LOGIN“แจ้ว่าหน้าอากัณห์ออกจะแดงๆ เหมือนมีไข้นะคะ”
ว่าแล้วร่างบางอวบอิ่มเฉพาะจุด ก็โหย่งตัวขึ้นจากเก้าอี้ โน้มร่างมาข้างหน้าเพื่อวางมือบนหน้าผากเขา
“ตัวก็ไม่ร้อน...”
“อาสบายดี”
อกัณห์รีบบอก เบนศีรษะให้พ้นมือเล็ก
มีเสียงถอนใจเบาๆ จากคนที่กลับไปนั่งลงตามเดิม
“อาไม่เป็นไรหรอก” เขาให้ความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนเข้าเรื่องที่ต้องการคำตอบ
“แจ้นั่นแหละเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า”
“คะ?”
หล่อนมองเขา ด้วยดวงตากลมโตแจ่มแจ๋วแฝงแววหวาน
“อาถามว่าแจ้สบายดีหรือเปล่า” อกัณห์พูดซ้ำ
“สบายดีค่ะ แจ้ไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ ทำไมอากัณห์คิดว่าแจ้จะไม่สบาย?”
“ก็อาเห็นเราเรียบร้อยผิดปกติ เที่ยวน้อยลง รู้จักฟัง ไม่เถียงตะพึดเพียงเพื่อจะเอาชนะ เป็นใครก็ต้องสงสัย”
“ทำไมคะ? อากัณห์คิดว่าแจ้จะทำตัวเรียบร้อยบ้างไม่ได้หรือ พูดถึงเรื่องเที่ยวเตร่ แจ้ก็ไปแต่เฉพาะช่วงกลางวันนะคะ ไม่เคยกลับบ้านดึกดื่นสักที จนเพื่อนๆ พากันล้อว่าเป็นเด็กอนามัย สองทุ่มต้องกินนมนอน”
“อาก็ยังไม่ได้ว่าอะไร แค่คิดว่าเราอาจจะไม่สบาย อีกทีเลือดลมอาจไม่ปกติก็เลยไม่ค่อยจะเป็นตัวของตัวเอง”
“เรื่องอะไรมาว่าแจ้เลือดลมไม่ปกติ อากัณห์นะสิไม่ปกติ ให้เด็กไปตามแจ้มาแล้วก็เอาแต่จ้อง”
“ที่อามอง...”
อกัณห์พยายามหาทางออกให้ตัวเองสุดฤทธิ์
รู้ละว่าอาจจะลืมตัวเผลอให้ความสนใจสรีระสาวน้อยตรงหน้ามากไป จนเจ้าหล่อนอาจจะอ่านใจ อ่านความรู้สึกเขาออก ซึ่งเขาไม่ต้องการให้หล่อนล่วงรู้ที่เขาแอบคิดกับหล่อนต่างๆ นานา ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นความคิดที่อยากเล่นรักกับหล่อนให้หนำใจนั่นแหละ
ให้ตายเถอะ! เขาก็อยู่มาจนป่านนี้ ถึงเวลานี้ก็มีผู้หญิงสวยๆ เป็นผู้ใหญ่ในทุกๆ ด้าน ให้เขาแสวงหาความสุขด้วยยามเกิดความต้องการ แต่ทำไมความปรารถนาที่มีต่อเด็กสาวในปกครอง ถึงได้ไม่ลดน้อยถอยลงเลยนะ?
“ก็เพราะอาไม่เข้าใจ” เขาพูดต่อ ในที่สุด
“ไม่เข้าใจอะไรคะ?”
“อาแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ขี้เหนียวเรื่องเงินทองกับแจ้ แต่ทำไมเสื้อผ้าแต่ละตัวที่อาเห็นแจ้ใส่อยู่กับบ้านถึงได้ประหยัดเนื้อผ้าขึ้นทุกวัน แล้วไอ้รูๆ บนเสื้อนั่น บอกตามตรง ว่าอาไม่เห็นสวยเก๋ตรงไหน ถ้าเก่ากว่านี้คงนึกว่าแจ้ไปแย่งเสื้อขอทานมาใส่”
ปัญจมาก้มมองตัวเองแล้วหัวเราะคิก วันนี้หล่อนสวมเสื้อเอวลอยตัวกว้างคอย้วยตามแฟชั่น เวลาขยับตัวมองเห็นสะดือวับแวมเพราะกางเกงขาสั้นที่ใส่อยู่เป็นทรงเอวต่ำ
“อากัณห์นี่ไม่ทันสมัยเอาเสียเลย ที่เห็นเป็นรูๆ นี่คือแฟชั่นนิยมในเวลานี้เลยนะคะ”
“อย่างนั้นหรอกรึ อานึกว่าแจ้สรรหาเครื่องแต่งกายวับแวมอวดเนื้อหนังมังสามาใส่ เพราะอยากลองหว่านเสน่ห์กับอา ประสาวัยรุ่นที่เริ่มให้ความสนใจเพศตรงข้ามเสียอีก
“อากัณห์...”
“ถ้าคิดอย่างนั้น อาก็ขอเตือน หากไม่พร้อมจะถูกไฟลวกก็อย่าริเล่นกับไฟเป็นอันขาด”
เขาพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินเสียงเรียกประท้วง ตาคมจ้องหน้าเนียนละไม
ปัญจมางงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนร้องขึ้นด้วยเสียงเหมือนแมวถูกเหยียบหาง เมื่อสบแววตารู้ทันของเขา
แววตาแจ่มแจ๋วเปลี่ยนเป็นมองเขาตาขุ่น จากนั้นก็ลุกวิ่งออกไปจากห้อง เป็นอันว่าบทกุลสตรีผู้เรียบร้อย ที่เจ้าตัวพยายามฝืนทนปฏิบัติมากว่าหนึ่งสัปดาห์ ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า
อกัณห์ไม่ได้ไปหาหมอ และอาการที่เขาคิดว่าน่าจะมาจากการกินอาการผิดสำแดง ก็ไม่ยอมหาย แม้จะล่วงเลยไปหลายวัน แล้วก็แปลกว่าอาการมักจะกำเริบในเวลาเดิม แต่พอเขาเริ่มจะรู้เคล็ด คือถ้าตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการคลื่นไส้ เอสกระป๋องเดียวเอาอยู่กระทั่งเข้าวันที่ห้า นับแต่เขามีอาการคลื่นไส้ตอนตื่นนอนเช้าๆ อาการสำแดงออกในรูปแบบใหม่ บอกให้รู้ว่าอาจถึงเวลาที่เขาต้องไปตรวจเช็คร่างกาย ไม่ควรรีรออีกต่อไป ก็เพิ่มเข้ามาอาการดังกล่าวมีขึ้นขณะเข้านั่งโต๊ะอาหารเช้า ทันทีที่มองเห็นไข่ดาวเหลืองอร่าม ทอดมาสวยงามสุดฝีมือแม่ครัวเอก อาการผะอืดผะอมก็สำแดง แต่ก็พยายามจะข่มความรู้สึกเอาไว้ ตอบคำถามภรรยาไปพลางแต่แล้ว เพียงแค่กาแฟดำเหยาะเกลือตกถึงท้อง ความรู้สึกคลื่นไส้รุนแรง ก็กระชากร่างเขาให้รีบยืนขึ้น เดินเร็วๆ ออกจากห้องรับประทานอาหารเฉียดร่างแม่สายที่เดินเข้ามาห้องอาหารขณะนั้นพอดีขนาดว่าเขาแทบวิ่งกลับขึ้นห้องก็ยังเกือบไม่ทันภรรยาของเขาตามมาในเวลาไม่นาน มีแม่สายตามมาอีกคนอกัณห์ไม่ใส่ใจว่าจะจะมีใครมาเห็นเขาในสภาพอ่อนแอ เขาอาเจียนลงถังขยะในห้องน้ำกระทั่งเหลือเพียงน้ำขมๆ“อากัณห์....อากัณห์ขา อย่างนี้ต้องไปหาหมอแล้วนะค
เดินทางกันมาถึงปลายเรื่อง ขอแวะทักทายคุณผู้อ่านสักนิดนะคะกบฏรักหัวใจปรารถนา เรื่องราวความรักต่างวัยระหว่างผู้ปกครองหนุ่ม กับเด็กสาวกำพร้า ที่ต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของน้องชายพ่อเลี้ยง ด้วยความใกล้ชิด ฝ่ายหนึ่งก็สาวน้อยวัยใส สะสวยน่ารัก อีกฝ่ายก็หนุ่มใหญ่วัยทำงาน โสด-หล่อ-รวย คุณสมบัติครบสำหรับให้สาวๆ เก็บเอาไปฝัน ความรัก-ความใคร่จึงบังเกิด แต่ด้วยความแตกต่าง ไม่ว่าอายุ มุมมอง และประสบการณ์ เลยกลายเป็นอุปสรรคที่ทั้งสองจะต้องฟันฝ่าหากนักอ่านท่านใดมีคำติชม หรือต้องการชี้จุดผิดพลาดในขั้นตอนการผลิต สามารถพูดคุยเข้ามาได้ทางแฟนเพจ : นิยายโรมานซ์โดยลิลลี่ ผู้เขียนยินดีน้อมรับฟังทุกอย่างเพื่อนำไปแก้ไขในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ท้ายสุดจริงๆ ขอฝากผลงานไม่ว่าภายใต้นามปากกา พันแสงจันทร์ - กำไลแก้ว - ลิลเอง ไว้ ณ โอกาสนี้ขอบคุณจากใจลิลลี่ โจนส์
ปัญจมาสะดุ้งตกใจตื่นจากนิทราแสนสุข เมื่อได้ยินเสียงโอ้กอ้ากมาจากในห้องน้ำสิ่งแรกที่หล่อนทำ คือควานมือหาร่างสามีสุดที่รักสองเดือนแล้ว ที่หล่อนลงนามในเอกสารสำคัญใบทะเบียนสมรส มีชื่อ นาย อกัณห์ นภนนท์ เป็นคู่สมรส แต่งานฉลองวิวาห์เพิ่งมีขึ้นเมื่อวานที่โรงแรมหรูในช่วงดีๆ ของชีวิต ไม่เพียงแต่หล่อนสมหวังในความรัก ได้ผู้ชายที่ตนเคยวางแผนพิชิตร่างกายและหัวใจ มาเป็นสามีในทุกความหมาย ผลการเรียนตลอดสามปีครึ่งที่หล่อนทุ่มเทเวลาให้เต็มที่ ยังปรากฏว่าได้รับเกียรตินิยมเหรียญทอง นับว่าเกินที่ตั้งใจเอาไว้เสียงกดชักโครก สลับเสียงโอ้กอ้ากดังมาอีกหญิงสาวนิ่วหน้า รีบลงจากเตียงเดินเป็นวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ด้วยความรักความเป็นห่วงสิ่งที่พบคือ ร่างสูงใหญ่ของสามีนั่งเกาะโถชักโครกอย่างหมดท่า หล่อนลงไปนั่นข้างๆ ลูบหลังไหล่คนหน้าซีดแทบจะดูเป็นสีกระดาษเก่าๆ“อากัณห์ขา เป็นอะไรไปคะ เมื่อวานก็ไม่ได้ดื่มเยอะนี่นา”อกัณห์ไม่ตอบ เพราะรู้สึกว่าถ้าเปิดปากตอนนี้อะไรๆ คงจะพุ่งออกมาอีก แม้เขาจะแน่ใจว่าได้คายเศษอาหารที่ตกค้างในกระเพาะ และลำไส้ออกหมดแล้วก็ตามแต่ถึงเขาจะเปิดปาก ทำแค่ส่ายศีรษะนิดหนึ่ง น้ำขมๆ ก็ยังพุ่งขึ้นม
สัญชาตญาณ และความคุ้นเคยมาก่อนกับท่ารักนี้ สาวน้อยหัวไวของเขาก็ต่อเองหลังจากนั้นอกัณห์ขบฟันแน่น เขาจวนเจียนจะหนีขึ้นสวรรค์ไปก่อนเพียงเพราะภาพท่อนลำของตนค่อยๆ ถูกกลืนกินทีละนิด ทีละนิด“อูยส์....” เขาไม่อาจทนเก็บเสียงบ่งบอกความซ่านเสียวไว้กับตัวได้อีกต่อไป“อา....”เสียงครางจากปากบางอิ่มสอดรับอกัณห์ทนรับต่อไปไม่ไหวจริงๆ กับจังหวะสาละวันเตี้ยลงๆ ของร่างอ้อนแอ้น จึงออกแรงที่มือกระชากสะโพกกลมมนให้กลืนกินตัวตนส่วนที่เหลือเกือบครึ่งของเขาในจังหวะเดียว“โอ๊ะ!” เสียงเล็กอุทานเขาเองก็ใช่จะไร้ปฏิกิริยากับการถูกสวมสอดจากปลอกนุ่มชุ่มฉ่ำ “อ๊ากซ์!”พอเสี้ยวส่วนเขาจมมิด ร่างบางก็นั่งนิ่ง จะเพื่อให้เกิดความคุ้นชินกับความใหญ่โตที่คาคับ หรือเพื่อดื่มด่ำกับช่วงเวลาการถูกเติมเต็ม อกัณห์ไม่สามารถคาดเดา แต่จังหวะบีบเค้นของจีบพลูเนื้อนุ่มข้างในช่องทางหญิงกำลังจะทำเขาขาดใจ“จะ... แจ้”“ขา!”เสียงขานรับหวานฉ่ำ แต่แววตาหรี่ปรือที่มองมาสบตาเขา ทำให้เขารู้ว่าจังหวะขมิบเป็นจังหวะ หนึ่ง-สอง...หนึ่ง-สอง-สาม มาจากความตั้งใจแกล้งเขาของเด็กร้ายกาจอกัณห์รู้ ถ้าขืนปล่อยตามใจเด็กขี้แกล้ง เขาคงจะเสียเชิงชา
ภายในห้องนอนใหญ่ของเจ้าของบ้านยามนี้ แทบไม่มีสรรพเสียงอื่นใดนอกจากเสียงคราง เสียงหอบหายใจกระเส่า เสียงเนื้อตัวส่ายเสียดไปบนผ้าปูที่นอน เมื่อเจ้าบ้านตั้งใจอย่างเหลือเกินที่จะปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาของว่าที่คุณผู้หญิงของบ้านให้พุ่งแรงร่างสองร่างผลัดกันพลิกขึ้นพลิกลง มีอยู่ช่วงตอนหนึ่งที่ฝ่ายหญิงทำเอาฝ่ายชายร่างแอ่นโค้งกัดฟันกรอด เพื่อไม่ให้ตัวเองหลั่งคาปากนุ่มน้อยแต่แล้วไม่กี่พริบตา ฝ่ายหญิงสาวก็แทบจะดิ้นพล่าน เมื่อชายหนุ่มแสดงออกถึงความโหยหิวในตัวหล่อนเขาทั้งดูดดื่ม ทั้งขบเม้ม ด้วยริมฝีปากลิ้นอุ่นสากนั่นก็ใช่ว่าเขาจะละเลย ไม่นำมาใช้งานความสากที่ปาดเลียร้ายพอๆ กับยามสอดซุกหยั่งเชิงความลึกของซอกหลืบ“อ๊ะ! อ๊ะ!.... อากัณห์ขา!” แทบว่าขาดคำเสียงเรียกชื่อเขาด้วยสุ้มเสียงเกือบจะฟังเป็นกรีดร้อง ร่างบางเด้งสะโพกค้างเหนือที่นอนอยู่อึดใจก่อนอ่อนยวบ อกัณห์รู้ว่าทำให้ว่าที่ภรรยา และแม่ของลูกเขาในอนาคตถึงจุดสุดยอดอีกแล้ว แต่ก็ยังไม่ละปาก ลิ้น จากแอ่งน้ำหวานยิ่งหญิงสาวขับหลั่งออกมามากตามระดับความซ่านเสียว เขาก็ยิ่งซ่านใจความเป็นชายขึ้นลำแข็งปั๋ง พร้อมจะสาดกระสุนสู่เป้าหมายทุกเมื่อของเขา ผงกฟ
ปัญจมายังมองตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ตาไม่กะพริบ เมื่อร่างสูงเดินกลับมาพร้อมผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดในมือ“อากัณห์เก็บเสื้อผ้าไว้ที่นี่เยอะเลยนี่คะ”หล่อนเปิดปากพูด ขณะรับผ้าเช็ดตัวมาจากเขา“มันจำเป็น บางทีมีงานเลี้ยงหลังเลิกงาน หรือนัดลูกค้าทุ่มสองทุ่ม อาขี้เกียจกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่บ้าน เลยต้องสำรองเสื้อผ้าไว้ที่นี่”“หวังว่าจะไม่มีเตียงน้ำในห้องนอนลับตรงไหนสักที่ในนี้หรอกนะคะ”อกัณห์หัวเราะ ตอบขันๆ“ไม่มีหรอกทั้งเตียงน้ำ และห้องนอนลับ แต่จะว่าไปก็น่ามีไว้นะ”“ไม่นะ! แจ้ไม่ยอมให้มีเด็ดขาด!”คราวนี้เสียงหัวเราะห้าวๆ ดังลั่น พอซาความขันสีหน้าเอาเรื่องของคนตัวเล็ก อกัณห์ก็โน้มหน้าไปจุ๊บปลายจมูกโด่งเรียวทีหนึ่ง“หึงก็เป็นด้วย” เขาล้อ“ทำไมจะไม่เป็นคะ แจ้ก็ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง” “ถ้าหึงก็ต้องแปลว่ารัก”“รักไม่รักไม่รู้ แต่อย่าให้จับได้ละกัน ว่าอากัณห์นอกใจแจ้ มาตั้งฮาเร็มนอกบ้าน”อกัณห์ดึงร่างอ้อนแอ้นมาชิดตัว ปากพูดว่า “ไม่ต้องกลัวหรอก ว่าอาจะมีฮาเร็ม ไม่ว่าในบ้านหรือนอกบ้าน แค่แจ้คนเดียวอายังไม่รู้เลยว่าจะบริการไหวหรือเปล่า”“อย่าเลย ทำเป็นพูดไปงั้นแหละที่ว่ากลัวบริการไม่ไหว แจ







