Masukสนามบินสุวรรณภูมิต่างคับคั่งไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาจากต่างประเทศ อัคชัยเดินนำลูกและภรรยามารับลูกชายคนโตที่สนามบิน หลังจากได้รับรายงานว่าเครื่องบินที่ชายหนุ่มนั่งมาลงจอดที่สนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
10 ปีก่อนหน้านี้ " ไอ้คราม! ถ้าแกไม่พอใจเจ้าเอยแล้วยังแกล้งน้องอยู่แบบนี้ พ่อจะส่งแกไปเรียนที่ต่างประเทศ " อัคชัย ผู้เป็นบิดาประกาศกร้าวเมื่อเห็นสภาพลูกสาวบุญธรรมที่ตัวเปียกเหมือนลูกหมาตกน้ำ เด็กหญิงร้องไห้น้ำตานองหน้าหลังจากถูกพี่ชายบุญธรรมแกล้งโดยการผลักลงน้ำ " พ่อจะอะไรมากมาย นี่ก็ช่วยขึ้นมาให้แล้วไง " ชายหนุ่มยังคงไม่ยอมรับผิด เขายืนมองหน้าเด็กหญิงที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ข้างสระน้ำ " แกก็รู้ว่าน้องว่ายน้ำไม่เป็น แกก็ยังจะแกล้งน้องอีก " " ผมจะไปตรัสรู้ได้ไงล่ะ ก็เห็นชอบเดินอยู่ข้างสระน้ำก็นึกว่าว่ายน้ำเป็น ว่ายไม่เป็นแล้วยังเสือกอยากมายืนอยู่แถวนี้อีก ดีที่ไม่จมน้ำตายไปก่อน " ประโยคหลังฟ้าครามหันมาพูดกับเด็กสาว " ฮึกๆ อะ..เอยไม่ได้อยากมา อะ..เอยมาหา ขะ..ของ " จันทร์เจ้าเอยพูดไปร้องไห้ไป " เงียบเดี๋ยวนี้เลยนะ! ร้องไห้น่ารำคาญ! " ฟ้าครามตวาด ทำให้เด็กสาวสะดุ้งด้วยความตกใจ มือบางรีบปาดน้ำตาทิ้งไปอย่างลวกๆ ตามคำสั่งเขา " ไอ้คราม! แกนั่นแหละหยุดได้แล้ว! " " พ่อ! " " ถ้าแกยังไม่หยุดทำแบบนี้อีกนะ ปีหน้าแกเตรียมตัวย้ายไปเรียนต่างประเทศได้เลย! " อัคชัยพูดด้วยความโมโห " เอ่ออ! ถ้าพ่ออยากให้ผมไป ผมไปก็ได้ แล้วพ่อจะเสียใจที่เลือกยัยเด็กนี่แทนที่จะเลือกผม " นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่จันทร์เจ้าเอยและคนในตระกูลอัศวาวิชัยได้เจอกับฟ้าครามในวัยหนุ่มนักศึกษาเลือดร้อน 10 ปีต่อมา ฟ้าคราม หนุ่มนักธุรกิจวัย 29 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทด้านการบริหารจากต่างประเทศ และมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทในเครืออัศวาวิชัย มีหน้าที่ดูแลสาขาใหญ่และสาขาย่อยอีกหลายแห่ง ชายหนุ่มร่างสูงสวมเสื้อโค้ทแขนยาวสีดำ กางเกงขายาว และรองเท้าหนัง เรือนผมสีดำถูกเซ็ตมาอย่างดีเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาอันมีเสน่ห์ เขาเดินออกมาจากเกทพร้อมกับโปรยยิ้มบางๆทำเอาสาวน้อยใหญ่มองตามกันตาละห้อย " นั่นไงคะ พี่คราม " ฟ้าพราวชี้ไปที่ประตูผู้โดยสาร ร่างสูงโปร่งเดินออกมาพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ฟ้าครามมีรูปร่างที่ดูแข็งแรงขึ้นจาก 10 ปีที่แล้ว ตอนนี้เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มทรงเสน่ห์ ไม่ใช่แค่เดือนมหาลัยสุดหล่อของสาวๆอีกต่อไป " พ่อ แม่ สวัสดีครับ " ชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าบุพการีทั้งสอง และยกมือไหว้ตามธรรมเนียมไทยที่เคยปฏิบัติ " สวัสดีลูก คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะ " วิภา ภรรยาของอัคชัยรับไหว้ลูกชายด้วยน้ำตานองหน้า 10 ปีที่ไม่เจอกันทำเอาหญิงวัยกลางคนถึงกับซึมลงเพราะความเหงา ยังดีที่ฟ้าพราวเรียนจบปริญญาตรีมาอยู่ที่บ้านแล้วเหมือนกัน บ้านถึงค่อยๆครึกครื้นขึ้น " พี่คราม สวัสดีค่ะ " น้องสาวคนสวยเดินเข้ามาไหว้พร้อมกับสวมกอดพี่ชาย จนคนเป็นพ่ออดแซวไม่ได้ " โตขนาดนี้แล้วยังติดพี่ชายอยู่อีกนะยัยพราว " " ก็แหมม ไม่เจอกันตั้ง 10 ปี ก็ต้องคิดถึงเป็นธรรมดาสิคะคุณพ่อ " ฟ้าพราวที่ขณะนี้เรียนจบปริญญาตรีสาขาบัญชีได้เข้ามาช่วยเหลืองานที่บริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนกบัญชีและดูแลงบการจัดซื้อไปด้วยในตัว " เดี๋ยวค่อยมารำลึกความหลังกันใหม่ ตอนนี้พ่อว่าเรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า ตาครามคงอยากพักผ่อนแย่แล้ว " " ก็ดีเหมือนกันนะคะ " ฟ้าพราวเห็นด้วย ครอบครัวอัศวาวิชัยเดินทางกลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ในเวลาอันรวดเร็ว ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินฟ้าครามก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่เคยมีมาก่อน เขาหันกลับไปมองครอบครัวของตนที่ยืนอยู่อย่างพร้อมหน้า แต่แล้วกลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป " มีอะไรหรอคราม " วิภาเดินเข้ามาถามลูกชายเมื่อเห็นเขายืนนิ่งไป " ไม่มีอะไรครับแม่ เรารีบเข้าบ้านกันเถอะ ผมคิดถึงห้องนอนตัวเองจะแย่แล้ว " ชายหนุ่มอ้อนมารดาเหมือนตอนเป็นเด็กๆ ก่อนจะเดินจูงมือเข้าไปในบ้าน " บ้านยังเหมือนเดิมเลยนะครับ " เครื่องเรือนทุกชิ้นภายในบ้านยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม มีเพียงของบางชิ้นที่ชำรุดทรุดโทรมไป จึงได้ทำการเปลี่ยนใหม่ " คุณเอยกลับมารึยัง " อยู่ๆผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็เอ่ยคำถามหนึ่งขึ้นมากับแม่บ้าน ใจฟ้าครามกระตุกวูบเหมือนมีบางอย่างเข้ามาสะกิดจนเกิดแรงสั่นคลอน " คุณพ่อ! " ฟ้าพราวถึงกับอุทานขึ้นมา เธออุตส่าห์ไม่พูดถึงชื่อจันทร์เจ้าเอยตั้งแต่ชายหนุ่มมาถึง กลับต้องมาพังเพราะคุณพ่อลืมตัวเสียได้ " คุณพ่อถามถึงใครครับ " ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาเขาเรียนหนัก กิจกรรมแน่น รวมถึงการเริ่มเข้าทำงานในบริษัทต่างประเทศ และหาคอนเน็คชั่น ทำให้เหมือนมีอะไรบางอย่างที่เขาลืมไป แต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร " ก็... " อัคชัยกำลังจะตอบแต่กลับโดนลูกสาวสะกิดเข้าเสียก่อน " ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่คราม น้องว่าเราไปทานข้าวกันก่อนเถอะค่ะ น้องหิวมากเลย " หญิงสาวออดอ้อนพี่ชายจนสำเร็จ วันนี้แม่ครัวทำอาหารมื้อใหญ่ขึ้นมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ต้อนรับการกลับมาของลูกชายคนโตของบ้าน ซึ่งเป็นของชอบที่ชายหนุ่มชอบกินตั้งแต่เด็ก " แม่ไม่รู้ว่าครามยังจะชอบของพวกนี้อยู่รึเปล่านะ " " คุณแม่ทำอะไรให้ทาน ผมก็ชอบหมดแหละครับ " ชายหนุ่มตอบอย่างเอาใจมารดาจนน้องสาวอดแซวไม่ได้ " แหมมม ปากหวานจริงๆนะคะ " " เดี๋ยวเถอะยัยพราว " เเม่ดุหญิงสาวอย่างไม่จริงจังนัก " งั้นลองทานดูนะลูก ถ้าช่วงนี้ชอบอะไรเป็นพิเศษก็บอกแม่ได้ เดี๋ยวแม่ทำให้ " " ขอบคุณครับ " ครอบครัวอัศวาวิชัยนั่งทานข้าวที่โต๊ะอาหารอย่างเอร็ดอร่อย พลางเล่าเรื่องที่เขาประสบพบเจอให้ฟัง วูบบบ หางตาฟ้าครามเหมือนเห็นอะไรแวบๆเดินผ่านไป ชายหนุ่มหันกลับไปมองตาม " มีอะไรหรอคะพี่คราม " " พี่รู้สึกเหมือนมีใครเดินผ่าน " เขาขมวดคิ้วยุ่ง รู้สึกคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด " แม่บ้านมั้งคะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ " ฟ้าครามพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกว่าฟ้าครามและจันทร์เจ้าเอยจะจัดงานแต่งงานได้ก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปปีกว่าๆ เพราะตอนท้องเจ้าสาวไม่ยอมแต่งงานท่าเดียว เอาแต่วิ่งหนีสามีตัวเองทุกวัน พอคลอดหลานสาวตัวน้อยๆออกมาให้ตระกูลอัศวาวิชัยได้ไม่กี่เดือนพ่อเด็กก็รีบจับเมียแต่งงานทันทีเพราะกลัวท้องลูกคนที่ 2 แล้วเมียจะไม่ให้เข้าใกล้อีกเลยกลายเป็นภาระของออแกไนซ์ที่ต้องวิ่งวุ่นจัดงานให้ทันกับที่เจ้าบ่าวต้องการ จนเวลาล่วงเลยเข้ามาถึงวันแต่งงานจริงๆเจ้าบ่าวก็ดูจะตื่นเต้นมากกว่าคนอื่นเขาเดินกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา ส่วนเจ้าสาวคนสวยก็ต้องคอยดูแลลูกน้อยที่อายุเพิ่งได้ไม่กี่เดือน ถึงแม้ฟ้าครามจะจ้างพี่เลี้ยงมาคอยช่วยดูแล แต่เธอก็ยังอยากจะดูแลลูกด้วยตัวเองอยู่ดีอุแว้ๆๆ" พี่คราม หยุดเดินก่อนแล้วหยิบแพมเพิสมาให้เอยหน่อยสิคะ " จันทร์เจ้าเอยเรียกสามีให้มาช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกสาวตัวเล็กที่นอนแผดเสียงร้องจ้าอยู่" ได้จ๊ะๆๆ " เจ้าบ่าวรีบกุลีกุจอเข้าไปช่วยภรรยาสาว พอเธอเปลี่ยนผ้าอ้อมเสร็จเด็กน้อยก็หยุดร้องไห้แล้วนอนหลับปุ๋ยต่อไป" ดูซิ ตื่นขึ้นมาเป็นภาระให้พ่อแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ พอเปลี่ยนเสร็จก็หลับไปเฉย ไม่ทักทายพ่อแม่สักคำ "เพี๊ยะ!มือบางต
" บ้านพี่เกลถูกฟ้องล้มละลายค่ะ ข่าวพึ่งออกเมื่อเช้านี้ คุณพ่อคุณแม่พี่เกลใช้เงินก้อนสุดท้ายหนีไปต่างประเทศกันหมด ส่วนพี่เกลก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนค่ะ " " อืม พี่รู้แล้วล่ะ " ฟ้าครามพยักหน้ารับ จริงๆเขาก็เริ่มสงสัยตั้งแต่ที่เกลอยากแต่งงานกับเขาแล้วก็เลยให้เพื่อนสนิทช่วยสืบให้ ถึงได้รู้ว่าบริษัทคุณพ่อของเกลขาดสภาพคล่องมาได้สักพักแล้ว ธุรกิจที่ลงทุนไปขาดทุนย่อยยับ ช่วงก่อนหน้านี้ที่ยังไม่มีข่าวหลุดออกมาก็เพราะใช้เงินในคลังมาพยุงบริษัท จนเงินหมดถึงได้ถูกฟ้องล้มละลายอย่างที่เห็น" แล้วพี่ครามติดต่อพี่เกลได้บ้างไหมคะ " " ไม่เลย ตั้งแต่ที่เอยจมน้ำพี่ก็ยังติดต่อเกลไม่ได้เลย จนถึงวันนี้พี่ยังไม่รู้เลยว่าเกลตั้งใจทำให้เอยจมน้ำจริงรึเปล่า " ฟ้าครามถอนหายใจออกมา" จริงค่ะ " ฟ้าพราวยืนยันในความคิดของชายหนุ่ม" น้องรู้ได้ยังไง " " คุณเฟิร์สบอกน้องค่ะ " " นี่น้องยังติดต่อมันอีกรึไง " ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์" พี่ครามก็...มีคุยกันบ้างคะ นานๆที " น้องสาวของเขายืนบิดตัวด้วยความเขินอายพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อ" มันจีบน้องรึไง " ปฏิกิริยาแบบนี้มีแค่เหตุผลนี้เท่านั้นแหละที่เขานึกออก" พะ พี่
" คุณแกล้งทำให้คุณเอยจมน้ำหรอ " เฟิร์สที่ว่ายน้ำตามมาช่วย เมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่คิดไว้ เขาก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดทันที" ใช่! ฉันอยากให้มันตาย ครามจะได้มาแต่งงานกับฉัน "" ผมก็ชอบคุณเอยอยากได้เธอมาครองเหมือนกัน แต่ผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ " " แล้วยังไง! ฉันทำก็จริงแต่มันก็ไม่ได้ตายสักหน่อย " " ผมแนะนำคุณนะ ให้รีบหนีไปดีกว่า ถ้าคุณฟ้าครามรู้ว่าคุณคิดจะฆ่าภรรยาเขาจริงๆ คงไม่ปล่อยคุณไว้แน่ ถึงจะเป็นเพื่อนเก่าก็เถอะ " " ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดี! ครามรักฉัน ไม่ทำแบบนั้นกับฉันแน่นอน " เกลตะคอกชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ แม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจเธอกลับไม่รู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ ฟ้าครามรักจันทร์เจ้าเอยไปแล้ว ระหว่างเธอกับเขาก็คงจะเหลือแค่ความเป็นเพื่อนให้กันเท่านั้น โอกาสที่เขาจะเลือกเธอแทนจันทร์เจ้าเอยนั้นแทบเป็นไปไม่ได้" แล้วแต่คุณแล้วกันนะ ถือว่าผมเตือนคุณแล้ว " เฟิร์สส่ายหน้าอย่างเอือมระอา " ฉันก็แค่พยายามทำให้ครามกลับมารักฉัน ฉันผิดตรงไหน คุณเองก็ชอบนังเจ้าเอยไม่คิดจะแย่งมันไปจากครามบ้างรึไง " เกลน้ำตาไหลเป็นทางยาว เจ็บช้ำที่สุดท้ายก็แพ้ให้กับเด็กที่ฟ้าครามเคยบอกว่าเกลี
ถ้านังจันทร์เจ้าเอยมันตายไปครามก็อาจจะกลับมาหาฉันก็ได้คำพูดนี้วนเวียนอยู่ในหัวเธอหลายครั้ง หญิงสาวหยุดเดินพลางทบทวนความคิดที่อยู่ในหัว แล้วสติที่เคยมีก็ถูกความเห็นแก่ตัวของเธอเข้าครอบงำ หญิงสาวเปลี่ยนทิศทางการเดินทันทีเธอหันหลังกลับไปทางเก่า ตามรอยที่จันทร์เจ้าเอยเคยเดินไปถ้ามีอุบัติเหตุคนจมน้ำตายในทะเลจะเป็นยังไงนะร่างบางเดินมาจนเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินอยู่ริมหาด เธอใส่เดรสแขนกุดสีขาวสอาด เรือนผมสีน้ำตาลดัดลอนอ่อนๆถูกคาดทับด้วยผ้าคาดผมพลิ้วไหวไปตามสายลม หญิงสาวหันหน้าไปมองทะเลพลางยกมือขึ้นสูดอากาศให้เต็มปอด" ดูมีความสุขจังเลยนะ " เกลเดินเข้าไปหาเธอด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนัก จันทร์เจ้าเอยหันกลับมามองผู้หญิงที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคนรักเก่าของว่าที่สามี" เอยมีความสุขทุกวันอยู่แล้วค่ะ ไม่ใช่เเค่วันนี้หรอกนะคะ " " แย่งแฟนคนอื่นไปเนี้ยมันคงทำให้เธอมีความสุขดีสินะ " สายตาของเกลที่มองจันทร์เจ้าเอยเต็มไปด้วยไฟแค้น ถ้าไม่มีจันทร์เจ้าเอยโผล่มาฟ้าครามคงจะตกลงแต่งงานกับเธอไปแล้ว ไม่ต้องให้เธอมานั่งกลุ้มเรื่องตระกูลจะล้มละลายแบบนี้หรอก" พี่เกลพูดดีๆนะคะ เอยไม่เคยแย่งพี่ครามมาจากใคร เพราะพี่ครามไม่
ทริปเที่ยวทะเลของตระกูลอัศวาวิชัยรอบนี้ดูครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาด้วยอีก 2 คนฟ้าครามกับจันทร์เจ้าเอยนั่งกอดอกมองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก คนที่นั่งด้านหน้าฟ้าครามก็คือเฟิร์ส ศัตรูหัวใจที่ประกาศกร้าวว่าจะมาแย่งดูแลเมียของคนอื่น ส่วนด้านหน้าจันทร์เจ้าเอยก็คงหนีไม่พ้นเกล คนรักเก่าของฟ้าครามบรรยากาศดีในตอนเช้าถูกเปลี่ยนเป็นบรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แม่บ้านทั้งหลายค่อยๆย่องออกไปทางด้านหลังเพื่อเตรียมตัวเก็บของเดินทางกลับกรุงเทพในตอนเย็น ทิ้งให้เจ้านายที่เหลือแก้ปัญหากันเอาเองต่อไป" ผมจำได้ว่าไม่ได้เชิญคุณมาด้วยนะคุณเฟิร์ส " ฟ้าครามเปิดฉากขึ้นก่อน" เพิ่งรู้นะครับว่าหาดนี้เป็นของคุณ ผมถึงต้องขออนุญาตก่อนที่จะมาที่นี่ " " คุณไม่ต้องขออนุญาตผมก่อนมาที่นี่หรอกครับ แต่คุณต้องขออนุญาตผมก่อนคุณจะเข้าใกล้เมียผม เพราะผมไม่ต้องการให้คุณเข้าใกล้เอย " " ทำไมครับ กลัวคุณเอยจะเปลี่ยนใจเพราะคุณเคยทำแต่เรื่องแย่ๆใส่คุณเอยน่ะหรอ " เฟิร์สตีได้ตรงจุดจนฟ้าครามพูดไม่ออก เพราะเรื่องที่เขาพูดมันดันเป็นเรื่องจริง" ... "" ผมพูดถูกสินะ ถ้าไม่ได้ผมช
มือหนาแปะป่ายไปทั่วเตียงเพื่อหาร่างนุ่มนิ่มที่เขานอนกอดอยู่เมื่อคืน คิ้วชายหนุ่มเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพราะมือของเขาควานหาร่างบางไม่เจอฟ้าครามลืมตาขึ้นมองบนเตียง ที่นอนด้านข้างที่ปกติจะมีร่างของหญิงสาวนอนอยู่กลับว่างเปล่าชายหนุ่มผุดลุกออกจากเตียงแล้วเปิดประตูออกไปข้างนอกทันที สายตาคมมองหาร่างที่ตัวเองคุ้นเคยไม่ใช่ว่าแอบใส่บิกินี่ออกไปให้คนอื่นดูหรอกนะ ถ้าจับได้จะตีให้ก้นลายเลย ฟ้าครามบ่นอยู่ในใจ ชายหนุ่มเดินงุ่นง่านออกไปตามหาว่าที่ภรรยาคนสวยในขณะที่ตัวเขาเองยังคงใส่ชุดนอนอยู่ เขาเดินไปเดินมาอยู่ริมหาด พอหาร่างบางไม่เจอก็โมโหโวยวายไปทั่วก๊อกๆๆฟ้าครามเดินมาถึงบ้านพักหลังใหญ่ที่อัคชัยจองไว้ให้คนของตระกูลอัศวาวิชัยได้พักผ่อน เสียงเคาะประตูที่ดังสนั่นทำให้คนที่นอนหลับอยู่ในบ้านสะดุ้งตื่นขึ้นมาเป็นแถวฟ้าพราวเดินงัวเงียไปเปิดประตูใครมาเคาะประตูตั้งแต่เช้า ไม่เกรงใจคนจะหลับจะนอนบ้างเลย" อ้าว..พี่คราม มีอะไรหรอคะ มาเคาะประตูแต่เช้าเชียว " เมื่อเปิดประตูออกไปเธอก็เห็นคนที่มาสร้างความวุ่นวายให้พวกเธอแต่เช้าว่าเป็นพี่ชายของเธอเอง" เอยอยู่ที่นี่รึเปล่า " ชายหนุ่มมองเข้าไปในบ้านที่ตกแ
ฟ้าครามเปิดประตูรถฝั่งคนขับออก ดวงตาคมมองไปที่ร่างบางที่กำลังหลับใหลอยู่บนเบาะ ในมือเธอกอดกระเป๋าใบเล็กไว้แน่นเพราะกลัวจะมีคนขโมยไปในระหว่างที่เธอนอนหลับใบหน้าหญิงสาวยามหลับใหลช่างน่าดึงดูดให้เขาเข้าไปใกล้ เมื่อมองลงไปถึงริมฝีปากเล็กที่คอยเอาแต่เถียงเขาไม่เว้นแต่ละวันก็รู้สึกอยากจะจับมาปิดปากให้สน
อะไรที่ไม่อยากให้มาถึงก็มักจะมาถึงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับช่วงเวลานี้ ที่จันทร์เจ้าเอยไม่อยากให้มาถึงเลยสักนิดร่างบางเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ เธอเดินด้วยท่าทางอิดออดจนเพื่อนอดเอ่ยเเซวไม่ได้" อะไรของแก ทำอย่างกับไม่อยากกลับบ้าน " " บ้านอ่ะอยากกลับ แต่คนที่มารับน่ะสิที่ไม่อยากเจอ " "
" เมื่อเช้าทำไมแกถึงมาช้าได้ล่ะเอย ดูสิโดนอาจารย์ป้าตัดคะแนนจิตพิสัยเลยเนี้ย " หญิงสาวในชุดนักศึกษาจำนวน 4-5 คน จับกลุ่มคุยกันหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ วันนี้จันทร์เจ้าเอยมาถึงมหาวิทยาลัยช้ากว่าปกติทำให้เข้าเรียนสาย แล้วดันเป็นวิชาอาจารย์ป้าสุดโหดเสียอีก เลยทำให้โดนตัดคะแนนจิตพิสัยไปตามระเ
ฟ้าครามในชุดสูทสีดำเดินลงมาจากชั้นสองอย่างอารมณ์ดี มือหนาเอื้อมไปติดกระดุมที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้าง พลางดึงชุดสูทลงมาให้พอดีตัวสายตาคมกวาดมองทางด้านล่าง แล้วก็เจอเข้ากับหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าห้องรับแขก" ครามลงมาพอดีเลย พ่อมีเรื่องจะไหว้วานหน่อย " อัคชัยเดินออกมาเจอลูกช







