تسجيل الدخول“นั่นใคร” เขาไม่ตอบคำถาม แต่ส่งคำถามมาให้ฉันตอบ หน้าเขานิ่ง เหมือนคนไร้อารมณ์ “แฟนฉันไง” ทั้งที่รู้จะถามฉันเพื่ออะไร แต่ในเมื่ออยากรู้ฉันก็ตอบสิ “กล้าพูด” เขาจ้องหน้าฉัน “ทำไมจะพูดไม่ได้” “เลิกกับมันซะ” “สิทธิ์อะไร” “แฟนเธอไง” “แฟนเก่าดีกว่ามั้ย” “แฟนเก่าก็เคยทำจนท้องแล้วกันครับ” “สารเลว” “ขอบคุณครับ” พูดครับก็จริง แต่ท่าทางไม่ได้อ่อนโยนเหมือนคำพูด “ชั่ว” ฉันไม่ชอบท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขา “กล้าพูดว่าชั่ว รู้เหรอว่าเค้าชั่วแค่ไหน ที่เค้าให้เธอเห็นมีแต่ด้านดี ๆ รู้มั้ยครับ”
عرض المزيد[Vela Talk]
“มึงกล้าหือเหรอไอ้สัส”
“ล่อแม่งเลยดิ”
“คันไม้คันมืออยู่เลย”
“รอไรล่ะ”
ตุบตับ ปึกปัก ปักปักปัก…
เสียงเหมือนมีคนกำลังต่อยตีกัน ซึ่งฉันที่กำลังกระโดดข้ามกำแพงก็ตัดสินใจกระโดดลงไปอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งที่ได้ยิน
“ศุภชัยมาแล้ว หลบเร็ว” ฉันตะโกนไปพร้อมกับกระโดดทิ้งตัวลงกำแพงด้านในของรั้วโรงเรียน ทางด้านเด็กนักเรียนที่กำลังต่อยตีกันอยู่ก็หนีหายแตกกระเจิดกระเจิงไปคนละทาง
ที่หลงเหลือก็คือเด็กแว่นหน้าห้องที่ชอบทำตัวเงียบ ๆ
“ภานุพัต นายอีกแล้วเหรอ” ฉันนั่งลงข้างกายของนายแว่นที่นอนราบอยู่ที่พื้นหญ้า สภาพก็ดู… น่าสงสาร
“ไหนบอกครูศุภชัยมาครับ” นายแว่นขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดที่มุมปาก
ศุภชัยที่ว่าคือครูฝ่ายปกครอง ขึ้นชื่อว่าโหดมาก ๆ นักเรียนต่างกลัวกันทั้งนั้น
“ไม่บอกแบบนั้น พวกนั้นจะหยุดเหรอ น่ารำคาญจะตายชัก ไอ้พวกชอบรีดไถเงินคนอื่น” ฉันทำหน้าเบื่อ ๆ ไม่ว่าจะที่ไหนก็มีแต่พวกนักเลงสินะ นักเลงเด็กน้อย ต้องจับกลุ่มถึงจะเก่ง ถ้าไม่มีกลุ่มก็เด็กหงอนั่นแหละ พอมีกลุ่มนี่กลายเป็นเด็กกร่างขึ้นมาทันที “อะ เดี๋ยวเปื้อนไปทั่ว” ฉันยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับนายแว่น
“ขอบคุณครับ” นายแว่นรับผ้าเช็ดหน้าของฉันไป เขายิ้มอย่างไร้เดียงสา รอยยิ้มที่สดใสนี้ ไม่มีความทุกข์บ้างหรือไง โดนกลั่นแกล้งรีดไถไม่รู้สึกเศร้าบ้างเหรอ
“ผืนที่สี่แล้วนะ คนที่บ้านฉันเริ่มถามแล้วว่าผ้าเช็ดหน้าหายไปไหนบ่อย ๆ” ก็แค่ผ้าเช็ดหน้า ไม่รู้ว่าจะถามฉันทำไมนัก แล้วก็ชอบบังคับให้ฉันพก ชอบสั่งชอบสอนให้ฉันเป็นในสิ่งที่ตัวต้องการ
“ขอโทษนะครับ คือมันเปื้อนเลือดเช็ดไม่ออก ให้นอสซื้อคืนให้มั้ยครับ” ฉันเบื่อไอ้ครับ ครับ ครับ ของนายนี่ที่สุดเลย
“ไม่ต้องหรอก ฉันก็ไม่ชอบพกอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว…แล้วนายลุกไหวมั้ยอะ ไปห้องพยาบาลกันมั้ย เลือดออกเยอะอยู่นะรอบนี้” ฉันดึงผ้าเช็ดหน้าในมือของนายแว่นมาเช็ดที่มุมปากให้เขา เพราะเขาทำเงอะ ๆ เงิ่น ๆ เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิด
“ไม่เป็นไรครับ” แล้วนายแว่นนี่ก็ปฏิเสธการไปห้องพยาบาลอีกตามเคย
“ครั้งนี้ต้องไปแล้วล่ะ เพราะเลือดไหลเยอะ ก็ถือซะว่าตอบแทนที่ฉันช่วยนายแล้วกันนะ ฉันขี้เกียจเข้าวิชาของชูศรี” ชูศรีคือครูสอนวิชาสังคม เรียนแล้วก็ง่วง อันที่จริงเรียนอะไรฉันก็ง่วงหมดนั่นแหละ
“ก็ได้ครับ” ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มแบบนี้ไงคนถึงชอบแกล้ง
“งั้นปะ ฉันพยุง” ฉันขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมและเอาแขนของนายแว่นมาพาดที่คอตัวเอง ค่อย ๆ พยุงนายแว่นขึ้นยืน “นายควรเกร็งน้ำหนักบ้างนะภานุพัต สงสารผู้หญิงตัวเล็กอย่างฉันบ้าง ยังนิ… อยู่…ได้” เสียงของฉันขาดห้วงเมื่อเอียงหน้าไปแล้วบังเอิญว่าแก้มฉันปะทะริมฝีปากของนายแว่นเข้าจัง ๆ
“นายจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันทำไม เดี๋ยวเลือดของนายติดหน้าฉัน” ฉันแสร้งทำเป็นมองข้ามการโดนหอมแก้ม แกล้งทำเป็นว่าไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงผิดแผกไป
“ขอโทษครับ ไม่ได้ตั้งใจ” นายแว่นนี่ยิ้มให้ฉันอีกแล้ว
“ช่างเถอะ” นายนี่ดูซื่อ ดูไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คงไม่ใช่พวกชอบฉวยโอกาสหรอกมั้ง คงแค่บังเอิญแหละ
เท่าที่เรียนด้วยกันมา นายนี่ก็ไม่ได้มีเพื่อนสนิทเป็นตัวเป็นตนสักคน อาจจะเพราะชอบอยู่คนเดียว หรืออาจจะเป็นเพราะบุคลิกที่แสดงออกมาทำให้ไม่มีใครกล้าคบค้าสมาคม
“เจ็บมั้ยเหมียว” คุณพุฒถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับดึงฉันเข้าสู่อ้อมกอด“ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่นี่แล้ว พี่จะไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำแบบนี้กับเหมียวอีกแล้วนะครับ” มือหนาลูบที่ศีรษะของฉันอย่างอ่อนโยน“บอสคะ บอสฟังหนิงก่อนนะคะ หนิงอธิบายได้” เสียงของน้องสาวฉันดังขึ้น“ไม่ต้องอธิบายเรื่องเลวระยำอะไรทั้งนั้น” คุณพุฒส่งเสียงดังลั่นใส่น้องสาวของฉัน และหันหน้าไปหาแม่เลี้ยงของฉันต่อ “คุณควรพาลูกสาวของคุณหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะหนีได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้อย่าให้ผมเจออีก ไม่งั้นผมจะทำให้ชีวิตของคุณและลูกของคุณป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ผมทำได้ทุกอย่างเหมือนที่คุณขู่เหมียว และอย่าลืมว่าผมรวยกว่าคุณเยอะ เราต่างกันตรงนี้นะครับ ดูซิว่าใครจะชนะ”“ไม่นะคะ หนิงไม่ไป หนิงจะอยู่กับบอส หนิงรักบอสนะคะ” น้องสาวของฉันพยายามจะเข้าหาคุณพุฒ แต่คุณพุฒสะบัดผลักเธอออก“ไปได้แล้วยัยหนิง แค่ผู้ชายคนเดียวแกจะเอาชีวิตมาทิ้งหรือไง เลิกบ้าแล้วไปได้แล้ว ฉันจะหาคนที่ดีกว่านี้ให้แกเอง” แม่เลี้ยงของฉันคงรู้ว่าคนอย่างคุณพุฒเอาจริงแน่ๆ“ไม่ หนิงไม่เอา หนิงรักคุณพุฒ”“ถ้าแกไม่ไปก็เรื่องของแก แล้วถ้าหาฉันไม่เจออย่ามาร้องไห้แล้วกัน แกก็รู้ว่าเวล
ตอนนี้เวลา 18.55 น. แม่ของคุณพุฒกลับไปแล้ว ส่วนคุณพุฒจะค้างที่นี่กับฉันและลูก เขาให้คนของแม่เขาเอารถเขากลับบ้านด้วยค่ะ เขาบอกจะใช้คันเดียวกันกับฉันคนอะไรไม่ถามความสมัครใจของฉันเลย“คุณอาบน้ำเลยนะคะ เดี๋ยวฉันไปเตรียมกับข้าวในครัว” น้องพายุหลับแล้วค่ะ เห็นแม่คุณพุฒเล่าว่าพายุดูชอบท่านมาก ยิ้มแย้มเก่ง สดใสร่าเริง ฉันก็พอเข้าใจคนเป็นย่านะคะ หลานตัวเองอะไรก็ดีหมด“โอเค เดี๋ยวพี่ลงไปช่วยนะครับ”“ค่ะ” ขานรับไปงั้นนั่นแหละค่ะ คนอย่างเขาจะช่วยทำอะไรได้ ช่วยกวนน่ะสิ เขาทำอาหารเป็นที่ไหนกันคุณพุฒบอกกับแม่ของเขาว่าอยากจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด อยากให้ทุกอย่างถูกต้อง แม่ของเขาไม่ขัดอยู่แล้วเพราะว่าท่านก็อยากได้หลานไปเลี้ยงที่บ้านวันนี้ฉันทำเมนูผัดกะเพราเนื้อกับไข่ดาว อาหารจานด่วนค่ะ อยู่กันสองคนไม่ต้องมากพิธีอะไร มันเป็นเมนูที่คุณพุฒเคยชอบทานด้วยนั่นแหละ คือฉันไม่ได้อะไรนะ แค่ไม่รู้จะทำอะไรให้เขาทานไงคะปิ๊งป่อง ปิ๊งป่อง...“ใครมากันล่ะ นี่มันมืดแล้วนะ” ฉันถอดผ้ากันเปื้อนปิดแก๊สและรีบเดินออกมาที่หน้าบ้าน กำลังจะผัดอยู่แล้วเชียว ดันมาขัดจังหวะการทำอาหารของฉันซะได้“แม่...” ฉันเปิดประตูบ้านมาจึงไ
สิบนาทีต่อมา…“นั่นไงหนูเหมียวมาแล้ว” แม่ของคุณพุฒเอ่ยขึ้น และคุณพุฒกำลังอุ้มลูกด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆคุณพุฒหันมายิ้มให้ฉัน จะยิ้มทำไม ฉันไม่สนใจหรอกนะ“ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวแม่ดูแลหลานเอง” แม่ของคุณพุฒอุ้มลูกของฉันออกจากอ้อมแขนของคุณพุฒ พายุกำลังหลับค่ะ เขาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย และชอบง่วงมาก ๆ“ฝากพายุด้วยนะคะคุณแม่” ที่เรียกคุณแม่ เพราะฉันเคยเรียกแบบนี้มานานมากแล้วฉันกับคุณพุฒเคยรักกันเมื่อตอนสมัยเรียน ฉันเป็นรุ่นน้องที่รู้จักผ่านเพื่อน ๆ ของเขา เขาจีบฉัน แล้วเราก็ตกลงเป็นแฟนกันคบกันได้ 3 ปี ก็มีเหตุให้เราต้องเลิกกัน เป็นฉันที่ผิดและนับจากนั้นเราก็ไม่เจอกันอีก กลับมาเจอกันอีกครั้งในวัยทำงาน พลาดมีอะไรกันเพราะนัดดื่มฉลองที่งานของทั้งสองฝ่ายสำเร็จลุล่วงและเมื่อฉันตื่นมาคุณพุฒก็ยื่นข้อเสนอที่ฉันไม่อาจเลี่ยงได้ฉันจึงต้องยอมเขา และเรามีอะไรกันเรื่อยมา โดยที่ป้องกันตลอด ป้องกันแบบไหนไม่รู้ถึงได้พลาดท้อง เมื่อรู้ว่าตัวเองท้องฉันจึงหลีกเลี่ยงการเจอเขา ประจวบเหมาะกับคุณพุฒเฮิร์ทที่โดนบอกเลิก ทำให้เขาไปขลุกตัวอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ฉันนึกว่าทุกอย่างจะโอเค เขากับฉันต่างคนต่างมีชีวิต แต่ที่ไ
“เหมียวคลอดลูกแล้วนะครับ น่าจะได้ขวบนิด ๆ แล้ว ผมเพิ่งรู้” ผมบอกแม่พร้อมท่าทางสบาย ๆ “ถ้าแม่อยากได้หลานกับลูกสะใภ้ก็ไปพูดเอานะครับ ผมพูดแล้วเหมียวไม่สนใจ”“นี่แกจะแต่งงานเหรอตาพุฒ ตายแล้ว นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่าเนี่ย” สีหน้าดีขึ้นมาแล้วครับ“งั้นมั้งครับ แต่แม่ต้องเอาลูกกับเมียผมมาให้ได้ก่อนนะครับ รายนั้นรั้นเกินใคร” ผมพูดและลุกขึ้นยืน “ผมว่าวันนี้ผมนอนบ้านสักหน่อยดีกว่า” บอกแม่แล้วก็เดินขึ้นห้องสิครับบางทีผมก็เบื่อชีวิตแบบนี้แล้วเหมือนกัน อายุของผมก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ตอนนี้ก็มีลูกแล้ว ผมควรพอสักที ส่วนแม่ของลูกก็... เคยรัก เดี๋ยวก็รัก รักไม่ยากหรอกครับ ถ้าทำให้ผมรักเธอได้อีกครืด ครืด ครืด...“อืม”(กลับมาที่ห้องมั้ยคะ)“ไม่”(แต่ฉันคิดถึงคุณนะคะ)“ผมมีเรื่องให้คิด และต้องลงมือทำ”(เรื่องอะไรคะ)“เรื่องส่วนตัวของผม”(เข้าใจแล้วค่ะ)“อืม”(คิดถึงคุณนะคะ)ผมกดวางสาย ไม่คิดพูดอะไรต่อ ผมไม่เน้นพูดอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เน้นทำ และนี่คือหนึ่งปัญหาที่ผมต้องกำจัดทิ้งเมื่อแต่งงานแล้ว หรืออาจจะก่อนแต่งงานผมควรเป็นพ่อที่ดี อ้อ สามีที่ดีด้วย ผมยึดคติที่ว่า ถ้าจะดูแลใครแบบจริงจัง ต้องเลิกสันดานเลวทรามเ






![เมียลับ มาเฟียร้าย [ เซตมาเฟียร้าย 1 ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




