로그인เธอมาแบล็กเมลคนอีกแล้วหรือไง ชื่อหนูดี แต่นิสัยไม่ดีเหมือนชื่อเลยนะ...
더 보기TRIGGER WARNING! This series contains a lot of controversial subjects that may trigger or upset some readers. This is the clear warning that this book will cover many situations such as: Kidnap, Stockholm Syndrome, R*pe/ Sexual abuse, Death, Miscarriage, Abortion, Extreme Sexual content (both mentioned and described in detail) Cheating/ Affairs, LGBTQ relationships and a relationship between family HOWEVER it's not technically incest as they are NOT blood-related.
If any of these subjects upset, trigger, distress or anger you then take this as a warning NOT TO CONTINUE READING.
Also, this is a rewrite/combined book of a series I have posted on Dre*me. For those of you who have followed my work for a while, you might know the original book series, The Forced Series which follow Rose, Kane, Alexander and Raven Tavish. This is a rewrite and it will be different. I will be making a lot of changes and the biggest being this WON’T be four books. I have taken those four books and combined them into one long book here. So, please no comments about how this is stolen work or similar to another authors series. This is my original work and I am the original author.
For those of you that followed this series or interested to read this new edition, enjoy!
Chapter one coming soon!
“หนูดี...แต่งงานกับพี่นะ”คำพูดนี้สามารถใช้อธิบายถึงเหตุผลที่ที่เขากลับบ้านมาก่อนเวลาและท่าทางที่ดูสนิทสนมกับอดีตภรรยาจนเกินไปได้ คนที่เพิ่งถูกเซอร์ไพรส์เข้าใจขึ้นมาในทันทีคนเราถ้าจะสุขที่สุดก็ต้องรู้สึกทุกข์ที่สุดก่อน“คนบ้า...”คนตัวเล็กนั้นร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตันใจจนสองแม่ลูกที่อยู่เป็นพยานในที่แห่งนี้เองก็ซึ้งไปด้วย และถึงแม้ว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นของหนูดีจะถูกบดบังด้วยม่านของน้ำตามากเพียงใดแต่ก็ยังมองเห็นคนที่ตนรักที่สุดได้ชัดปัณณทัตในตอนนี้เองก็มีน้ำตาคลออยู่ในเบ้าเช่นเดียวกัน คนที่ถูกแกล้งเช่นกษิดิศจึงคิดที่จะเอาคืนโดยการไม่ตอบตกลง ทว่าใจกับปากกลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกมันกลับโพล่งออกมาอย่างตามใจตัวเองว่า“แต่งครับ ผมยินดี ฮึก...”เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการร่างสูงจึงลุกขึ้นมาสวมแหวนให้ว่าที่คู่ชีวิตก่อนจะโน้มตัวลงไปมอบจุมพิตอันแสนหวานให้ ธานิดากับปณิตาพากันปรบมือให้กับความรักที่สมหวังนี้เพราะพวกเธอรู้ดีว่ากว่าปัณณทัตจะหาคนที่ใช่เจอกันไม่ใช่เรื่องง่าย ชายหนุ่มนั้นคบคนมามากมาย และกับอดีตภรรยาเองเธอก็รู้สึกดีใจแทนเขายิ่งนักเพราะเวลาผ่านมาเกือบยี่สิบปี ในที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกับคนท
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่ผู้จัดการร้านนั้นก็ยังไม่ได้เอาแหวนมาส่ง หนูดีถามถึงวันทุกวันจนกระทั่งวันหนึ่งคนที่มาเยือนที่บ้านกลับไม่ใช่ผู้จัดการร้านที่ต้องเอาแหวนมาให้ตอนนี้ปณิตาปิดเทอมเรียบร้อยแล้วแม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่เด็กสาวนั้นก็จะไปอยู่กับแม่ที่ต่างประเทศอยู่ดี ดังนั้นคนที่กษิดิศคิดว่ามีความสำคัญในใจของปัณณทัตไม่น้อยกว่าลูกสาวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นเมื่อรถแท็กซี่ได้จอดตรงที่หน้าบ้าน หญิงสาวที่มีรูปร่างปราดเปรียวคนหนึ่งก็เดินลงมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็ก เธอนั้นแต่งตัวค่อนข้างที่จะแฟชั่นทำให้หนูดีนึกถึงคำที่ว่าอาชีพของมารดาน้องปริมนั้นเป็นแฟชั่นสไตล์ลิสให้กับนิตยสารที่อังกฤษ“คุณแม่!”สาวน้อยนั้นเมื่อเห็นบุคคลอันเป็นที่รักก็ได้รีบวิ่งมาหาธานิดาในทันที คนที่ไม่ได้เจอกับลูกมานานก็ได้รีบอ้าแขนออกให้กว้างเพื่อรอรับอ้อมกอดอันอบอุ่น“น้องปริม คิดถึงจังเลยค่ะมาให้แม่กอดหน่อย”สองแม่ลูกแสดงความรักกันเสร็จ ปณิตาจึงได้แนะให้มารดานั้นรู้จักคนรักของพ่ออย่างกษิดิศในทันที เขานั้นมองผู้ที่มาใหม่ตรงหน้าเช่นเดียวกันกับที่เธอมองมา หากจะให้อธิบายความรู้สึกได้พบได้แล้วก็หนูดีต้องขอบอกว่าคนคนนี้ดูน่าเกรงข
ระยะนี้ทุกคนเข้ากันได้เป็นอย่างดีทำให้บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข หนูดีเองที่มหาวิทยาลัยก็ทำได้ดีเช่นเดียวกัน งานคราวที่แล้วที่เขาได้ออกไปพรีเซนต์คะแนนก็อยู่ในกลุ่มท็อป ความรักเองก็ราบรื่นความเป็นผู้ใหญ่ของปัณณทัตนั้นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก“มีความสุขไหมจ๊ะเพื่อนรัก”เบสท์ถามออกมาพวกเขานั้นแม้จะชอบเป็นเกย์เหมือนกัน แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็ต่างกันมากเพราะคนที่ถามนั้นตอนนี้แค่มองภายนอกก็คล้ายกับผู้หญิงแล้ว“มีความสุข...”หนูดีไม่ปฏิเสธความจริงข้อนี้ จึงทำให้ผู้ที่ได้ฟังอีกคนอย่างพิ้งค์ต้องเบะปากมองบนก่อนจะกล่าวออกมาว่า“วาสนาของคนเรานี่มันไม่เท่ากันจริง ๆ เอาเถอะแก ฉันปลงแล้วโสดไปจนตายก็ไม่แย่หรอกนะ”คราวนี้ไม้เบื่อไม้เมาของเธอกลับเห็นด้วย บนโลกนี้นั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องมีคู่อีกต่อไปเพราะอาหารก็สามารถหาเองได้ ป่วยก็สามารถเรียกรถพยาบาลได้ แล้วถ้าแก่ไปก็ยังสามารถอยู่บ้านพักคนชราได้ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้วเราต้องการเพื่อชีวิตคนอื่นไปทำไม“ใช่แล้วแหละตอนนี้ฉันยังมีแรงฉันก็จะตั้งใจเรียนแล้วก็หาเงินเยอะ ๆ ไปอัพหน้าอัพนมผ่ากีกี้ หลังจากนั้นก
“อันนี้ดีไหม เป็นกลิ่นที่หนูดีใช้ประจำหรือเปล่า”ปัณณทัตถามในขณะที่หยิบน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ราคาแพงที่สุดขึ้นมา แต่ก่อนเขาก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าจะต้องใช้กลิ่นไหน แต่เพราะการเข้ามาของคนที่ตนจับมือเอาไว้อยู่นี้ทำให้เขาหันมาชอบกลิ่นของเสื้อผ้าที่ซักใหม่ ๆ มากขึ้น“ไม่ใช่ครับอีกยี่ห้อนึง”หนูดีชี้ไปที่ชั้นบนสุด ทันใดนั้นในสมองของคนที่ตัวโตกว่าก็ปรากฏภาพภาพหนึ่ง เขาอยากจะรู้ว่าหากตนทำตามสิ่งที่เห็นนั้นปฏิกิริยาของคนข้างหน้านี้จะเป็นยังไง กษิดิศที่ไม่ล่วงรู้เลยว่าคนรักของตนจะทำสิ่งใดก็หยิบน้ำยาปรับผ้านุ่มลงมาได้สำเร็จ“เรียบร้อยแล้วต่อไปเราไปซื้อของสดกันเถอะ”คนที่ไม่ได้ทำการตามที่วาดฝันเอาไว้เงียบไป เรื่องนี้เขาจะไม่บอกใครเด็ดขาด ใครมันจะทำมือไปหยิบเอาของบนชั้นบนไม่ได้กันแค่สูง 165 ซม. ก็น่าจะหยิบได้แล้ว“พี่ชอบกินอาหารไทยที่หนูดีทำนะ ครั้งก่อนที่เข้าตู้เย็นค้างคืนมาแล้วเอาไปอุ่นด้วยไมโครเวฟยังอร่อยเลยอ่ะ”ชายหนุ่มนั้นพูดตามจริง เขาชอบรสชาติจัดจ้านเช่นนี้เป็นอย่างมากเลยต้องการที่จะชิมมันอีกรอบ คนที่ได้ยินคำชมก็คิดเมนูขึ้นมาในหัวทันทีคนตัวเล็กนั้นเดินไปหยิบเอาวัตถุดิบที่ต้องการอย่างรวดเร็วปล่อยใ
คำถามคาดคั้นนี้ส่งผลให้กษิดิศเลิกคิดที่จะอธิบายเพิ่มเติมเขาจึงปิดประตูของคำถามนี้ไปด้วยความเงียบ“ไม่มีคุยอะไรทั้งนั้นแหละ พวกแกคิดมากไปแล้ว”แต่ในที่สุดหมัดเด็ดของเพื่อนก็ถูกปล่อยออกมา เมื่อถูกถามข้อต่าง ๆ คำตอบของคำถามนั้นก็มีเพียงแค่ความเงียบ“แกชอบเขา”“...”“จบกัน ฉันรู้แล้วว่าปัญหาของพวกเราคื
“คุณปัณณ์ไปพักเถอะครับ”คราวนี้เป็นคนพ่อที่ต้องแสดงความสามารถออกมาชายหนุ่มมายืนข้าง ๆ ของเขาเพื่อล้างจานด้วยกัน“ไม่ได้ ฉันต้องทำตามกฎ”หนูดีที่เห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนว่าตั้งใจที่จะล้างจานจริง ๆ เลยไม่พูดอะไรต่อ คนตัวเล็กนั้นจึงทำงานไปเงียบ ๆ ในขณะนี้เองคนที่ตัวโตกว่าจึงได้มองมาที่ศีรษะของกษิดิศ ระย
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมน่ะเรียนคณะอักษรศาสตร์ครับ เอกภาษาฝรั่งเศส ส่วนฝีมือการทำอาหารนี่พัฒนามาจากการที่ผมเป็นคนกินยาก เลยต้องหารสที่ชอบครับ ฝึกไปฝึกมาก็เลยพอจะทำให้คนอื่นทานได้บ้าง”กษิดิศที่เพิ่งเคยได้รับคำชมที่แสนจะโอเวอร์จากปัณณทัตรีบอธิบายข้อเท็จจริงพร้อมกับเหล่าถึงสาเหตุที่ตนกลายมาเป็นคนที่รถมือดี
เช้าวันใหม่มาถึงแล้วกษิดิศที่ได้นอนหกชั่วโมงเต็มอิ่มจึงตื่นมาด้วยความสดชื่นเวลานี้เป็นเวลาที่ตนตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้อยู่แล้วร่างกายเลยตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ“เอ๋... แผ่นแปะลดไข้มาอยู่ที่หัวเราได้ไง”หนูดีที่สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ติดกับหน้าผากของตนอยู่จึงคิดถึงความเป็นไปได้ นี่น่าจะเป็นปัณณทัตเอามาติดให