Share

- 12 - อย่าริอาจลืมตัว

last update publish date: 2026-05-16 23:52:08

ความเงียบสงัดของยามรุ่งสางยังคงปกคลุมซอยแคบหน้าหอพักไม้กึ่งปูน แสงไฟจากเสาไฟฟ้ากะพริบถี่เป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะดับลงเมื่อแสงอาทิตย์สีอ่อนเริ่มแตะขอบฟ้า

ในบรรยากาศที่แสนธรรมดาของย่านหอพักราคาถูก รถคันหรูสีดำขลับที่จอดนิ่งสนิทอยู่ริมทางเดินกลับดูแปลกแยกและทรงพลังราวกับประติมากรรมที่หลุดมาจากโลกอีกใบ

ภาคินนั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว เขามองดูตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาดิจิทัลด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่นิ้วมือที่เคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับบ่งบอกถึงความอดทนที่ตั้งใจแน่วแน่

เขารู้จักคนอย่างพะแพงดีขึ้นกว่าเดิมมากในช่วงสามวันที่ผ่านมา แม้เธอจะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลและรับปากว่าจะรอให้เขามารับ แต่สัญชาตญาณของเขาก็บอกว่าเด็กสาวขี้เกรงใจคนนี้จะต้องหาทางแอบหนีไปเรียนก่อนเวลาเพื่อไม่ให้เขาลำบากแน่ๆ และนั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกมาจอดรถรอที่นี่ตั้งแต่ไก่โห่

เป็นจริงอย่างที่เขาคาด... ประตูไม้หน้าหอพักค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างเล็กในชุดนิสิตที่ดูสะอาดสะอ้าน พะแพงก้าวออกมาด้วยท่าทางระแวดระวัง เธอชะเง้อคอมองไปทางปากซอยด้วยท่าทีลนลานเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปทางที่รถเมล์ผ่าน

แต่แล้วเธอกลับต้องชะงักฝีเท้าจนเกือบเสียหลัก เมื่อรถคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ในความมืดค่อยๆ เคลื่อนตัวมาขวางทางเธอไว้ พร้อมกับกระจกไฟฟ้าที่เลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่นิ่งสนิทปานน้ำแข็ง

“จะไปไหน?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พะแพงเบิกตากว้าง มือที่กุมสายกระเป๋าเป้สั่นระริก

“พะ...พี่ภาคิน! มาได้ยังไงคะ? นี่มันยังไม่เจ็ดโมงเช้าเลยนะคะ”

“ฉันบอกแล้วว่าจะมารับ” ภาคินตอบพลางกดปลดล็อกประตู

“ขึ้นมา”

“แต่พะแพงไปเองได้จริงๆ ค่ะ พะแพงไม่อยากให้พี่ภาคินต้องวนรถเข้ามาในซอยแคบๆ แบบนี้ทุกวัน มัน...”

“พะแพง” ภาคินเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ เป็นสัญญาณเตือนว่าความอดทนของเขากำลังจะสิ้นสุด

“ขึ้นรถ อย่าให้ฉันต้องลงไปอุ้มเธอขึ้นมาเองเหมือนวันนั้น”

คำขู่ที่แกมบังคับทำให้พะแพงน้ำท่วมปาก เธอรู้ดีว่าภาคินเป็นคนพูดจริงทำจริง สุดท้ายจึงต้องจำใจเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่เบาะข้างคนขับด้วยท่าทางเจียมตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่แสนคุ้นเคยภายในรถทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างห้ามไม่ได้

ตลอดการเดินทางไม่มีบทสนทนาใดๆ ภาคินขับรถด้วยความสุขุม สายตาจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า แต่เขากลับเอื้อมมือมาปรับระดับแอร์ให้พอเหมาะกับเธอ และวางกล่องนมสตอเบอรี่ไว้ที่ที่วางแก้วใกล้ๆ มือเธอ ราวกับเป็นกิจวัตรที่เขาตั้งใจทำให้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก

เมื่อรถหรูจอดสนิทที่หน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเงียบสงบกลับเริ่มหนาตาไปด้วยนิสิตที่มาเตรียมตัวเรียนคลาสแรก สายตานับสิบคู่จับจ้องมาที่รถของภาคินเป็นจุดเดียว และทันทีที่พะแพงก้าวลงจากรถ เธอก็พบกับร่างที่แสนคุ้นตาของมินตราที่ยืนรออยู่พร้อมรอยยิ้มปั้นแต่งที่ดูเป็นมิตรจนน่าขนลุก

“อ้าว... พะแพง กลับมาเรียนได้แล้วเหรอจ๊ะ?” มินตราก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางร่าเริง แสร้งทำเป็นจะเอื้อมมือมาจับไหล่พะแพง

“ฉันเป็นห่วงแทบแย่เลยนะเนี่ย เห็นหายไปตั้งหลายวัน...”

มินตรายังไม่ทันจะถึงตัวพะแพง ร่างสูงใหญ่ของภาคินก็ก้าวมาขวางหน้าไว้เสียก่อน เขายืนตระหง่านบังร่างเล็กของพะแพงไว้มิด แววตาคมกริบที่จ้องมองมินตรานั้นเย็นเยียบเสียจนรอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวแข็งค้างไปชั่วขณะ

ภาคินไม่ได้พูดโต้ตอบมินตราแม้แต่คำเดียว เขาไม่แม้แต่จะชายตามองความงามที่มินตราจงใจปรุงแต่งมาเพื่อดึงดูดสายตาเขา ชายหนุ่มเพียงแค่หันกลับไปคว้าข้อมือพะแพงเบาๆ แต่หนักแน่น

“ไปเรียนซะ เลิกเรียนแล้วฉันจะมารอที่เดิม”

ภาคินพาพะแพงเดินผ่านหน้ามินตราไปอย่างไม่ใยดี เขาเดินไปส่งเธอจนถึงหน้าห้องเรียนชั้นสาม ท่ามกลางสายตาอึ้งๆ ของคนทั้งทางเดิน เมื่อส่งเธอเสร็จเขาก็เพียงแค่พยักหน้าให้นิ่งๆ ตามสไตล์ แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองความวุ่นวายที่เขาสร้างไว้

พะแพงเดินเข้าไปในห้องเรียนด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอหย่อนตัวลงนั่งที่โต๊ะมุมห้อง พยายามจะรวบรวมสมาธิ แต่ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้เพียงไม่กี่นาที

ปัง! ประตูห้องเรียนถูกผลักออกอย่างแรง มินตราเดินนำลูกสมุนอีกสองคนเข้ามาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เธอพุ่งตรงมาที่พะแพงทันที ก่อนที่ลูกเกดและนัตตี้จะช่วยกันดันร่างของพะแพงจนหลังติดกำแพงเย็นเฉียบที่ท้ายห้อง

“เหอะ! เล่นงิ้วเก่งขึ้นเยอะเลยนะพะแพง” มินตราแค่นหัวเราะพลางใช้ปลายนิ้วเชิดคางพะแพงขึ้นอย่างแรงจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ดูสิ... ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้นเยอะเลยนะ สงสัยจะได้กินของดีที่วิศวะมาเยอะล่ะสิ?”

“มินตรา... ฉันไม่ได้...”

“ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อย!” มินตราตวาดใส่หน้าจนพะแพงสะดุ้ง

“ฉันยอมรับนะว่าแกทำได้ดีกว่าที่ฉันคิด... ไม่สิ ทำได้ดีเกินไป จนภาคินมันหลงแกหัวปักหัวปำขนาดนี้ แผนการเข้าหาแบบยัยตัวซวยที่ต้องให้เขาคอยปกป้องเนี่ย แกเล่นได้เนียนจนฉันยังเกือบเชื่อ”

มินตราโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนพะแพงสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกและแววตาที่เต็มไปด้วยความพยาบาท

“แต่จำไว้ให้ดีนะพะแพง... อย่าได้ลืมตัวว่าแกเป็นใคร ที่แกได้นั่งรถหรู ได้กินของแพง ได้มีภาคินมาคอยรับคอยส่ง ทั้งหมดมันเกิดจากแผนการที่ฉันเขียนบทให้แกเล่น!” มินตราออกแรงบีบคางพะแพงหนักขึ้นจนเป็นรอยแดง

“อย่าริอาจจะรักเขาจริงๆ หรือคิดว่าเขาจะรักแกจริงๆ เพราะทันทีที่ฉันเบื่อเกมนี้ หรือทันทีที่หนี้ของพ่อแกถูกชำระหมด... ฉันนี่แหละจะเป็นคนกระชากหน้ากากแกออก แล้ววันนั้นแกจะรู้ว่าความหนาวที่แท้จริงจากภาคินมันเป็นยังไง!”

“ฉัน... ฉันไม่เคยลืม” พะแพงกระซิบตอบเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลต่อหน้าศัตรู

“ดี! งั้นก็รักษาบทบาทผู้แสนดีต่อไปให้จบ...” มินตราสะบัดมือออกจากคางเธออย่างแรงจนหน้าพะแพงสะบัดไปอีกทาง

“เพราะยิ่งเขารักแกมากเท่าไหร่ ตอนที่ความจริงถูกเปิดโปง... เขาก็จะยิ่งอยากฆ่าแกมากเท่านั้น และฉันนี่แหละที่จะยืนดูความพินาศของแกด้วยความสะใจที่สุด!”

มินตราเดินหัวเราะร่าออกไปจากห้อง ทิ้งให้พะแพงทรุดตัวลงกับม้านั่งไม้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของภาคินเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ข้อมือ แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับกรีดลึกลงในหัวใจ

เธอมองกล่องนมสตอเบอรี่ที่ภาคินซื้อให้... มันหวานหอม แต่สำหรับเธอในตอนนี้ รสชาติของมันกลับขมขื่นเกินกว่าจะกลืนลง

เธอกำลังก้าวเดินอยู่บนสะพานไม้ผุๆ ที่เบื้องล่างคือเหวนรก และผู้ชายที่กำลังจูงมือเธออยู่นั้น... คือคนที่จะผลักเธอลงไปทันทีที่เขารู้ว่ามือที่เธอกุมเขานั้น เต็มไปด้วยรอยเปื้อนของการหลอกลวง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -48-จบบริบูรณ์

    กาลเวลาหมุนเวียนผ่านไปความขุ่นมัวในอดีตให้เลือนหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงตะกอนแห่งความทรงจำที่ล้ำค่า ฤดูกาลผันผ่านจากวันนั้นที่โรงพยาบาล จนมาถึงวันที่ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ของภาคินแจ่มใสที่สุดในรอบปี กลิ่นอายของดอกกุหลาบสีขาวและดอกลิลลี่นับหมื่นดอกอบอวลไปทั่วบริเวณงานมงคลสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นภายในห้องแต่งตัวที่หรูหรา พะแพงในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ทรงหางปลาที่เน้นสัดส่วนอย่างสง่างามกำลังยืนส่องกระจกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื้นตัน หน้าท้องที่เคยราบเรียบบัดนี้เริ่มนูนเด่นขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ห้า ผิวพรรณของเธอผุดผ่องมีน้ำมีนวลจากการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัวภาคินอย่างดีที่สุด“สวยเหลือเกินลูกสะใภ้แม่” คุณแม่ขิงเขาเดินเข้ามาพร้อมกับสร้อยเพชรน้ำงามที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูล ท่านบรรจงสวมมันลงบนลำคอระหงของพะแพงช้าๆ "วันนี้หนูคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุด และภาคินเองก็โชคดีที่สุดที่มีหนูอยู่ข้างกาย”“ขอบคุณค่ะคุณแม่... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆค่ะ” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งในขณะเดียวกัน ที่ห้องรับรองด้านล่าง ภาคินในชุดสูทสากลสีดำเนี้

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -47-หลานคนแรก

    ห้องพักฟื้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้สดที่ ภาคินคอยสั่งมาเปลี่ยนให้ทุกเช้า บรรยากาศแห่งความตึงเครียดในวันแรกๆเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น พะแพงเริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นที่พวงแก้ม บาดแผลที่หน้าท้องสมานตัวได้ดีตามลำดับ และที่สำคัญที่สุดคือผลการตรวจล่าสุดจากคุณหมอที่ระบุว่าภาวะแท้งคุกคามเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ชีวิตน้อยๆในครรภ์ยังคงต่อสู้และเติบโตไปพร้อมกับความรักของแม่ภาคินแทบจะกลายเป็นพยาบาลส่วนตัว เขาคอยประคองพะแพงลุกนั่ง คอยป้อนอาหารบำรุงที่เขาสั่งตรงมาจากเชฟชื่อดัง และคอยอ่านนิตยสารเกี่ยวกับแม่และเด็กให้เธอฟังจนพะแพงแอบขำในความเห่อที่เขาพยายามปกปิดภายใต้ใบหน้าขรึมๆ“พี่ภาคินคะ พะแพงทานเองได้ค่ะ พะแพงไม่ใช่เด็กๆ นะ” พะแพงเอ่ยพลางมองถ้วยซุปรังนกที่ภาคินกำลังเป่าจนอุ่นได้ที่“ไม่ได้ครับ หมอสั่งว่าห้ามใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องเยอะ พี่ป้อนน่ะดีแล้ว” ภาคินตอบด้วยเสียงนุ่มแต่เด็ดขาด ก่อนจะยื่นช้อนมาที่ปากเธอ “อ้าปากเร็วคนดี เพื่อลูกนะ”ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเตโชและหมอกที่หิ้วตะกร้าผลไม้และของเล่นเด็

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -46-ใครจะว่าพี่โง่ก็ช่าง

    กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงสม่ำเสมอของเครื่องวัดสัญญาณชีพดังสะท้อนอยู่ในห้องพักฟื้นระดับวีไอพีที่กว้างขวางและสงบเงียบที่สุดของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ภาคินไม่ยอมก้าวเท้าออกจากห้องนี้เลยแม้แต่วินาทีเดียวนับตั้งแต่พะแพงถูกย้ายออกมาจากห้องผ่าตัด เขาใช้เส้นสายและอำนาจทางการเงินทั้งหมดที่มีเพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่เก่งที่สุด และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุดร่างสูงสง่านั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ ดวงตาคมปลาบที่เคยดุดันบัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและร่องรอยของความรู้สึกผิด เขามองใบหน้าซีดเซียวของพะแพงที่ยังคงหลับสนิทภายใต้ฤทธิ์ยาแก้ปวดและยาสลบ สลับกับจ้องมองฝ่ามือของตัวเองที่เพิ่งจะล้างคราบเลือดออกไปได้ไม่นาน แต่ความรู้สึกอุ่นจัดของเลือดที่ซึมผ่านง่ามนิ้วในคืนนั้นยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำราวกับตราบาปคำพูดของคุณหมอเจ้าของไข้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำๆราวกับเสียงระฆังที่คอยย้ำเตือนสติ“คนไข้ตั้งครรภ์ได้ประมาณหนึ่งเดือนแล้วครับ เป็นความโชคดีมหาศาลที่มีดไม่ได้ปักลึกจนโดนมดลูก หรือตัดโดนเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง แต่ภาวะแท้งคุกคามยังสูงมากนะครับ ช่วงนี้ต้องระวังอย่างที่สุด

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -45-พี่เองครับคนดี

    "แม่งเอ้ย!! ติดอะไรว่ะ!!" ถนนสายหลักกลับกลายเป็นขุมนรกที่กักขังภาคิไว้ รถยนต์หลายร้อยคันจอดนิ่งสนิทเป็นทางยาวเพราะอุบัติเหตุข้างหน้า เสียงแตรที่ดังระงมไม่ได้ช่วยให้ความร้อนใจในอกของเขาทุเลาลงเลยแม้แต่น้อยภาคินประชุมสายโทรศัพท์ค้างไว้กับหมอกและเตโชที่กำลังเร่งเครื่องมาจากอีกฝั่ง เสียงของเตโชในสายดังลนลานจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ภาคินกลับไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วนอกจากเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงจนเจ็บอก“ไอ้คิน! ใจเย็นมึง กูใกล้ถึงแล้ว... ไอ้บอลบอกว่ามินตราสั่งลูกน้องปิดบ้านหมดเลย!” เสียงหมอกตะโกนผ่านสาย“กูเย็นไม่ไหวแล้ว!” ภาคินคำรามลั่นพลางทุบพวงมาลัยรถจนเกิดเสียงดังสนั่น แววตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธและความกลัว... ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการสูญเสียพะแพงไปมือหนาคว้าโทรศัพท์อีกเครื่องที่วางอยู่เบาะข้างๆ กดโทรออกหาเบอร์ที่เขาเพิ่งลบทิ้งไปแต่กลับจำได้แม่นยำขึ้นใจ เสียงสัญญาณดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง... ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งและเปลี่ยนเป็นเสียงแจ้งเตือนว่าติดต่อไม่ได้ ภาคินแทบคลั่ง เขาไม่รู้เลยว่าในวินาทีนั้น มินตราได้คว้าโทรศัพท์ของพะแพงขึ้นมาแล้วโยนมันทิ้งลงในถังน้ำสกปรกอย่างไม

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -44-แกนี่มันลูกกตัญญูจริงๆ

    ความสะใจที่ได้เห็นกุหลาบงามอย่างพะแพงแปดเปื้อนกองโคลนยังคงค้างอยู่ในมโนภาพของมินตราตลอดทางกลับบ้าน เธอฮัมเพลงอย่างรื่นเริงใจพลางนึกถึงใบหน้าสะบักสะบอมและเสียงอ้อนวอนขอชีวิตของนังเด็กแพศยานั่น มันเป็นรางวัลที่คุ้มค่าสำหรับการที่เธอต้องยอมลดตัวลงไปอยู่ในสถานที่อับชื้นเช่นนั้น แต่ความสุขสำราญของเธอกลับพังทลายลงทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่คฤหาสน์หรูเพี๊ยะ!แรงตบมหาศาลจากฝ่ามือหนาปะทะเข้าที่แก้มซ้ายของมินตราจนใบหน้าสวยสะบัดไปตามแรง ร่างบอบบางเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นพรมหรู มินตราเบิกตากว้างด้วยความช็อก มือเรียวสั่นเทาลูบคลำแก้มที่เริ่มบวมช้ำ เธอเงยหน้ามองพ่อของตัวเองที่ไม่เคยแม้แต่จะดุด่าเธอแรงๆมาก่อน แต่วันนี้เขากลับยืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด“คุณพ่อ... ตบมินทำไมคะ?” เธอถามเสียงสั่นเครือ“ทำไมน่ะเหรอ! แกไปสร้างเรื่องอะไรมา!” พ่อของเธอชี้หน้าตะคอกใส่ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล “เมื่อกี้นี้ พ่อของภาคิน โทรมาหาฉันด้วยตัวเอง! เขาบอกว่าธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรทุกตัวของบริษัทเราถูกสั่งระงับการตรวจสอบและระงับการต่อสัญญาซื้อขายทั้งหมด! แกเข้าใจไหมว่าธุรกิจเราจะพังพินาศเพราะความเอาแต่ใจของ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   -43- น้องโดนรุม?

    ยามเย็นที่หลังตึกคณะนิเทศศาสตร์กลายเป็นพื้นที่รกร้าง พะแพงเพียงแค่ต้องการกลับมาเอาสมุดโน้ตที่ลืมไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์การแสดง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึง ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในมุมอับสายตาหลังอาคาร เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นปูนอย่างเป็นจังหวะจากหลายทิศทางก็ทำให้เธอรู้ตัวว่าหนีไม่พ้นมินตรายืนเด่นอยู่ตรงกลางกลุ่มเพื่อนสาวนับห้าคน ใบหน้าที่เคยพยายามปั้นให้ดูนุ่มนวลบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยาอย่างถึงที่สุด ในมือของมินตราถือโทรศัพท์ที่เปิดรูปถ่ายของภาคินเอาไว้ แววตาของเธอดูโกรธเกรี้ยวจนพะแพงต้องถอยหนี“ไง... ยัยนางเอกจอมปลอม” มินตราแค่นหัวเราะเสียงแหลม“วันนี้ไม่มีพี่ภาคินคอยกางปีกปกป้องแล้วนี่นา รู้สึกยังไงบ้างล่ะที่ต้องกลับมาอยู่ในรูเน่าๆ ที่แกคู่ควร?”“มินตรา... ฉันถอยออกมาตามที่เธอต้องการแล้ว ฉันไม่ได้ยุ่งกับพี่ภาคินแล้ว” พะแพงเอ่ยเสียงสั่นพยายามจะเดินเลี่ยงออกไป แต่เพื่อนของมินตรากลับก้าวเข้ามาผลักไหล่เธออย่างแรงจนพะแพงเสียหลักล้มกระแทกพื้นปูนที่เต็มไปด้วยฝุ่นและน้ำขัง“ถอยออกมาแต่ยังทิ้งเสนียดไว้ให้พี่ภาคินเขาเพ้อถึงแกอยู่ได้ยังไง!” มินตราหวีดเสียงขึ้นพลางก้าวเข้ามา

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 15 - เขาคือพ่อพะแพง

    วันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับใครหลายคนอาจหมายถึงเวลาแห่งการพักผ่อน แต่สำหรับ พะแพงมันคือช่วงเวลาแห่งการกอบโกยรายได้เพื่อต่อลมหายใจให้ครอบครัว เธอสวมชุดพนักงานคาเฟ่สีครีมสะอาดตา สวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม คอยรับออเดอร์และเก็บโต๊ะด้วยความแคล่วคล่องท่ามกลางกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟที่อบอวลไปทั่วร้าน แม้ร่างกายจะอ

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 14 - ถ้าหยุดเวลาได้คงดี

    ความสว่างจากโซนเกมเริ่มเลือนหายไปเบื้องหลัง เมื่อกลุ่มหนุ่มวิศวะร่างสูงใหญ่ที่ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้า เดินตามร่างเล็กของเด็กสาวออกมาสู่ลานจอดรถ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความผ่อนคลายที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนอย่างภาคินที่ปกติมักจะใช้ชีวิตอยู่ในตารางเวลาที่แม่นยำและตึงเครียด“เล่นจนหมดแรงเลยนะมึง

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 13 - น้องเจอเรื่องแย่ๆมาเยอะ

    ยามเย็นที่คณะนิเทศศาสตร์วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะมีดาราดังมาเยือน แต่เป็นเพราะรถสีดำขลับคันเดิมมาจอดนิ่งสนิทรออยู่ที่หน้าตึก แต่ว่าสิ่งที่แปลกตาไปกว่าทุกวันคือข้างรถคันหรูนั้นไม่ได้มีเพียงภาคินที่ยืนกอดอกพิงรถ แต่กลับมีเตโชที่กำลังยืนเต้นตามจังหวะเพลงในหูฟัง และหมอกที่ยืนอ่านบทความวิชาก

  • Zero absolute องศารักละลายใจนายวิศวะเย็นชา   - 11 - อยู่ในความดูแล

    กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงการทำงานที่สม่ำเสมอของเครื่องปรับอากาศภายในห้องพักฟื้นพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ดูจะเน้นย้ำความเงียบงันให้ยิ่งบาดลึกแสงไฟสีนวลตาที่หรี่ลงจนเหลือเพียงความสลัวฉาบไล้ลงบนร่างบางของพะแพงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้สีขาวสะอาด ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มซื่อๆ บัดน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status