เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว

เกิดใหม่อีกครา วานวาสนาไม่ข้องเกี่ยว

last update最終更新日 : 2026-04-08
言語: Thai
goodnovel18goodnovel
評価が足りません
137チャプター
2.4Kビュー
読む
本棚に追加

共有:  

報告
あらすじ
カタログ
コードをスキャンしてアプリで読む

概要

ทะลุมิติ/ย้อนยุค/ย้อนเวลา

เศร้าใจ

รักทรมาน

อัตลักษณ์ที่ซ่อนเร้น

รักสามเส้า

เกิดใหม่

BL

ชีวิตของเขาถูกพันธนาการไว้กับความเป็นทาส วันใดหนอจะมีแสงสว่างช่วยให้เขาหลุดพ้นจากวังวน จบสิ้นวาสนากับคนผู้นั้นเสียที

もっと見る

第1話

ตอนที่ 1 ชีวิตที่หักเห

I got there early.

That was intentional.

I wanted to be in my seat before any of them walked through that door. I wanted to already own the room before they figured out the room had been taken.

Cole Industries. Fourteenth floor. The boardroom with the floor-to-ceiling glass and the table long enough to seat twenty. I used to stand on the pavement outside this building and feel the weight of everything I was hiding. Today I walked through the lobby like I owned the lease.

Claire was right behind me, heels quiet, laptop already open before she sat down.

That is what I love about her. She never needs to be told twice.

"They land in three minutes," she said, eyes on her screen.

"Good."

"Amelia." She said my name like a question.

"I'm fine, Claire."

She gave me the look she reserves for when she thinks I am lying but has decided not to fight me on it. Then she went back to her screen.

I pulled the chair at the head of the table and sat down.

The leather was cold. The room smelled like fresh coffee and recycled air and the particular anxiety of a company that does not yet know it is already losing. I set my folder on the table. Uncapped my pen. Crossed one leg over the other.

And I waited.

I was good at waiting. Six years had made me excellent at it.

They came in nervous. That was the first thing I noticed.

Four of them — Sebastian's senior team — filing in with their navy suits and their matching expressions of barely-held-together composure. They took the seats on the opposite side, arranged their papers, and barely looked at me.

That happened a lot. People looked at me and saw a woman in a nice outfit.

They stopped making that mistake eventually.

One of them leaned toward another and whispered something. The other one nodded, glancing at the door. Waiting for their boss to arrive and make sense of everything. The youngest one — mid-thirties, new haircut, the look of someone recently promoted — kept glancing at my folder like he was trying to read it upside down.

I let him look. There was nothing in that folder he was ready to understand yet.

I picked up my pen and wrote nothing. Just held it. Kept my face easy, open, like this was any other Tuesday.

The door opened again.

He walked in on a phone call.

"Push the filing to Thursday. Not Wednesday —" His eyes were on the floor, one hand loose at his side. "Thursday. Final answer."

He ended the call. Dropped the phone on the table. Pulled out his chair without looking up and said to the room, "Who's leading for Rhodes Legacy?"

"I am."

My voice came out the way I trained it to. Steady. Light. Like I was commenting on the weather.

Sebastian looked up.

And for one full second, the entire room stopped making sense to him.

I watched it cross his face — not dramatically, not in slow motion, just the way a man looks when the ground shifts under him and he has not yet decided whether to stumble or stand. His hand was still on the back of his chair. His mouth was open on a word he had already forgotten.

He looked at me the way you look at something that has no business being where it is.

I looked back.

He was different. Older in the way that suits certain men — the softness gone, everything sharpened. He had always carried himself like someone who expected to be the most important person in any room he entered. That had not changed. If anything, standing there with his team watching him freeze, he looked more like himself than I had seen in years.

Which was the problem, really.

"Amelia."

He said it like the word surprised him. Like my name had been living somewhere at the back of his chest and just fell out.

I gave him nothing back.

I looked down at my folder. Turn to page three. Run my finger along the first line of figures and let the silence do what silence does best.

His team was looking between us now. Claire was typing. The clock was ticking. Everything in the room was functioning like normal.

Sebastian had not moved.

"We have a full agenda," I said, not looking up. "I'd like to start with the Q3 asset review."

"Amelia." Lower this time. Not a greeting. A warning dressed up as a name.

"Page three," I said. "Your briefing document."

One of his team members reached for his papers. Good. That was what I needed — everyone else moving forward while Sebastian stood at the edge of something he was not ready for.

He sat down slowly.

I felt every second of it without looking at him. Six years of silence settling into the chair across from me, rearranging itself, trying to figure out what this was.

The youngest one on his team cleared his throat and opened to page three. Sebastian still had not looked away from me. His team kept their eyes down, suddenly very interested in their documents. Nobody in that room wanted to be the first to speak. Claire, to her credit, did not look up from her laptop once.

He leaned forward.

"We need to talk before—"

"Mr. Cole."

Not loud. Not cold. Just final.

He stopped.

I looked up and met his eyes for the first time since I walked back into his world. No flinch. No apology. No version of the woman who used to make herself smaller so he could feel bigger.

Just me, at the head of his table, in the room he thought was his.

I had spent six years building toward this moment. All of it had been leading here. To this room. To this table. To the look on his face right now.

It felt exactly the way I thought it would.

I was not prepared for how much it still hurt.

"Shall we begin?"

もっと見る
次へ
ダウンロード

最新チャプター

続きを読む
コメントはありません
137 チャプター
ตอนที่ 2 ทาสในเรือน
หลังจากเดินทางรอนแรมหลายเดือน ในที่สุด กลุ่มพ่อค้าทาสก็เดินทางถึงเมืองหน้าด่านของแคว้นซีเป่ย แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับแตกต่างจากบ้านเกิดที่ทุกคนจากมามากนัก หลินซินอี๋ถูกล่ามโซ่แล้วขังไว้ในกรงไม้ใหญ่ รวมกับคนอื่น ๆ ผู้คนต่างผ่านไปมาพลางหยุดมองดูคนที่อยู่ด้านใน ในสายตาของพวกพ่อค้านั้นมองว่านางเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งทั่วไปเพราะความมอมแมม เปื้อนดินทรายปิดบังผิวพรรณที่แท้จริงของนางไว้ ทว่า สายตาแหลมคมของชายผู้หนึ่งวัยสามสิบจ้องมองนางไม่วางตา ราวกับเห็นในสิ่งที่คนผู้อื่นมองไม่เห็น เขาเดินแหวกฝูงชนเข้ามาถึงขอบลูกกรง นั่งลงอยู่ข้าง ๆ แล้วยื่นมือมาจับคางของนางหันมาทางเขา จากนั้นยิ้มร้ายอย่างมีแผน “ข้าซื้อนาง” เขากล่าวกับพ่อค้าทาสอารมณ์ดี ให้อัฐไปสองถุงใหญ่ สร้างความตกตะลึงให้กับคนที่อยู่แถวนั้นอย่างมาก ใครต่อใครที่ได้เห็นคงจะคิดว่าเขาเป็นเศรษฐีผู้ใจบุญ คอยช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก แต่นั่นก็เป็นเพียงฉากหน้าที่เขาสร้างขึ้นมาเท่านั้น ฐานะที่แท้จริงของเขาคือตระกูลเซี่ย ขุนนางระดับกลาง
続きを読む
ตอนที่ 3 แม่ผู้มีบุญคุณ
ค่ำคืนเดือนหนาววนมาอีกครา เสียงร้องของเด็กแรกเกิดดังก้องเรือนทาส หลินซินอี๋คลอดบุตรชายอย่างยากลำบาก ใจของนางไม่อยู่กับร่องกับรอยตั้งแต่เมื่อครั้งที่ถูกเซี่ยเวยย่ำยีนานแรมปี หลินซินอี๋ไม่แม้แต่จะอยากมองหน้าของบุตรชายสักแวบหนึ่ง เพราะใบหน้าสักสามส่วนของบุตรชายคล้ายคนที่นางเกลียดมากนัก นางทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ เสียงของเด็กน้อยที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดร้องเรียกหาความอบอุ่นอยู่เป็นเวลานาน แต่แล้วบานประตูห้องนอนของนางก็ถูกใครบางคนเลื่อนเปิดออก หญิงสาวที่ดูอายุมากกว่านางสักสองสามปีก้าวเท้าเข้ามาในห้อง สายตาที่มองเด็กทารกนั้นดูเป็นประกาย ใบหน้าของนางเปื้อนรอยยิ้มสดใสอย่างที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว “ชู่ ๆ อย่าร้อง อย่าร้อง” นางก้มลงข้าง ๆ เด็กทารกแล้วใช้สองมือโอบอุ้มเขาขึ้นมา ร้องเพลงกล่อมเด็กอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบให้เขาหยุดร้อง สีหน้าของนางปลื้มใจรา
続きを読む
ตอนที่ 4 สติที่ไม่หลงเหลือ
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยเวยลืมตาตื่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่าเมื่อคืนนั้น เขากระทำสิ่งใดลงไป เขายันตัวขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง สภาพข้าวของกระจัดกระจาย รอยเลือดละเลงไปทั่วพื้นเรือน พอได้เห็นคนผู้หนึ่งนอนนิ่งอยู่ข้างหน้า ก็เดินเข้ามาดูด้วยความงงงวย ครั้นขยับตัวมากกลับรู้สึกเจ็บแผลตรงศีรษะ ยิ่งได้เห็นว่าคนที่นอนตรงนั้นเป็นจางเจียก็ไม่ยี่หระ เดินออกนอกห้องไปดื้อ ๆ หลังจากเซี่ยเวยเดินไปไกลแล้ว ทาสในเรือนสองสามคนจึงแอบมาชะเง้อมองดูที่หน้าประตูห้อง ยามปกติจะต้องเห็นจางเจียตื่นแต่เช้า หาน้ำหาข้าวให้อาฟานแล้ว แต่ยามนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ภาพที่เห็นทำให้พวกเขาอุทานโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ เดินไปหานาง “นายท่านโหดร้ายเหลือเกิน” เสียงคนที่เกาะขอบประตูอยู่ดังขึ้น
続きを読む
ตอนที่ 5 ตัวแทน
“บัดซบ!” เสียงของเซี่ยเวยอุทานขึ้นทันทีที่ลืมตา เขามองร่างของหลินซินอี๋ที่ห้อยอยู่ตรงหน้า แล้วรีบลุกขึ้นปลดผ้าผืนยาวที่พันรอบคอของนางเอาไว้ ก่อนนำตัวลงมา “หลินซินอี๋!” เขาตะโกนเรียกนางซ้ำ ๆ สุดท้ายก็ต้องจับชีพจรของนาง สีหน้าบอกไม่ถูก ในใจสับสนคิดว่าควรจะทำเช่นไร คิ้วสองข้างขมวดเป็นปม “หลินซินอี๋!” เซี่ยเวยเขย่าร่างไร้ลมหายใจของนางอีกครั้ง “เมื่อคืนเจ้าก็สนุกไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงทำเช่นนี้?” เซี่ยเวยดูจะเข้าใจผิดไปมากนัก คนที่สนุกมีเพียงแค่เขาผู้เดียวเท่านั้น จากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง อารมณ์สองขั้วที่สลับไปมาทำให้เขาดูเหมือนจะเป็นบ้าไปชั่วขณะ เซี่ยเวยมองหน้าของหลินซินอี๋อีกครั้ง ยื่นมือข้างหนึ่งลูบใบหน้าของนางอย่างที่เคยทำ “เฮอะ บังอาจนัก ใครใช้ให้เจ้าตาย” เขาพึ
続きを読む
ตอนที่ 6 ฝูงนกที่โผบิน
เช้าวันหนึ่ง เซี่ยฟานนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในเรือนทาส เขามองไปด้านบนเพราะได้ยินเสียงจิ๊บ จิ๊บ ดังระงมอยู่พักหนึ่ง แม่นกคาบอาหารบินโฉบลงมาที่รัง แล้วค่อย ๆ ป้อนลูกนกแต่ละตัวอย่างใจเย็น เซี่ยฟานปีนขึ้นไปดูที่รังของพวกมันด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาคอยเฝ้ามองดูนกฝูงนี้ตั้งแต่นั้นมา เห็นความรักที่แม่นกคอยปกป้อง หาอาหาร ให้ความอบอุ่นแก่ลูกนก นับเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ก่อเกิดในใจของเซี่ยฟาน จนกระทั่งถึงวันที่ลูกนกต้องหัดบิน แม่นกคอยช่วยให้ลูกนกเหล่านั้นขยับปีก สอนให้ลูกนกโผบิน ในที่สุด ลูกนกในรังก็เริ่มสยายปีกบินขึ้นฟ้าสายตาของเซี่ยฟานมองตามด้วยความตื่นเต้น นกฝูงนี้โผบินอย่างอิสระบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ ใจของเซี่ยฟานเบิกบาน เขาคอยเฝ้ามองหาทางที่เขาจะเป็นดั่งนกพวกนี้ “ท่านลุง ข้าอยากบิน แบบนกพวกนั้น” เซี่ยฟานพูดกับหานโจว พลางชี้ไปบนท้องฟ้า “เจ้าไม่ใช่นกเสียหน่อย ปีกก็ไม่มี” หานโจวคิดว่าเซี่ยฟานพูดไปเรื่อย นึกไม่ถึงว่าสิ่งที่เซี่ยฟานพยายามบอกคือการเป็
続きを読む
ตอนที่ 7 โชคชะตาเส้นทางใหม่
เวลาผ่านไปสามปี ชีวิตของเซี่ยฟานเติบโตขึ้นอย่างทุลักทุเล นับตั้งแต่ที่เห็นว่าสองพี่น้องมีชะตาชีวิตอย่างไร เขาก็ไม่กล้าที่จะดื้อดึงหรือมองหาหนทางเป็นอิสระอีกต่อไป เวลานั้นเขารู้ข่าวจากหานโจวมาว่าคนเป็นน้องไม่รอด ส่วนคนเป็นพี่สาวหายตัวไปอย่างลึกลับ เขาคิดว่าสาเหตุคงจะเป็นเหมือนจางเจียและหลินซินอี๋ ด้านเซี่ยเวย แม้เวลาจะล่วงเลยแต่ยังคงประพฤติตัวเช่นเดิม จนเรื่องราวภายในจวนของเขาส่งกลิ่นไปด้านนอก ผู้คนเริ่มระแคะระคายอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนของเขา แม้แต่ฮูหยินเองก็ตามเช็ดทุกเรื่องที่เขาทำไม่ไหว ไหน ๆ ก็ไม่สามารถมีบุตรสืบสกุลได้ นางจึงคิดที่จะฮุบเอาสมบัติทั้งหมดมาเป็นของนางคนเดียว วันนั้นเอง คนเป็นพี่สาวที่หนีไปได้เมื่อครั้งนั้น ได้กลับมาพร้อมกับสามีของนาง เขาเป็นคนของทางการ มีอำนาจในการตร
続きを読む
ตอนที่ 8 ยอมใจอ่อน
            นับตั้งแต่วันที่หวังซีซวนได้เจอกับเซี่ยฟาน เขาก็ทดสอบจิตใจและความอดทนของเซี่ยฟานตลอดเวลา เซี่ยฟานนั้นเดิมทีไม่ค่อยมีปากมีเสียงอะไร เวลาโดนหวังซีซวนแกล้ง เขาก็นิ่งเงียบไม่ตอบโต้ ครั้นเจอหวังซีซวนดื้อ เอาแต่ใจ เขาก็ใจเย็นรอคอยและทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จ เซี่ยฟานปลอบใจตนเองว่าอย่างน้อยที่นี่ก็ดีกว่ามาก             แต่สิ่งที่เขาคิดกลับเป็นแค่เพียงฉากหนึ่งที่ได้เห็นในเวลานั้น สถานที่เงียบสงบเริ่มกลับมาครึกครื้น เซี่ยฟานได้เห็นคนรุ่นเดียวกันมากมายในสำนัก คุณชายทั้งเจ็ด ลูกศิษย์ คนรับใช้ คนงาน ความวุ่นวายก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ             แล้ววันหนึ่งเขาก็ได้รู้ว่า ที่นี่ก็ไม่ต่างจากนรกขุมเดิม แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ เขาก็มีความหวังอยู่เสมอ เซี่ยฟานเรียนรู้จากสองพี่น้องคู่นั้นว่
続きを読む
ตอนที่ 9 ชีวิตอิสระเพียงชั่วครู่
คนที่อยู่ในสำนักตระกูลหวังล้วนมีพันธะอย่างหนึ่งที่ใครก็ไม่อาจปฏิเสธ ไม่ว่าจะฐานะคุณชาย ลูกศิษย์หรือแม้แต่คนใช้ ทุกคนเข้ามาที่จวนแห่งนี้ได้ แต่หากจะออกไปย่อมต้องไปอย่างคนไร้วิญญาณเพื่อรักษาความลับของวิชาที่สืบทอดกันมา และหากมีผู้ใดคิดจะหนี ก็คงหนีไปได้ไม่ไกลเพราะพันธะนั้นเป็นเหมือนเชือกที่คอยผูกมัดคอเอาไว้ ยิ่งหนีเชือกเส้นนั้นยิ่งตึงขึ้น จำต้องยอมถอยกลับมาที่เดิม ในอดีตมีคนมากมายพยายามหนีออกไป โดยไม่รู้ตัวว่ามีพันธะอยู่ พวกเขาหนีไปได้ไม่ถึงสิบก้าวก็สิ้นใจลงในทันที เมื่อไม่มีทางหนีแล้ว ทางเดียวที่จะอยู่รอดคือแข็งแกร่ง การฝึกหฤโหดดำเนินไปในแต่ละวันไม่มีหยุด ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ความคิดของคนเหล่านี้ผิดแผกจากคนทั่วไป แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้ พี่น้องนั้นนับเป็นศัตรูได้ทุกเมื่อ หวังซีซวนจึงไม่เคยไว้ใจใคร แรกเริ่มที่แกล้งเซี่ยฟานก็เพื่อทดสอบ เมื่อผ่านอะไรมาด้วยกัน จึงได้รู้ว่าเซี่ยฟานไม่เหมือนใคร เขาคนนี้ต่างหากคือพี่ชายที่แท้จริง พี่ชายอย่างที่ควรจะเป็น อย่าว่าแต่ความผูกผันกันในสายเลือดข
続きを読む
ตอนที่ 10 จุดเริ่มต้นของหายนะ
ผู้ที่หวังซีซวนเรียกเมื่อครู่ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ หวังเยี่ยนหลง บุตรชายลำดับที่สามของหวังเฉิงเย่ผู้เป็นเจ้าสำนัก บิดาของเขาออกเดินทางฝึกวิชาสำนักตระกูลหวังเพียงลำพังแล้วบังเอิญได้พบมารดาของเขาเป็นครั้งแรก ในเวลานั้น ความรักระหว่างคนทั้งสองบังเกิดขึ้น นางรักเขามากจนยอมที่จะบอกวิชาลับของตระกูลให้เขาได้รู้ แม้ว่าบิดาของนางจะห้ามปรามเท่าใดก็ไม่เป็นผล นางไม่ได้รู้เลยว่าเขาจะนำมาใช้กับนางในภายหลัง เมื่อแรกรักทุกอย่างดูเป็นไปได้ด้วยดี เขาพานางกลับมาที่สำนักตระกูลหวัง กุมวิชาลับของนางเอาไว้ และมีแผนอยู่เบื้องหลังการกลับมาในครั้งนี้ ทันทีที่ก้าวเข้ามา นางกลับได้รับรู้ว่าตนเองเป็นได้เพียงอนุของเขาเท่านั้น แม้จะได้เข้าพิธีตามธรรมเนียมแต่การแก่งแย่งชิงดีภายในตระกูลระหว่างฮูหยินและอนุทั้งหลายต่างดุเดือดไม่แพ้การชิงตำแหน่งเจ้าสำนักตระกูลหวังคนต่อไป ถึงจะรักเขามากเพียงใด แต่เขาโกหกนางสารพัดจึงทำให้คิดถึงบ้าน แล้วนางก็เริ่มหาทางหนีออกจากที่แห่งนั้น เพียงแต่ว่า... “โอ๊ย!” หลังจากก้า
続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status