Se connecterที่พักของที่รักเป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก และใกล้กับโรงพยาบาลมากกว่าหอพักของปลายฝัน เหนือเทพจึงแวะส่งเขาก่อน เด็กหนุ่มเดินกะเผลก ๆ เข้าไปในลิฟต์เพราะแผลที่เข่าเริ่มตึง พลางก็บ่นงึมงำว่าทำให้เสียบุคลิก
ลูกบ้านหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ก่อนแล้ว จำได้ว่านักศึกษาแพทย์ตัวเล็กเป็นเด็กที่อยู่ห้องติดกันจึงเอ่ยทักทาย
“ไปโดนอะไรมาเนี่ยน้อง ทำไมเดินงั้น?”
ที่รักเหลือบมองชายรุ่นพี่หน้าตาดีที่เขาเองก็จำได้เช่นกันว่าอยู่ห้องข้าง ๆ กัน
“อ้าวพี่” ที่รักส่งยิ้มให้ ก่อนจะหลุบตาลงมองที่เข่าของตัวเอง “หกล้มน่ะครับ”
“เป็นอะไรมากไหมเนี่ย?”
“แค่เข่าถลอกนิดหน่อยเท่านั้นแหละครับ แต่แผลมันเริ่มแห้งมันก็เลยตึง ๆ”
“มา พี่ช่วย”
ชายหนุ่มหน้าตาดียื่นมือข้างหนึ่งมาคว้ากระเป๋าไปช่วยถือ ส่วนอีกข้างก็ยื่นแขนออกมาให้ที่รักเกาะ
“ขอบคุณครับ” นักศึกษาแพทย์ตัวเล็กวางมือบนท่อนแขนนั้น พลางก็คิดว่า ผิวเนียนจัง
ทั้งสองพากันเดินออกมาจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นจุดหมาย ชายคนนั้นพยุงที่รักออกมา แล้วก็ชวนคุย
“เจอกันตั้งหลายครั้งแล้ว ยังไม่เคยรู้จักชื่อกันเลย พี่ชื่อโชแปงนะ เรียกว่าพี่โชเฉย ๆ ก็ได้ แล้วเราล่ะ?”
ที่รักเอี้ยวใบหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่สูงกว่าราวสักสิบเซ็นต์เห็นจะได้ พลางยิ้มหวานให้ ก่อนจะแนะนำตัว “ผมชื่อเลิฟครับ หรือเรียกว่าที่รักก็ได้”
โชแปงยิ้มขำ คิดว่านั่นเป็นมุกจีบจากเด็กรุ่นน้อง แต่ก่อนที่จะคิดไปไกล ที่รักก็อธิบายเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
“ชื่อจริงของผมน่ะครับ…ที่รัก”
นั่นยิ่งทำให้โชแปงยิ้มกว้าง รู้สึกเอ็นดูที่รักขึ้นมามากกว่าที่เคย
“พี่ก็คิดว่าถูกจีบเสียอีก”
“จีบได้เหรอครับ?”
“ได้สิ” โชแปงยิ้มกว้าง ในแววตานั้นขบขันเต็มที ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา “แต่พี่เป็นรับนะ”
รุ่นพี่ข้างห้องเปิดเผยตัวตนอย่างไม่ปิดบัง ทำที่รักต้องเบิกตากว้าง ก่อนจะหัวเราะออกมา
ไทป์เดียวกันนี่หว่า
โชแปงส่งที่รักแค่หน้าประตูห้อง ก่อนจะพาตัวเองเดินเลยไปที่ประตูอีกบาน ส่วนที่รักนั้นหลังจากเข้าห้องของตัวเอง ก็ก้มลงมองแผลที่หัวเข่าอย่างเซ็ง ๆ
“จะอาบน้ำยังไงวะเนี่ย”
เด็กหนุ่มนั่งทำใจอยู่พักใหญ่ หลังคุยไลน์กับปลายฝันว่าฝ่ายนั้นถึงหอพักเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้ถูกเหนือเทพอุ้มหายไปแต่อย่างใด ที่รักก็เบาใจ ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าแล้วพาตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ
ห้องชุดแบบสตูดิโอของที่รักไม่ได้กว้างขวางมากนัก และที่สำคัญมันไม่ได้เก็บเสียงสักเท่าไร หลายครั้งที่เขาอาบน้ำพร้อมกับห้องข้าง ๆ ที่ห้องน้ำติดกัน ก็มักได้ยินเสียงกันอยู่เสมอ และคืนนี้ก็เช่นกัน
โชแปงเข้าห้องไปสักพักก็คงอาบน้ำ แต่ที่มันไม่เหมือนทุกครั้งก็คือ…เสียงร้องครวญครางของคนที่กำลังร่วมรักกัน
“พี่โชแปง!”
ที่รักต่อว่ารุ่นพี่ข้างห้อง แต่คนในนั้นคงไม่ได้ยินเสียงของเขาหรอก ก็ร้องกันดังขนาดนั้น
“ผัวมาหาละสิ มิน่าล่ะ”
ที่รักจำได้ว่าได้ยินเสียงเคาะประตูเมื่อครู่ใหญ่ ตอนแรกยังตกใจคิดว่าห้องตัวเอง แต่พอเงี่ยหูฟังดี ๆ ก็พบว่ามันดังมาจากหน้าห้องของโชแปง
เด็กหนุ่มทนฟังไม่ไหว เพราะหัวใจมันเต้นแปลก ๆ ขาก็เจ็บ แถมยังต้องรีบ ๆ อาบน้ำ น้ำโดนแผลไปบ้าง ที่รักก็ต้องยอม แต่พอล้มตัวลงนอน ผนังห้องตรงหัวเตียงก็โดนกระแทกอีก
ปัก ปัก ปัก
“โอ๊ย! ไปตายอดตายอยากมาจากไหนกันวะ ไม่เคยเอากันเลยหรือไง!”
ที่รักต้องพาตัวเองมานอนที่โซฟาติดกับผนังอีกด้าน แม้ยังได้ยินเสียงร่วมรักแต่ก็ยังพอจะข่มตาให้หลับลงได้ แต่นั่นคือยามที่เวลาล่วงเข้าสู่วันใหม่ไปแล้ว จึงเป็นสาเหตุให้เขาตื่นสายในเช้าอีกวัน
“ซวยแล้ว!”
นักศึกษาแพทย์หนุ่มเด้งผึงขึ้นมาจากโซฟา เขาขยี้ตามองเวลาบนนาฬิกาติดผนัง ก่อนจะต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือดังลั่น
“ฮัลโหล”
[เสร็จหรือยังเลิฟ ปลายรออยู่ข้างล่างนะ]
“ขอสิบนาที”
เด็กหนุ่มรีบตัดสายเพื่อนรัก ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำแบบลืมเจ็บแผลที่หัวเข่า
การต้องตื่นไปขึ้นวอร์ดก่อนเจ็ดโมงเช้าเป็นเรื่องที่ที่รักยังไม่ชินนัก แล้วยังนอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืนที่ผ่านมาอีก เด็กหนุ่มจึงรีบจนมือเป็นระวิง อาบน้ำแต่งตัวลวก ๆ ผิดวิสัยหนุ่มสำอางอย่างที่เคย
“สายแล้ว ๆ ๆ ๆ”
ที่รักวิ่งออกจากห้องพัก เขาเหลือบเห็นประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง ก็ร้องตะโกนเสียงดัง
“รอด้วยครับ!”
คนที่อยู่ในลิฟต์ถ้าไม่หูหนวกก็แล้งน้ำใจแหละ แค่นี้ก็รอไม่ได้ บานประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลง พร้อมกับที่รักที่กำลังวิ่งกะเผลก ๆ เข้าไปใกล้
เด็กหนุ่มได้เห็นเพียงราง ๆ ก่อนจะโดนประตูลิฟต์กั้นสายตา แต่คนที่ยืนอยู่ในลิฟต์นั้น…
“ใครวะ? คุ้นจัง”
ที่รักก้าวขึ้นรถที่ปราบ บอดี้การ์ดที่ควบตำแหน่งเลขาของเหนือเทพเปิดประตูให้ เด็กหนุ่มยังคงมีสีหน้าครุ่นคิด จนปลายฝันที่นั่งรออยู่ในรถนั้นแปลกใจจนอดถามไม่ได้
“เป็นอะไรเหรอเลิฟ?”
ที่รักขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะเล่าให้ปลายฝันฟังว่าเขาเห็นใครบางคนที่รูปร่างลักษณะคุ้นตาเหลือเกิน เพียงแต่ว่าไม่เห็นหน้า ก็เลยนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
“พี่โชแปงหรือเปล่า?”
ปลายฝันเดาจากชื่อที่เพิ่งได้ยินเมื่อคืน ตอนที่ที่รักเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์อย่างขำ ๆ ว่าเกือบจะอ่อยพวกเดียวกันเสียแล้ว
“ใครคือโชแปง?”
เหนือเทพละสายตาจากหน้าจอไอแพดทันทีที่ได้ยินชื่อไม่คุ้นหู แถมมันยังออกมาจากปากของปลายฝัน ที่สำคัญต้องเป็นชื่อของผู้ชายอย่างแน่นอน
“รุ่นพี่ข้างห้องเลิฟน่ะครับ” ที่รักรีบอธิบาย ก่อนที่สองคนนี่จะตีกันแล้วเขาต้องโดนลูกหลงอีก
“น้องปลายสนิทเหรอ?” แต่เหนือเทพยังคงคาดคั้น ราวกับปลายฝันเป็นคนรักที่คิดจะนอกใจ
“ขอโทษนะ ปลายจะสนิทกับใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเฮียด้วย?”
“ก็เราคบกันอยู่ ปลายห้ามสนิทกับใครมากกว่าเฮียสิ”
ปลายฝันถลึงตาใส่คนที่ทำให้อารมณ์เสียแต่เช้า ก่อนจะกระแทกลมหายใจออกมาแรง ๆ “ประสาท!”
ไม่รู้จะด่าจะว่าจะห้ามอย่างไรแล้ว เหนือเทพนั้นโมเมเก่ง รวบรัดเอาเองว่าทั้งสองอยู่ระหว่างคบหาดูใจ
พอสังเกตเห็นว่าปลายฝันเริ่มหน้าตึง เหนือเทพจึงลดลงให้กึ่งหนึ่ง “ยอมให้น้องเลิฟคนหนึ่งก็ได้อะ” ชายหนุ่มกระแทกหัวไหล่ปลายฝันเบา ๆ อย่างหยอกเย้า เพราะอีกฝ่ายถูกเพื่อนเบียดจนต้องขยับมานั่งชิดกับเขา
ปลายฝันเขยิบหนี พร้อมกับส่งสายตาดุ ๆ มาให้ เผลอเป็นไม่ได้ แตะเนื้อต้องตัวตลอด!
เหนือเทพยกยิ้มอย่างพอใจ เอนแผ่นหลังพิงไปกับเบาะ แล้วยกแขนขึ้นพาดไปตามความยาวของพนัก โอบร่างบางไว้อย่างเนียน ๆ
ยัง ยังจะมาเนียนกอดอีก!
นักศึกษาแพทย์ทั้งสองถูกพามาส่งถึงหน้าโรงพยาบาลก่อนเวลาขึ้นวอร์ดเพียงสิบนาที ที่รักที่มักต้องกินมื้อเช้าจึงรีบวิ่งกะเผลกไปทางโรงอาหาร ส่วนปลายฝันนั้นขอตัวขึ้นวอร์ดไปก่อนเพราะเธอรองท้องมาแล้วด้วยกาแฟและขนมปัง
ที่รักซื้อข้าวราดแบบง่าย ๆ ก่อนจะมองหาที่ว่างเพื่อจะได้รีบกินแล้วรีบไปขึ้นวอร์ด
“น้องเลิฟ”
แต่แล้วก็ต้องหันตัวไปตามเสียงเรียกจากหมอหนุ่มรุ่นพี่ที่ถือจานอาหารมาจากอีกด้าน
“เพิ่งมาถึงเหรอ มานั่งด้วยกันสิคะ” อติเทพเลื่อนเก้าอี้ให้รุ่นน้อง
ที่รักจึงยิ้มหวานแล้วรีบเข้าไปหา “พี่หมอตี้ก็เพิ่งมาถึงเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ วันนี้พี่สาย แย่จังเลยนะคะ”
“เลิฟก็สายเหมือนกัน แต่ก็ยังทันนี่ครับ รีบกินกันเถอะ”
“ค่ะ รีบกินกันเนอะ”
คำว่ากินกันทำให้ที่รักหวนนึกถึงเสียงที่ดังมาจากห้องของโชแปงเมื่อคืนขึ้นมา เด็กหนุ่มจึงเหลือบมองหน้าหมอรุ่นพี่ พลันแก้มใสก็ขึ้นสีแดงเรื่อทันที
คิดอะไรเนี่ยเลิฟ!
“เผ็ดเหรอคะ?”
อติเทพมองแก้มแดง ๆ ของที่รักสลับกับหมูกระเทียมไข่ดาวในจานของอีกฝ่าย มองหาตรงไหนก็ไม่เห็นมีพริกสักเม็ด
“อ้อ ครับ เผ็ดจัง”
ไม่ใช่อาหารในจานหรอกนะที่ที่รักหมายถึง แต่เป็นหน้าอกแน่น ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังรอยผ่าของเสื้อเชิ้ตที่อติเทพใส่ เพราะหมอหนุ่มรุ่นพี่ลืมติดกระดุมสองเม็ดสุดท้าย
อติเทพรีบก้มลงมองตัวเองตามสายตาของที่รัก เขายิ้มเขิน ก่อนจะพูดแก้เก้อ “เอ่อ พอดีพี่รีบไปหน่อยน่ะค่ะ”
หมอหนุ่มรีบติดกระดุมทันที ฝ่ายที่รักก็ลอบมองอย่างเสียดาย ไม่น่ากระโตกกระตากเลยกู เหยื่อไหวตัวทันเสียนี่
ทั้งสองรีบกินกันจนอิ่ม เอ๊ย! รีบกินมื้อเช้ากันจนอิ่ม แล้วต่างฝ่ายก็บอกลาเพื่อไปที่วอร์ดของตัวเอง
พวกเขาแยกกันตรงหน้าลิฟต์ อติเทพเข้าไปในลิฟต์ตัวหนึ่งที่จอดเฉพาะบางชั้น ในขณะที่ที่รักยืนรอลิฟต์อีกตัวที่จะจอดชั้นของตัวเอง
ในจังหวะที่ที่รักกำลังจะละสายตาจากหมอรุ่นพี่ เพราะประตูลิฟต์ตัวนั้นกำลังจะปิดลง พลันเขาก็รู้สึกคุ้นขึ้นมาราวกับเดจาวู
“เฮ้ย! นั่นมัน…”
“ที่รัก!”เพราะในหัวยังมีข้อความสุดท้ายของคนรักลอยอยู่ อติเทพจึงเผลอเรียกออกมาซึ่งมันเป็นชื่อจริงของที่รักพอดี“อุ๊ย! ชอบเวลาพี่หมอตี้เรียกว่าที่รักจัง เปลี่ยนจากเรียกน้องเลิฟเป็นที่รักถาวรเลยดีไหมครับ”อติเทพยิ้มกว้าง ขบขันกับท่าทางของที่รัก มันก็น่ารักอยู่หรอกนะ หากว่าเขาไม่มั่นคงกับคนรัก คงตกหลุมที่รักได้ไม่ยาก“เก็บเอาไว้ให้แฟนน้องเลิฟเรียกดีกว่าไหมคะ”อติเทพยกฝ่ามือขึ้นขยี้ศีรษะของรุ่นน้อง ก่อนจะมองเลยไปที่ปลายฝัน หมอหนุ่มส่งยิ้มให้ อีกฝ่ายก็ยิ้มตอบพร้อมกับชวนไปทานข้าวด้วยกัน“ปลายกับเลิฟกำลังจะไปกินบุฟเฟ่ต์ พี่หมอตี้ไปด้วยกันไหมคะ?”หมอหนุ่มลังเล เพราะใจมันโบยบินกลับไปถึงคอนโดของโชแปงแล้ว“ไปด้วยกันนะครับ เลิฟกดคูปองมาจากแอปแล้วสามใบ หมดอายุวันนี้แล้วด้วย”อติเทพมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ที่รักโชว์คูปองที่ซื้อไว้ให้ดู แล้วก็เหลือบมองเวลา เมื่อเห็นว่าสาขาที่จองอยู่ไม่ไกลและเป็นทางผ่านที่จะไปคอนโดของโชแปงอยู่แล้ว อีกอย่างแฟนหนุ่มก็ยังไม่เลิกงาน เขายังพอมีเวลา อติเทพจึงตัดสินใจพยักหน้ารับ“เอาคูปองใกล้หมดอายุมาขู่พี่ขนาดนี้ พี่จะไม่ไปได้ยังไงล่ะคะ”ทั้งสามพากันไปนั่งอยู่ในร้านบุฟเฟ
เพราะสงสัยว่าผู้ชายในลิฟต์เมื่อเช้าอาจเป็นอติเทพก็เป็นได้ ที่รักจึงพยายามเงี่ยหูฟังห้องข้าง ๆ ว่าคืนนี้จะมีใครมาหาโชแปงหรือไม่ และแล้วก็มาจริง ๆเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าที่ที่รักเฝ้ารอการกลับมาของโชแปง เด็กหนุ่มเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน แต่พอเปิดประตูออกไป ทั้งสองก็พากันเข้าห้องไปเสียแล้วความคาใจพาเด็กหนุ่มไปยืนอยู่หน้าห้อง พลางก็คิดว่าจะถามตรง ๆ แอบดู หรือว่าจะทำอย่างไร ถึงจะได้รู้ว่าแฟนของโชแปงใช่อติเทพหรือไม่ หากใช่เขาจะได้บอกเพื่อนสาวให้ตัดใจพอที่รักเอาหูแนบประตู ก็พอจะเดาได้ว่าทั้งสองกำลังจะเริ่มบทรักกัน“เข้าไปขัดจังหวะจะบาปไหมวะกู” เด็กหนุ่มลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจ “เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”ที่รักตัดสินใจเคาะประตู ก่อนจะยืนกลั้นใจรออีกฝ่ายมาเปิด ไม่นานบานประตูก็แง้มออกมา พร้อมกับใบหน้ายุ่งเหยิงของโชแปง “เลิฟ มีอะไร?”กลิ่นแอลกอฮอล์โชยออกมายามพี่ชายข้างห้องเอื้อนเอ่ย ใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมึนเมาไม่น้อยแต่เมาเหล้าหรือเมารัก อันนี้ที่รักก็ไม่แน่ใจ เด็กหนุ่มส่งยิ้มแหย ก่อนจะตีหน้าเศร้า “พี่โชพอจะมียาแก้ปวดไหมครับ เลิฟปวดหัวมาก พอดีว่ายาที่ห้องหมด”เสียชื่
ตกตอนเย็นหลังปลายฝันกับที่รักออกเวร ทั้งสองก็ชวนกันไปหาอติเทพที่ห้องฉุกเฉิน เพราะหมอรุ่นพี่ต้องอยู่เวรต่อที่นั่น“ออกไปทานข้าวกันก่อนไหมคะพี่หมอ” ปลายฝันชักชวนเมื่อเห็นว่าพอมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมง“ไปสิคะ” อติเทพรับปาก พลางก็ยกฝ่ามือขึ้นแตะหลังรุ่นน้องทั้งสอง พากันเดินออกมาทางหน้าโรงพยาบาล อติเทพอยู่ตรงกลาง ด้านขวาเป็นปลายฝัน ส่วนด้านซ้ายนั้นเป็นที่รักหมอหนุ่มรุ่นพี่ประคับประคองรุ่นน้องทั้งสอง ให้ความเอื้ออาทรเท่า ๆ กัน ปลายฝันลอบมองใบหน้าด้านข้างของรุ่นพี่พลางก็ยิ้มปลื้ม ส่วนที่รักก็มองอยู่เช่นกัน แต่กำลังคิดสงสัยพี่หมอตี้กับผู้ชายในลิฟต์คนนั้น เป็นคนเดียวกันเปล่าวะ?ทั้งสามพากันมานั่งในร้านอาหารข้าง ๆ โรงพยาบาล เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ตกแต่งอย่างน่ารักปลายฝันชวนที่รักถ่ายรูปเล่นระหว่างรอ บางทีก็ดึงอติเทพมาร่วมเฟรมด้วยได้ภาพเดี่ยว ภาพคู่ ภาพหมู่กันไปไม่น้อย ก่อนที่ปลายฝันจะโพสต์ลงไอจี เธอเลือกภาพถ่ายคู่กับอติเทพพร้อมใส่แคปชันน่ารักไม่นานก็มีเพื่อนมาคอมเมนต์ บางคนถามว่าพี่หมอตี้รับรักเธอหรือยัง ปลายฝันตอบกลับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ใบหน้าสวยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ในขณะที่คนที่กำลังนั่งอ่านคอมเ
ที่พักของที่รักเป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก และใกล้กับโรงพยาบาลมากกว่าหอพักของปลายฝัน เหนือเทพจึงแวะส่งเขาก่อน เด็กหนุ่มเดินกะเผลก ๆ เข้าไปในลิฟต์เพราะแผลที่เข่าเริ่มตึง พลางก็บ่นงึมงำว่าทำให้เสียบุคลิกลูกบ้านหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ในลิฟต์ก่อนแล้ว จำได้ว่านักศึกษาแพทย์ตัวเล็กเป็นเด็กที่อยู่ห้องติดกันจึงเอ่ยทักทาย“ไปโดนอะไรมาเนี่ยน้อง ทำไมเดินงั้น?”ที่รักเหลือบมองชายรุ่นพี่หน้าตาดีที่เขาเองก็จำได้เช่นกันว่าอยู่ห้องข้าง ๆ กัน“อ้าวพี่” ที่รักส่งยิ้มให้ ก่อนจะหลุบตาลงมองที่เข่าของตัวเอง “หกล้มน่ะครับ”“เป็นอะไรมากไหมเนี่ย?”“แค่เข่าถลอกนิดหน่อยเท่านั้นแหละครับ แต่แผลมันเริ่มแห้งมันก็เลยตึง ๆ”“มา พี่ช่วย”ชายหนุ่มหน้าตาดียื่นมือข้างหนึ่งมาคว้ากระเป๋าไปช่วยถือ ส่วนอีกข้างก็ยื่นแขนออกมาให้ที่รักเกาะ“ขอบคุณครับ” นักศึกษาแพทย์ตัวเล็กวางมือบนท่อนแขนนั้น พลางก็คิดว่า ผิวเนียนจัง ทั้งสองพากันเดินออกมาจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นจุดหมาย ชายคนนั้นพยุงที่รักออกมา แล้วก็ชวนคุย“เจอกันตั้งหลายครั้งแล้ว ยังไม่เคยรู้จักชื่อกันเลย พี่ชื่อโชแปงนะ เรียกว่าพี่โชเฉย ๆ ก็ได้ แล้วเราล่ะ?” ที่
เมื่อที่รักได้รับบาดเจ็บ เหนือเทพจึงพากลับเข้ามาในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ในห้องฉุกเฉินต่างกระวีกระวาด ส่วนหนึ่งเพราะผู้บาดเจ็บเป็นนักศึกษาแพทย์ที่เพิ่งออกเวรไป แต่อีกส่วนซึ่งน่าจะใหญ่กว่า เพราะคนที่อุ้มที่รักเข้ามาในห้องฉุกเฉินคือ เหนือเทพ ลีวาณิชย์พี่พยาบาลล้างแผลไปยิ้มไป เฝ้าถามที่รักว่ารู้จักกับเหนือเทพด้วยเหรอ เป็นญาติ เป็นเพื่อน หรือว่าเป็นอะไรกันที่รักไม่กล้าตอบ ทำได้แต่ยิ้มแหย ๆ แล้วพเยิดหน้าไปทางปลายฝัน“ญาติห่าง ๆ น่ะค่ะ”นักศึกษาแพทย์สาวตอบแบบขอไปที และเธอก็คิดว่าไม่ได้พูดปด เหนือเทพเป็นญาติกับอินทัช ซึ่งเป็นคู่หมั้นกับญาติของเธออีกที ดังนั้นทั้งสองจึงแทบไม่ได้มีสายสัมพันธ์ การจำกัดความว่าญาติห่าง ๆ ยังใกล้เกินไปด้วยซ้ำ“เป็นแฟนครับ”แต่ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาทันควัน พร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจจากเจ้าของมัน พี่พยาบาลเบิกตากว้าง จ้องหน้าที่รักสลับกับเหนือเทพ“แฟนคนนี้”เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดไปใหญ่โต เหนือเทพจึงยกแขนขึ้นสูง แล้วชี้นิ้วกลับลงมาตรงศีรษะของปลายฝันพอดิบพอดีพี่พยาบาลมองตามพลางก็ยิ้มกว้าง พร้อมกับทำเสียงอ๋อในลำคอ ปลายฝันจึงมองตามสายตาของพยาบาลคนนั้นนิ้วชี้ของเห
ตั้งแต่เฮียหนึ่งเลื่อนสถานะเด็กในปกครองอย่างโปรดปราณมาเป็นคนรู้ใจ SPICY BAR ก็กลายเป็นร้านโปรดและที่นัดพบของบรรดาเฮีย ๆ ในแก๊งเทพ ปลายสัปดาห์ที่ต่างเหนื่อยล้าจากการทำงานและพี่ใหญ่อย่างเฮียหนึ่งไม่ได้ไปฮ่องกง พวกเขาก็มักจะมารวมตัวกันที่นี่เหนือเทพนั่งพูดคุยดื่มกินกับพี่ ๆ ทั้งปานเทพ ขั้นเทพ และญาติสนิทอย่างอินทัช มันควรเป็นช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลายและมีความสุข แต่ทว่า…เขาเหลือบมองไปที่พี่ชายคนโตอย่างปานเทพที่มีโปรดปราณคอยพะเน้าพะนอคลอเคลียไม่ห่าง พี่ชายคนรองอย่างขั้นเทพก็มีแทนไทคอยเอาใจ ส่วนอินทัชกับอคินยิ่งแล้วใหญ่ สองคนนี่หวานไม่เคยแคร์ใคร“เซ็งฉิบ!”ชายหนุ่มจึงสบถเสียงต่ำ เรียกร้องความสนใจจากพี่ ๆ ที่เริ่มจะไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เขาถูกเหวี่ยงออกมาจากอารมณ์หวามของแต่ละคู่ ที่ดูเหมือนยิ่งดึกจะยิ่งนัวเนียกันอย่างไม่เกรงใจคนโสดอย่างเขาปานเทพปรายตามองน้องชายคนเล็ก ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ว่าน้องชายสุดที่รักเซ็งอะไรนักหนาแต่เหนือเทพไม่ได้สบตาพี่ชาย เขากลับจ้องหน้าคนรักของอินทัชที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทนอคินที่รับรู้ได้ถึงแววอาฆาตจากดวงตาตี่ ๆ ของว่าที่น้องเขยจึงค่อย ๆ ผละออกมาจากอกของ







