Share

- 13 - น้องเจอเรื่องแย่ๆมาเยอะ

last update Tanggal publikasi: 2026-05-16 23:52:50

 

ยามเย็นที่คณะนิเทศศาสตร์วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะมีดาราดังมาเยือน แต่เป็นเพราะรถสีดำขลับคันเดิมมาจอดนิ่งสนิทรออยู่ที่หน้าตึก แต่ว่าสิ่งที่แปลกตาไปกว่าทุกวันคือข้างรถคันหรูนั้นไม่ได้มีเพียงภาคินที่ยืนกอดอกพิงรถ แต่กลับมีเตโชที่กำลังยืนเต้นตามจังหวะเพลงในหูฟัง และหมอกที่ยืนอ่านบทความวิชาการในไอแพดอยู่ข้างๆ ราวกับจะมาทัศนศึกษา

ไม่มีใครรู้เลยว่า เบื้องหลังการรวมตัวเฉพาะกิจของแก๊งวิศวะในวันนี้ เกิดขึ้นจากบทสนทนาอันแสนจริงจังในช่วงพักกลางวันที่ผ่านมา...

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ชั่วโมงก่อน ณ โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์

ภาคินนั่งจ้องจานข้าวหน้าเนื้อตรงหน้าโดยไม่แตะต้องแม้แต่คำเดียว นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงความวุ่นวายภายในใจ แววตาคมกริบที่เคยราบเรียบปานผิวน้ำกลับมีความสับสนพาดผ่านจนเพื่อนสนิททั้งสองต้องละสายตาจากจานข้าวมามองหน้ากัน

“เป็นอะไรของมึงวะไอ้คิน? ข้าวไม่อร่อย หรือเนื้อมันเหนียวไป?” เตโชเอ่ยถามพลางเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ ภาคินนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังจนน่าประหลาด

“...พวกมึงว่า ปกติเวลาคนเราอยากให้ใครสักคนร่าเริงขึ้น ต้องทำยังไง?”

คำถามนั้นทำให้เตโชถึงกับสำลักน้ำซุป ส่วนหมอกก็เกือบจะทำไอแพดหลุดมือ ทั้งคู่มองหน้าภาคินราวกับเห็นสัตว์ประหลาดเพิ่งพูดภาษาคนได้

“ไอ้คิน... อย่าบอกนะว่ามึงกำลังพูดถึงน้องพะแพง?” เตโชเริ่มแซวพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“โอ้โหภาคินของเราเริ่มศึกษาเรื่องหัวใจแล้วเหรอวะเนี่ย? อยากให้เมียเด็กมีความสุขว่างั้น?” ภาคินมองค้อนกลับไปด้วยสายตาเย็นเยียบจนเตโชต้องหุบปากฉับ

“กูถามเฉยๆ น้องเขาเจอเรื่องแย่ๆ มาเยอะ...”

“ถ้าอยากให้ผู้หญิงร่าเริง มึงต้องพาน้องไปเที่ยวครับเพื่อน” หมอกสรุปด้วยน้ำเสียงวิชาการ

“พาน้องไปห้าง ไปหาของอร่อยกิน ไปเล่นอะไรที่มันปลดปล่อยความเครียด แค่นี้รอยยิ้มก็มาแล้ว”

นั่นคือที่มาที่ทำให้ภาคินตัดสินใจว่าวันนี้เขาจะพาพะแพงไปเที่ยวเล่นแต่ด้วยความที่เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงและไม่เคยจีบใครอย่างเป็นทางการ ภาคินเลยรู้สึกไม่มั่นใจจนต้องลากเพื่อนสนิททั้งสองคนติดสอยหอตามมาด้วยในเย็นวันนี้

 

ปัจจุบัน ณ หน้าคณะนิเทศศาสตร์

เมื่อพะแพงเดินลงมาจากตึกด้วยใบหน้าที่ยังคงติดความหม่นหมองจากบทสนทนาข่มขู่ของมินตราเมื่อเช้า เธอถึงกับชะงักเมื่อเห็นคณะกรรมการชุดใหญ่ยืนรออยู่

“พี่ภาคิน... พี่เตโช พี่หมอก?” พะแพงเอ่ยชื่อทีละคนด้วยความงุนงง

“ทำไมวันนี้มากันครบเลยล่ะคะ?”

“วันนี้นายของพวกพี่จะพาไปเปิดหูเปิดตาครับน้องพะแพง!” เตโชรีบกระโดดเข้ามาคว้ากระเป๋าผ้าของเธอไปถือไว้อย่างวิสาสะ

“ไปครับ ขึ้นรถ! วันนี้พวกพี่จะพาไปทัวร์สวรรค์บนดินย่านสุขุมวิท!” พะแพงมองไปทางภาคินที่ยังคงทำหน้านิ่ง แต่เขากลับเป็นคนเปิดประตูเบาะหน้าให้เธอพร้อมพยักหน้าให้น้อยๆ เป็นเชิงบอกว่า ‘ขึ้นรถเถอะ’

บรรยากาศภายในรถวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการก่อกวนของเตโชที่พยายามเล่าเรื่องตลกให้พะแพงฟังตลอดทาง โดยมีหมอกคอยเสริมมุกเป็นระยะ

พะแพงเริ่มคลายความกังวลและเผลอหัวเราะออกมาจริงๆ เมื่อเตโชเล่าเรื่องวีรกรรมการหลับในห้องเรียนของภาคินสมัยปีหนึ่ง ภาคินที่กำลังขับรถอยู่แอบชำเลืองมองรอยยิ้มเล็กๆ ของคนข้างกายผ่านกระจกมองหลัง มุมปากของเขายกขึ้นจางๆ อย่างที่ไม่มีใครทันสังเกต

เมื่อถึงห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ภาคินพาพะแพงมุ่งตรงไปยังโซนเล่นเกมส์หรือลานเครื่องเล่นเกมขนาดใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรีเร้าใจ

“เล่นเกมเนี่ยนะไอ้คิน?” หมอกถามอย่างขำๆ

“กูนึกว่ามึงจะพาน้องไปเดินพารากอนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม”

“พะแพงไม่ชอบของพวกนั้น” ภาคินตอบสั้นๆ เขาเห็นสายตาพะแพงที่วาววับขึ้นเมื่อเห็นตู้คีบตุ๊กตาและเกมแข่งรถ เขารู้ดีว่าความสุขของเด็กสาวคนนี้ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของสิ่งของ แต่อยู่ที่การได้กลับไปเป็นเด็กที่ไร้ความกังวลอีกครั้ง

“เอาล่ะ! ในเมื่อจะเล่น ก็ต้องเล่นให้ยับ!” เตโชประกาศก้องพลางหันไปทางภาคิน

“ไอ้เฮ่ยคิน มึงไปแลกเหรียญมาดิ๊ เดี๋ยวพวกกูจะพาน้องพะแพงไปจองเครื่องแข่งรถคอย”

ภาคินพยักหน้า เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์แลกเหรียญด้วยท่าทางสงบนิ่งประหนึ่งกำลังจะไปเซ็นสัญญาพันล้าน พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ถึงกับหน้าแดงเมื่อเห็นชายหนุ่มหล่อเหลาราวกับเทพบุตรเดินเข้ามาหา

“แลกเหรียญครับ” ภาคินเอ่ยเสียงเรียบพลางวางบัตรเครดิตสีดำลงบนเคาน์เตอร์

“รับกี่บาทดีคะคุณลูกค้า?” พนักงานถามด้วยเสียงสั่นเครือ ภาคินนิ่งคิดครู่หนึ่ง เขาคำนวณในใจว่าพะแพงน่าจะอยากเล่นหลายอย่าง และเขาก็ไม่อยากเดินมาแลกซ้ำหลายรอบ

“ห้าพันครับ”

“คะ...คัน? ห้าพันเหรอคะ?” พนักงานทวนคำด้วยความตกใจ

“เหรียญโทเคนห้าพันบาทนี่มันเยอะมากเลยนะคะคุณลูกค้า ปกติเขาแลกกันแค่สองสามร้อย...”

“ห้าพันครับ” ภาคินย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงกดต่ำที่ทรงอำนาจ จนพนักงานไม่กล้าซักไซ้ต่อ เธอรีบนำถุงผ้ามาใส่เหรียญโทเคนโลหะจนเต็มปรี่ เสียงเหรียญกระทบกันดัง กรุ๊งกริ๊ง สนั่นไปทั่วบริเวณ

ไม่กี่นาทีต่อมา ภาคินก็เดินกลับมาที่กลุ่มเพื่อนโดยในมือหิ้วถุงผ้าที่ดูหนักอึ้ง เขาตบถุงเหรียญลงบนโต๊ะข้างๆ เครื่องเล่นเกมดัง ปึก!

“เหี้ย!” เตโชอุทานจนลืมตัว

“นี่มึงแลกมาเท่าไหร่วะคิน?”

“ห้าพัน” ภาคินตอบหน้าตาย

“น่าจะพอเล่นถึงห้างปิด”

“มึงบ้าไปแล้วคิน ห้าพันเนี่ยนะ? เหรียญโทเคนห้าพันบาทมันเกือบพันเหรียญเลยนะเว้ย!” หมอกถึงกับเอามือกุมขมับ พะแพงยืนอ้าปากค้าง มองถุงเหรียญสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของภาคิน

“พี่ภาคินคะ... มันเยอะเกินไปค่ะ พะแพงเล่นไม่หมดหรอกค่ะ!”

“เล่นไม่หมดก็เอากลับบ้านไปหยอดกระปุก” ภาคินกล่าวพลางหยิบเหรียญกำใหญ่ออกมายัดใส่ในมือพะแพง

“ไปเล่นซะ อยากเล่นอะไรก็เล่น ฉันจะยืนดูอยู่ตรงนี้”

ในเย็นวันนั้น พะแพงลืมสิ้นทุกความหวาดกลัวต่อมินตรา ลืมสิ้นทุกความลับที่แบกไว้ เธอวิ่งร่าไปทั่วโซนเกมพร้อมกับเตโชและหมอกที่คอยกวนประสาทและท้าพนันแข่งเกมชูตบาส

ภาคินไม่ได้เล่นมากนัก เขาทำเพียงเดินตามหลังกลุ่มเด็กซนทั้งสามคน คอยส่งเหรียญให้พะแพงทุกครั้งที่เธอต้องการ และคอยบังผู้ชายคนอื่นไม่ให้มาเดินเบียดเธอ

ภาพของชายหนุ่มร่างสูงในชุดช็อปวิศวะ ที่ยืนถือถุงเหรียญหนักอึ้งคอยส่งให้เด็กสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนจนคนรอบข้างสัมผัสได้ กลายเป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นที่สุดในเย็นวันนั้น

เมื่อถึงคราวที่พะแพงพยายามจะคีบตุ๊กตาหมีตัวใหญ่แต่ไม่สำเร็จเสียที ภาคินก็เดินเข้าไปยืนซ้อนข้างหลังเธอ มือหนาของเขาเอื้อมมากุมมือเธอที่จับคันโยกเอาไว้ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดที่ข้างหูขณะที่เขาช่วยเธอกดปุ่มลงล็อก

“กดตอนนี้...” เขากระซิบเบาๆ เมื่อขาเครนคีบตุ๊กตาขึ้นมาได้สำเร็จและหย่อนลงในช่องรับ พะแพงกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ เธอหันกลับไปกอดภาคินโดยไม่ทันตั้งตัว

“คีบได้แล้วค่ะพี่ภาคิน! พะแพงทำได้แล้ว!”

ภาคินชะงักไปครู่หนึ่งกับอ้อมกอดที่แสนสดใสของเธอ ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบาๆ ความเหน็บหนาวในหัวใจของเขาดูเหมือนจะมลายหายไปสิ้นเพียงเพราะเสียงหัวเราะของเด็กสาวคนนี้

“อิ่มใจจังวุ้ย... มีคนจ่ายเงินห้าพันซื้อความสุขให้เมีย!” เตโชตะโกนแซวมาจากตู้เกมข้างๆ จนพะแพงเพิ่งรู้ตัวว่ากอดเขาอยู่ เธอรีบผละออกด้วยใบหน้าที่แดงก่ำถึงลำคอ

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -48-จบบริบูรณ์

    กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปความขุ่นมัวในอดีตให้เลือนหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงตะกอนแห่งความทรงจำที่ล้ำค่า ฤดูกาลผันผ่านจากวันนั้นที่โรงพยาบาล จนมาถึงวันที่ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ของภาคินแจ่มใสที่สุดในรอบปี กลิ่นอายของดอกกุหลาบสีขาวและดอกลิลลี่นับหมื่นดอกอบอวลไปทั่วบริเวณงานมงคลสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นภายในห้องแต่งตัวที่หรูหรา พะแพงในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงหางปลาที่เน้นสัดส่วนอย่างสง่างามกำลังยืนส่องกระจกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน หน้าท้องที่เคยราบเรียบบัดนี้เริ่มนูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้า ผิวพรรณของเธอผุดผ่องมีน้ำมีนวลจากการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัวภาคินอย่างดีที่สุด“สวยเหลือเกินลูกสะใภ้แม่” คุณแม่ขิงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสร้อยเพชรน้ำงามที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูล ท่านบรรจงสวมมันลงบนลำคอระหงของพะแพงช้าๆ "วันนี้หนูคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด และภาคินเองก็โชคดีที่สุดที่มีหนูอยู่ข้างกาย”“ขอบคุณค่ะคุณแม่... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆค่ะ” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองด้านล่าง ภาคินในชุดสูทสากลสีดำเนี้

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -47-หลานคนแรก

    ห้องพักฟื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้สดที่ ภาคินคอยสั่งมาเปลี่ยนให้ทุกเช้า บรรยากาศแห่งความตึงเครียดในวันแรกๆเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น พะแพงเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นที่พวงแก้ม บาดแผลที่หน้าท้องสมานตัวได้ดีตามลำดับ และที่สำคัญที่สุดคือผลการตรวจล่าสุดจากคุณหมอที่ระบุว่าภาวะแท้งคุกคามเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ชีวิตน้อยๆในครรภ์ยังคงต่อสู้และเติบโตไปพร้อมกับความรักของแม่ภาคินแทบจะกลายเป็นพยาบาลส่วนตัว เขาคอยประคองพะแพงลุกนั่ง คอยป้อนอาหารบำรุงที่เขาสั่งตรงมาจากเชฟชื่อดัง และคอยอ่านนิตยสารเกี่ยวกับแม่และเด็กให้เธอฟังจนพะแพงแอบขำในความเห่อที่เขาพยายามปกปิดภายใต้ใบหน้าขรึมๆ“พี่ภาคินคะ พะแพงทานเองได้ค่ะ พะแพงไม่ใช่เด็กๆ นะ” พะแพงเอ่ยพลางมองถ้วยซุปรังนกที่ภาคินกำลังเป่าจนอุ่นได้ที่“ไม่ได้ครับ หมอสั่งว่าห้ามใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเยอะ พี่ป้อนน่ะดีแล้ว” ภาคินตอบด้วยเสียงนุ่มแต่เด็ดขาด ก่อนจะยื่นช้อนมาที่ปากเธอ “อ้าปากเร็วคนดี เพื่อลูกนะ”ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเตโชและหมอกที่หิ้วตะกร้าผลไม้และของเล่นเด็

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -46-ใครจะว่าพี่โง่ก็ช่าง

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงสม่ำเสมอของเครื่องวัดสัญญาณชีพดังสะท้อนอยู่ในห้องพักฟื้นระดับวีไอพีที่กว้างขวางและสงบเงียบที่สุดของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ภาคินไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้องนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียวนับตั้งแต่พะแพงถูกย้ายออกมาจากห้องผ่าตัด เขาใช้เส้นสายและอำนาจทางการเงินทั้งหมดที่มีเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่เก่งที่สุด และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดร่างสูงสง่านั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ ดวงตาคมปลาบที่เคยดุดันบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและร่องรอยของความรู้สึกผิด เขามองใบหน้าซีดเซียวของพะแพงที่ยังคงหลับสนิทภายใต้ฤทธิ์ยาแก้ปวดและยาสลบ สลับกับจ้องมองฝ่ามือของตัวเองที่เพิ่งจะล้างคราบเลือดออกไปได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกอุ่นจัดของเลือดที่ซึมผ่านง่ามนิ้วในคืนนั้นยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำราวกับตราบาปคำพูดของคุณหมอเจ้าของไข้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำๆราวกับเสียงระฆังที่คอยย้ำเตือนสติ“คนไข้ตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้วครับ เป็นความโชคดีมหาศาลที่มีดไม่ได้ปักลึกจนโดนมดลูก หรือตัดโดนเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง แต่ภาวะแท้งคุกคามยังสูงมากนะครับ ช่วงนี้ต้องระวังอย่างที่สุด

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -45-พี่เองครับคนดี

    "แม่งเอ้ย!! ติดอะไรว่ะ!!" ถนนสายหลักกลับกลายเป็นขุมนรกที่กักขังภาคิไว้ รถยนต์หลายร้อยคันจอดนิ่งสนิทเป็นทางยาวเพราะอุบัติเหตุข้างหน้า เสียงแตรที่ดังระงมไม่ได้ช่วยให้ความร้อนใจในอกของเขาทุเลาลงเลยแม้แต่น้อยภาคินประชุมสายโทรศัพท์ค้างไว้กับหมอกและเตโชที่กำลังเร่งเครื่องมาจากอีกฝั่ง เสียงของเตโชในสายดังลนลานจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ภาคินกลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วนอกจากเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนเจ็บอก“ไอ้คิน! ใจเย็นมึง กูใกล้ถึงแล้ว... ไอ้บอลบอกว่ามินตราสั่งลูกน้องปิดบ้านหมดเลย!” เสียงหมอกตะโกนผ่านสาย“กูเย็นไม่ไหวแล้ว!” ภาคินคำรามลั่นพลางทุบพวงมาลัยรถจนเกิดเสียงดังสนั่น แววตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธและความกลัว... ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียพะแพงไปมือหนาคว้าโทรศัพท์อีกเครื่องที่วางอยู่เบาะข้างๆ กดโทรออกหาเบอร์ที่เขาเพิ่งลบทิ้งไปแต่กลับจำได้แม่นยำขึ้นใจ เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง... ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งและเปลี่ยนเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าติดต่อไม่ได้ ภาคินแทบคลั่ง เขาไม่รู้เลยว่าในวินาทีนั้น มินตราได้คว้าโทรศัพท์ของพะแพงขึ้นมาแล้วโยนมันทิ้งลงในถังน้ำสกปรกอย่างไม

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -44-แกนี่มันลูกกตัญญูจริงๆ

    ความสะใจที่ได้เห็นกุหลาบงามอย่างพะแพงแปดเปื้อนกองโคลนยังคงค้างอยู่ในมโนภาพของมินตราตลอดทางกลับบ้าน เธอฮัมเพลงอย่างรื่นเริงใจพลางนึกถึงใบหน้าสะบักสะบอมและเสียงอ้อนวอนขอชีวิตของนังเด็กแพศยานั่น มันเป็นรางวัลที่คุ้มค่าสำหรับการที่เธอต้องยอมลดตัวลงไปอยู่ในสถานที่อับชื้นเช่นนั้น แต่ความสุขสำราญของเธอกลับพังทลายลงทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่คฤหาสน์หรูเพี๊ยะ!แรงตบมหาศาลจากฝ่ามือหนาปะทะเข้าที่แก้มซ้ายของมินตราจนใบหน้าสวยสะบัดไปตามแรง ร่างบอบบางเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นพรมหรู มินตราเบิกตากว้างด้วยความช็อก มือเรียวสั่นเทาลูบคลำแก้มที่เริ่มบวมช้ำ เธอเงยหน้ามองพ่อของตัวเองที่ไม่เคยแม้แต่จะดุด่าเธอแรงๆมาก่อน แต่วันนี้เขากลับยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด“คุณพ่อ... ตบมินทำไมคะ?” เธอถามเสียงสั่นเครือ“ทำไมน่ะเหรอ! แกไปสร้างเรื่องอะไรมา!” พ่อของเธอชี้หน้าตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เมื่อกี้นี้ พ่อของภาคิน โทรมาหาฉันด้วยตัวเอง! เขาบอกว่าธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรทุกตัวของบริษัทเราถูกสั่งระงับการตรวจสอบและระงับการต่อสัญญาซื้อขายทั้งหมด! แกเข้าใจไหมว่าธุรกิจเราจะพังพินาศเพราะความเอาแต่ใจของ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -43- น้องโดนรุม?

    ยามเย็นที่หลังตึกคณะนิเทศศาสตร์กลายเป็นพื้นที่รกร้าง พะแพงเพียงแค่ต้องการกลับมาเอาสมุดโน้ตที่ลืมไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์การแสดง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึง ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในมุมอับสายตาหลังอาคาร เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะจากหลายทิศทางก็ทำให้เธอรู้ตัวว่าหนีไม่พ้นมินตรายืนเด่นอยู่ตรงกลางกลุ่มเพื่อนสาวนับห้าคน ใบหน้าที่เคยพยายามปั้นให้ดูนุ่มนวลบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาอย่างถึงที่สุด ในมือของมินตราถือโทรศัพท์ที่เปิดรูปถ่ายของภาคินเอาไว้ แววตาของเธอดูโกรธเกรี้ยวจนพะแพงต้องถอยหนี“ไง... ยัยนางเอกจอมปลอม” มินตราแค่นหัวเราะเสียงแหลม“วันนี้ไม่มีพี่ภาคินคอยกางปีกปกป้องแล้วนี่นา รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่ต้องกลับมาอยู่ในรูเน่าๆ ที่แกคู่ควร?”“มินตรา... ฉันถอยออกมาตามที่เธอต้องการแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับพี่ภาคินแล้ว” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นพยายามจะเดินเลี่ยงออกไป แต่เพื่อนของมินตรากลับก้าวเข้ามาผลักไหล่เธออย่างแรงจนพะแพงเสียหลักล้มกระแทกพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและน้ำขัง“ถอยออกมาแต่ยังทิ้งเสนียดไว้ให้พี่ภาคินเขาเพ้อถึงแกอยู่ได้ยังไง!” มินตราหวีดเสียงขึ้นพลางก้าวเข้ามา

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 14 - ถ้าหยุดเวลาได้คงดี

    ความสว่างจากโซนเกมเริ่มเลือนหายไปเบื้องหลัง เมื่อกลุ่มหนุ่มวิศวะร่างสูงใหญ่ที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า เดินตามร่างเล็กของเด็กสาวออกมาสู่ลานจอดรถ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความผ่อนคลายที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนอย่างภาคินที่ปกติมักจะใช้ชีวิตอยู่ในตารางเวลาที่แม่นยำและตึงเครียด“เล่นจนหมดแรงเลยนะมึง

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 12 - อย่าริอาจลืมตัว

    ความเงียบสงัดของยามรุ่งสางยังคงปกคลุมซอยแคบหน้าหอพักไม้กึ่งปูน แสงไฟจากเสาไฟฟ้ากะพริบถี่เป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะดับลงเมื่อแสงอาทิตย์สีอ่อนเริ่มแตะขอบฟ้าในบรรยากาศที่แสนธรรมดาของย่านหอพักราคาถูก รถคันหรูสีดำขลับที่จอดนิ่งสนิทอยู่ริมทางเดินกลับดูแปลกแยกและทรงพลังราวกับประติมากรรมที่หลุดมาจากโลกอีกใบ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 11 - อยู่ในความดูแล

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงการทำงานที่สม่ำเสมอของเครื่องปรับอากาศภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ดูจะเน้นย้ำความเงียบงันให้ยิ่งบาดลึกแสงไฟสีนวลตาที่หรี่ลงจนเหลือเพียงความสลัวฉาบไล้ลงบนร่างบางของพะแพงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มซื่อๆ บัดน

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 10 - ถูกขัง

    ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศรอบรั้วมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ดูจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข่าวลือของภาคินที่ไปเฝ้าพะแพงและลากตัวเอออกไปในวันลับน้องถูกพูดต่อไปจนทั่วภาพของรถคันหรูที่มาจอดรอหน้าตึกนิเทศทุกเที่ยงวัน เพื่อรับเด็กสาวท่าทางซื่อๆ ไปรับประทานอา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status