลับสบายไหม?” ถามเสียงประชดแต่แขนที่โอบเมอร์ลินก็ไม่ได้ขยับออกแต่อย่างใด

“ก็คิดเอาว่าสบายไหม แล้วทำไมไม่เอาออกครับ” เมอร์ลินเอ่ยถาม

“ฉันไม่อยากเอาออก นายจะทำไม?” เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย เมอร์ลินเห็นแบบนั้นเลยคว้าหมับเข้าที่หูของโจไซอาห์แล้วดึงอย่างแรงแต่เมอร์ลินก็ลืมไปว่าสามีของตนนั้นเจาะหูด้วยเช่นกัน ด้วยความที่ดึงอย่างแรงพาลทำให้กระชากเอาต่างหูออกมาด้วยและมันก็ทำให้หูของโจไซอาห์เลือดเล็กน้อย

“เมอร์ลิน!”

“ทำไมครับ?! เรียกทำไมล่ะ?!” เมอร์ลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทายบ้างก่อนเริ่มเห็นว่าที่มือของตนมีเลือดติด “เอ๊ะ นี่คุณเจาะหูด้วยเหรอ?” เอ่ยถามอย่างง ๆ ส่วนคนโดนถามถึงกับกุมขมับ เมอร์ลินดึงผ้าห่มขึ้นมาก่อนซับเลือดที่ใบหูให้

“ไม่ต้องสนใจ ปล่อยมัน” แต่เขาไม่ได้เจ็บอะไรเลยดันมือที่กำลังเช็ดเลือดออก

“อยู่เฉย ๆ เถอะครับ” มองดุ ๆ ไปทีแต่เอาจริง ไม่ได้ดูดุเลยสักนิด เมอร์ลินตั้งใจเช็ดเลือดให้สามีมากและยังมองหาต่างหูที่หลุดออกไปหวังจะเก็บมันมาคืน “ผมเกือบทำหูคุณขาด” พูดขึ้นอย่างไม่ปิดบังแล้วซับ ๆ หู แตะ ๆ ดูว่าเลือดหมดหรือยัง

“แล้วขาดไหม?”

“ไม่ แต่มันก็เป็นแผลยาวอยู่” เมอร์ลินปล่อยผ้าห่มออกจากมือก่อนมองหน้าสามีที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว “...ไม่ขอโทษนะครับเพราะคุณเริ่มก่อน” เบือนหน้าหนีแต่โจไซอาห์เห็นแก้มขาวที่ดูแดงขึ้นเล็กน้อยเขาก็พอจะรู้ว่าเมอร์ลินอยากขอโทษแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเพราะศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ก็เหมือนกับเขานั่นล่ะนะ

“ทุกทีก็ไม่เคยขอโทษฉันนะ?”

“เคย! แต่คุณไม่ได้ยินต่างหาก”

“ถ้านายขอโทษฉัน ป่านนี้โลกถล่มไปแล้ว”

“จะโอเวอร์เกินไปไหมครับคุณสามี?” แล้วสองคนก็เอาแต่เถียงกันไปเถียงกันมา กว่าจะได้กินอาหารที่เย็นชืดก็ปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว เมอร์ลินจะกินเยอะทุกครั้งเวลาที่ได้ใช้พลังงานไปกับเซ็กซ์ กินขนมหวานตบท้ายไปพร้อม ส่วนโจไซอาห์กินแค่ไม่กี่อย่างและไม่แตะขนมหวานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

“กินสักคำสิครับ” แล้วก็เหมือนทุกครั้งที่เมอร์ลินชอบเอาขนมหวานมาให้เขากิน

“...กินไป”

“ผมอยากเห็นคุณกินของหวาน เร็วสิครับ” แต่มีเหรอที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ

“เมอร์ลิน”

“ครับคุณโจซ?” เจ้าของชื่อถึงกับปลงกับชีวิตแล้วลุกจากเตียงเตรียมไปเข้าห้องน้ำแต่เมอร์ลินคว้ามือไว้ได้ทัน “ถ้างั้นกินจากปากผมเป็นไง?” คาบขนมไว้ในปาก มองหน้าสามีอย่างมีหวัง โจไซอาห์ก้มลงมาแล้วใช้ลิ้นดันขนมชิ้นนั้นเข้าไปในปากก่อนสอดลิ้นตามเข้าไปทวงขนมคืน เมอร์ลินเลียปากที่เลอะครีมแล้วมองคนตรงหน้าที่เคี้ยวขนม แม้สีหน้าจะดูบิดเบี้ยวไปบ้างแต่ก็ยอมกินจนหมด

“พอใจแล้วใช่ไหม?”

“ยังครับ ปากคุณเปื้อนน่ะ” เมอร์ลินลุกยืนบนเตียงเลยทำให้สูงกว่า สองมือประคองใบหน้าของโจไซอาห์แล้วจับให้เงยขึ้นพลางก้มลงมาเลียครีมที่เลอะปากให้ โจไซอาห์รวบตัวเมอร์ลินแล้วอุ้มพาเข้าห้องน้ำไปทั้ง ๆ อย่างนั้น เพียงไม่นานเสียงครวญครางก็ดังรอดออกมาจากห้องน้ำที่ไม่ได้ปิดประตู บทรักรอบใหม่ได้เริ่มขึ้นพร้อมกับสถานที่เดิมแต่ความรู้สึกนั้นของใหม่ ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร แต่สามีภรรยาคู่นี้รู้เพียงแค่ว่า ช่วงเวลานี้พวกเขามีความสุขสุด ๆ เลย
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0274

    ฝ่ามือเรียวที่เหี่ยวย่นตามวัยวางกรอบรูปกรอบใหม่ลงบนโต๊ะที่อัดแน่นด้วยกรอบรูปมากมาย เศษกระดาษที่ถูกตัดถูกขยำรวบใส่ถังขยะ ก่อนจะยกถังขยะนั้นกลับไปไว้ที่ของมัน มารีแอนน์มองภาพเหล่านั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันหลังให้เมื่อมีเสียงเรียก ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมแสงสว่างของช่วงสายสาดส่องเข้ามาด้านในกรอบรูปที่ติ

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0273

    “พี่เมอร์ลิน เอ่อ ยินดีด้วยนะครับกับการแต่งงาน” อูรีเอลเอ่ยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เออ ขอบใจ” และเมอร์ลินก็ขอบใจห้วน ๆ เพราะยังไม่ชอบหน้าอูรีเอลเหมือนเคย“ผมรู้ว่านายเกลียดผม แต่ช่วยรับของขวัญชิ้นนี้ได้หรือเปล่า?” อิการาชิพูดขึ้นมาก่อนวางกล่องบางอย่างที่มีขนาดเท่าฝ่ามือลง เมอร์ลินไม่ได้แสดงท่าทางรังเกีย

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0272

    เมื่อได้เวลาอันสมควร เรเธเซียก็ถูกเมอร์ลินอุ้มพามาที่กลางสนาม จากซุ้มแต่งงานกลายเป็นโต๊ะที่มีเค้กช็อกโกแลตและลูกสตอเบอร์รี่วางเรียงเป็นชั้น ๆ บนเค้กมีเทียนเลขสามปักอยู่พร้อมตัวอักษร HBD.SIASIA เขียนอยู่ ผู้คนมากมายที่รายล้อมล้วนเป็นคนที่รักหนูน้อยเรเธเซียคนนี้ แต่เสียใจด้วยที่ในสายตาของเรเธเซียมีแต่

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0271

    “แต่เรเธเซียคงยังไม่รู้สินะว่าตัวเองจะเป็นพี่สาวแล้ว” พอพูดแล้วก็หันมองเจ้าหญิงน้อยที่สนใจแต่เล่นกับคุณลุงมาเวอริค เมอร์ลินยิ้มบางก่อนสายตาจะสะดุดกับใบหน้าที่ดูซีดเล็กน้อยของอิการาชิ ตามจริงไม่จำเป็นต้องใส่ใจ แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครมาตายในที่ของเขา เมอร์ลินจึงขอตัวแล้วเดินเข้ามาหาพี่ชาย“จะตายเหรอ? ถ้

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0270

    ‘ถ้าเซียเซียเห็นดาดี๊กับมามี๊จุ๊บ ๆ กัน เซียเซียต้องปิดตาแบบนี้นะคะ’ทั้งบอกและทำให้ดูเป็นตัวอย่าง การอบรมของคุณอาฝาแฝดก็เลยประสบความสำเร็จ ยกเว้นโอนิกซ์ที่ยืนจ้องตาแป๋ว ซึ่งแน่นอนว่ารามิเอลกับอิดอนได้แต่กำหมัดอยากซัดหน้าโจไซอาห์เหลือเกินช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขรองลงมาจากตอนเห็นหน้าลู

  • What is a divorce? [Mpreg]   บทที่ 0269

    โจไซอาห์ทำให้พี่ชายอย่างมาเวอริครู้สึกอุ่นใจที่จะฝากน้องชาย แม้ความเป็นจริงเขาจะไม่มีสิทธิ์เข้ายุ่งเพราะทั้งคู่เคยแต่งงานกันแล้ว แต่พอได้รับหน้าที่พี่ชายจากเมอร์ลิน ความหวงน้องมันก็ทำงานเกินหน้าตาทันที“พ่อได้ยินและได้รับรู้ถึงความรักที่ลูกมีต่อภรรยา ขอให้พระเจ้าทรงมอบพรแด่ลูก” บาทหลวงกล่าวขึ้นพร้อม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status