ห้องไอ้ไทม์
เมื่อผมก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักของไทม์พร้อมกับเนมแสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวสลัวๆ ตัดกับความมืดที่ปกคลุมอยู่ในห้องกลิ่นอับเล็กน้อยผสมกับกลิ่นเหล้าจางๆ ลอยกระทบจมูกมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากอึดอัดปนตกใจ
โต๊ะกลางห้องเต็มไปด้วยขวดเหล้าเรียงรายกันอย่างไร้ระเบียบ บางขวดยังปิดสนิท บางขวดถูกเปิดและมีแก้ววางอยู่ข้างๆ น้ำแข็งละลายจนเหลือเพียงหยดน้ำที่เกาะอยู่ก้นแก้ว พื้นห้องมีเสื้อผ้าที่กองไว้แบบลวกๆ เหมือนคนที่หมดแรงจะสนใจอะไร ไทม์นั่งอยู่ที่โซฟามุมห้อง หน้าต่างถูกปิดแน่น ผ้าม่านหนาคลุมทึบจนแสงจากข้างนอกแทบจะส่องเข้ามาไม่ถึง
"มึง...กินด้วยหรอ"
"เครียดอ่ะพี่เลยกิน และอีกอย่างช่วงนี้อกหักด้วย"ไทม์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบา แต่ฟังแล้วเหมือนแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าจากข้างใน เขานั่งเอนตัวพิงโซฟาท่าทางดูเหมือนจะปล่อยตัวเองให้ลอยไปกับความคิด ร่างกายเขาดูสงบนิ่งแต่ในแววตานั้นเหมือนคนที่พยา
PART PAERTความตกใจในใจของผมมันรวดเร็วและท่วมท้นจนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง การค้นพบว่าเกมคือกามเทพตัวจริง มันทำให้โลกของผมสั่นคลอน ทุกอย่างที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติกลับกลายเป็นเรื่องโกหกที่ถูกซ่อนไว้ตั้งแต่ต้น เกมโกหกผมมาตลอดหนึ่งปี การที่มันไม่เคยบอกผมความจริง ทำให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเป็นแค่การแสดง บางทีความรักที่ผมให้มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการเลยก็ได้หลังจากที่รับรู้ความจริงนี้ ผมทำได้แค่เดินไปทำงานของตัวเอง พยายามจะให้ความสงบกับตัวเองบ้าง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามว่า ทำไมถึงโกหก และ มันรักผมจริงไหม การทำงานในร้านกาแฟจึงกลายเป็นการหลบหนีจากความคิดเหล่านั้นไปชั่วขณะมือของผมก็ทำงานของตัวเองไปอย่างเงียบๆยกกาแฟขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของผมไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเหมือนปกติ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มันลึกซึ้งจนไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วเกินไปสำหรับ
กริ่ง กริ่งเสียงกริ่งประตูดังขึ้นเบาๆทำลายความเงียบในร้านที่เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ผมยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับพี่ชายและน้องๆทั้งสองคน สายตามองไปยังคนที่เดินเข้ามาด้วยความสงสัย"ขอโทษนะครับ พอดีร้านเราปิดแล้วครับ"ไทม์พูดขึ้นก่อนที่ผมจะเอ่ยอะไร ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดที่ดูสะอาดสะอ้าน สง่างามเหมือนหลุดออกมาจากโลกอีกมิติ เธอเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางที่มั่นใจ แต่ดวงตาของเธอแฝงไปด้วยความกังวล"เพิร์ทอยู่ไหนหรอคะ"เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยจุดมุ่งหมาย ผมหยุดเช็ดน้ำตาลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งตกใจและระแวดระวัง สายตาสบกับเธอโดยที่ผมจำได้ทันทีว่าเธอคือใคร"ผมเองครับ มีอะไรรึเปล่า ถ้าจะคุยเรื่องไอ้เกม...เอ้ย คามิน คุยในนี้เลยก็ได้ครับ"ผมพยายามเก็บความรู้สึกที่หลากหลายไว้ในใจ ขณะที่ยืนประจันหน้ากับเธอ เธอไม่ได้อ้อมค้อมน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหนักแน่น"เอาต
ณ ร้านกาแฟ coffee brownieร้านกาแฟวันนี้ดูคึกคักเหมือนทุกวัน แต่บางอย่างในอากาศกลับทำให้มันพิเศษกว่าทุกวันในปีที่ผ่านมา เสียงของเครื่องชงกาแฟและการพูดคุยของลูกค้าดังไปทั่วร้าน แต่สำหรับผมทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดลง ฉันรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้มองเห็นแต่สัมผัสได้ในอากาศ แทบจะรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับมันได้สื่อสารอะไรบางอย่างกับผมผมกำลังทำงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ เช็ดกระจกและจัดเรียงของต่างๆ ไปเรื่อยๆด้วยความเคยชิน จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังเข้ามาใกล้ จากมุมตาของผม ผมเห็นใครบางคนถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่บังหน้าบังตาเดินมาทางผม เหมือนเป็นการเตรียมอะไรสักอย่างไว้ล่วงหน้า แต่ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งลูกโป่งที่ปิดหน้าปิดตาเหล่านั้นเริ่มเคลื่อนเข้ามา"เพิร์ท happy anniversary นะครับ อยู่ด้วยกันไปนานๆนะเพิร์ท ถึงแม้ว่า 1ปีที่ผ่านมาเค้าอาจจะทำให้เพิร์ทไม่มีความสุข ทะเลาะบ้าง อะไรบ้าง แต่เกมรักเพิร์ทนะ"เสีย
เสียงกริ่งประตูดังขึ้นอีกครั้ง รบกวนความสงบในร้านที่เพิ่งจะเริ่มเงียบลง หลังจากที่พวกผมเคลียร์กันไปแล้ว ไอ้ไทม์กับไอ้เนมเริ่มทำงานต่อ แต่แล้วก็ต้องหันไปมองที่เสียงแสบหูนั้น"พี่เพิร์ท พี่ไทม์อยู่ไหนคะ พี่ไทม์ พี่เพิร์ท!"เสียงของมายดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจ เธอเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเหมือนเจ้าของร้าน เดินขึ้นเสียงใส่เหมือนพวกเราทุกคนคือคนที่ต้องหันไปตามคำสั่งของเธอ ผมถึงกับขมวดคิ้วแล้วหันไปมองอย่างไม่พอใจ"นี่น้องหัดมีมารยาทหน่อยสิครับ อยู่ๆเข้ามาขึ้นเสียงปาวๆๆ ใส่แฟนพี่แบบเนี้ยเป็นไรมากปะ?"น้ำเสียงของผมเย็นและแข็งกร้าว นัยน์ตาจ้องมองไปที่มายอย่างไม่ยอมแพ้ มายหรี่ตามองกลับมา เธอเริ่มทำท่าทางเหมือนจะโต้ตอบ แต่ยังไม่ทันที่อะไรจะเกิดขึ้นไอ้เกมที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็แสดงท่าทางเตรียมพร้อมที่จะปะทะกับมาย ทันใดนั้นมายทำท่าจะง้างมือขึ้นเพื่อจะตบไอ้เกม ผมไม่รอช้ รีบวิ่งไปจับแขนของมายเอาไว้ทันที"จะทำไร ทะเลาะกับไอ้ไทม์ก
จากนั้นจนเวลาผ่านไปสามเดือนเสียงนาฬิกาในร้านกาแฟดังติ๊กๆสลับกับเสียงเพลงบรรเลงจังหวะสบายๆ บรรยากาศที่เคยคึกคักกลับดูเงียบเหงา ผมนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้พลางทอดสายตาไปที่โต๊ะว่างเปล่า ความคิดวกกลับมาหาไอ้ไทม์ที่ตอนนี้กำลังแฮปปี้กับน้องมาย พวกมันคบกันได้เดือนกว่าๆแล้ว ใบหน้าของมันที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเวลาพูดถึงแฟนใหม่ยังติดอยู่ในหัวผมส่วนไอ้เนมมันหายหน้าไปเดือนกว่าๆหลังจากที่บอกว่าลากิจไปเฝ้าแม่ แต่ในความเป็นจริงผมรู้ดีว่ามันไม่ได้ไปเฝ้าแม่มันคงหนีไปจัดการกับความรู้สึกในใจตัวเอง ผมโทรไปหามันอยู่สองสามครั้ง เสียงของมันฟังดูฝืนๆ แต่ก็พยายามเก็บความเจ็บปวดไว้ ผมได้แต่ถอนหายใจลึกๆ อย่างสงสารณ ร้านกาแฟ coffee brownieแสงแดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกเข้ามาในร้าน ไอ้พี่ตี๋กำลังเดินเช็คของไปมาในร้านที่ปิดชั่วคราวเพื่อทำความสะอาด ผมยืนพิงเคาน์เตอร์ เช็ดแก้วกาแฟในมือพลางถอนหายใจยาว
"น้องชื่ออะไรหรอครับ"ผมถามต่อด้วยเสียงที่พยายามให้ดูนุ่มนวลมากขึ้น ความรู้สึกในใจเริ่มมีความสงบ แต่อีกส่วนก็ยังคงตื่นเต้นกับการที่กำลังจะรู้จักใครบางคนที่ดูมีเสน่ห์อย่างน้องมาย ผมตั้งใจให้คำถามนั้นออกมาอย่างอ่อนโยนคอยปรับโทนเสียงให้เหมาะสมกับบรรยากาศรอบๆ ซึ่งตอนนี้มีแสงไฟนีออนเปล่งประกายลอดจากทุกมุมราวกับช่วยขับให้บรรยากาศนี้กลายเป็นเวทีแห่งความสัมพันธ์ใหม่ๆ"ชื่อมายค่ะ"เสียงของเธอดูเบาและมีเสน่ห์ แต่ยังแฝงไปด้วยความมั่นใจเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความสบายใจและกลิ่นอายของความร่าเริง ชวนให้ผมอยากรู้จักมากยิ่งขึ้น"มีแฟนรึยังครับ"ผมถามต่อไปขณะที่เฝ้าสังเกตท่าทางและแววตาของเธอที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ขณะที่คำถามของผมลอยขึ้นในอากาศ ผมพยายามไม่ให้มันดูรีบร้อนหรือเป็นการกดดันความคิดของผมเริ่มไหลตามการสนทนา บรรยากาศรอบๆ ยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเพลงที่ก้องกังวาน แต่สำหรับตอนนี้มันเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งรอบตัวเรา เพียงแค่เราสองคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ในโลกของเราเอง