ログインนอกจากวลาลีไม่กลับแล้ว ชยางกูรก็ยังมาอีกคนหนึ่ง...
มันวันอะไรกันนะ?
มยุรฉัตรได้แต่นั่งกระสับกระส่าย ขณะที่ชยางกูรกับ วลาลีกำลังเปิดแอปสั่งอาหาร พวกเขาบอกว่าจะเลี้ยงตอบแทนเธอมื้อเบาๆ ก่อน เดี๋ยวมยุรฉัตรหายป่วยดีค่อยไปจัดหนักกันอีกที เธอไม่น่าพูดเลยว่าอยากรับประทานข้าวมันไก่ ที่มีตับไก่สีทองเจ้าดัง อยากกินอันนั้นแหละ วลาลีพลอยบอกว่าอยากรับประทานไปด้วย ชยางกูรเลยเอาใจภรรยาด้วยการชวนกินด้วยกันที่นี่ เพราะไปร้านก็ไกลวลาลีก็ท้องอ่อนๆ มยุรฉัตรก็ยังไม่หายป่วย
จริงๆ ไม่ได้ป่วยอะไร ฮือ ฉัตรแค่หลบรองตรัย
คนที่หลบก็อยู่ในห้องนอนของเธอตอนนี้
เธอเหลือบมองนาฬิกา เวลาเกือบบ่ายโมงแล้ว...ชยางกูร บอกว่าอีกเกือบสามสิบนาทีรอไหวไหม? สองสาวขานรับพร้อมกันว่าไหว รีบกินรีบกลับนะคะ มยุรฉัตรอยากจะพูดแบบนั้นแต่ทว่า...
พอข้าวมันไก่แสนอร่อยมาถึง พวกเขาก็เพลินกับรสชาติ แถมชยางกูรยังชวนคุยงานแพลนต่ออีกนิดหน่อย บอกว่าวันนี้ ชยันตรัยก็หายไปติดต่อไม่ได้ เลยฝากงานไว้กับมยุรฉัตรเผื่อกันลืม เวลาเลื่อนไปจนถึงบ่ายสามโมง
คนข้างในจะหิวไหมนั่น?
นึกห่วงเขาขึ้นมาแวบหนึ่ง
“คุณลีผมต้องกลับบริษัทก่อน เห็นว่ามีนัดสัมภาษณ์ด่วน คุณลีอยู่กับคุณฉัตรก่อนนะ”
“ลีกลับห้องเราก็ได้ค่ะ ไม่อยากรบกวนฉัตร”
วลาลีปิดปากหาว
“ลีง่วงแล้วด้วยค่ะ เบื่อตัวเองจังท้องแล้วง่วงทั้งวันเลย”
“นอนที่ห้องนี้ก่อนไหม? ผมไม่อยากให้อยู่คนเดียว”
ว่าที่คุณพ่อว่า หน้าของเขาเครียดนิดๆ ตั้งแต่ภรรยาท้องก็ไม่เคยให้ห่างกาย กังวลไปสารพัด กลัวเธอไปหกล้ม กลัวเธอเป็นอะไรไม่มีใครดูแล ต้องคอยให้คนอยู่เป็นเพื่อนถ้าเกิดเขาไม่อยู่ด้วย
“คุณกูร ลีไม่ได้เป็นคนป่วยหนักติดเตียงนะคะ อยู่คนเดียวได้”
เธอบ่นเบาๆ เกรงใจมยุรฉัตรนั่นแหละ เลขาสาวเม้มปากนิดๆ ก่อนจะเหลือบมองไปทางประตูห้องของเธอ เอายังไงดี...ให้ไปนอนในห้องเธอไม่ได้แน่ๆ ห้องพักแขกตอนนี้เธอรื้อวอล เปเปอร์กำลังจะติดใหม่เลยปิดทิ้งไว้ก่อน เพราะรอของยังไม่มาส่ง
“อยู่กับฉัตรก็ได้ค่ะ”
“ลีรบกวนด้วยนะคะ พี่กูรอะ”
ค้อนสามีอีกที ชยางกูรหอมแก้มภรรยาเบาๆ ต่อหน้า มยุรฉัตรที่หน้าแดงเขินคนทั้งสอง ชยางกูรเป็นคนนิ่งๆ ขรึมๆ แต่กับวลาลีเขาหวานมาก ยิ่งแต่งงานเปิดตัวกันแบบนี้ เขายิ่งติด skinship ภรรยาเรียกได้ว่าหนักมาก
“ฝากคุณลีด้วยนะครับน้องฉัตร ถ้าไม่มีน้องฉัตรพี่คงพาเขากลับบ้านก่อนไปบริษัท วนไปวนมาไม่ได้ทำพอดีงาน”
คุณพ่อจอมห่วงทิ้งท้าย มยุรฉัตรกำลังหันรีหันขวางว่าจะให้เธอนอนตรงไหนดี พลอยนึกเป็นห่วงคนที่อยู่ในห้องนอนของเธอด้วย ป่านนี้คงหิวแย่แล้ว...ตอนนี้จะบ่ายสามโมงแล้ว
“ค่ะ”
ส่งชยางกูรที่ประตูแล้ว มยุรฉัตรก็ออกตัวว่าห้องนอนยังไม่ได้เก็บ และห้องอีกสองห้องก็รื้อวอลเปเปอร์รอติดใหม่ ไปนอนกันที่ห้องของวลาลีไหม เธอจะไปอยู่เป็นเพื่อน วลาลีบอกว่าไม่ต้องวุ่นวายก็ได้ เธอนอนที่โซฟาเบธของโซนห้องนั่งเล่นของ มยุรฉัตรก็สบายดี โซฟาตัวใหญ่เธอคงไม่ตกลงมาแน่ละ
“ตามสบายเลยนะลี เดี๋ยวฉัตรจะไปเอาไอแพดมานั่งเล่นด้วย ปล่อยให้ลีกลับไปนอนห้อง รองกูรได้เฉ่งฉัตรแน่”
“เขาขี้ห่วงมาก จนบางทีก็เกินไป”
วลาลีนึกถึงสามีแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข ตั้งแต่เธอท้องเขาก็น่ารักมาก ห่วงเกินไป แม้กระทั่งเรื่องบนเตียงก็ไม่กล้า กลัวว่าลูกจะเจ็บไปโน่น เฮ้อ...เธอต้องเริ่มก่อน บอกว่าไม่เป็นไร นั่นแหละเขาถึงจะยอมทำรักกับเธอ แต่เป็นการทำรักแบบเบาๆ ถนอมเธอ เขาน่ารักเหลือเกิน
“คู่ของลีน่าอิจฉา”
มยุรฉัตรเอ่ย เธอรู้จักชยางกูรดีพอๆ กับพี่ชายของเขา สองพี่น้องนี่คนละขั้วเลย ถามว่าอยากได้คนไหนเป็นสามีก็ต้องชยางกูรน่ะสิ ชยันตรัยนั้นเป็นผู้ชายอันตรายติดป้ายไม่ควรเผลอใจด้วยประการทั้งปวง
“มันก็มีทั้งดีแล้วไม่ดีนั่นแหละ ต้องค่อยๆ ปรับตัวกันไปน่ะฉัตร คุณกูรเป็นคนไม่ค่อยพูด ปากแข็ง ไม่ค่อยหวาน ติดดุด้วยบางทีลีก็รู้สึกอึดอัดกับเขา คือลีกลัวเขาน่ะ แค่คุณกูรมองแบบเมื่อกี้ ลีก็ไม่กล้าขัดใจแล้ว”
“เขารักลีมากนะ...ฉัตรดูออก”
“อื้อก็รู้ว่ารัก แต่ดุจัง”
วลาลีบ่นสามีแต่เป็นการบ่นที่มีรอยยิ้ม...อย่างมีความสุข คุยกันไปอีกสองสามคำ มยุรฉัตรก็หาหมอนมาให้เธอเอนหลัง ปรับแอร์ลงอีกนิดหน่อยให้อากาศในห้องพอเย็นสบาย แล้วก็ขอตัวเข้าห้อง บอกว่าจะเอาผ้าห่มบางๆ มาให้กับเธอ
ได้โอกาส ไล่คนบ้านั่นไปเสียที!
“ขอบใจนะที่มาช่วยอะยัยฉัตร เอ่อ...คุณตรัยด้วยนะคะ” พิชาภาจับมือคนทั้งสองอย่างยินดี ตอนนี้เรื่องวุ่นๆ ของเธอจบลงแล้ว และสามีของเธอก็ยอมหย่าแล้ว เพราะจำนนด้วยหลักฐาน ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ตัวเองใช้พิชาภาบังหน้ากับครอบครัว รวมถึงสถานะทางสังคมด้วย ใครจะไปยอมให้หลอกใช้กัน พอแค่นี้ “ไม่เป็นไรเพื่อนกันน้อยกว่านี้ได้ไง” มยุรฉัตรว่า เธอเป็นคนวางแผนหาเด็กมาปรนเปรอสามีของพิชาภา แล้วก็ไปจับโป๊ะในม่านรูดจับได้คาหนังคาเขาและคาเตียง ทุกอย่างเลยจบที่การเจรจาหย่า ดีกว่าจะให้เธอเอาไปแฉ “ขอให้รักของเพื่อนสมหวังด้วยนะ เอ อาจจะไม่ต้องอวยพร สมหวังแล้วนี่นา” พิชาภามองคนทั้งสองสลับกัน มยุรฉัตรมีทีท่าเขินอาย ขณะที่ชยันตรัยโอบเธอเข้าหาตัวต่อหน้าพิชาภาที่กำลังยืนยิ้มกับความรักของเพื่อน “สมหวังแล้วครับ” ชยันตรัยตอบแทน มยุรฉัตรเลยตีแขนเขาเบาๆ หน้าแดงก่ำ ไม่ต้องพูดก็พอจะรู้หรอก เพื่อนบินมาถึงเชียงใหม่พร้อมกับเจ้านาย นอนห้องเดียวกันอีกต่างหาก “งานแต่งของเราชวนคุณพิชมาด้วยสิ น้องฉัตร” “จะแต่งแล้วเหรอคะ?” พิชาภาอุทาน มยุรฉัตรเองก็ตกใจ เธอเ
เสียงแก้วไวน์ชนกันเบาๆ มยุรฉัตรมองคนที่รินไวน์ให้ตาวาวหวาน วันนี้มาดื่มกับรับประทานอาหารเย็นที่ห้องของเขา เขาบอกให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมื้อพิเศษของเรา มยุรฉัตรเลือกชุดขาวสีงาช้างแบบเปลือยหลัง สายข้างหลังเป็นเพรชห้อยลงมากลางหลังขาวผ่อง ชายกระโปรงยาวครึ่งน่องแต่ผ่าขึ้นสูง ตัวเสื้อด้านหน้าเว้าอวดร่องอกเล็กน้อย ผมยาวเกล้าขึ้นเป็นมวยสูง ปล่อยลูกผมลงมานิดหน่อยให้มีเลเยอร์ เลือกแต่งหน้าด้วยโทนสีน้ำตาลและแดง ปากเน้นลิปสติกสีมะเหมี่ยว ขับให้ใบหน้าสว่าง และทำให้เธอสวยเซ็กซี่มาก สายตาของชยันตรัยมองเธอราวกับจะกลืนกินเข้าไป มองทีไร คนสวยของเขาก็บาดใจทุกหน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดว่าตัวเองยั้งใจได้ยังไง ไม่ให้แตะต้องผู้หญิงข้างกายนี้ได้ถึงสองปี มันเป็นเวลาบ่มเพาะความสัมพันธ์ความรู้สึก และทำให้แน่ใจแล้วว่า เขาจะทิ้งความโสดทั้งหมดไว้กับเธอ “รู้ตัวไหมว่าสวยมาก” “ก็รู้อยู่ค่ะ” ตอบแบบไม่ถ่อมตัว เธอรู้ตัวนี่นา ว่าทั้งหน้าตามันสมอง เธอก็ไม่เป็นสองรองใคร ฐานะเงินทองเธอก็มีพร้อม “ไม่มีถ่อมตัวเลยนะ คนสวยของพี่” “ตอนนี้กลายเป็น
สี่วันต่อมา... คุณชยันต์เรียกเธอเข้าห้องแต่เช้า สีหน้าของท่านดูยิ้มแย้มแจ่มใสมาก นัยน์ตาดูอ่อนโยนกว่าปรกติ เมื่อมองหน้าของ มยุรฉัตร “มีอะไรให้รับใช้คะ” “น้าไม่มีงานอะไรให้หนูทำแล้ว เพราะลูกชายน้าเขาขอตัวหนูคืน” “เอ่อ รองตรัยกลับมาแล้วหรือคะ” “กลับมาแล้ว มาถึงพอรู้ว่าพ่อโยกเลขามาทำงานด้วย ก็โวยใหญ่ น้าเลยต้องคืนให้เขา ส่วนเรื่องเงินเดือนอะไร น้าขึ้นให้แล้วก็ขึ้นให้เลย” เสียงเคาะประตูห้องดังก่อนที่มยุรฉัตรจะทันได้ตอบอะไร ท่านเอ่ยอนุญาต แล้วคนเคาะก็เปิดประตูเข้ามา “พูดถึงก็มาพอดีเลย” “ผมมาขอรับเลขาของผมคืนครับพ่อ” ชยันตรัยว่า แล้วหันมายิ้มให้กับมยุรฉัตรที่มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ “รองตรัย” “ขอไปก่อนนะครับพ่อ” บอกกับบิดาเสร็จ เขาก็อุ้มเธอต่อหน้าท่านเลย มยุรฉัตรร้องเบาๆ อย่างตกใจ แล้วโอบรอบคอเขาไว้อย่างกลัวตก “ไปเคลียร์กันที่ห้องทำงานของเรา” “ค่ะ” อายก็อาย แต่ก็จำต้องซบกับอกเขา เขาทำแบบนี้ ก็ต้องรับผลที่จะตามมานะ เธอไม่รู้ด้วย
พี่ต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่กับคุณน้า ช่วยดูแลงานทางนั้น ห้ามดื้ออีกนะ ข้อความที่เขาส่งมา เธอเปิดอ่านในตอนสาย มยุรฉัตรแลบลิ้นใส่ข้อความที่เธอเห็นที่หน้าจอ ราวกับมันเป็นตัวแทนเขาอย่างนั้นแหละ เขามันคนบ้า ที่ยอมบินไปกลับรวมๆ กันแปดชั่วโมงเพื่อมาอาละวาดเธอด้วยการ... คิดแล้วก็หน้าร้อน แล้วก็ต้องอุทานเบาๆ เมื่อพบว่าเมื่อคืนเขาไม่สวมปลอกป้องกันและเธอก็อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย เธอนับเวลาแล้วรีบไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมารับประทานก่อน ก็เธอยังไม่อยากมีลูกนี่...มีลูกกับเขาไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเป็นยังไง มยุรฉัตรถอนใจน้อยๆ วันนี้วันทำงานแต่เธอเพิ่งตื่นเอาตอนสิบโมง เขาบอกว่าเขาอนุมัติให้เธอลางานไม่ต้องไปทำงาน แต่...เธอจะต้องแจ้งเจ้านายเธอจริงๆ คือคุณชยันต์ต่างหาก เขายังไม่รู้ว่าเธอไม่ได้ทำงานกับเขาแล้ว ถ้ารู้ล่ะ... เฮ้อ... เขามันคนเพี้ยนสติไม่ดี มยุรฉัตรมองจ้องรูปโปรไฟล์ของเขาในแชตไลน์ กำลังจะพรมนิ้วพิมพ์ตอบเขา หมั่นไส้ที่เขาสั่ง แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อเขาโทรไลน์เข้ามาทำให้เธอต้องกดรับ “ถึงแล้วเ
อีกสามวันต่อมา มยุรฉัตรลงสตอรี่นั่งกอดคอกับเพื่อนรักอย่างพิชาภา สองสาวนั่งกันที่ริมทะเลบางแสน และมีอดีตเพื่อนมาเข้าเฟรมอย่างบังเอิญ สองสาวทักทายเพื่อนสมัยเรียนโทที่อังกฤษ กอดคอกันถ่ายรูปอัปสตอรี่ เพื่อนชายหอมแก้มมยุรฉัตร เรียกเสียงกรี๊ดจากพิชาภา ขำๆ สนุกสนานกันไป และรูปและคลิปก็ว่อนในเฟซของมยุรฉัตรที่เพื่อนของเธอแท็กมาให้ มีใครบางคนเห็นแล้วเกิดอาการอยู่ไม่ติด ผุดลุกผุดนั่ง นิ้วจิ้มโทรศัพท์รัวๆ และเขาก็ออกมาจากบ้านของน้าสาวที่พักอยู่กับมารดา บอกกับท่านว่าจะกลับมาธุระที่เมืองไทยแล้วจะรีบกลับมา คุณพัชรอรไม่ทันห้าม มองตามลูกชายอย่างงงๆ ว่าจะขยันไปกลับอะไรขนาดนั้น ทำยังกับฮ่องกงเป็นปากซอยอย่างนั้นแหละ ใครจะไปอยู่ได้กัน เมียเขาโดนหอมแก้ม ไลน์ก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ! เวลาเดินทางราวสี่ชั่วโมงไม่ใช่ปัญหา ถ้าใจมันจะอยากมาเคลียร์ ชยันตรัยเม้มปากแน่น ความเดือดนั้นไม่จางลงเลย คอยดูเหอะ...ตัวแสบ พี่จะจัดให้แซ่บจนหายดื้อเลย “ตามแผนนะ แกจะต้องโอเคยัยพิช” “ขอบคุณมากๆ นะสำหรับทุกอย่าง วันเดินแผน แกต้องไปด้วย
“เรื่องของแกมันเป็นยังไง” พิชาภามองเพื่อนรัก ที่มีสีหน้าเหนื่อยๆ สายตาไม่สดใส ก็ถอนใจแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน “เอาเรื่องของแกก่อนมะ ยัยฉัตร” หนนี้มยุรฉัตรเลิกคิ้ว “เรื่องอะไร? ฉันไม่ได้มีเรื่องอะไร” “รองตรัยสุดหล่อ แบดบอยเจ้านายแกไง ยังไงไหนเล่า? บอกมาให้หมดนะห้ามกั๊กนะยัยฉัตร” “ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย” พูดไปดวงตานั้นก็เริ่มเบิกโตขึ้นนิดๆ หรือว่า ยัยพิชเห็นอะ? ก็ไม่นะ กลับเข้าห้องมาเพื่อนยังนอนอยู่เลย “ไม่มีอะไร” พิชาภาจ้องเพื่อนตาเขม็ง “เอาความจริง” “ก็...เขาอยู่ฮ่องกงนะตอนนี้” “งั้นเมื่อเช้าก็ผีเหรอ ที่ฉันเห็นนอนซุกนมแกอะ นั่นรองตรัยชัดๆ บอกมานะยัยฉัตรมันยังไง” “คือ...” ก่อนจะได้อธิบายอะไรโทรศัพท์ของมยุรฉัตรก็ดังขึ้น เธอคว้ามารับโดยอัตโนมัติ เสียงนั้นดุห้วนมาตามสาย “น้องฉัตร” “อะ เอ่อ...รองตรัย” “ห้ามหนีไปเที่ยวไหนอีกนะ ห้ามลาออกจากบริษัทของเรา” “คือ” “พี่เหนื่อยกับเธอมากนะ อย่าทำให้พี่เหนื่อยไปมากกว่านี้เลย”







