เข้าสู่ระบบจาก ‘ของจืดชืด’ ในคฤหาสน์หรู สู่ ‘ยอดยาหยี’ ของเจ้าของรถเกี่ยวข้าวหนุ่มเมืองศรีสะเกษ! เมื่อหัวใจที่พังทลาย... ถูกโอบกอดอีกครั้งด้วยกลิ่นรวงข้าวและความรัก
ดูเพิ่มเติมบทที่ 5 มาเยือนอีสาน ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร อำเภอโพธิ์ศรีพิสัย จังหวัดศรีสะเกษเวลาเก้าโมงเช้าตามเวลาที่กะไว้ไม่มีผิดเพี้ยน รถทัวร์สีฟ้าขาวคันใหญ่เคลื่อนตัวเข้าจอดสนิทในชานชาลา น้ำปิงกระชับอ้อมกอดอุ้มลูกชายที่เพิ่งตื่นเต็มตาลงจากรถอย่างทุลักทุเล มืออีกข้างต้องคอยพยุงกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่บรรจุสัมภาระชิ้นสุดท้ายในชีวิตเดิมของเขาเอาไว้ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ สถานีขนส่งที่ดูเรียบง่ายและเงียบสงบ กลิ่นไอของไอดินและสายลมจาง ๆ ในยามเช้าของภาคอีสานช่างแตกต่างจากความแออัดในเมืองหลวงที่เขาเพิ่งจากมา น้ำปิงตัดสินใจจูงมือลูกชายไปนั่งรอที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่งใกล้ ๆ จุดจอดรถ เพราะกลัวว่าถ้าเดินไปไหนไกล น้องชายที่อาบอกว่าจะมารับจะหากันไม่เจอ ส่วนน้องปันปัน เด็กน้อยดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ดวงตาคู่กลมโตกวาดมองรถสามล้อเครื่องและผู้คนที่สวมโสร่งหรือผ้าซิ่นเดินขวักไขว่ไปมาอย่างแปลกตา “หม่ามี้ครับ...เราอยู่ที่ไหนครับ?” เสียงเล็ก ๆ ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ พลางดึงชายเสื้อแม่เบา ๆ น้ำปิงก้มลงยิ้มให้ลูกชาย ความกังวลในใจดูจะเบาบางลงเมื่อเห็นท่าทางของเด็กน้อย “เราอยู่อีสานครับ เป็นบ้านเกิดของคุณตา” “ว้
บทที่ 4 เดินทาง เย็นวันเดียวกันกับที่ น้ำปิง ได้พูดคุยกับอาสาวเรื่องการเดินทาง พันเอกธเนศ ก็กลับมาบ้านกลางดึกเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้มาพร้อมกับภาพที่บาดตาและบาดใจมากกว่าทุกครั้ง ร่างสูงใหญ่โอบกอดเด็กหนุ่มรูปร่างอรชรที่ดูอายุเพียงประมาณสิบแปดปีเข้าบ้านอย่างหน้าไม่อาย น้ำปิงที่เดินลงมาดูสถานการณ์ก็เห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาได้แต่ยืนกอดอก มองดูพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของผู้เป็นสามีด้วยความอดกลั้นที่ถึงขีดสุด “พี่เนศ! เมื่อไหร่พี่จะเลิกสำส่อนเอาไม่เลือกแบบนี้!” น้ำปิงเหลืออดกับพฤติกรรมที่เลยเถิด ทุกครั้งที่พันเอกธเนศหายไปสามวัน พอวันที่สี่มักจะมีเด็กใหม่กลับมาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย “กูบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าเสือก!” พันเอกธเนศตวาดกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ผมต้องเสือก! ผมทนไม่ไหวกับพฤติกรรมพี่แล้ว!” “นั่นก็เรื่องของมึง! ส่วนเรื่องของกูคือ... ควยกู! กูจะเอาใครมึงก็ไม่มีสิทธิ์เสือก เพราะกูเป็นคนหาเงินเลี้ยงมึงกับลูก! เงียบปากเน่าๆ ของมึงไปซะ!” ถ้อยคำหยาบช้าที่พ่นออกมาอย่างไร้ซึ่งความเคารพ ทำเอาใบหน้าของน้ำปิงชาหนึบราวกับถูกตบด้วยของแข็ง หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความอัปยศที่ถูกลดทอนคุณค
บทที่ 3 วางแผน เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องครัว น้ำปิงกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเช้าให้ลูกชายอย่างเงียบ ๆ พลันประตูห้องก็เปิดออก เมื่อหญิงสาวคนเมื่อคืนเดินลงมาจากบันไดเพียงลำพัง ท่าทางของเธอรีบร้อนและมีพิรุธเล็กน้อย เมื่อเห็นน้ำปิงเธอก็ยกมือไหว้เขาอย่างเกรงใจ ก่อนจะรีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายที่กำลังนั่งรออาหารหันไปมองหน้าแม่ด้วยความไม่เข้าใจ ในสายตาของเด็กสามขวบมีความสงสัยอย่างชัดเจนว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นใคร และเหตุใดถึงเข้ามาอยู่ในบ้านของตนได้ “แม่ครับ ผู้หญิงคนนั้นใครครับ?” น้องปันปันถามเสียงใส น้ำปิงกำลังจะอธิบายให้ลูกชายฟังว่าเธอเป็นเพื่อนคุณพ่อเพื่อปกป้องจิตใจของลูก แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ้าปาก เสียงผู้เป็นสามีที่แต่งตัวเต็มยศนายทหารก็เดินลงมาจากบันไดมาถึงห้องครัวพอดี “มอร์นิ่งครับ ลูกชายพ่อ” พันเอกธเนศทักทายลูกชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติเล็กน้อย “มอร์นิ่งครับ คุณพ่อ” เด็กชายตอบผู้เป็นพ่อเสียงแผ่ว พลางหลบสายตาไม่กล้าสบตาตรง ๆ ด้วยความหวาดกลัวจากเหตุการณ์เมื่อวาน “วันนี้ไปเที่ยวบิ๊กซีไหมครับ?” พันเอกธเนศเอ่ยถามอย่างเอาใจ “เ
บทที่ 2 ตัดพ้อ สองสามวันที่พันเอกธเนศไม่กลับบ้าน เป็นความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในคฤหาสน์หลังนี้ น้ำปิง และลูกชายรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ความกดดัน และไม่ต้องคอยฟังเสียงก่นด่าที่บาดลึก แต่ทว่าความสบายใจนั้นมักอยู่กับเขาได้ไม่นาน กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะที่น้ำปิงกำลังจะเคลิ้มหลับ ความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยที่ดังเข้ามาจากหน้าบ้าน เขาเดินลงมาชั้นล่างด้วยความหวาดระแวง และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เขาก้าวขาไม่ออก แม้มันจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่เขาก็ไม่เคยชินกับความเจ็บปวดที่บาดลึกนี้เลย ร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นสามี กำลังประคองหญิงสาวใบหน้าน่ารักที่แต่งกายล่อแหลมเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแสและเปิดเผย หัวใจของน้ำปิงแตกสลายจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละครั้งที่เห็นก็เหมือนโดนคมมีดกรีดซ้ำลงไปบนแผลเก่า เขาพยายามประคับประคองครอบครัวนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่คนเป็นภรรยาจะทำได้ ทว่าความทุ่มเททั้งหมดกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับการกระทำที่ตรงกันข้ามมาโดยตลอดของผู้เป็นที่รัก “พี่เนศ…เมื่อไหร่พี่จะเลิกพาผู้หญิงเข้าบ้าน?” น้ำปิงเอ่ยถามเสียงสั่น แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้มาจะไม่น่าฟังก็ตาม





