LOGINชีวิตของเขาถูกพันธนาการไว้กับความเป็นทาส วันใดหนอจะมีแสงสว่างช่วยให้เขาหลุดพ้นจากวังวน จบสิ้นวาสนากับคนผู้นั้นเสียที
View More“ข้าพร้อมก็ได้ เจ้าอย่าร้องไห้นะ” เหลียนเฟินผุดลุกขึ้นโอบกอดรอบคอคนตรงหน้ากระซิบแผ่วเบา “ข้าอยากให้เจ้าหลั่งในกายข้าอีก เมื่อครู่มันไหลออกมาหมดแล้ว”รอยยิ้มมุมปากปรากฏบนใบหน้าที่มีน้ำตา พลันกระซิบเรียกอย่างอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า เหลียนเฟินของข้า”เช้าอีกเจ็ดวันต่อมาเสี่ยวหยุนพาเหลียนเฟินเข้าไปเดินเที่ยวเล่นที่ข้างในตลาดเหมือนอย่างเคย ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ฟูเหริน ท่านจำได้หรือไม่ว่าวันนี้สำคัญอย่างไร”“…” เหลียนเฟินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแต่จำไม่ได้จึงส่ายหน้า“วันที่ท่านเจอข้ากำลังถูกเด็กที่โตกว่าทำร้ายอย่างไรเล่า ท่านซื้ออาหารให้ข้ากินด้วยนะ” แม้วันวานช่วงเยาว์วัยที่ผ่านมาจะเจ็บปวดแต่กลับนึกถึงได้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะเวลานี้มีคนรักอยู่ข้างกาย“อืม…” เหลียนเฟินจำได้เป็นอย่างดี “เจ้าเอาแต่อ้อนวอนให้ข้าพาเจ้ากลับมาที่บ้านด้วย ไม่กลัวหรืออย่างไรว่าข้าจะจับเจ้าไปกิน”เสี่ยวหยุนหัวเราะร่า “เวลานั้น ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าอยากอยู่กับท่าน ข้าเหมือนได้เจอแสงสว่างในชีวิต”“อย่างนั้นหรือ” เขาเพิ่งรู้ว่าเด็กน้อยในวันวานคิดอย่างไรตอนที่เจอเขาครั้งแรก“เวลานี้ ท่านยังเป็นแสงสว่างที่ให้ความอบอุ่นแก่ข้า
สามเดือนต่อมาเช้าวันหนึ่งเสี่ยวหยุนมองเหลียนเฟินที่กำลังนอนหลับใหลในอ้อมกอดของเขา สายตาเต็มไปด้วยความรักท่วมท้นในใจก่อนจะพึมพำร่ายอาคมอย่างหนึ่งขึ้นมาพลันกรีดปลายนิ้วจนได้เลือดหยดหนึ่งหลอมรวมกับลูกกลมสีฟ้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม้เป็นวิชาที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาได้แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเสี่ยวหยุนตั้งชื่ออาคมนั้นว่า “พันธะวิญญาณ” อาคมที่สามารถผูกวิญญาณของพวกเขาทั้งสองไว้ด้วยกันในทุก ๆ ชาติ ไม่ว่าเหลียนเฟินจะเกิดเป็นผู้ใด อยู่ที่ไหน เขาจะรู้ได้ในทันที นับต่อจากนี้ไม่มีพรากจากลมหายใจของร่างบางในอ้อมกอดสัมผัสแผ่นอกกว้างของเขาเตือนสติให้รู้ตัว ล้มเลิกความคิดเช่นนั้น เสี่ยวหยุนยิ้มมุมปากพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบีบอาคมนั้นให้แตกสลายไปริมฝีปากจุมพิตหน้าผากเรียกเหลียนเฟินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฟูเหรินของข้า”“อืม…” เหลียนเฟินยังคงงัวเงียพลันได้รับจุมพิตที่แก้ม โลมเลียลงลำคอ สัมผัสเรียวลิ้นร้อนชื้นดูดเม้มก่อนจะถูกใครบางคนคร่อมร่างกายท่อนบนเอาไว้“ฟูเหริน ท่านยังไม่ตื่นอีกหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อเหมือนอย่างเคยเสี่ยวหยุนยิ้มกว้างแล้วมุดเข้าไปข้างในผ้าห่ม เริ่มเกลี่ยล
“ฟูเหริน หากท่านหลับไป ข้าก็จะไม่ได้ยินเสียงท่านน่ะสิ” เสี่ยวหยุนเพิ่งคิดได้จึงถอนตัวออกมาชั่วขณะแล้วหมุนตัวเหลียนเฟินให้หันหน้ามาหาพลางอุ้มยืนขึ้นก่อนจะสอดใส่ส่วนขึงขังของตัวเองเข้าไปใหม่ “ฟูเหริน อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวก็ตกลงมาหรอก”ครั้นถูกอุ้มลอยพื้น ขาสองข้างอ้ากว้างพาดบนท่อนแขนแกร่งของเสี่ยวหยุน จากที่จะหลับเมื่อครู่ก็ตื่นเต็มตารู้ตัวแล้วว่าคืนนี้คงไม่อาจหนีพ้นคนดื้อจนกว่าเขาจะพอใจ“เจ้าอย่าเดิน…” เหลียนเฟินโอบกอดคออีกฝ่ายเอาไว้เพราะกลัวตกแต่เสี่ยวหยุนกลับไม่ยอมหยุด “มันโดนตรงนั้น อือ… เจ้าจะออกไปไหนเสี่ยวหยุน” เขาถามทันทีที่เห็นอีกฝ่ายเปิดประตูออกกว้าง“อากาศยามค่ำคืนดียิ่งนัก ข้าจะพาท่านเดินเล่น” ทุกย่างก้าวทำให้ส่วนชูชันผลุบเข้าผลุบออกจนเหลียนเฟินครางกระเส่าไปด้วย “ข้าง… ข้างนอกไม่ได้นะ” ใบหน้าของเขาแดงขึ้นกว่าเดิมไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายจึงเล่นอะไรเช่นนี้ คิดในใจว่าผู้ใดเขาเดินเล่นกันอย่างนี้ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งคู่ ข้างล่างแนบแน่นติดกันไม่มีช่องว่าง อีกทั้งกลิ่นกามารมณ์ยังโอบฟุ้งรอบตัวเสี่ยวหยุนกระซิบบอก “ข้าร่ายอาคมปิดเรือน ไม่มีผู้ใดรู้หรอกว่าเราสองคนกำลังร่วมรักกัน”“ถึงอย่างน
เหลียนเฟินนอนนิ่งบนแผ่นอกของเขา ส่วนล่างกระตุกบีบแก่นกายที่ค้างอยู่ราวกับเชิญชวนจึงถูกพลิกตัวเป็นฝ่ายนอนใต้ร่างพลางโดนเสี่ยวหยุนจับขาสองข้างยกขึ้นแล้วขย่มสะโพกเป็นจังหวะ“ข้าเพิ่งจะ…อ๊ะ...” เหลียนเฟินไม่ทันได้พูดอะไรก็ต้องเม้มปากตัวเองอีกครั้ง มือสองข้างจับหมอนที่วางอยู่ ขยำจนผ้ายับยู่ยี่ ลมหายใจร้อนหอบถี่ ฟังแล้วยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายเกิดความต้องการอย่างยิ่งยวดแก่นกายที่ครูดเข้าออกเร่งขึ้นอย่างเร่าร้อนจนน้ำที่ปล่อยเอาไว้เมื่อครู่กระเซ็นเปรอะเปื้อน คนกระทำยิ้มมุมปากชอบใจยิ่งนักที่ได้เห็นร่องรอยของเขาบนตัวคนรัก เมื่อโพรงเนื้อโอบรอบจนมิดแน่นขนัดยิ่งเสียวซ่านจนตาเหลือกลอย “อือ… เหลียนเฟิน” ในใจวนเวียนแต่คำว่า อีกนิด ข้าขออีกนิดในขณะที่คนใต้ร่างแทบคุมสติตัวเองไม่อยู่ พึมพำแผ่วเบา “ข้าไม่ไหวแล้ว… อย่าเพิ่งขยับ”“จะให้ข้าหยุดจริงหรือ” เขาเอ่ยถามแต่ส่วนลับยังคงกระทุ้งเข้า ๆ ออก ๆ บดเบียดภายใน หยอกล้อเหลียนเฟินเพราะอยากเห็นสีหน้าแดงระเรื่อ สุขสม พลันวางขาทั้งสองข้างลงแล้วพลิกตัวเหลียนเฟินให้นอนคว่ำในพริบตาก่อนจะยกสะโพกเขาขึ้นเสี่ยวหยุนสอดใส่ส่วนล่างเข้าไปช่องทางหลังอีกครั้งจนท้องน้อยสัมผัส
ระหว่างทางกลับไปยังสำนักตระกูลหวัง เขาแวะพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอันเงียบสงบ เดินเตร็ดเตร่ตามทางจนถึงริมทะเลสาบกว้างใหญ่
หลายวันต่อมา&nb
เรือนบุปผาของจ้งซูหนี่ว์ ซือหยางนำสำรับอาหารและยามาให้นางเพื่อรักษา
หวังเยี่ยนหลงได้ยินเหลียนเฟินเรียกเขาเช่นนั้นจึงหยุดทุกสิ่งทุกอย่างใจร้อนรนเมื่อครู่กำลังสงบลงช้า ๆ เขาจึงหันมาหาเหลียนเฟินอยากจะกอดร่างบางไว้