Share

- 10 - ถูกขัง

last update Tanggal publikasi: 2026-05-13 00:38:01

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศรอบรั้วมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะนิเทศศาสตร์ดูจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข่าวลือของภาคินที่ไปเฝ้าพะแพงและลากตัวเอออกไปในวันลับน้องถูกพูดต่อไปจนทั่ว

ภาพของรถคันหรูที่มาจอดรอหน้าตึกนิเทศทุกเที่ยงวัน เพื่อรับเด็กสาวท่าทางซื่อๆ ไปรับประทานอาหารมื้อพิเศษที่โรงอาหารวิศวะกลายเป็นภาพชินตาที่สร้างความริษยาให้กับสาวๆ ค่อนมหาวิทยาลัย

ภาคินไม่เพียงแต่พาเธอไปกินข้าว แต่เขายังแสดงอำนาจการครอบครองอย่างเงียบเชียบด้วยการให้นั่งที่นั่งประจำของเขา และคอยสั่งอาหารพรีเมียมมาวางตรงหน้าเธอไม่ขาดสาย

สำหรับพะแพงสัปดาห์นี้เหมือนฝันที่น่าหวาดหวั่น เธอได้รับความอบอุ่นที่โหยหา แต่ในขณะเดียวกันเธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาจิกกัดที่ทิ่มแทงมาจากทุกทิศทาง โดยเฉพาะยามที่เธอต้องก้าวออกจากอาณาเขตการปกป้องของภาคิน

หลังจากมื้อเที่ยงที่แสนอบอุ่นจบลง ภาคินเพิ่งขับรถมาส่งพะแพงที่หน้าตึกเพื่อเข้าเรียนวิชาสุดท้ายของสัปดาห์ ทันทีที่รถหรูเคลื่อนตัวลับสายตาไป บรรยากาศรอบตัวพะแพงก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“แหม... นึกว่าซินเดอเรลล่าที่ไหน ที่แท้ก็แค่พวกหน้าไหว้หลังหลอก”

เสียงจิกกัดดังขึ้นจากหัวมุมตึก ก่อนที่ร่างของมินตราพร้อมลูกสมุนคู่ใจจะเดินเข้ามาขวางทางพะแพงไว้ ใบหน้าของมินตราเบี้ยวบูดด้วยความโกรธที่สะสมมาตลอดเจ็ดวัน

“ตามฉันมานี่!” มินตราไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของพะแพงแล้วกระชากอย่างแรงมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำหญิงที่อยู่ท้ายตึกซึ่งมักจะปลอดคนในช่วงเวลานี้

“มิน! เราเจ็บ ปล่อยเถอะ!”

พะแพงพยายามขัดขืน แต่แรงของคนสามคนย่อมมากกว่า เธอถูกลากเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนที่มินตราจะเหวี่ยงร่างเล็กลงกับพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ

“เจ็บเหรอ? แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่แกทำ!” มินตราตวาดพลางย่างสามขุมเข้ามาหา

“แกเริ่มล้ำเส้นเกินไปแล้วนะพะแพง ฉันสั่งให้แกไปอ่อยเพื่อล้างหนี้ ไม่ใช่ให้แกไปทำตัวเป็นเจ้าของเขาแบบนั้น!”

“เราไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย พี่ภาคินเขา...”

“หุบปากชื่อเขาออกจากปากเน่าๆ ของแกซะ!” มินตราเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตบ แต่แล้วเธอก็เปลี่ยนใจ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ตบแกไปก็เสียดายมือเปล่าๆ ในเมื่อแกชอบเรียกร้องความสนใจนัก... งั้นไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครเห็นแกเลยเป็นไง?”

มินตราส่งสัญญาณให้ลูกเกดและนัตตี้ช่วยกันล็อกตัวพะแพง แล้วลากเธอออกจากห้องน้ำไปยังห้องเก็บของเก่าๆ ที่อยู่สุดทางเดินด้านหลังตึก ซึ่งเป็นห้องมืดที่ไม่มีหน้าต่างและเต็มไปด้วยเศษไม้และกองเอกสารเหลือใช้ ฝุ่นหนาเตอะปกคลุมทุกตารางนิ้วจนอากาศในนั้นดูขุ่นมัว

“มิน อย่าทำแบบนี้เลยนะ! เราขอโทษ... เราจะระวังตัวให้มากกว่านี้!” พะแพงอ้อนวอนด้วยความตื่นตระหนก เธอเกลียดที่แคบและมืดที่สุด

“สายไปแล้วจ้ะ... สำนึกผิดในกองฝุ่นนี่ไปก่อนก็แล้วกันนะ ถ้าฉันอารมณ์ดีเมื่อไหร่จะให้คนมาดู”

ปัง! เสียงประตูเหล็กปิดกระแทกดังสนิท ตามมาด้วยเสียงล็อกกุญแจจากภายนอก พะแพงทุบประตูสุดแรงพลางตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบเชียบของท้ายตึกที่ไร้ผู้คน อากาศที่น้อยนิดบวกกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายทำให้เธอเริ่มไอโขลกและหายใจลำบาก

ร่างเล็กทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าในความมืดมิด มีเพียงแสงสลัวที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูมาเพียงน้อยนิด... เธอไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องมือสื่อสาร มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลรินท่ามกลางกองขยะและความอ้างว้าง

17:30 น. หน้ามหาวิทยาลัย

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลง ภาคินจอดรถไว้ที่จุดนัดพบหน้าป้ายรถเมล์อย่างทุกที เขานั่งรออยู่ในรถอย่างใจเย็น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิบนาที ยี่สิบนาที จนกระทั่งรถเมล์เที่ยวที่พะแพงควรจะขึ้นแล่นผ่านไปคันแล้วคันเล่า ร่างเล็กที่แสนคุ้นตาก็ยังไม่ปรากฏตัว

ความนิ่งสงบของภาคินเริ่มสั่นคลอน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าจอที่ว่างเปล่า ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นด้วยความหงุดหงิดใจที่เพิ่งนึกได้ว่า... เขาไม่มีทางติดต่อเธอได้เลย

‘ทำไมถึงลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้นะ’ เขาตำหนิตัวเองในใจ

ภาคินก้าวลงจากรถ ท่าทางที่ดูร้อนรนเล็กน้อยของเขาดึงดูดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา เขาเดินไปมาอยู่แถวหน้าประตูมหาลัย แววตาคมปลาบจับจ้องไปยังทางเดินที่มุ่งหน้ามาจากตึกนิเทศแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

“เห้ยไอ้คิน! ยังไม่กลับอีกเหรอวะ?” เตโชที่ขี่บิ๊กไบค์ผ่านมาทักขึ้นพร้อมกับหมอกที่ซ้อนท้ายมาด้วย

“พะแพงยังไม่มา” ภาคินตอบเสียงต่ำ แฝงไปด้วยความกังวลที่ปกปิดไม่มิด

“น้องเขาติดธุระคณะหรือเปล่า? หรือไม่ก็กลับไปแล้วมั้ง” หมอกตั้งข้อสังเกต

“พะแพงไม่เคยกลับก่อนโดยไม่บอก... และเธอก็ไม่มีโทรศัพท์”

ภาคินกล่าวเสียงพร่า ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลเริ่มก่อตัวขึ้นในอก เขาเป็นคนช่างสังเกต และสัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ในขณะที่ภาคินกำลังจะตัดสินใจเดินกลับเข้าไปที่ตึกนิเทศ ร่างของมินตราก็เดินนวยนาดออกมาจากข้างในมหาลัย เธอจงใจจัดแต่งทรงผมและรอยยิ้มมาอย่างดีเมื่อเห็นภาคินยืนอยู่

“อุ๊ย... พี่ภาคิน ยังไม่กลับเหรอคะ? มารอใครหรือเปล่าเอ่ย?” มินตราเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยน แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ภาคินหยุดก้าว เขาหันมามองมินตราด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนคนฟังถึงกับขนลุก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาทำให้เตโชและหมอกที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องถอยห่าง

“มินตรา... เห็นพะแพงไหม?” เขาถามตรงเข้าประเด็น น้ำเสียงกดต่ำจนดูน่าเกรงขาม

“พะแพงเหรอคะ?” มินตราแสร้งทำเป็นใช้ความคิด พลางปัดปอยผมอย่างใจเย็น

“เห็นว่าเลิกเรียนแล้วก็รีบวิ่งออกไปทางหลังมหาลัยนะคะ เห็นบอกว่ามีธุระด่วนที่บ้าน... ทำไมเหรอคะ? หรือว่ายัยนั่นลืมนัดกับพี่?”

ภาคินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมินตรา เขาเห็นความสั่นไหวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ม่านมายานั้น ภาคินไม่ใช่คนโง่ เขาอยู่กับโลกธุรกิจที่มีแต่โกหกมาตั้งแต่เด็ก เขาอ่านออกทันทีว่าผู้หญิงคนนี้กำลังโกหก

“ธุระด่วน... ทั้งที่ไม่มีโทรศัพท์น่ะเหรอ?” ภาคินเค้นเสียงถาม

“ก็... อาจจะนัดไว้ก่อนแล้วมั้งคะ ยัยนั่นน่ะเห็นซื่อๆ แบบนั้น ความจริงอาจจะมีคนมารอรับอยู่ฝั่งนู้นก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะคะพี่ภาคิน อย่าไปเสียเวลาสืบเรื่องของเด็กเลี้ยงแกะเลยค่ะ ไปหาอะไรทานกับมินตราดีกว่าไหม...”

มินตรายังพูดไม่จบ ภาคินก็สะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะกล่าวคำลาหรือให้เกียรติเธอแม้แต่น้อย เขาไม่สนใจคำชักชวน ไม่สนใจเสน่ห์ที่เธอยัดเยียดให้ ความเมินเฉยของเขาเปรียบเสมือนตบหน้ามินตราฉาดใหญ่กลางที่สาธารณะ

“พี่ภาคิน! พี่จะไปไหนคะ! มินตรายังพูดไม่จบนะ!” มินตราตะโกนไล่หลังด้วยความโกรธจัด ใบหน้าที่เคยปั้นแต่งความสวยงามบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาจนเลือดขึ้นหน้า เธอกระทืบเท้าเร่าๆ เมื่อเห็นภาคินวิ่งตรงไปยังตึกนิเทศอย่างไม่คิดชีวิต

ภาคินวิ่งผ่านทางเชื่อมตึกด้วยความเร็วที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างประหลาด ความกังวลที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่เรื่องของรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่มันคือความรู้สึกสูญเสียสิ่งที่เขากำลังจะเริ่มเปิดใจรับ

“พะแพง! พะแพง!”

เขาตะโกนเรียกชื่อเธอในตึกที่เริ่มเงียบสงัด แสงไฟตามทางเดินเริ่มติดขึ้นสลับกับความมืด ภาคินวิ่งตรวจดูทุกห้องเรียน ทุกซอกมุมที่คิดว่าเธอจะอยู่

“เตโช มึงไปดูที่ลานกิจกรรม หมอก มึงไปดูที่ห้องสโมสร! หาให้เจอ!” เขาหันไปสั่งเพื่อนสนิทที่วิ่งตามมาหอบแฮก

ภาคินเดินมาถึงท้ายตึกคณะ บริเวณที่แสงไฟส่องไปไม่ถึง ความเงียบสงัดทำให้เขาได้ยินเสียงแผ่วๆ บางอย่าง...

แคก... แคก...

เสียงไอที่ดูอ่อนแรงดังมาจากห้องเก็บของเก่าที่อยู่สุดทางเดิน ภาคินชะงักฝีเท้า หัวใจเขาบีบรัดอย่างรุนแรง เขาพุ่งตรงไปที่ประตูเหล็กบานนั้นแล้วลองบิดที่จับ แต่มันถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาจากภายนอก

“พะแพง! อยู่ข้างในใช่ไหม!” ภาคินตะโกนพลางทุบประตู

“พี่... พี่ภาคิน... ช่วยพะแพงด้วย...”

เสียงหวานที่สั่นเครือและแหบพร่าตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา ทำให้ความอดทนของภาคินขาดสะบั้น เขาถอยหลังก้าวหนึ่งก่อนจะใช้ไหล่กระแทกประตูเหล็กเก่าๆ นั้นสุดแรง!

ปัง!

เสียงประตูพังทลายลงพร้อมกับร่างสูงของภาคินที่ถลาเข้าไปข้างใน กลิ่นฝุ่นและอับชื้นพุ่งเข้าประทะจมูก เขาเห็นร่างเล็กของพะแพงขดตัวอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้าจิ้มลิ้มที่บัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและฝุ่นละอองจนดูน่าสงสารจับใจ

ภาคินเข้าไปช้อนร่างของเธอขึ้นมาโอบกอดไว้แน่นทันที พะแพงซุกหน้าลงกับอกแกร่งของเขาพลางสะอื้นไห้จนตัวโยน

“ไม่เป็นไรแล้ว... ฉันอยู่นี่แล้วพะแพง...”

น้ำเสียงของภาคินสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเผลอจูบลงที่กลุ่มผมที่เปื้อนฝุ่นของเธออย่างไม่นึกรังเกียจ

“ภาคิน….”

“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องพูด ฉันจะพาไปโรงพยาบาลก่อน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -48-จบบริบูรณ์

    กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปความขุ่นมัวในอดีตให้เลือนหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงตะกอนแห่งความทรงจำที่ล้ำค่า ฤดูกาลผันผ่านจากวันนั้นที่โรงพยาบาล จนมาถึงวันที่ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ของภาคินแจ่มใสที่สุดในรอบปี กลิ่นอายของดอกกุหลาบสีขาวและดอกลิลลี่นับหมื่นดอกอบอวลไปทั่วบริเวณงานมงคลสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นภายในห้องแต่งตัวที่หรูหรา พะแพงในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงหางปลาที่เน้นสัดส่วนอย่างสง่างามกำลังยืนส่องกระจกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน หน้าท้องที่เคยราบเรียบบัดนี้เริ่มนูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้า ผิวพรรณของเธอผุดผ่องมีน้ำมีนวลจากการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัวภาคินอย่างดีที่สุด“สวยเหลือเกินลูกสะใภ้แม่” คุณแม่ขิงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสร้อยเพชรน้ำงามที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูล ท่านบรรจงสวมมันลงบนลำคอระหงของพะแพงช้าๆ "วันนี้หนูคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด และภาคินเองก็โชคดีที่สุดที่มีหนูอยู่ข้างกาย”“ขอบคุณค่ะคุณแม่... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆค่ะ” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองด้านล่าง ภาคินในชุดสูทสากลสีดำเนี้

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -47-หลานคนแรก

    ห้องพักฟื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้สดที่ ภาคินคอยสั่งมาเปลี่ยนให้ทุกเช้า บรรยากาศแห่งความตึงเครียดในวันแรกๆเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น พะแพงเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นที่พวงแก้ม บาดแผลที่หน้าท้องสมานตัวได้ดีตามลำดับ และที่สำคัญที่สุดคือผลการตรวจล่าสุดจากคุณหมอที่ระบุว่าภาวะแท้งคุกคามเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ชีวิตน้อยๆในครรภ์ยังคงต่อสู้และเติบโตไปพร้อมกับความรักของแม่ภาคินแทบจะกลายเป็นพยาบาลส่วนตัว เขาคอยประคองพะแพงลุกนั่ง คอยป้อนอาหารบำรุงที่เขาสั่งตรงมาจากเชฟชื่อดัง และคอยอ่านนิตยสารเกี่ยวกับแม่และเด็กให้เธอฟังจนพะแพงแอบขำในความเห่อที่เขาพยายามปกปิดภายใต้ใบหน้าขรึมๆ“พี่ภาคินคะ พะแพงทานเองได้ค่ะ พะแพงไม่ใช่เด็กๆ นะ” พะแพงเอ่ยพลางมองถ้วยซุปรังนกที่ภาคินกำลังเป่าจนอุ่นได้ที่“ไม่ได้ครับ หมอสั่งว่าห้ามใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเยอะ พี่ป้อนน่ะดีแล้ว” ภาคินตอบด้วยเสียงนุ่มแต่เด็ดขาด ก่อนจะยื่นช้อนมาที่ปากเธอ “อ้าปากเร็วคนดี เพื่อลูกนะ”ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเตโชและหมอกที่หิ้วตะกร้าผลไม้และของเล่นเด็

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -46-ใครจะว่าพี่โง่ก็ช่าง

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงสม่ำเสมอของเครื่องวัดสัญญาณชีพดังสะท้อนอยู่ในห้องพักฟื้นระดับวีไอพีที่กว้างขวางและสงบเงียบที่สุดของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ภาคินไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้องนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียวนับตั้งแต่พะแพงถูกย้ายออกมาจากห้องผ่าตัด เขาใช้เส้นสายและอำนาจทางการเงินทั้งหมดที่มีเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่เก่งที่สุด และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดร่างสูงสง่านั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ ดวงตาคมปลาบที่เคยดุดันบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและร่องรอยของความรู้สึกผิด เขามองใบหน้าซีดเซียวของพะแพงที่ยังคงหลับสนิทภายใต้ฤทธิ์ยาแก้ปวดและยาสลบ สลับกับจ้องมองฝ่ามือของตัวเองที่เพิ่งจะล้างคราบเลือดออกไปได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกอุ่นจัดของเลือดที่ซึมผ่านง่ามนิ้วในคืนนั้นยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำราวกับตราบาปคำพูดของคุณหมอเจ้าของไข้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำๆราวกับเสียงระฆังที่คอยย้ำเตือนสติ“คนไข้ตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้วครับ เป็นความโชคดีมหาศาลที่มีดไม่ได้ปักลึกจนโดนมดลูก หรือตัดโดนเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง แต่ภาวะแท้งคุกคามยังสูงมากนะครับ ช่วงนี้ต้องระวังอย่างที่สุด

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -45-พี่เองครับคนดี

    "แม่งเอ้ย!! ติดอะไรว่ะ!!" ถนนสายหลักกลับกลายเป็นขุมนรกที่กักขังภาคิไว้ รถยนต์หลายร้อยคันจอดนิ่งสนิทเป็นทางยาวเพราะอุบัติเหตุข้างหน้า เสียงแตรที่ดังระงมไม่ได้ช่วยให้ความร้อนใจในอกของเขาทุเลาลงเลยแม้แต่น้อยภาคินประชุมสายโทรศัพท์ค้างไว้กับหมอกและเตโชที่กำลังเร่งเครื่องมาจากอีกฝั่ง เสียงของเตโชในสายดังลนลานจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ภาคินกลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วนอกจากเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนเจ็บอก“ไอ้คิน! ใจเย็นมึง กูใกล้ถึงแล้ว... ไอ้บอลบอกว่ามินตราสั่งลูกน้องปิดบ้านหมดเลย!” เสียงหมอกตะโกนผ่านสาย“กูเย็นไม่ไหวแล้ว!” ภาคินคำรามลั่นพลางทุบพวงมาลัยรถจนเกิดเสียงดังสนั่น แววตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธและความกลัว... ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียพะแพงไปมือหนาคว้าโทรศัพท์อีกเครื่องที่วางอยู่เบาะข้างๆ กดโทรออกหาเบอร์ที่เขาเพิ่งลบทิ้งไปแต่กลับจำได้แม่นยำขึ้นใจ เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง... ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งและเปลี่ยนเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าติดต่อไม่ได้ ภาคินแทบคลั่ง เขาไม่รู้เลยว่าในวินาทีนั้น มินตราได้คว้าโทรศัพท์ของพะแพงขึ้นมาแล้วโยนมันทิ้งลงในถังน้ำสกปรกอย่างไม

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -44-แกนี่มันลูกกตัญญูจริงๆ

    ความสะใจที่ได้เห็นกุหลาบงามอย่างพะแพงแปดเปื้อนกองโคลนยังคงค้างอยู่ในมโนภาพของมินตราตลอดทางกลับบ้าน เธอฮัมเพลงอย่างรื่นเริงใจพลางนึกถึงใบหน้าสะบักสะบอมและเสียงอ้อนวอนขอชีวิตของนังเด็กแพศยานั่น มันเป็นรางวัลที่คุ้มค่าสำหรับการที่เธอต้องยอมลดตัวลงไปอยู่ในสถานที่อับชื้นเช่นนั้น แต่ความสุขสำราญของเธอกลับพังทลายลงทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่คฤหาสน์หรูเพี๊ยะ!แรงตบมหาศาลจากฝ่ามือหนาปะทะเข้าที่แก้มซ้ายของมินตราจนใบหน้าสวยสะบัดไปตามแรง ร่างบอบบางเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นพรมหรู มินตราเบิกตากว้างด้วยความช็อก มือเรียวสั่นเทาลูบคลำแก้มที่เริ่มบวมช้ำ เธอเงยหน้ามองพ่อของตัวเองที่ไม่เคยแม้แต่จะดุด่าเธอแรงๆมาก่อน แต่วันนี้เขากลับยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด“คุณพ่อ... ตบมินทำไมคะ?” เธอถามเสียงสั่นเครือ“ทำไมน่ะเหรอ! แกไปสร้างเรื่องอะไรมา!” พ่อของเธอชี้หน้าตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เมื่อกี้นี้ พ่อของภาคิน โทรมาหาฉันด้วยตัวเอง! เขาบอกว่าธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรทุกตัวของบริษัทเราถูกสั่งระงับการตรวจสอบและระงับการต่อสัญญาซื้อขายทั้งหมด! แกเข้าใจไหมว่าธุรกิจเราจะพังพินาศเพราะความเอาแต่ใจของ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -43- น้องโดนรุม?

    ยามเย็นที่หลังตึกคณะนิเทศศาสตร์กลายเป็นพื้นที่รกร้าง พะแพงเพียงแค่ต้องการกลับมาเอาสมุดโน้ตที่ลืมไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์การแสดง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึง ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในมุมอับสายตาหลังอาคาร เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะจากหลายทิศทางก็ทำให้เธอรู้ตัวว่าหนีไม่พ้นมินตรายืนเด่นอยู่ตรงกลางกลุ่มเพื่อนสาวนับห้าคน ใบหน้าที่เคยพยายามปั้นให้ดูนุ่มนวลบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาอย่างถึงที่สุด ในมือของมินตราถือโทรศัพท์ที่เปิดรูปถ่ายของภาคินเอาไว้ แววตาของเธอดูโกรธเกรี้ยวจนพะแพงต้องถอยหนี“ไง... ยัยนางเอกจอมปลอม” มินตราแค่นหัวเราะเสียงแหลม“วันนี้ไม่มีพี่ภาคินคอยกางปีกปกป้องแล้วนี่นา รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่ต้องกลับมาอยู่ในรูเน่าๆ ที่แกคู่ควร?”“มินตรา... ฉันถอยออกมาตามที่เธอต้องการแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับพี่ภาคินแล้ว” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นพยายามจะเดินเลี่ยงออกไป แต่เพื่อนของมินตรากลับก้าวเข้ามาผลักไหล่เธออย่างแรงจนพะแพงเสียหลักล้มกระแทกพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและน้ำขัง“ถอยออกมาแต่ยังทิ้งเสนียดไว้ให้พี่ภาคินเขาเพ้อถึงแกอยู่ได้ยังไง!” มินตราหวีดเสียงขึ้นพลางก้าวเข้ามา

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 15 - เขาคือพ่อพะแพง

    วันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับใครหลายคนอาจหมายถึงเวลาแห่งการพักผ่อน แต่สำหรับ พะแพงมันคือช่วงเวลาแห่งการกอบโกยรายได้เพื่อต่อลมหายใจให้ครอบครัว เธอสวมชุดพนักงานคาเฟ่สีครีมสะอาดตา สวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม คอยรับออเดอร์และเก็บโต๊ะด้วยความแคล่วคล่องท่ามกลางกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟที่อบอวลไปทั่วร้าน แม้ร่างกายจะอ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 14 - ถ้าหยุดเวลาได้คงดี

    ความสว่างจากโซนเกมเริ่มเลือนหายไปเบื้องหลัง เมื่อกลุ่มหนุ่มวิศวะร่างสูงใหญ่ที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า เดินตามร่างเล็กของเด็กสาวออกมาสู่ลานจอดรถ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความผ่อนคลายที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนอย่างภาคินที่ปกติมักจะใช้ชีวิตอยู่ในตารางเวลาที่แม่นยำและตึงเครียด“เล่นจนหมดแรงเลยนะมึง

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 13 - น้องเจอเรื่องแย่ๆมาเยอะ

    ยามเย็นที่คณะนิเทศศาสตร์วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะมีดาราดังมาเยือน แต่เป็นเพราะรถสีดำขลับคันเดิมมาจอดนิ่งสนิทรออยู่ที่หน้าตึก แต่ว่าสิ่งที่แปลกตาไปกว่าทุกวันคือข้างรถคันหรูนั้นไม่ได้มีเพียงภาคินที่ยืนกอดอกพิงรถ แต่กลับมีเตโชที่กำลังยืนเต้นตามจังหวะเพลงในหูฟัง และหมอกที่ยืนอ่านบทความวิชาก

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 12 - อย่าริอาจลืมตัว

    ความเงียบสงัดของยามรุ่งสางยังคงปกคลุมซอยแคบหน้าหอพักไม้กึ่งปูน แสงไฟจากเสาไฟฟ้ากะพริบถี่เป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะดับลงเมื่อแสงอาทิตย์สีอ่อนเริ่มแตะขอบฟ้าในบรรยากาศที่แสนธรรมดาของย่านหอพักราคาถูก รถคันหรูสีดำขลับที่จอดนิ่งสนิทอยู่ริมทางเดินกลับดูแปลกแยกและทรงพลังราวกับประติมากรรมที่หลุดมาจากโลกอีกใบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status