로그인คอนโด
ร่างสูงยืนสูบบุหรี่อยู่ริมระเบียงพลางทอดสายตามองวิวเบื้องหน้า ควันสีขาวคละคลุ้งอยู่รอบตัว เขาดูสงบนิ่งแต่ภายในใจกลับบีบรัดความเจ็บปวด เรื่องราวที่ผ่านมามันยังตามหลอกหลอนจนถึงตอนนี้ แววตาเหม่อลอยเปลี่ยนเป็นความโกรธเกลียด ปะทุขึ้นมากลางอก เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวาน มันสะกิดจิตใต้สำนึกของเขา จนต้องกำมือแน่นระงับอารมณ์ที่ทำให้ร่างสั่นเทา มือหนาล่วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ปลายนิ้วเลื่อนแตะหน้าจอหาชื่อลูกน้องคนสนิท ก่อนจะกดโทรออก โทร : ปัน~ “อื้ม เรื่องที่กูให้ไปสืบถึงไหนแล้ว” (รู้แล้วครับนายว่าเธอเรียนอยู่ที่ไหน) “ส่งโลเคชั่นให้กูด้วย ตอนเย็นจะแวะไป” (ได้ครับนาย) “อย่าลืมจับตาดูเธอให้ดี อย่าให้คลาดสายตา” (ครับนาย) หลังจากสั่งธุระเสร็จ มือแกร่งก็จี้ปลายบุหรี่ที่เหลือลงในถาดจนมันมอดดับ ก่อนจะเลื่อนประตูระเบียงเดินเข้ามาข้างในอย่างไม่รีบร้อน ร่างสูงเอนตัวลงกับพนักพิงโซฟา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนเสียงลมหายใจจะถูกระบายออกมาแรงๆ พักหลังมานี้ รู้สึกความทรงจำเดิมๆมักจะตามหลอกหลอน ใบหน้าหล่อเงยขึ้นมองเพดานว่างเปล่า แววตาเผยความเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ฝังอยู่กลางใจ เสียงพ่นลมหายใจดังออกมาหนักๆ ดวงตาของเขาเหม่อลอยราวกับสติหลุดออกไปในความคิดที่กำลังสับสน พอนึกถึงภาพตอนโดนปฏิเสธมันกลับทำให้ติณณ์เค้นหัวเราะเบาๆในลำคอ ก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาลง เพื่อระงับความรู้สึกทรมาน มหาลัย ช่วงพักกลางวันใบชาต้องรีบกินข้าวและนั่งทำรายงานต่อ มันวุ่นวายจนร่างเล็กแทบไม่ได้พักหายใจ ตารางเรียนแน่น งานกลุ่มเยอะ แถมตอนเย็นแทนยังโทรมาบอกว่าต้องการคนเพิ่ม เธอจึงต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จ “แค่เห็นขิงยังเหนื่อยแทน แกบอกพี่แทนไปเถอะว่าไม่ว่าง” น้ำขิงคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยให้ความช่วยเหลือตลอด ฐานะที่บ้านของเธอค่อนข้างดีแต่ก็ไม่เคยรังเกียจคนจนแบบใบชา ขณะคนอื่นตีตัวออกห่างเพราะไม่ชอบที่เธอเป็นเด็กทุน “เอาน่า ชารับปากเขาไปแล้ว อีกอย่างมีงานเข้ามาต้องรับไว้ก่อน ขิงก็รู้ว่ารายจ่ายแต่ละเดือน ชาแทบจะไม่พอใช้” “ฉันสงสารแกจริงๆนะชา ยืมขิงก่อนก็ได้ถ้าไม่มีจริงๆ” “อื้ม เอาไว้ก่อน” เป็นอีกครั้งที่คนตัวเล็กบ่ายเบี่ยง แค่น้ำขิงยอมเป็นเพื่อนด้วย ให้ความช่วยเหลือโดยการติดต่องานพาร์ทไทม์ให้ เธอก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว “แล้วคนที่เคยเล่าให้ฟัง เขายังตามแกอยู่ไหม?” คำถามของเพื่อนทำให้ร่างเล็กหยุดชะงัก ความกังวลตีขึ้นมากลางอก มือเริ่มเย็นจนชาหนึบ เมื่อนึกถึงเรื่องที่ลืมไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยปากเล่าให้เพื่อนฟัง “เขาน่ากลัวมากเลยนะขิง เมื่อคืนมาดักรอชาอยู่หน้าห้องเช่า เขารู้ได้ยังไงว่าชาอยู่ที่นั่น” ริมฝีปากบางเม้มแน่น คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันแปลก เพราะเธอย้ายจากที่เดิมมาแล้วแต่ยังโดนตามเจอ เหมือนยิ่งพยายามหนี เขาก็ยิ่งเข้าใกล้ตัวเธอมากขึ้น “แบบนี้แกแจ้งความได้ไหม?” น้ำขิงออกความคิดเห็น เพราะเริ่มรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนตัวเล็ก ยิ่งเธออยู่คนเดียวแล้วถ้าเกิดผู้ชายคนนั้นคิดจะทำอะไรขึ้นมา คงหนีไม่พ้น “เขาเคยขู่ว่าถ้าแจ้งความเรื่องจบไม่สวยแน่ อีกอย่าง..ชาว่าเขาน่าจะมีอิทธิพลมาก” สีหน้าเป็นกังวล ริมฝีปากบางเริ่มสั่น เมื่อเอ่ยถึงคนร่างใหญ่ที่กำลังตามติดชีวิตอยู่ตอนนี้ “ทำไมแกถึงมั่นใจขนาดนั้น ฉันว่าแกไปลงบันทึกประจำวันไว้หน่อยก็ดีนะ โดนตามมากขนาดนี้มันกลายเป็นคุกคามไปแล้ว” น้ำขิงมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกทั้งสงสารและเห็นใจ คำแนะนำอาจจะช่วยให้เอากลับไปคิด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงกลั่นแกล้งเพื่อนของเธออยู่ตลอด “ชาก็หนักใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่รู้จะทำยังไง อีกอย่างก็ไม่อยากให้เป็นเรื่อง” ร่างเล็กพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนักๆ หลากหลายความรู้สึกถาโถมกลางอก ทั้งเรียนทั้งทำงานก็แทบไม่มีเวลาพักผ่อน แถมยังต้องมาหวาดระแวงกลัวว่าเขาจะตามอีก “แกนี่นะ ไปวันนี้เลยไหม เดี๋ยวขิงพาไป” น้ำขิงพูดจริงจังด้วยความเป็นห่วง เพราะกลัวว่าจะโดนเขาตามรังควานอีก “อื้ม เอาไว้ก่อนก็ได้ขิง” คนตัวเล็กพูดพลางส่ายหน้าไปมา ใบชาคิดว่าคำขู่ของเขามันอาจจะไม่ใช่แค่คำขู่ จะลองพูดคุยกับเขาดูอีกสักครั้ง หากเขาไม่ยอมจริงๆ เธอถึงจะไปแจ้งความ “เสียดายเน้อะ หน้าตาก็หล่อไม่เห็นต้องทำนิสัยแบบนี้เลย” เพื่อนสนิทพูดพร้อมกับถอนหายใจแผ่วเบา หลายครั้งใบชาต้องเจอเรื่องแบบนี้ มันหนักขึ้นเรื่อยๆ “อื้ม” มือเล็กวางปากกาอยู่ในมือลง ปล่อยให้ความกังวลแล่นเข้ามาในหัวสมอง แววตาดูเหม่อลอย คิดไม่ออกว่าต้องทำยังไงต่อ แต่คำพูดของน้ำขิงทำให้เธอได้สติ “เขายื่นข้อเสนออะไรให้แกบ้าง” คำถามของเพื่อนทำให้ลมหายใจขาดห้วงเล็กน้อย คำพูดของติณณ์ก่อนหน้านี้มันไหลย้อนกลับมาทำให้ร่างเล็กรู้สึกกลัว “เขาบอกอยากให้เป็นคู่นอน ถ้าเบื่อเดี๋ยวก็พอเอง” “เห็นแก่ตัวมากเลยนะ ขนาดแกไม่ยอมยังตามมาบังคับ” “อื้อ น่ากลัวมากจริงๆ” ใบชาก้มหน้าพูดด้วยแววตาเศร้าหมอง เรื่องที่กำลังเผชิญมันทำให้เธอรู้สึกไม่มีความสุขเลย “แกต้องระวังตัวให้มากนะชา ถ้ามีอะไรรีบโทรหาขิงเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” น้ำขิงพูดพลางยกมือขึ้นบีบไหล่คนตัวเล็กเพื่อปลอบ รู้สึกสงสารจับใจ แต่ก็เคารพในการตัดสินใจของเพื่อน “ขอบคุณนะขิง” แค่เห็นเพื่อนพยายามช่วย เท่านี้ก็รู้สึกซาบซึ้งมากแล้ว ไม่อยากให้น้ำขิงลำบากใจกับเธอไปมากกว่านี้ #18.40 น. หลังจากอยู่ทำรายงานจนเสร็จ ใบชาก็แยกย้ายกันกับน้ำขิง ขาเรียวก้าวเดินไปตามทางฟุตบาท พลางก้มใบหน้าล้วงมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อจะเรียกแกร็ป จู่ๆ เสียงจากผู้ชายคุ้นหูก็ดังขึ้นจนทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง “เดี๋ยวไปส่ง” คนตัวเล็กรีบหันควับตามเสียง เพียงประโยคสั้นๆมันทำให้รู้สึกสะท้านเข้าไปถึงกระดูก ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ทุกอย่าง แววตาหวาดหวั่นตวัดขึ้นมองใบหน้าหล่อไร้อารมณ์ พลางบีบกำปั้นเข้าหากันแน่น ก่อนจะเดินถอยหลังออกไปสองก้าว “มะ ไม่ค่ะ” เสียงสั่นบอกปฏิเสธ จากนั้นก็รีบหนีห่าง แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ฝ่ามือใหญ่ก็คว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่น หมับ!! “แค่ทำตามที่บอกมันจะตายรึไง?” “ปะ..ปล่อยชา” ดวงตาเย็นชาจ้องมองนิ่ง เสียงหัวเราะดังลอดริมฝีปากหยัก เขา รู้สึกหงุดหงิดคนตัวเล็กเอาแต่หนี เพราะมันเริ่มจะหมดความอดทนมากขึ้นไปทุกที ร่างเล็กพยายามแกะมือหนาออก ก้มหลบหน้าเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ ติณณ์ไม่ยอมให้เธอแกะออกได้ง่ายๆ เขาออกแรงบีบแน่นขึ้น แล้วกระชากดึงร่างเล็กเข้ามาแนบกับอกแกร่ง ก่อนจะกระซิบเบาๆข้างใบหู “ใบชาครับ ให้พี่ไปส่ง” น้ำเสียงทุ้มกดต่ำเอ่ยออกมาอย่างสุภาพ แต่มันกลับแฝงไปด้วยการบังคับ ทั้งที่เพิ่งคุยกันไปเมื่อวานว่าให้หยุด แต่เขากลับไม่สนใจมันเลย หัวใจของร่างเล็กแทบตกไปอยู่ตาตุ่ม มือไม้สั่นจนทำอะไรไม่ถูก เขามาดักรอถึงหน้าตึกมหาลัย แบบนี้มันน่ากลัวเกินไป เป็นอย่างที่น้ำขิงบอก เธอควรไปแจ้งความ “พอเถอะค่ะพี่ติณณ์ เลิกทำแบบนี้ ถือว่าชาขอ” “หุบปากแล้วเดินไปขึ้นรถ” คำสั่งกร้าวทำให้ร่างเล็กตัวสั่นหงัก แววตาหวาดกลัวพยายามมองหาความช่วยเหลือ แต่แทบไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย ใบชาทำได้เพียงยอมเดินตามเขาไปขึ้นรถที่จอดอยู่อีกฝั่ง เสียงลมหายใจของร่างสูงถูกพ่นออกมาอย่างหนัก หลังจากปิดประตูรถ เขารู้สึกเกลียดที่เธอเอาแต่ขัดขืน มันยิ่งทำให้อารมณ์คุกรุ่นอยู่ภายในใจเพิ่มพูนขึ้นราวกับไฟกำลังลุกโชน “แค่ยอมทำตามดีๆ ก็ไม่ต้องโดนบังคับตั้งแต่แรก” ใบหน้าหวานก้มลงหลบสายตาคนนั่งข้างๆ มือเล็กบีบประสานเข้าหากันจนชื้นเหงื่อ เพราะคำพูดของเขามันมีแต่ความเอาแต่ใจและกดดันตลอดเวลา ติณณ์หันมามองร่างเล็กอย่างไม่สบอารมณ์ สัมผัสได้ว่าตัวของเธอสั่นไม่หยุด มันเป็นภาพที่เขาเห็นแล้วโคตรรู้สึกดี เสียงหัวเราะเบาๆดังลอดริมฝีปากหยัก ก่อนใบหน้าหล่อจะยื่นเข้ามาใกล้จนเกือบแนบชิดพวงแก้มระเรื่อ “อื้อ พี่ติณณ์” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสถึงลมหายใจร้อนอยู่ใกล้ๆกับใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนี พร้อมกับเอามือดันบ่าคนตัวใหญ่ที่กำลังโน้มตัวลงมา แต่ก็โดนมือหนารวบข้อมือทั้งสองเอาไว้ในฝ่ามือเดียว ก่อนมืออีกข้างจะกระชากใบหน้าสวยให้เชิดขึ้น “พี่ใจดีกับชาขนาดนี้ อย่าทำให้ต้องหงุดหงิด” “อื้อ ปะ..ปล่อย” เป็นครั้งแรกที่ติณณ์ได้มองใบหน้าสวยอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาใบชาเอาแต่หลบเลี่ยงเขาตลอด เธอช่างเหมือนกับคนที่เขาเกลียดมากจริงๆ ริมฝีปากหยักค่อยๆโน้มลงคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มอ่อน แล้วกดฝังจูบลงไปเบาๆ พอให้เธอสั่นสะท้าน ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การขู่ เขาคิดจะเอาจริงถ้าเธอยังไม่ยอม “อื้อ พะ..พี่ติณณ์ เสียงเอ่ยออกมาแผ่วเบาพร้อมเบือนหน้าหนีจากการลุกล้ำ หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วรัว ตัวสั่นสะท้านราวกับหนาวเหน็บ มันเป็นสัมผัสแรกที่ทำให้รู้สึกวูบไหว และไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ ใบหน้าหล่อค่อยๆผละออก สายตาที่จ้อมองยังคงเย็นชาไร้ความรู้สึก เขาแสยะยิ้มใส่เธอราวกับกำลังบอกว่าไม่มีทางทำอะไรได้ ก่อนจะปล่อยมือเล็กที่ตรึงไว้แล้วหันไปจับพวงมาลัยแทน “อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เธอไม่ชอบการบังคับ ไม่ว่าทางไหน ร่างเล็กได้แต่ขอร้องอ้อนวอนเขาอยู่ในใจ ไม่อยากปล่อยให้เรื่องที่กำลังกลัวเกิดขึ้นมาจริงๆ “งั้นก็อย่าทำให้โกรธ ยอมพี่ดีๆซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ประโยคนั้นเป็นเหมือนคำสั่งดังสะท้อนในความเงียบ เขาไม่ได้สนใจคำขอร้องของเธอเลยสักนิด คำพูดทุกคำมันมีแต่ความกดดันแฝงอยู่ในนั้น “ชาบอกพี่ติณณ์หลายรอบแล้วว่าไม่รับข้อเสนอ” สายตาคู่คมมองทอดไปบนถนน ปลายเท้าแตะเหยียบคันเร่งจนมิด เขาไม่ได้ตอบกลับคำพูดของร่างเล็ก แต่แสดงให้เห็นว่ากำลังรู้สึกไม่พอใจมากขนาดไหน “เบาๆหน่อยได้ไหมคะ ขับเร็วเกินไปแล้ว” “หุบปาก!” เสียงตวาดของคนร่างสูงมันทำให้เธอหยุดชะงัก ใบชาอยากจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากกำมือเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ รถแล่นไปบนถนนได้ไม่นาน ก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าห้องเช่า ราวกับรู้จักสถานที่เป็นอย่างดี ร่างเล็กรู้สึกโล่งใจที่มาถึงได้อย่างปลอดภัย เพราะเขาเอาแต่เหยียบคันเร่งระบายอารมณ์ความโกรธเหมือนอยากขู่ให้เธอกลัว “ตอนเย็นเดี๋ยวพี่มารับ” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นเมื่อจอดรถนิ่ง คำพูดทุกคำของเขาไม่เคยถามความเห็นจากคนร่างเล็กเลยสักนิด มันมีแต่คำพูดเอาแต่ใจจนทำให้ร่างบางขมวดคิ้วแน่น “ชาต้องไปทำงานตอนเย็น” เสียงหวานจงใจเอ่ยออกไปและหวังว่าเขาจะเลิกยุ่ง แต่เปล่าเลย เขากลับเค้นหัวเราะเบาๆในลำคอ แล้วหันมาพูดกับเธอว่า.. “ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอ”ผ่านไป 2 เดือน ร่างเล็กนั่งทอดกายอยู่บนโซฟา สายตาจับจ้องหนังสือในมือกวาดอ่านอย่างตั้งใจ ช่วงนี้ใบชาแทบจะไม่อยากออกไปไหนเลย จึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ไล่อ่านหนังสือบนชั้นจนเกือบครบทุกเล่ม เธอไม่ได้รู้สึกเกร็งเหมือนตอนแรก แม้บางอย่างติณณ์จะทำให้หวาดกลัวอยู่บ้าง แต่รวมๆแล้วมันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ เขาให้อิสระและไม่ได้ใช้ความรุนแรง แม้ใบชาจะคิดอยู่บ้างว่าเป็นเพราะยอมตาใจ เขาจึงไม่ใจร้าย หากหงุดหงิดก็มีบ้างเป็นบางคราวที่มาระบายอารมณ์กับเธอ แต่พอไม่ได้ขัดขืนมันกลับทำให้ทุกอย่างเบาลง ร่างเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะความคิดอื่นแทรกเข้ามาในหัว มันผ่านมาเกือบสองเดือนแล้วที่ใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ “จะไปตอนไหน เดี๋ยวให้ปันไปส่ง” ร่างสูงเดินผ่านประตูเข้ามาในห้อง แววตาคมจ้องใบหน้าหวานอย่างต้องการคำตอบ เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ โดยไม่ทันรู้ตัวว่าเขาเดินเข้ามานานแล้ว ใบชาสดุ้งเล็กน้อย ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยความร้อนรน “จะไปแล้วค่ะ” ร่างเล็กรีบปิดหนังสือเก็บใส่เข้ากระเป๋าอย่างเดิม บางครั้งเธอก็ภาวนาว่าขอให้ติณณ์เบื่อเร็วๆ จะได้ยอมปล่อยไปสักที แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไห
ร่างเล็กถูกอุ้มมาวางลงบนเตียง ขณะริมฝีปากหยักยังบดเบียดเต้าอวบอย่างหื่นกระหาย ลิ้นสากลากฝังคมเขี้ยวจนพอใจ ก่อนจะหยัดตัวขึ้นชักรูดแก่นกายเตรียมพร้อม “อึก! พะ พี่ติณณ์ เบาๆกับชาหน่อยได้ไหมคะ”เธอกำลังขอร้องอ้อนวอน จากคนไม่เคยคิดจะใจดีด้วย ร่างกายสั่นสะท้านหนัก ยิ่งเห็นตอนเขายกยิ้มมุมปาก ยิ่งรู้ว่านับต่อจากนี้มันไม่มีคำว่าอ่อนโยน“ซี๊ด~ แค่ที่ระบาย มีสิทธิ์เรียกร้องด้วยหรอครับ”คำพูดเย็นชาตอกย้ำความไร้ค่า มันกรีดลงกลางอกเมื่อรู้ว่าต้องโดนความบ้าคลั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบชาถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะรู้แล้วว่าติณณ์ไม่มีทางทำตามที่ขอร่างเล็กสะท้าน เมื่อถูกก้านนิ้วแตะควานบนร่องกลีบ น้ำหวานไหลเยิ้มเพียงแค่ถูกสัมผัสจุดอ่อนไหว ขาเรียวสั่นระริก ขณะถูกแยกออกจากกัน และเข้าแทรกด้วยคนตัวสูง“อ๊า~พี่ติณณ์”มือหนาจับยึดเอวบางไม่ให้ถอยหนี ส่วนมืออีกข้างจับแก่นกายถูลงกับร่องกลีบ ความเสียวซ่านแผ่ออกมาตรงปลายบวมเปล่ง เพียงแค่ถูกับร่องนิ่มก็ทำเอาคนร่างสูงแทบคลั่ง“ซี๊ด~น่าเอาว่ะ”ร่องเล็กขมิบตอดถี่ เมื่อได้ยินคำหยาบโลน แท่งแข็งขืนจ่อตรงร่องสีหวาน ดันใส่เข้าไปทีละนิด ความใหญ่ยาวค่อยๆถูกดูดกลืนหายเข้าไปในร่องแคบจ
ใบชาตัวแข็งทื่อ ขนลุกชันทั่วร่างกาย หลังสิ้นเสียงกระซิบ มือหนาก็กระชากใบหน้าสวยให้เชิดขึ้น ก่อนจะฝังคมเขี้ยว ลากกัดไปทั่วพวงแก้มใบชาปล่อยให้เขาทำ ไม่ได้ขัดขืน เมื่อเห็นว่าติณณ์กำลังหงุดหงิด คมเขี้ยวถูกฝังลงมาซ้ำๆ ก่อนจะผละออก แล้วประกบจูบแลกลิ้นตวัดดูดหาความหวาน เพื่อระบายอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่กลางอก“อื้อ”ร่างเล็กถูกผลักให้นอนราบลงบนโซฟา ขณะริมฝีปากยังบดเบียดอย่างเร่าร้อน เธอถูดจูบที่บ้าคลั่งตรึงเอาไว้ไม่ให้หันหน้าหนีไปไหน เสียงครางอื้อดังประท้วงในลำคอ เมื่อฝ่ามือเย็นเฉียบวางลงบนหน้าท้องแบนราบ แล้วออกแรงบีบเคล้นอย่างหนักหน่วงการกระทำของเขาทำให้ร่างเล็กสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ทุกสัมผัส ทุกการเคลื่อนไหว ทำให้รู้สึกวูบวาบจนแทบหยุดหายใจ น้ำสีใสเลอะขอบปากจากการบดเบียดอย่าเอาแต่ใจ มือหนาบีบขึ้นมาตามแนวสะโพก เลื่อนขึ้นไปถึงหน้าอกนิ่ม ก่อนจะออกแรงบีบเคล้นอย่างบ้าคลั่งริมฝีปากถูกผละออก ติณณ์จ้องมาใบหน้าหวานด้วยความต้องการอย่างเปิดเผย ก่อนจะเลื่อนหน้าลงมาตะโบมดูดเม็ดไตสีอ่อน พร้อมดุนลิ้นตวัดเลีย แล้วเหลือบตาขึ้นมองร่างเล็กกำลังดิ้นพล่าน“อ๊ะ~อื้ออ”ใบชาสะดุ้งเฮือก เมื่อเขาฝังคมเขี้ยวลงมาบนปล
ใบชาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวทั้วตัว เธอไม่เห็นคนร่างสูงตั้งแต่ลืมตาตื่น แม้จะโล่งใจมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเขาไม่อยู่ แต่เธอก็อยากออกไปเดินข้างนอก ไม่ใช่การคลุกตัวอยู่แต่ในห้องตามคำสั่งโน้ตถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร พร้อมกับข้าวต้มหมู ดูเหมือนว่าจะถูกนำมาวางได้เพียงไม่นาน ราวกับรู้ว่าเธอจะลุกขึ้นมาตอนไหน มือเรียวหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่าน แล้วก็ต้องดีใจสุดขีด เมื่อพบว่าเขาให้ปันซื้อโทรศัพท์มาให้ใหม่ แม้บรรทัดสุดท้ายจะเป็นคำขู่บอกว่า ‘ห้ามหนี’ แต่อย่างน้อยมันก็สามารถคุยและติดต่อกันคนอื่นได้บ้างใบชารีบเปิดมือถือขึ้นมา พร้อมกับโหลดแอพพิเคชั่นต่างๆและเชื่อมต่อโดยใส่ข้อมูลเดิมของตัวเองลงไป พอเชื่อมต่อได้ไม่นาน แชตต่างๆก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจออย่างไม่หยุดพักแชต : แทนแทน : ชาเป็นไงบ้าง ติณณ์มันทำอะไรรุนแรงหรือเปล่าแทน : บอกพี่ได้เลยนะ ถ้าชาลำบากใจใบชา : ไม่เป็นไรค่ะพี่แทน ชาเลือกแล้วแทน : แน่ใจนะ?ใบชา : ค่ะRead..ใบหน้าสวยก้มลงเล็กน้อย ขอบตาร้อนผ่าวเต็มไปด้วยน้ำเอ่อล้น แม้จะบอกว่าเลือกแล้ว แต่พอนึกถึงสิ่งโหดร้ายที่ต้องเจอ กลับรู้สึกปวดใจราวกับมีโซ่มาล่ามเอาไว้ไม่นานแชตของเพื่อนก็เด้งขึ้
ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนขาเรียวจะก้าวขึ้นไปนั่งหย่อนตัวลงบนตักแกร่ง สายตาคู่สวยกวาดมองใบหน้าหล่ออย่างไม่ตั้งใจ ก่อนพวงแก้มนุ่มจะแดงเถือกขึ้นทีละนิดดวงตาคู่สวยพลันหลุบต่ำลงทันที ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า ความเย็นชาจากสายตาคู่นั้น ทำให้หัวใจดวงน้อยปวดหน่วง การที่ติณณ์ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นแค่เธอเป็นที่ระบายความใคร่ มันยิ่งเจ็บลึก“ขอดูหน่อยว่าจะทำให้พี่พอใจได้หรือเปล่า”“……”สายตาคมเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตัก สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของกันและกัน แม้เธอกำลังตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกถึงความอ่อนโยนแม้แต่น้อย“ทำสิครับ ทำให้พี่พอใจ..แล้วชาจะได้ทุกอย่าง”เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหู เป่าลมร้อนกระทบผิวบริเวณต้นคอ ก่อนจะดูดเม้มเบาๆ มือหนาเลื่อนขึ้นมาตามแนวสะโพกบาง บีบเคล้นคลึงอย่างหนักหน่วง ก่อนจะกดตัวเธอลงให้สัมผัสกับท่อนเนื้อที่แข็งนูนดันขึ้นมาบนกางเกง“อ๊ะ~ พะ พี่ติณณ์”เสียงหวานดังลอดออกมา ใบชารู้สึกตกใจ เมื่อรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมที่กำลังเสียดสีอยู่ระหว่างขา ปากบางกัดเข้าหากันแน่น ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง อัตราการเต้นของหัวใจพลันถี่รัวขึ้น
ร่างเล็กถอนลมหายใจอออกมาเฮือกใหญ่ เธอกำลังตัดสินใจว่าควรจะบอกเขาว่าอะไรดี แม้จะยังไม่พร้อมเผชิญหน้า แต่ก็รู้ดีว่ายังไงต้องพูดมันออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใบชาทำตัวไม่ถูกจึงยืนแข็งทื่ออยู่ในห้องไม่กล้าออกไปสักทีแกร็ก…เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้ร่างเล็กสะดุ้ง ก่อนจะหันไปมองติณณ์กำลังเดินแทรกกายเข้ามาข้างใน สายตาคู่คมตวัดมองเธออย่างเย็นชา เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยประโยคสั้นๆ ราวกับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่“จะออกไปคุยกันได้รึยัง?”“ค่ะ ชากำลังจะออกไป”ใบชาเดินตามร่างสูงออกไปอย่างเชื่องช้า เธอไม่รู้เลยว่าที่เลือกตอนนี้ หนทางข้างหน้ามันจะเป็นยังไง ไม่รู้จะหลุดพ้นเมื่อไหร่ แต่คิดอีกมุมหนึ่ง ถ้าใบชายอมอ่อนให้เขา ติณณ์อาจจะใจดีขึ้นมาบ้างก็ได้ร่างเล็กเผยสีหน้ากังวลออกมาผ่านแววตาคู่สวย แม้เวลาจะล่วงเลยไปเป็นอาทิตย์ แต่กลับรู้สึกเหมือนโดนดูดวิญญาณออกไปจนหมด ใบชาตัวสั่นเบาๆ เมื่อต้องพูดต่อหน้าคนร่างสูงที่พยายามหลบเลี่ยงมาตลอด“ชะ..ชายอมทุกอย่างแล้วค่ะ”เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ ก่อนจะหลุบสายตาลงมองมือกำลังประสานกันแน่น ขาเรียวยืนนิ่งแต่หัวใจกลับเริ่มสั่นไหว เพราะเขากำลังจับจ้องตลอดเวลาติ







