LOGIN
บทนำ : รอยเลือดและคำสาปแช่ง
มหานครเซี่ยงไฮ้... เมื่อสิบห้าปีก่อน
เปรี้ยง!!
เสียงสายฟ้าฟาดกึกก้องกัมปนาทฉีกกระชากความมืดมิดของค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ สายฝนสาดซัดเข้าใส่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหยางอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเสียงคำรามของธรรมชาติ กลับไม่อาจกลบเสียงหวีดร้องและเสียงปืนที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์ได้เลย
ภายในตู้เสื้อผ้าไม้สักเก่าแก่ที่ทั้งมืดและแคบ ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสิบขวบกำลังนั่งขดตัวสั่นสะท้าน สองมือเล็กยกขึ้นปิดหูแน่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้มที่ซีดเผือด 'หยางเฟยหลง' พยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้สุดชีวิตตามคำสั่งสุดท้ายของมารดาที่ต้อนเขาเข้ามาซ่อนในนี้
"อย่าส่งเสียงนะลูก... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เฟยหลงห้ามออกมาเด็ดขาด"
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยลอดช่องว่างใต้ประตูตู้เข้ามาเตะจมูก เด็กชายค่อยๆ ลดมือลงจากหู รวบรวมความกล้าขยับตัวเข้าไปใกล้บานประตูไม้ ขยับดวงตาที่สั่นระริกมองลอดผ่านช่องระแนงเล็กๆ ออกไปสู่ห้องทำงานของบิดา
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า... คือฝันร้ายที่จะสลักลึกลงไปในวิญญาณของเขาตราบชั่วชีวิต!
ร่างสูงใหญ่ของผู้นำตระกูลหยาง ผู้เป็นบิดาที่เขาเคารพรัก นอนจมกองเลือดสีแดงฉานอยู่กลางห้อง โดยมีมารดาของเขานั่งทรุดตัวกอดร่างไร้วิญญาณนั้นพลางร้องไห้แทบขาดใจ ล้อมรอบด้วยกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากนับสิบคนที่ถือปืนจ่อตรงมาที่เธอ
ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของเด็กชายเฟยหลงแตกสลาย ไม่ใช่เพียงภาพการตายของบิดา แต่เป็นร่างของชายอีกคนที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มมือสังหารเหล่านั้น
'หลี่เฉิน'
ชายผู้เป็นมือขวาคนสนิท ชายที่บิดาของเขารักและไว้ใจดั่งพี่น้องร่วมสาบาน ชายที่เฟยหลงเคารพเรียกขานว่า 'คุณลุง' มาตั้งแต่จำความได้ บัดนี้... หลี่เฉินกลับยืนถือปืนด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งร่องรอยความเสียใจใดๆ อยู่ฝั่งเดียวกับศัตรู!
"ทำไม... ทำไมแกทำแบบนี้หลี่เฉิน!" มารดาของเฟยหลงกรีดร้องทั้งน้ำตา เงยหน้าขึ้นมองชายทรยศ "พี่หยางดีกับแกแค่ไหน ทำไมแกถึงเปิดประตูรับพวกมันเข้ามาฆ่าเขา!"
หลี่เฉินไม่ตอบคำถามนั้น นัยน์ตาของเขาหลุบต่ำลงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันใบหน้ามาทางตู้เสื้อผ้าไม้สักที่เฟยหลงซ่อนตัวอยู่
เสี้ยววินาทีนั้น... สายตาของหลี่เฉินประสานเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของเด็กชายผ่านช่องระแนงไม้ เฟยหลงเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก เขามั่นใจว่าลุงหลี่เห็นเขา! ลุงหลี่รู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ตรงนี้!
แต่หลี่เฉินกลับละสายตาออกไปอย่างเย็นชา เขาหันหลังเดินก้าวออกไปจากห้องทำงาน ทิ้งประโยคสั้นๆ ที่บาดลึกถึงกระดูกดำไว้เบื้องหลัง
"จัดการให้เรียบร้อย... อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว"
ปัง!!
สิ้นคำสั่งของชายทรยศ เสียงปืนนัดสุดท้ายก็ดังสนั่นขึ้น ร่างของมารดาที่เฟยหลงรักยิ่งกว่าชีวิตร่วงหล่นลงทาบทับร่างของบิดา เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นพรม
"แม่!!!"
เฟยหลงแผดเสียงกรีดร้องสุดเสียงในใจ สองมือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่นจนฟันกัดริมฝีปากตัวเองเลือดซิบ เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป ร่างกายของเด็กชายสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับจับไข้ น้ำตาสายเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย เขาได้แต่มองดูศัตรูเดินจากไป ทิ้งซากศพของบุพการีไว้ให้เขาดูต่างหน้า
ในค่ำคืนที่เหน็บหนาวและมืดมิดที่สุดในชีวิต ความหวาดกลัวและความอ่อนแอของเด็กชายวัยสิบขวบได้ตายจากไปพร้อมกับบิดามารดาของเขา สิ่งที่หล่อหลอมขึ้นมาใหม่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด คือความเกลียดชังที่ลุกโชนดั่งไฟนรก และความแค้นที่ฝังลึกลงไปในทุกอณูของเส้นเลือด
ดวงตาที่เคยสดใสไร้เดียงสา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและเย็นเยียบดุจมัจจุราช เฟยหลงจ้องมองรอยเลือดบนพื้นพรม พร้อมกับสาบานกับตัวเองด้วยวิญญาณทั้งหมดที่มี
‘หลี่เฉิน... แกทรยศครอบครัวฉัน แกพรากทุกอย่างไปจากฉัน... สักวันหนึ่ง ฉันจะลากคอแกมาคุกเข่าขอขมาหน้าหลุมศพพ่อกับแม่... และต่อให้แกตายไปแล้ว ฉันก็จะตามล่าล้างผลาญสายเลือดของแกทุกดวงวิญญาณ จะขยี้ให้แหลกคามือ จะทรมานให้พวกมันต้องร้องขอความตายยิ่งกว่าที่พ่อกับแม่ฉันต้องเจอ!’
สิบห้าปีต่อมา...
ณ ไนท์คลับระดับไฮเอนด์ 'ดราก้อนส์ เลานจ์' มหานครเซี่ยงไฮ้
เสียงดนตรีเบสหนักหน่วงกระแทกจังหวะหัวใจ หยางเฟยหลงในวัยยี่สิบห้าปี นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาวีไอพี นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองผู้คนเบื้องล่างด้วยความเย่อหยิ่งและไร้ความรู้สึก บัดนี้ เขาไม่ใช่เด็กชายที่ซ่อนตัวร้องไห้ในตู้เสื้อผ้าอีกต่อไป แต่เขาคือ 'มังกรทมิฬ' ผู้นำตระกูลหยางที่ทรงอิทธิพลและโหดเหี้ยมที่สุดในโลกใต้ดิน
เวลาสิบห้าปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยลืมคำสาปแช่งในคืนนั้นแม้แต่วินาทีเดียว เขาพลิกแผ่นดินตามหาหลี่เฉินและครอบครัวของมันแทบพลิกแผ่นดิน แต่พวกมันกลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับระเหยกลายเป็นไอ
จนกระทั่งคืนนี้... คืนที่โชคชะตาเล่นตลก นำพาสายเลือดของคนทรยศ ให้เดินมาสะดุดล้มลงแทบเท้าของเขา... พร้อมกับสร้อยคอรูปมังกรคาบดาบที่เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งความตาย!
มัจจุราชได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้ว และกรงขังแห่งความแค้น... ก็พร้อมที่จะเปิดต้อนรับเหยื่อตัวน้อยของมัน!
พิมรดาช้อนสายตาขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตสุกสกาวไปด้วยความรักที่ลึกซึ้ง "ผู้ชายเลวๆ คนนั้นตายไปแล้วนี่คะ... ตอนนี้มีแค่หยางเฟยหลง... ปะป๊าของตะวัน และ... สามีของฉัน"คำว่าสามี ที่หลุดออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม ราวกับสะเก็ดไฟที่ตกลงไปในคลังดินปืน เส้นความอดทนและไฟปรารถนาที่มัจจุราชหนุ่มพยายามกดข่มไว้ ขาดสะบั้นลงในพริบตาเฟยหลงพลิกตัวกดร่างบอบบาง ให้จมลึกลงไปกับฟูกหนานุ่มอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชน เขาก้มหน้าลงบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างโหยหาและหิวกระหาย จูบของเขาไม่ได้ป่าเถื่อนและคุกคามเหมือนในอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความเรียกร้อง ความลึกซึ้ง และการอ้อนวอนขอความรัก เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม ชิมรสชาติความหอมหวานที่เขาเฝ้ารอคอยมาแสนนาน"อื้อ... เฟยหลง..." พิมรดาส่งเสียงครางเครือในลำคอ สองแขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ตอบรับจูบอันแสนเร่าร้อนของเขาอย่างเต็มใจ ร่างกายของเธอแอ่นหยัดเข้าหาแผงอกกว้าง สัมผัสถึงมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวมือหนาที่ร้อนผ่าวเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามทรวดท
พิมรดาขมวดคิ้ว มองเอกสารเหล่านั้นด้วยความแปลกใจ "นี่มันอะไรกันคะแม่""ความจริง... ที่แม่ปิดบังลูกมาตลอดสามปี" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจยาว หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า "เมื่อสามปีก่อน... หยางเฟยหลงตามหาลูกจนเจอ เขามาหาแม่...""เฟยหลงมาที่นี่เหรอคะ!" พิมรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ"ใช่... เขามาคุกเข่าอยู่หน้าประตูรั้ว ร้องไห้ขอร้องแม่เพื่อขอพบลูก แต่แม่... แม่เป็นคนไล่เขาไปเอง แม่ขอร้องไม่ให้เขาเข้ามาในชีวิตลูกอีก เพราะแม่ทนเห็นลูกเจ็บปวดและเหมือนคนตายทั้งเป็นไม่ได้อีกแล้ว" มารดาสะอื้นไห้ จับมือลูกสาวมากุมไว้แน่น "เขาตอบตกลง เขายอมถอยออกไปเพื่อแลกกับรอยยิ้มของลูก... แต่เขาไม่เคยทิ้งลูกไปไหนเลยนะพิม"มารดาหยิบสมุดบัญชีและเอกสารขึ้นมาวางบนตักของพิมรดา "บ้านหลังนี้ ค่ารักษาพยาบาลตอนที่ลูกคลอดน้องตะวัน เงินทุนก้อนแรกที่ลูกใช้ตั้งตัว... แม้กระทั่งการที่บริษัทของลูกเจริญก้าวหน้าจนลูกได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนี้... คือเงินและอำนาจของหยางเฟยหลงที่คอยส่งเสียและสนับสนุนพวกเราอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ มาตลอดสามปี เขาทำตามสัญญาที่จะไม่โผล่หน้ามาให้ลูกเห็น แต่เขาใช้ทุกอย่างที่เขามี... เพื่อปกป้
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความร้าวรานและแตกสลายของพิมรดาดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง ราวกับวิญญาณของเธอถูกกระชากหลุดออกจากร่างตามผู้ชายที่ล้มลงไป หญิงสาวดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งจนเชือกที่มัดข้อมือบาดลึกถึงเนื้อ เลือดไหลซึม แต่เธอไม่สนใจความเจ็บปวดใดๆ อีกแล้ว!และในเสี้ยววินาทีที่หลงเปียวกำลังจะหันปากกระบอกปืนมาจัดการพิมรดาเพื่อปิดปาก!โครม!!! ปัง! ปัง! ปัง! บึ้ม!!!ประตูโกดังถูกระเบิดพังทลายลงมา พร้อมกับรถหุ้มเกราะนับสิบคันที่พุ่งทะยานเข้ามาด้านใน!"ฆ่าพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว!!"เสียงคำรามของ อาเว่ย ดังก้อง พร้อมกับกองทัพบอดี้การ์ดตระกูลหยางนับร้อยชีวิตที่ติดอาวุธหนักครบมือ บุกทะลวงเข้ามาสาดกระสุนเข้าใส่แก๊งพยัคฆ์ดำอย่างไร้ความปรานี! การปะทะอันดุเดือดปะทุขึ้น โกดังร้างกลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยควันปืนและกลิ่นคาวเลือด หลงเปียวและลูกน้องถูกยิงพรุนเป็นรังผึ้ง ล้มตายเกลื่อนกลาดภายในเวลาไม่ถึงสามนาที!อาเว่ยพุ่งตัวฝ่าดงกระสุนเข้ามาใช้มีดตัดเชือกที่มัดพิมรดาออก ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ หญิงสาวก็ถลันตัวพุ่งเข้าไปหาร่างที่นอนจมกองเลือดของเฟยหลงทันที"เฟยหลง... ฮือๆ... เฟยหลง! ลื
ตุบ...ปืนกระบอกงามถูกโยนทิ้งลงบนพื้นคอนกรีต ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของหยางเฟยหลง มังกรผู้ไร้พ่ายแห่งเซี่ยงไฮ้... จะค่อยๆ ทรุดตัวลง คุกเข่า กระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเยียบต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาต โดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!"อื้ออออออ!!" พิมรดากรีดร้องอู้อี้ผ่านผ้าเทป น้ำตาแห่งความร้าวรานและตื้นตันใจไหลพราก เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ผู้ชายที่เย่อหยิ่งขนาดนั้น ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คุกเข่าให้ศัตรูเพียงเพื่อช่วยชีวิตเธอ"ฮ่าๆๆๆๆ! ภาพประวัติศาสตร์! มังกรทมิฬคุกเข่าแทบเท้ากู!" หลงเปียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจอย่างถึงที่สุด มันเดินเข้ามาหาเฟยหลง โยนแฟ้มเอกสารหนาปึกเล่มหนึ่งลงกระแทกหน้าของมาเฟียหนุ่ม"เซ็นมันซะ!" หลงเปียวสั่งเสียงเหี้ยมเฟยหลงก้มลงมองเอกสารตรงหน้า มันคือ 'เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ครอบครอง เกาะมังกรฟ้า' เกาะขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของจีนที่เป็นเขตอิทธิพลสำคัญของตระกูลหยาง... และที่สำคัญที่สุด เฟยหลงรู้ดีว่าภายใต้เกาะมังกรฟ้านั้น ซุกซ่อน 'เหมืองทองคำ' ขนาดมหึมาที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้! พวกมันรู้ความลับนี้และต้องการฮุบเหมืองทองคำไปเป็นของพวกมัน!หลงเปียวเดิน
วินาทีนั้นเอง... มือเล็กที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อของพิมรดา ก็ถูกแรงกระชากของฝูงชนหลุดลอยออกจากฝ่ามือใหญ่ของหยางเฟยหลง! เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เฟยหลงหันขวับกลับไปมอง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!"ซินเหยียน!!"เขาพยายามจะฝ่าฝูงชนกลับไปหาเธอ แต่กระแสคนนับร้อยที่วิ่งสวนมาทำให้เขาถูกดันถอยหลังไปไกล และในจังหวะที่พิมรดากำลังจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น มือหยาบกร้านของชายชุดดำสองคนก็พุ่งเข้ามาตะครุบตัวเธอเอาไว้จากด้านหลัง!"ปล่อยฉันนะ! ช่วยด้วย! เฟยหลง! เฟยหลงช่วยด้วย!" พิมรดากรีดร้องสุดเสียง พยายามดิ้นรนทุบตีพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตาย"หุบปากนังตัวดี!"หนึ่งในมือปืนใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่ท้ายทอยของพิมรดาอย่างแรง สติสัมปชัญญะของหญิงสาวดับวูบลงในทันที ร่างที่ไร้สติของเธอถูกพวกมันหิ้วปีก ลากตัวฝ่าฝูงชนเข้าไปในรถตู้สีดำที่ขับมาจอดเทียบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รถตู้คันนั้นจะพุ่งทะยานออกไปจากพื้นที่อย่างลอยนวล"ซินเหยียน!!! ม่ายยยยยยย!!!"เฟยหลงแผดเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่ถูกกรีดหัวใจ เขาสาดกระสุนปืนเข้าใส่รถตู้คันนั้นอย่างบ้าคลั่งจนหมดแม็กกาซีน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งพวกมันได้ ร่างสูงใหญ่ทร
ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของเฟยหลงในกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในห้องทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียดถึงขีดสุด ควันซิการ์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ มัจจุราชหนุ่มนั่งหน้าเครียดคิ้วขมวดมุ่น หลังจากได้รับรายงานด่วนจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในโลกใต้ดิน"พวกแก๊งพยัคฆ์ดำมันยังไม่ถอยกลับไปครับนายท่าน..." อาเว่ยรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "สายของเราสืบรู้มาว่า หัวหน้าของพวกมันส่งมือสังหารระดับพระกาฬลอบเข้ามาในไทยเพิ่มอีกสิบคน เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การลอบสังหารนายท่านโดยตรง แต่พวกมันจ้องจะเล่นงานดวงใจ ของนายท่าน... พวกมันกำลังตามประกบคุณพิมรดากับคุณหนูตะวันทุกฝีก้าวครับ!"ปัง!!กำปั้นแกร่งทุบลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างแรงจนแฟ้มเอกสารกระดอน เฟยหลงผุดลุกขึ้นยืน นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยรังสีสังหารที่รุนแรงจนอากาศในห้องแทบจะลุกเป็นไฟ เขาประมาทพวกมันเกินไป! พวกมันกล้าดีมากที่คิดจะใช้เมียและลูกชายมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับเขา!"อาเว่ย! สั่งระดมพลบอดี้การ์ดมือดีที่สุดสิบคน ไปคุ้มกันตะวันที่โรงเรียนอนุบาลเดี๋ยวนี้! ห้ามให้ใครเข้าใกล้ลูกชายฉันในรัศมีร้อยเมตรเด็ดขาด แล้วพาตัวตะวันไปซ่อนที่เซฟเฮาส์ลับสุดยอดของเรา!" เฟยหลง







