ログインเธอมาแบล็กเมลคนอีกแล้วหรือไง ชื่อหนูดี แต่นิสัยไม่ดีเหมือนชื่อเลยนะ...
もっと見る1
視界が、ぐらりと揺れた。
何かが砕ける音。誰かの叫び声。
身体が宙を舞い、叩きつけられた。
途端に身体を引き裂かれるような痛みが全身を走る。
耳鳴りが酷くて、周りの音が何も聞き取れない。
空気が薄くなったかのように、息が苦しく呼吸ができない。
頭がズキズキと割れるような痛み。
一体何が起きたのか分からない。その時、自分のスマホが転がっているのが目に留まった。
「う……」
朦朧とする意識の中で沙月は夫――天野司の電話番号を振るえる指先でタップした。
トゥルルルル……
耳元で聞こえる呼び出し音が続く。
(お……願い……出て……)
しかし……。
プツッ!
通話が切れた……いや、切られてしまった。
「フ……」
沙月は小さく笑った。
馬鹿な話だ。彼は一度だって、沙月の電話に出たことは無い。いつも無情に切られてしまうのは分かり切っていたはずなのに。
急激に自分の意識が遠くなっていく。
(ひょっとして……これが死ぬということなのかも……)
もしこのまま死んだら、自分の遺体を引き取ってくれる人は、いるのだろうか?
誰か、泣いてくれるだろうか?
それとも身元不明の遺体として荼毘に付されてしまうのだろうか……?
そんなことを考えながら、沙月の意識は闇に沈んでいった――
****
沙月が次に目覚めた場所はベッドの上だった。
辺りには消毒液の匂いが漂い、廊下は騒がしく看護師の声が聞こえてきた。
「交通事故です。数十人の負傷者が出ています」
看護師の声が飛び交い、ストレッチャーが廊下を走る音が聞こえている。
「また……病院……?」
天井の白さが眩しく思わず目を細めたとき、看護師が現れて急ぎ足でベッドに近づいてきた。
「天野さん? 目が覚めたのですね? 良かった……あなたは交通事故に遭って病院に運ばれてきました。事故のことは覚えていらっしゃいますか?」
「……はい」
沙月の脳裏に事故に遭った瞬間の出来事が蘇る。
「天野さんは事故で脳震盪を起したので経過観察が必要です。原則としてご家族の付き添いをお願いしているのですが、連絡の取れるご親族はいらっしゃいますか?」
沙月はうつむき、口元に乾いた笑みが浮かぶ。その笑みは苦笑なのか哀しみなのか、自分でも分からなかった。
家族?
自分を政略結婚の駒として扱い、物みたいに天野家に差し出した実家のこと?
それとも結婚をただの契約としか見ず、ずっと自分から距離を置き続けた夫のこと?
スマホを握りしめたまま、迷っていたその時――
「聞いた? 13号室の患者さん、朝霧澪さんらしいよ!」
(朝霧……澪?)
その名前に沙月は反応した。
視線を動かすと、2人の看護師が沙月の部屋の前で立ち話をしている。
「え? 朝霧澪? 最近ネットで話題のニュースキャスターでしょ? どうして入院してるの?」
「多重事故で、腕を怪我したのよ。大した怪我でもないのだけど、顔で食べてる人だから、やっぱり普通の人よりデリケートね。それに若い男性もいたのよ! 以前財経雑誌で見た天野グループの超イケメン御曹司にそっくりだったの! 絶対あの雰囲気だと恋人同士に違いないわよ」
興奮しているのか、看護師の声が大きくなる。
「その話、本当なの? だって噂じゃ、数年前に極秘結婚したって騒がれていたじゃない。……もしかして朝霧さんが相手だったの?」
(結婚相手……)
沙月の心臓の鼓動がドクドクと早まる。
その時。
「あなたたち! こんなところで患者さんの噂話をしているんじゃないの! 早く持ち場に戻りなさい!」
突如、2人を叱責する声が聞こえた。
「は、はい!」
「すみません! 師長!」
慌てた様子で謝罪し、足音が遠ざかっていった。
「朝霧……澪」
天井を見つめていた沙月はポツリと呟いた――
“หนูดี...แต่งงานกับพี่นะ”คำพูดนี้สามารถใช้อธิบายถึงเหตุผลที่ที่เขากลับบ้านมาก่อนเวลาและท่าทางที่ดูสนิทสนมกับอดีตภรรยาจนเกินไปได้ คนที่เพิ่งถูกเซอร์ไพรส์เข้าใจขึ้นมาในทันทีคนเราถ้าจะสุขที่สุดก็ต้องรู้สึกทุกข์ที่สุดก่อน“คนบ้า...”คนตัวเล็กนั้นร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตันใจจนสองแม่ลูกที่อยู่เป็นพยานในที่แห่งนี้เองก็ซึ้งไปด้วย และถึงแม้ว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นของหนูดีจะถูกบดบังด้วยม่านของน้ำตามากเพียงใดแต่ก็ยังมองเห็นคนที่ตนรักที่สุดได้ชัดปัณณทัตในตอนนี้เองก็มีน้ำตาคลออยู่ในเบ้าเช่นเดียวกัน คนที่ถูกแกล้งเช่นกษิดิศจึงคิดที่จะเอาคืนโดยการไม่ตอบตกลง ทว่าใจกับปากกลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกมันกลับโพล่งออกมาอย่างตามใจตัวเองว่า“แต่งครับ ผมยินดี ฮึก...”เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการร่างสูงจึงลุกขึ้นมาสวมแหวนให้ว่าที่คู่ชีวิตก่อนจะโน้มตัวลงไปมอบจุมพิตอันแสนหวานให้ ธานิดากับปณิตาพากันปรบมือให้กับความรักที่สมหวังนี้เพราะพวกเธอรู้ดีว่ากว่าปัณณทัตจะหาคนที่ใช่เจอกันไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มนั้นคบคนมามากมาย และกับอดีตภรรยาเองเธอก็รู้สึกดีใจแทนเขายิ่งนักเพราะเวลาผ่านมาเกือบยี่สิบปี ในที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกับคนท
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่ผู้จัดการร้านนั้นก็ยังไม่ได้เอาแหวนมาส่ง หนูดีถามถึงวันทุกวันจนกระทั่งวันหนึ่งคนที่มาเยือนที่บ้านกลับไม่ใช่ผู้จัดการร้านที่ต้องเอาแหวนมาให้ตอนนี้ปณิตาปิดเทอมเรียบร้อยแล้วแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่เด็กสาวนั้นก็จะไปอยู่กับแม่ที่ต่างประเทศอยู่ดี ดังนั้นคนที่กษิดิศคิดว่ามีความสำคัญในใจของปัณณทัตไม่น้อยกว่าลูกสาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเมื่อรถแท็กซี่ได้จอดตรงที่หน้าบ้าน หญิงสาวที่มีรูปร่างปราดเปรียวคนหนึ่งก็เดินลงมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็ก เธอนั้นแต่งตัวค่อนข้างที่จะแฟชั่นทำให้หนูดีนึกถึงคำที่ว่าอาชีพของมารดาน้องปริมนั้นเป็นแฟชั่นสไตล์ลิสให้กับนิตยสารที่อังกฤษ“คุณแม่!”สาวน้อยนั้นเมื่อเห็นบุคคลอันเป็นที่รักก็ได้รีบวิ่งมาหาธานิดาในทันที คนที่ไม่ได้เจอกับลูกมานานก็ได้รีบอ้าแขนออกให้กว้างเพื่อรอรับอ้อมกอดอันอบอุ่น“น้องปริม คิดถึงจังเลยค่ะมาให้แม่กอดหน่อย”สองแม่ลูกแสดงความรักกันเสร็จ ปณิตาจึงได้แนะให้มารดานั้นรู้จักคนรักของพ่ออย่างกษิดิศในทันที เขานั้นมองผู้ที่มาใหม่ตรงหน้าเช่นเดียวกันกับที่เธอมองมา หากจะให้อธิบายความรู้สึกได้พบได้แล้วก็หนูดีต้องขอบอกว่าคนคนนี้ดูน่าเกรงข
ระยะนี้ทุกคนเข้ากันได้เป็นอย่างดีทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข หนูดีเองที่มหาวิทยาลัยก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน งานคราวที่แล้วที่เขาได้ออกไปพรีเซนต์คะแนนก็อยู่ในกลุ่มท็อป ความรักเองก็ราบรื่นความเป็นผู้ใหญ่ของปัณณทัตนั้นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก“มีความสุขไหมจ๊ะเพื่อนรัก”เบสท์ถามออกมาพวกเขานั้นแม้จะชอบเป็นเกย์เหมือนกัน แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็ต่างกันมากเพราะคนที่ถามนั้นตอนนี้แค่มองภายนอกก็คล้ายกับผู้หญิงแล้ว“มีความสุข...”หนูดีไม่ปฏิเสธความจริงข้อนี้ จึงทำให้ผู้ที่ได้ฟังอีกคนอย่างพิ้งค์ต้องเบะปากมองบนก่อนจะกล่าวออกมาว่า“วาสนาของคนเรานี่มันไม่เท่ากันจริง ๆ เอาเถอะแก ฉันปลงแล้วโสดไปจนตายก็ไม่แย่หรอกนะ”คราวนี้ไม้เบื่อไม้เมาของเธอกลับเห็นด้วย บนโลกนี้นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องมีคู่อีกต่อไปเพราะอาหารก็สามารถหาเองได้ ป่วยก็สามารถเรียกรถพยาบาลได้ แล้วถ้าแก่ไปก็ยังสามารถอยู่บ้านพักคนชราได้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้วเราต้องการเพื่อชีวิตคนอื่นไปทำไม“ใช่แล้วแหละตอนนี้ฉันยังมีแรงฉันก็จะตั้งใจเรียนแล้วก็หาเงินเยอะ ๆ ไปอัพหน้าอัพนมผ่ากีกี้ หลังจากนั้นก
“อันนี้ดีไหม เป็นกลิ่นที่หนูดีใช้ประจำหรือเปล่า”ปัณณทัตถามในขณะที่หยิบน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ราคาแพงที่สุดขึ้นมา แต่ก่อนเขาก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะต้องใช้กลิ่นไหน แต่เพราะการเข้ามาของคนที่ตนจับมือเอาไว้อยู่นี้ทำให้เขาหันมาชอบกลิ่นของเสื้อผ้าที่ซักใหม่ ๆ มากขึ้น“ไม่ใช่ครับอีกยี่ห้อนึง”หนูดีชี้ไปที่ชั้นบนสุด ทันใดนั้นในสมองของคนที่ตัวโตกว่าก็ปรากฏภาพภาพหนึ่ง เขาอยากจะรู้ว่าหากตนทำตามสิ่งที่เห็นนั้นปฏิกิริยาของคนข้างหน้านี้จะเป็นยังไง กษิดิศที่ไม่ล่วงรู้เลยว่าคนรักของตนจะทำสิ่งใดก็หยิบน้ำยาปรับผ้านุ่มลงมาได้สำเร็จ“เรียบร้อยแล้วต่อไปเราไปซื้อของสดกันเถอะ”คนที่ไม่ได้ทำการตามที่วาดฝันเอาไว้เงียบไป เรื่องนี้เขาจะไม่บอกใครเด็ดขาด ใครมันจะทำมือไปหยิบเอาของบนชั้นบนไม่ได้กันแค่สูง 165 ซม. ก็น่าจะหยิบได้แล้ว“พี่ชอบกินอาหารไทยที่หนูดีทำนะ ครั้งก่อนที่เข้าตู้เย็นค้างคืนมาแล้วเอาไปอุ่นด้วยไมโครเวฟยังอร่อยเลยอ่ะ”ชายหนุ่มนั้นพูดตามจริง เขาชอบรสชาติจัดจ้านเช่นนี้เป็นอย่างมากเลยต้องการที่จะชิมมันอีกรอบ คนที่ได้ยินคำชมก็คิดเมนูขึ้นมาในหัวทันทีคนตัวเล็กนั้นเดินไปหยิบเอาวัตถุดิบที่ต้องการอย่างรวดเร็วปล่อยใ
คำถามคาดคั้นนี้ส่งผลให้กษิดิศเลิกคิดที่จะอธิบายเพิ่มเติมเขาจึงปิดประตูของคำถามนี้ไปด้วยความเงียบ“ไม่มีคุยอะไรทั้งนั้นแหละ พวกแกคิดมากไปแล้ว”แต่ในที่สุดหมัดเด็ดของเพื่อนก็ถูกปล่อยออกมา เมื่อถูกถามข้อต่าง ๆ คำตอบของคำถามนั้นก็มีเพียงแค่ความเงียบ“แกชอบเขา”“...”“จบกัน ฉันรู้แล้วว่าปัญหาของพวกเราคื
“คุณปัณณ์ไปพักเถอะครับ”คราวนี้เป็นคนพ่อที่ต้องแสดงความสามารถออกมาชายหนุ่มมายืนข้าง ๆ ของเขาเพื่อล้างจานด้วยกัน“ไม่ได้ ฉันต้องทำตามกฎ”หนูดีที่เห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนว่าตั้งใจที่จะล้างจานจริง ๆ เลยไม่พูดอะไรต่อ คนตัวเล็กนั้นจึงทำงานไปเงียบ ๆ ในขณะนี้เองคนที่ตัวโตกว่าจึงได้มองมาที่ศีรษะของกษิดิศ ระย
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมน่ะเรียนคณะอักษรศาสตร์ครับ เอกภาษาฝรั่งเศส ส่วนฝีมือการทำอาหารนี่พัฒนามาจากการที่ผมเป็นคนกินยาก เลยต้องหารสที่ชอบครับ ฝึกไปฝึกมาก็เลยพอจะทำให้คนอื่นทานได้บ้าง”กษิดิศที่เพิ่งเคยได้รับคำชมที่แสนจะโอเวอร์จากปัณณทัตรีบอธิบายข้อเท็จจริงพร้อมกับเหล่าถึงสาเหตุที่ตนกลายมาเป็นคนที่รถมือดี
เช้าวันใหม่มาถึงแล้วกษิดิศที่ได้นอนหกชั่วโมงเต็มอิ่มจึงตื่นมาด้วยความสดชื่นเวลานี้เป็นเวลาที่ตนตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้อยู่แล้วร่างกายเลยตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ“เอ๋... แผ่นแปะลดไข้มาอยู่ที่หัวเราได้ไง”หนูดีที่สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ติดกับหน้าผากของตนอยู่จึงคิดถึงความเป็นไปได้ นี่น่าจะเป็นปัณณทัตเอามาติดให