LOGINเมื่อดาราตกอับถูกผู้จัดการส่วนตัวหลอกขายมาเป็นเมียเจ้าพ่อคาสิโน เขาจะเอาตัวรอดออกมาจากเกาะส่วนตัวของเจ้าพ่อ ที่มีการ์ดคุมเข้มไ้ด้ยังไง "ในเมื่อผมจะหาเงินมาคืนให้คุณ ทำไมคุณถึงจะไม่เอา” “ก็ผมไม่ได้อยากได้เงินคืน ถ้าผมอยากได้เงิน ผมจะซื้อคุณมาทำไม?” “แล้วคุณจะซื้อผมมาทำไมล่ะ?” รพีขึ้นเสียงอย่างไม่พอใจ ที่เขาไม่ยอมรับข้อเสนอ “...มาเป็นเมีย”
View Moreร่างสูงเพรียว ในชุดยีนทั้งเสื้อและกางเกง นั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านในสนามบิน ใบหน้าเรียบนิ่งที่อยู่ภายใต้แว่นตาสีดำ มองเวลาในโทรศัพท์มือถืออยู่หลายครั้ง รพี ดาราหนุ่มมานั่งรอผู้จัดการส่วนตัวที่สนามบินเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ผู้จัดการส่วนตัวที่นัดกันว่าจะต้องไปงานโชว์ตัวที่ตราด ก็ไร้วี่แววที่จะปรากฏ เขาโทรหาเพียงเพ็ญผู้จัดการส่วนตัว หรืออีกฐานะหนึ่งก็คือป้าแท้ ๆ ของเขาอยู่หลายครั้ง แต่คนเป็นป้าก็ติดต่อไม่ได้ ซึ่งอีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเวลาที่ต้องขึ้นเครื่องแล้วด้วย
“ถึงไหนแล้วครับป้า?” รพีส่งข้อความไปหาเพียงเพ็ญอีกครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นผลสำเร็จเพราะอีกฝ่ายอ่านข้อความของเขา
“พี ป้าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย น่าจะไปสนามบินไม่ทัน พีไปที่ตราดก่อนได้เลยนะ ถ้าป้าเคลียร์ตรงนี้เรียบร้อยแล้วจะรีบบินตามไป” คำตอบของป้าเพียงเพ็ญ ทำเอาคิ้วน้อย ๆ ขมวดเข้าหากันงุ่น
แล้วเขาจะไปยังไง? รพีไม่รู้จักสถานที่จัดงานที่นั่นเลยด้วยซ้ำ เพราะป้าเพียงเพ็ญเป็นคนจัดการทั้งหมด กำหนดการต่าง ๆ ก็อยู่ที่เพียงเพ็ญด้วย
“แต่พีไม่รู้จักที่นั่นนะป้า พีจะไปงานถูกได้ยังไง”
“เดี๋ยวพอพีไปถึงสนามบินที่นั่น จะมีคนมารับไปที่งาน ป้าติดต่อกับทางนั้นเอาไว้แล้ว”
“ป้ามีเบอร์ติดต่อกับทางนั้นมั้ยครับ พีไปถึงจะได้โทรหาเขา”
“ไม่ต้องห่วงนะพี คนที่จะมารับพีเขารู้จักพีอยู่แล้ว แค่นี้ก่อนนะ ป้าต้องไปเคลียร์กับตำรวจก่อน” แล้วข้อความจากเพียงเพ็ญก็หายไปเลย รพีจำต้องเดินทางไปที่จังหวัดตราดเพียงลำพัง โดยไม่มีผู้จัดการส่วนตัวที่เป็นคนรับงานเอาไว้เดินทางไปด้วย
รพีเดินออกมารอหน้าสนามบิน ที่มีรถบริการวิ่งเข้า-ออก คอยรับส่งผู้โดยสาร มองไปโดยรอบที่มีผู้คนคึกคัก แต่เขาก็ไม่เจอใครสักคนที่พอจะดูออกว่ามารับเขาได้เลย รพีเลยต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายโทรหาเพียงเพ็ญอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม คือติดต่อไม่ได้ แล้วแบบนี้เขาจะไปที่งานได้ยังไง?
“คุณรพีครับ!” เสียงเข้มที่เอ่ยเรียกจากทางด้านหลัง ทำให้คนตัวบางต้องหันมายังเสียงนั่น
“ผมมารับคุณครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำบอกกับดาราหนุ่ม ตามที่ได้รับคำสั่งจากคนเป็นนาย
“คุณคืนคนที่ป้าเพียงเพ็ญให้มารับผมใช่มั้ยครับ”
“เชิญตามผมมาทางนี้ครับ” ทองพูน ไม่ได้ตอบที่รพีถาม แต่เลือกที่จะเดินนำคนตัวบางไปที่รถแทน
ถึงคนที่มารับจะมีท่าทางแปลก ๆ แต่รพีก็เพียงแค่เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ เพราะอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าก็จะได้เวลางานเลี้ยงแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีเวลาที่จะมานั่งสงสัยอะไรทั้งนั้น
รพีถูกพามาที่ท่าเรือ ซึ่งเวลานี้มีเรือยอชต์ส่วนตัวจอดรออยู่
“เราต้องนั่งเรือไปเหรอครับ?”
“ครับ เราจะไปที่เกาะส่วนตัวของคุณคิณณ์” ทองพูนบอก
ถ้ารพีจำไม่ผิด ตามที่เพียงเพ็ญได้บอกกับเขาเอาไว้คร่าวๆ ว่าเขาจะต้องไปงานโชว์ตัวที่ตราด เป็นงานเลี้ยงของนักธุรกิจมีชื่อเสียงของที่นั่น แต่เพียงเพ็ญไม่ได้บอกกับเขาว่าที่ที่จะต้องไป ต้องนั่งเรือออกไปที่เกาะแบบนี้ เขาคิดว่าจะจัดงานที่โรงแรมในเมืองเสียอีก
“คุณคิณณ์ คือเจ้าของงานใช่มั้ยครับ?”
“ครับ” ทองพูนตอบ ก่อนที่จะเดินนำรพีขึ้นไปบนเรือยอชต์ส่วนตัว
หลังจากเหตุการณ์ที่บังกะโลหลายวันก่อน คิณณ์ก็ยื่นคำขาดกับเพียงเพ็ญเป็นครั้งสุดท้าย ว่าให้เลิกวุ่นวายกับรพีอีก และถ้ายังไม่เชื่อเขาจะจัดการกับบริษัทเล็ก ๆ ของสามีเพียงเพ็ญให้สิ้นซาก เพียงเพ็ญเลยจำต้องยอมทำตามที่คิณณ์ขู่ เพราะนางเองก็กลัวอิทธิพลของคิณณ์อยู่เหมือนกันที่ร่วมมือกับทรงพลก็เพราะเป็นหนี้ เลยต้องยอมทำตามที่ทรงพลขอ ทรงพลเองเพราะความที่กลัวจะเป็นข่าวจนทำให้ตัวเองเสียชื่อ จึงไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายกับคิณณ์และรพีอีกคิณณ์เปิดตัวว่าคบกับรพีอย่างเปิดเผย เริ่มพาไปออกงานด้วยในหลาย ๆ งาน จนแก้วตาไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกมาก เพราะคิณณ์เองก็ไม่เคยให้สถานะอะไรกับเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถึงแก้วตาจะไม่ค่อยพอใจที่เห็นรพีได้เป็นคนที่คิณณ์เลือก แต่เธอเองก็ทำได้แค่เก็บความไม่พอใจเอาไว้คนเดียว เพราะไม่อยากให้ธุรกิจระหว่างคิณณ์กับพ่อของเธอต้องเสียหายไปด้วย เพราะคิณณ์ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของอู่ต่อเรือแสงแดดในช่วงสายสาดลงมาบนผืนน้ำทะเลสีฟ้าใสจนเกิดประกายระยิบระยับ วันนี้คิณณ์ตั้งใจจะพารพีมาที่เกาะเล็ก ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก แต่เขามักจะมาดำน้ำที่เกาะแห่งนี้บ่อย ๆ ที่นี่รา
“...คุณ”“หืม”“ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน?” อยู่ ๆ รพีก็ถามขึ้น เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงถาม อาจจะเป็นเพราะแค่อยากรู้เท่านั้นละมั้ง“ทำไมถามแบบนั้น”“ก็ผมอยากรู้”“ขนาดนี้แล้ว ยังต้องถามอีกเหรอ?”“ไม่รู้สิ ก็แค่อยากรู้ว่าผมเหมือนคนอื่น ที่คุณซื้อมาใช่หรือเปล่า”“คนอื่นผมไม่เคยซื้อ”“แสดงว่าผมก็แย่กว่าคนอื่นสินะ” รพีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลดลง รู้สึกไร้ค่าขึ้นมายังไงก็ไม่รู้“เพราะคนอื่น ผมไม่เคยอยากได้ ทุกคนล้วนเสนอตัวให้ผมทั้งนั้น” คำตอบของคิณณ์ ทำเอารพีรีบหันกลับไปมองเขาที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังทันที“คือยังไง?”“ผมอยากได้คุณ ก็เลยซื้อคุณเอาไว้ แต่ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นสินค้า ผมแค่ไม่อยากให้ป้าของคุณเอาคุณไปเร่ขายให้ใครต่อใคร” รพีฟังคนตัวโตนิ่ง“เหมือนอย่างที่พยายามยัดเยียดคุณให้กับไอ้แก่นั่นเมื่อหลายเดือนก่อน”“คุณรู้เรื่องนี้?”“ใช่ ผมรู้ เพราะผมเป็นคนช่วยคุณเอาไว้” รพีถึงกับตาโตพอได้รู้ว่าคนที่ช่วยเขาจากทรงพลคือคิณณ์“ทำไมคุณไม่เคยบอกผมเลยล่ะ”“ผมเห็นว่ามันผ่านไปนานแล้ว อีกอย่างคุณก็อยู่กับผมแล้ว”“...”“ฟังนะรพี ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นแค่สิ่งของ ผมชอบคุณจริง ๆ คุณอย่าคิดมากกับเงินห้าล้านเลย
รพีเสียพ่อกับแม่ไปตอนอายุ 15 ปี แล้วหลังจากนั้นก็มาอยู่ในความดูแลของเพียงเพ็ญ ที่เป็นพี่สาวของแม่ เป็นป้าแท้ ๆ ญาติเพียงคนเดียวของรพีเพียงเพ็ญส่งเสียรพีจนจบมหาวิทยาลัย และพอรพีได้มาเป็นดารา เพียงเพ็ญก็เสนอตัวมาเป็นผู้จัดการให้ รายได้จากการรับงาน ก็ถือเป็นค่าตอบแทนที่เพียงเพ็ญเลี้ยงดูเขามาจนโตแต่รพีก็ไม่คิดว่าเพียงเพ็ญจะเห็นแก่เงิน จนลืมไปว่าเขาก็เป็นหลานคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าจะต้องทดแทนบุญคุณกันแบบนี้มันก็เป็นเรื่องที่มากเกินไปสำหรับรพี“ผมไม่คิดเลยว่าป้าเพียงเพ็ญจะใจร้ายกับผมได้ขนาดนี้” รพีพูดอยู่กับอกแกร่งของคิณณ์ ที่ยังคงกอดคนตัวบางเอาไว้แน่น ยิ่งเห็นว่ารพีเอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด เขาเองก็ยิ่งใจคอไม่ดีไปด้วย“ผมรู้ว่าคุณเสียใจ แต่ในเมื่อเขาไม่ได้เห็นว่าคุณคือคนในครอบครัว คุณก็ควรจะตัดเขาออกไปจากความคิดให้หมด” เพราะการกระทำของเพียงเพ็ญมันไม่มีญาติคนไหนเขาทำกันกับคนที่ได้ชื่อว่าหลานหรอก“คุณยังมีผมนะ ผมจะอยู่กับคุณตรงนี้ จะไม่มีวันทำร้ายคุณเด็ดขาด” รพีเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้า คิณณ์ซับน้ำตาที่อาบแก้มออกอย่างแผ่วเบา“เลิกร้องไห้ได้แล้วนะ ตาช้ำหมดแล้วเนี่ย” เขาบอกกับคนที่ร้องไห้จนตาบวมช้ำ
“ชอบความรุนแรงใช่มั้ย? เดี๋ยวป๊าจะจัดให้” ทรงพลยังคงปากดี ทั้ง ๆ ที่ยังมีแผลอยู่ที่ศีรษะ“ไปทำแผลก่อนมั้ยครับท่าน” ลูกน้องอีกคนบอกกับนายตัวเองอย่างเป็นห่วงเพราะเลือดไหลไม่หยุด“กูขอจัดการกับมันก่อน พูดดี ๆ ไม่ชอบใช่มั้ย?” ทรงพลเดินไปหารพีที่ถูกลูกน้องของตัวเองล็อกตัวเอาไว้แต่ยังไม่ทันได้จัดการรพีให้หายเจ็บใจที่ทำให้ตัวเองต้องหัวแตก ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับคิณณ์และลูกน้อง“แกกล้ามากนะที่มาก่อเรื่องที่ถิ่นของฉัน” การ์ดของคิณณ์เข้าไปจัดการกับลูกน้องของทรงพลทั้งสองคน แล้วลากออกไปจากห้อง รพีรีบเดินไปหลบอยู่ข้างหลังคิณณ์ทันที“แกอีกแล้วเหรอ?” ทรงพลจำคิณณ์ได้ไม่ลืม เพราะคิณณ์คือคนที่เข้าไปช่วยรพีคราวก่อน แถมยังต่อยทรงพลจนหน้าเยิน แต่ที่ทรงพลไม่รู้ก็คือคิณณ์เป็นเจ้าของคาสิโน และบังกะโลนี้“อย่าบอกนะว่าแกเป็นเจ้าของคาสิโน”“ใช่! คิดจะเข้าถ้ำเสื้อ ก็ควรศึกษาเสียก่อนว่าเสื้อมันดุแค่ไหน เพราะไม่อย่างนั้นก็เหมือนเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่”“ถ้าแกทำอะไรฉัน แกเดือดร้อนแน่” ทรงพลขู่ ทั้ง ๆ ที่เวลานี้ตัวเองตกเป็นรองทุกทาง“ฉันไม่เดือดร้อนหรอก แค่จับแกไปโยนทิ้งกลางทะเลเรื่องก็เงียบแล้ว ไม่มีใครรู
![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




