Masukปัง!!
เสียงประตูห้องทำงานที่อยู่ถัดไปไม่ไกลถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง หยางเฟยหลงก้าวออกมาด้วยใบหน้าทะมึนทึง ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพญามัจจุราช รังสีความโกรธแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในโถงทางเดินลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!!" เขาตวาดลั่นจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว
จื่อรั่วหันขวับไปหาชายหนุ่ม รีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนเขาพร้อมกับชี้หน้าไปที่ประตูห้อง "เฟยหลง! คุณซ่อนใครไว้ในนั้น! นังแพศยาที่ไหนมันกล้ามาเหยียบเกาะนี้ ฉันเป็นคู่หมั้นคุณนะ คุณทำแบบนี้หยามเกียรติฉันเกินไปแล้ว สั่งให้คนเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ฉันจะเข้าไปฉีกอกมัน!"
เฟยหลงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของจื่อรั่วอย่างแรงจนเธอเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นพรม นัยน์ตาคมกริบจ้องมองหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น ด้วยความรังเกียจและเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด
"ฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหม จื่อรั่ว ว่าอย่าแส่เรื่องของฉัน!" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและเฉียบขาดจนคนฟังขนลุกซู่ "ผู้หญิงที่อยู่ในห้องนั้น จะเป็นใคร มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเธอ! และจำใส่สมองเอาไว้ การหมั้นบ้าบ่อนั่นมันก็แค่เรื่องธุรกิจตลกๆ ที่ผู้ใหญ่ตกลงกันเอง ฉัน-ไม่-เคย-ยอม-รับ!"
จื่อรั่วหน้าชาน้ำตาคลอเบ้า "คุณ... คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉัน..."
"อาเว่ย!" เฟยหลงไม่สนใจเสียงสะอื้นของเธอ หันไปสั่งการเสียงเฉียบขาด "ลากตัวผู้หญิงคนนี้ไปขังไว้ที่ห้องพัก พรุ่งนี้เช้าจัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์ ส่งตัวเธอกลับเซี่ยงไฮ้ซะ! ถ้าเธอโผล่หน้ามาให้ฉันเห็นอีก ฉันจะตัดหัวแก!"
"ไม่นะเฟยหลง! คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ! ปล่อยฉัน! ฉันไม่กลับ!" จื่อรั่วกรีดร้องดิ้นรนอย่างน่าสมเพชขณะที่ถูกบอดี้การ์ดสองคนหิ้วปีกกึ่งลากกึ่งจูงออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นไห้ที่ค่อยๆ หายลับไป
เมื่อจัดการความน่ารำคาญตรงหน้าเสร็จสิ้น เฟยหลงก็หันกลับมาที่ประตูห้องต้นเหตุ มือหนาล้วงกุญแจออกมาปลดล็อคและกระชากบานประตูเปิดออกอย่างรุนแรง
ผลั่ก!!
ร่างของพิมรดาที่ยืนเกาะประตูอยู่ด้านใน ทรงตัวไม่อยู่เมื่อบานประตูถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน เธอถลาล้มลงมาข้างหน้า แต่เฟยหลงใช้ท่อนแขนแกร่งรับร่างบางเอาไว้ได้ทันท่วงที ทว่าวินาทีที่สายตาของมัจจุราชหนุ่มหลุบต่ำลงมอง สติที่พยายามควบคุมไว้ก็ขาดผึง!
หยดเลือดสีแดงสดไหลเป็นทางยาวจากหลังมือเล็กที่ขาวซีด หยดเปื้อนลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอสวมใส่และหยดลงบนพื้นพรม สายน้ำเกลือที่ควรจะทำหน้าที่รักษาชีวิตของเธอ บัดนี้ถูกดึงกระชากออกและถูกโยนทิ้งไว้บนพื้นอย่างไร้ค่า ความโกรธเกรี้ยวที่รุนแรงยิ่งกว่าพายุทอร์นาโดปะทุขึ้นในอกของหยางเฟยหลง ผู้หญิงคนนี้ดื้อด้าน! อวดดี! และไม่รู้จักรักชีวิตตัวเอง!
"ใครสั่งให้เธอถอดมันออก!!" เฟยหลงตวาดเสียงดังกึกก้องไปทั่วห้อง มือหนากระชากต้นแขนของพิมรดาอย่างแรงจนร่างเล็กลอยหวือขึ้นมาปะทะกับแผงอกกว้าง
พิมรดาสะดุ้งเฮือก น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ปล่อยฉัน... ฮึก... ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ปล่อยฉันไปเถอะนะ..."
"ปล่อยงั้นเหรอ! ฝันไปเถอะ!"
เฟยหลงไม่ฟังคำอ้อนวอน เขาก้มลงตวัดวงแขนช้อนร่างบางที่กำลังป่วยไข้ขึ้นอุ้มพาดบ่าอย่างป่าเถื่อน ไม่สนใจเสียงหวีดร้องและกำปั้นเล็กๆ ที่ระดมทุบตีลงบนแผ่นหลังของเขา ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังเตียงคิงไซส์กลางห้อง ก่อนจะ เหวี่ยงร่างของพิมรดาทิ้งลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ออมแรง
"โอ๊ย!" พิมรดาร้องครางด้วยความจุก ร่างกายที่บอบช้ำอยู่แล้วยิ่งเจ็บร้าวไปหมด เธอพยายามจะตะเกียกตะกายหนีไปอีกฝั่งของเตียงด้วยสัญชาตญาณ
แต่เฟยหลงรวดเร็วกว่า เขากระโจนตามขึ้นไปคร่อมทับร่างบางเอาไว้อย่างมิดชิด มือใหญ่รวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างที่กำลังปัดป่าย ดึงขึ้นไปกดตรึงไว้เหนือศีรษะของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย น้ำหนักตัวมหาศาลทาบทับลงมาจนพิมรดาแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้ กลิ่นอายความอันตรายและคุกคามลอยคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ
"ดิ้นสิ! เอาเลย! อยากตายนักใช่ไหม!" เฟยหลงตะคอกชิดใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้เป็นจุณ "ฉันอุตส่าห์เรียกหมอมาช่วยชีวิตสายเลือดสกปรกอย่างเธอ แต่เธอกลับทำลายความหวังดีของฉันด้วยการดึงสายน้ำเกลือทิ้ง!"
"คุณมันปีศาจ! คุณไม่ได้หวังดี... ฮึก... คุณก็แค่จะเก็บฉันไว้ทรมาน!" พิมรดาเถียงกลับเสียงสั่นเครือ แม้จะหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ แต่ความดื้อรั้นก็ยังทำให้เธอไม่ยอมจำนน "ปล่อยฉันนะ! ไอ้คนเลว! ฉันเกลียดคุณ!"
คำว่าเกลียด ที่หลุดออกจากปากของหญิงสาว ราวกับน้ำมันที่สาดลงบนกองเพลิง หยางเฟยหลงกัดกรามกรอดจนนูนเป็นสัน เขาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้พิมรดารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ มือหนาที่กดตรึงข้อมือของเธออยู่ ออกแรงบีบแน่นขึ้นจนพิมรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ส่วนมืออีกข้างที่ว่าง เลื่อนลงมาลูบไล้กรอบหน้าหวานที่ชื้นเหงื่อจากพิษไข้ ก่อนจะบีบปลายคางมนอย่างแรง บังคับให้เธอสบตากับดวงตาแห่งมัจจุราชของเขา
"เกลียดฉันให้มากๆ นะ ซินเหยียน... เพราะความเกลียดของเธอ มันยิ่งทำให้ฉันอยากจะขยี้ให้แหลกคามือมากยิ่งขึ้น!"
เฟยหลงโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนระอุที่เจือด้วยกลิ่นวิสกี้จางๆ เป่ารดริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ
"ฟังฉันให้ดีนะ ซินเหยียน... หมอจะเข้ามาเจาะน้ำเกลือให้แกใหม่เดี๋ยวนี้ และถ้าแกลองดี กล้าดึงสายน้ำเกลือออกอีกแม้แต่ครั้งเดียว..." น้ำเสียงของเขาลดระดับลงจนเป็นเสียงกระซิบที่แหบพร่าและอันตรายขั้นสุด ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างบอบบางที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยอย่างจาบจ้วง "ฉันจะไม่เรียกหมอมาดูอาการเธออีก แต่ฉันจะจับเธอมัดขึงไว้กับเตียงนี้ แล้วปล้ำเธอ กระแทกกระทั้นแกจนกว่าเธอจะหมดสติคาอกฉัน! เอาให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะคลานลงจากเตียงเลย คอยดูสิว่าจะกล้าขัดคำสั่งฉันอีกไหม!"
พิมรดาช้อนสายตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสุกสกาวไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง "ผู้ชายเลวๆ คนนั้นตายไปแล้วนี่คะ... ตอนนี้มีแค่หยางเฟยหลง... ปะป๊าของตะวัน และ... สามีของฉัน"คำว่าสามี ที่หลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม ราวกับสะเก็ดไฟที่ตกลงไปในคลังดินปืน เส้นความอดทนและไฟปรารถนาที่มัจจุราชหนุ่มพยายามกดข่มไว้ ขาดสะบั้นลงในพริบตาเฟยหลงพลิกตัวกดร่างบอบบาง ให้จมลึกลงไปกับฟูกหนานุ่มอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชน เขาก้มหน้าลงบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างโหยหาและหิวกระหาย จูบของเขาไม่ได้ป่าเถื่อนและคุกคามเหมือนในอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้อง ความลึกซึ้ง และการอ้อนวอนขอความรัก เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม ชิมรสชาติความหอมหวานที่เขาเฝ้ารอคอยมาแสนนาน"อื้อ... เฟยหลง..." พิมรดาส่งเสียงครางเครือในลำคอ สองแขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ตอบรับจูบอันแสนเร่าร้อนของเขาอย่างเต็มใจ ร่างกายของเธอแอ่นหยัดเข้าหาแผงอกกว้าง สัมผัสถึงมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวมือหนาที่ร้อนผ่าวเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามทรวดท
พิมรดาขมวดคิ้ว มองเอกสารเหล่านั้นด้วยความแปลกใจ "นี่มันอะไรกันคะแม่""ความจริง... ที่แม่ปิดบังลูกมาตลอดสามปี" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า "เมื่อสามปีก่อน... หยางเฟยหลงตามหาลูกจนเจอ เขามาหาแม่...""เฟยหลงมาที่นี่เหรอคะ!" พิมรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ"ใช่... เขามาคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้ว ร้องไห้ขอร้องแม่เพื่อขอพบลูก แต่แม่... แม่เป็นคนไล่เขาไปเอง แม่ขอร้องไม่ให้เขาเข้ามาในชีวิตลูกอีก เพราะแม่ทนเห็นลูกเจ็บปวดและเหมือนคนตายทั้งเป็นไม่ได้อีกแล้ว" มารดาสะอื้นไห้ จับมือลูกสาวมากุมไว้แน่น "เขาตอบตกลง เขายอมถอยออกไปเพื่อแลกกับรอยยิ้มของลูก... แต่เขาไม่เคยทิ้งลูกไปไหนเลยนะพิม"มารดาหยิบสมุดบัญชีและเอกสารขึ้นมาวางบนตักของพิมรดา "บ้านหลังนี้ ค่ารักษาพยาบาลตอนที่ลูกคลอดน้องตะวัน เงินทุนก้อนแรกที่ลูกใช้ตั้งตัว... แม้กระทั่งการที่บริษัทของลูกเจริญก้าวหน้าจนลูกได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้... คือเงินและอำนาจของหยางเฟยหลงที่คอยส่งเสียและสนับสนุนพวกเราอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ มาตลอดสามปี เขาทำตามสัญญาที่จะไม่โผล่หน้ามาให้ลูกเห็น แต่เขาใช้ทุกอย่างที่เขามี... เพื่อปกป้
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและแตกสลายของพิมรดาดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ราวกับวิญญาณของเธอถูกกระชากหลุดออกจากร่างตามผู้ชายที่ล้มลงไป หญิงสาวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจนเชือกที่มัดข้อมือบาดลึกถึงเนื้อ เลือดไหลซึม แต่เธอไม่สนใจความเจ็บปวดใดๆ อีกแล้ว!และในเสี้ยววินาทีที่หลงเปียวกำลังจะหันปากกระบอกปืนมาจัดการพิมรดาเพื่อปิดปาก!โครม!!! ปัง! ปัง! ปัง! บึ้ม!!!ประตูโกดังถูกระเบิดพังทลายลงมา พร้อมกับรถหุ้มเกราะนับสิบคันที่พุ่งทะยานเข้ามาด้านใน!"ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!!"เสียงคำรามของ อาเว่ย ดังก้อง พร้อมกับกองทัพบอดี้การ์ดตระกูลหยางนับร้อยชีวิตที่ติดอาวุธหนักครบมือ บุกทะลวงเข้ามาสาดกระสุนเข้าใส่แก๊งพยัคฆ์ดำอย่างไร้ความปรานี! การปะทะอันดุเดือดปะทุขึ้น โกดังร้างกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยควันปืนและกลิ่นคาวเลือด หลงเปียวและลูกน้องถูกยิงพรุนเป็นรังผึ้ง ล้มตายเกลื่อนกลาดภายในเวลาไม่ถึงสามนาที!อาเว่ยพุ่งตัวฝ่าดงกระสุนเข้ามาใช้มีดตัดเชือกที่มัดพิมรดาออก ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ หญิงสาวก็ถลันตัวพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดของเฟยหลงทันที"เฟยหลง... ฮือๆ... เฟยหลง! ลื
ตุบ...ปืนกระบอกงามถูกโยนทิ้งลงบนพื้นคอนกรีต ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของหยางเฟยหลง มังกรผู้ไร้พ่ายแห่งเซี่ยงไฮ้... จะค่อยๆ ทรุดตัวลง คุกเข่า กระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเยียบต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาต โดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!"อื้ออออออ!!" พิมรดากรีดร้องอู้อี้ผ่านผ้าเทป น้ำตาแห่งความร้าวรานและตื้นตันใจไหลพราก เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายที่เย่อหยิ่งขนาดนั้น ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าให้ศัตรูเพียงเพื่อช่วยชีวิตเธอ"ฮ่าๆๆๆๆ! ภาพประวัติศาสตร์! มังกรทมิฬคุกเข่าแทบเท้ากู!" หลงเปียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด มันเดินเข้ามาหาเฟยหลง โยนแฟ้มเอกสารหนาปึกเล่มหนึ่งลงกระแทกหน้าของมาเฟียหนุ่ม"เซ็นมันซะ!" หลงเปียวสั่งเสียงเหี้ยมเฟยหลงก้มลงมองเอกสารตรงหน้า มันคือ 'เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ครอบครอง เกาะมังกรฟ้า' เกาะขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของจีนที่เป็นเขตอิทธิพลสำคัญของตระกูลหยาง... และที่สำคัญที่สุด เฟยหลงรู้ดีว่าภายใต้เกาะมังกรฟ้านั้น ซุกซ่อน 'เหมืองทองคำ' ขนาดมหึมาที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้! พวกมันรู้ความลับนี้และต้องการฮุบเหมืองทองคำไปเป็นของพวกมัน!หลงเปียวเดิน
วินาทีนั้นเอง... มือเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของพิมรดา ก็ถูกแรงกระชากของฝูงชนหลุดลอยออกจากฝ่ามือใหญ่ของหยางเฟยหลง! เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เฟยหลงหันขวับกลับไปมอง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!"ซินเหยียน!!"เขาพยายามจะฝ่าฝูงชนกลับไปหาเธอ แต่กระแสคนนับร้อยที่วิ่งสวนมาทำให้เขาถูกดันถอยหลังไปไกล และในจังหวะที่พิมรดากำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น มือหยาบกร้านของชายชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาตะครุบตัวเธอเอาไว้จากด้านหลัง!"ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย! เฟยหลง! เฟยหลงช่วยด้วย!" พิมรดากรีดร้องสุดเสียง พยายามดิ้นรนทุบตีพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตาย"หุบปากนังตัวดี!"หนึ่งในมือปืนใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยของพิมรดาอย่างแรง สติสัมปชัญญะของหญิงสาวดับวูบลงในทันที ร่างที่ไร้สติของเธอถูกพวกมันหิ้วปีก ลากตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปในรถตู้สีดำที่ขับมาจอดเทียบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถตู้คันนั้นจะพุ่งทะยานออกไปจากพื้นที่อย่างลอยนวล"ซินเหยียน!!! ม่ายยยยยยย!!!"เฟยหลงแผดเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกรีดหัวใจ เขาสาดกระสุนปืนเข้าใส่รถตู้คันนั้นอย่างบ้าคลั่งจนหมดแม็กกาซีน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งพวกมันได้ ร่างสูงใหญ่ทร
ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของเฟยหลงในกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในห้องทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด ควันซิการ์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ มัจจุราชหนุ่มนั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดมุ่น หลังจากได้รับรายงานด่วนจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในโลกใต้ดิน"พวกแก๊งพยัคฆ์ดำมันยังไม่ถอยกลับไปครับนายท่าน..." อาเว่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "สายของเราสืบรู้มาว่า หัวหน้าของพวกมันส่งมือสังหารระดับพระกาฬลอบเข้ามาในไทยเพิ่มอีกสิบคน เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การลอบสังหารนายท่านโดยตรง แต่พวกมันจ้องจะเล่นงานดวงใจ ของนายท่าน... พวกมันกำลังตามประกบคุณพิมรดากับคุณหนูตะวันทุกฝีก้าวครับ!"ปัง!!กำปั้นแกร่งทุบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างแรงจนแฟ้มเอกสารกระดอน เฟยหลงผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยรังสีสังหารที่รุนแรงจนอากาศในห้องแทบจะลุกเป็นไฟ เขาประมาทพวกมันเกินไป! พวกมันกล้าดีมากที่คิดจะใช้เมียและลูกชายมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับเขา!"อาเว่ย! สั่งระดมพลบอดี้การ์ดมือดีที่สุดสิบคน ไปคุ้มกันตะวันที่โรงเรียนอนุบาลเดี๋ยวนี้! ห้ามให้ใครเข้าใกล้ลูกชายฉันในรัศมีร้อยเมตรเด็ดขาด แล้วพาตัวตะวันไปซ่อนที่เซฟเฮาส์ลับสุดยอดของเรา!" เฟยหลง
พิมรดาใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในการหลบเลี่ยงบอดี้การ์ดของเฟยหลงที่คอยตามเฝ้าดู เธอปลอมตัว สวมหมวก สวมแว่นตา และอาศัยช่วงเวลาที่ฝูงชนพลุกพล่านในสถานีรถไฟใต้ดิน หลบหนีการติดตามได้สำเร็จ ก่อนจะลอบติดต่อและเดินทางไปยังคฤหาสน์ส่วนตัวลับของนายท่านผู้เฒ่าหยางในย่านชานเมืองชายชราผู้ทรงอำนาจนั่งมองเด็กส
พิมรดาก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปใกล้ มือเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อตัวโคร่งสั่นน้อยๆ ด้วยความประหม่า ขณะที่เธอกำลังจะวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเฟยหลง หางตาของเธอก็ปะทะเข้ากับความผิดปกติบางอย่าง พนักงานเสิร์ฟชายคนหนึ่งที่เดินตามหลังเธอมา ไม่ได้ถือถาดเครื่องดื่ม แต่มือของเขากำลังล้วงเข้าไปในเสื้อกั๊
มหานครเซี่ยงไฮ้ในยามค่ำคืนไม่เคยหลับใหล แสงไฟนีออนหลากสีสันสาดส่องกระทบตึกระฟ้าและสายฝนโปรยปรายที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย สร้างภาพสะท้อนที่ทั้งงดงามและเยือกเย็น ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองที่พุ่งทะยานราวกับมังกรผงาดฟ้า เมืองนี้ยังคงซุกซ่อนความลับและเงามืดเอาไว้ในตรอกซอกซอยและสถานบันเทิงระดับไฮเอนด์ที่ค
บทนำ : รอยเลือดและคำสาปแช่งมหานครเซี่ยงไฮ้... เมื่อสิบห้าปีก่อนเปรี้ยง!!เสียงสายฟ้าฟาดกึกก้องกัมปนาทฉีกกระชากความมืดมิดของค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ สายฝนสาดซัดเข้าใส่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหยางอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเสียงคำรามของธรรมชาติ กลับไม่อาจกลบเสียงหวีดร้องและเสียงปืนที่ดังกึกก้องไป







