로그인Badass Mafia วังวนรักร้าย ออสโล×มิริน เพราะเธอคือ ‘ของตาย’ ในวันที่คนยิ่งใหญ่อย่างเขาไม่เห็นค่า ดังนั้น ก็จงกลายเป็น ‘หมา’ ให้สาสมกับที่เคยทำเธอเสียใจ ความรักที่จบไปในอดีต นับตั้งแต่วันที่เขาแนะนำเธอให้ผู้หญิงที่เดินควงกันว่า "เป็นเพื่อนของน้องสาว" ความรักแย่ๆ ที่ผู้หญิงคนหนึ่งแบกรับลำพังมาหลายปี ทั้งโกหก เฉยเมย เย็นชา ทว่า ‘มิริน’ ก็อดทนมาตลอด เพราะเชื่อเสมอว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมาเป็น ‘ออสโล’ ที่แสนใจดีอย่างในวันวาน ในวันที่เธอจากลา เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยปากรั้ง ทิ้งให้เธอใช้เวลาเยียวยาแผลในใจตนเองลำพัง กระทั่งคิดว่าเข้มแข็งพอที่จะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้ แต่แล้วเขากลับเข้ามาดึงเธอให้กลับไปอยู่ในวังวนความรักที่มีเขาและเธออีกครั้ง กับความสัมพันธ์ที่เธอเป็น ‘ของเขา’ ฝ่ายเดียว “พี่โลจะกัดมิรินทำไมคะ ชอบแมวก็ทำตัวเป็นแมวสิคะ อย่าทำตัวเหมือนหมา” “ตอนนี้พี่ไม่ได้ชอบแมว” “ชอบหมาสินะคะ” “ชอบหนู...” “...” “ตอนนี้พี่ชอบหนู💗“
더 보기กรุงปารีส, ประเทศฝรั่งเศส
(นี่แกกำลังจะไปขึ้นเครื่องจริงปะเนี่ย!!) เสียงแว้ดๆ จากปลายสายทำให้ฉันที่กำลังเช็กลิสต์สัมภาระเป็นครั้งสุดท้ายถอนหายใจออกมาด้วยความรำคาญ มันจะอะไรนักหนาฮะ ซิดนีย์!! กระดาษในมือถูกวางลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงหันไปปรับหน้าจอแล็ปท็อปให้เพื่อนสนิทได้เห็นชัดๆ เต็มสองตาว่ากำลังทำอะไรอยู่ “ชัดไหมมึง -_-” (โอเค้~ นึกว่าจะไม่มางานแต่งเพื่อน ฉันอุตส่าห์ไปขโมยบัตรแดดดี๊รูดชุดเพื่อนเจ้าสาวให้แก) แดดดี๊ที่ว่าคงหมายถึงพี่กัน ว่าที่สามีที่นางอยากได้จนตัวสั่นมาหลายปี ไม่ใช่แดดดี๊ที่หมายถึงอาเซนพ่อแท้ๆ ของมัน “ดีใจด้วยอีกครั้งที่สมหวัง อุตส่าห์เก็บความซิงไว้มัดใจ ทั้งๆ ที่ไม่เหมาะกับคนแรดๆ อย่างแก” ฉันได้ทีด่ามันคืนบ้าง ยัยซิดนีย์มันปากแจ๋ว หลายปีที่ไม่ได้เจอกันคงไม่มีใครเอานางลง หึ! เดี๋ยวแม่จะกลับไปหยุมหัวก่อนลั่นระฆังวิวาห์กันสักแมตช์ (แกพูดถูก ฉันมันอยากได้เขาเป็นผัวจนตัวสั่น ดีกว่าพวกได้คุยแต่ไม่ได้คบแบบแก) มันย้อนฉันค่ะ แถมแรงมากด้วย! “ขืนแกยังด่าฉันอีก ฉันจะฉีกตั๋วทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ!” ไม่ต้องกลับกันแล้วเมืองไทย ตายอยู่ที่ฝรั่งเศสเนี่ยแหละ (โอ๊ะๆๆ ยะ อย่านะ ถ้าไม่มีแก ฉันจะแต่งงานอย่างมีความสุขได้ยังไง) น้ำเสียงกระเง้ากระงอดดังออกมาจากอีกฟากเรียกความน่าสงสาร แต่นี่มิรินนะ มิรินที่กอดคอโตมาด้วยกัน ทำไมฉันจะดูมารยาแกไม่ออก “ขนาดคิดถึงฉัน แกยังส่งการ์ดมาก่อนวันงานแค่เดือนเดียวเนอะ” ดีแค่ไหนที่ไม่ใช่ช่วงไฮต์ซีซัน เลยมีตั๋วเหลือกลับบ้าน (อุ๊ปส์!! ซอรี่น้า พอดีว่าช่วงนี้เพิ่งเป็นมัมหมีได้เดือนเศษๆ พอพระอาทิตย์ตกดินปุ๊บก็ง่วงปั๊บ ต้องรีบหนีไปนอนอ้อนผัว) เป็นการขอโทษที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในชีวิตที่เคยเจอมาเลย ให้ตาย... “นี่ก็อีกเรื่อง แกทำฉันตกใจนะที่ท้องก่อนแต่ง อาเซนไม่ยิงหัวพี่กันระเบิดไปแล้วหรือไง?” (โน้ว~ ปะป๊าอนุญาตจ้ะ) เสียงที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมีจริตจะก้าน ทำเอาภาพของยัยซิดนีย์กำลังนั่งไขว่ห้างแคะเล็บตอบกลับแบบเริ่ดๆ ลอยเข้ามาให้หัว เพื่อนฉันมันเป็นพวกขยันทำตัวให้คนหมั่นไส้ตัวเองได้เก่งจริงๆ (ว่าแต่คุณวิรัลรดีเถอะค่า~ กลับมาเจอหน้าพี่ชายฉันคงไม่มาร้องไห้กลางงานแต่งฉันเนอะ) “เหอะ! ผ่านไปหลายปีแล้ว แกคิดว่าคนอย่างฉันยังรู้สึกอะไรกับพี่แก?” คำพูดที่เปล่งออกไปบ่งบอกถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ตัวของฉัน ฉันย่อมรู้ดีว่าตอนนี้เขามีอิทธิพลกับหัวใจของตนเองขนาดไหน (ค่า~ อย่าให้เห็นว่าแอบกลับไปกินกันอีก ไซซ์พี่ชายฉันไม่ได้หาง่ายๆ นะหล่อน) ไซซ์บ้าไซซ์บออะไร “ถ้าแกยังพูดจาทุเรศๆ แบบนี้ฉันจะไม่ไปงานแต่งแก วันงานฉันจะบินไปส่องผู้ชายที่ภูเก็ต ทิ้งให้แกยิ้มเหงือกแห้งในงานและไม่มีคนซับหน้าให้” (ฉันหมายถึงไซซ์ตัว พี่ฉันตัวโตกล้ามแน่นแข่งกับปูบางแสน ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดก็รู้ว่าแซ่บ) “อ้อ...” (แกหมายถึงไซ์อะไร? แอบไปเห็นจู๋กันตอนไหน?) “โอ๊ย~!! ไอ้บ้า ก็แกพูดให้ฉันคิดไหมล่ะ?” พูดจบก็แอบหลุบตามองพื้นหลบสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท (ถ้าแกไม่เคยเห็นจะคิดได้ไง นั่นไง! แกแอบน้ำลายไหล) หลังแขนของฉันยกขึ้นเช็ดมุมปากตนเองอัตโนมัติ ก่อนจะรู้ตัวว่าพลาดถูกซิดนีย์หลอกหลังจากได้ยินเสียงหัวเราะแหลมเล็กของมันดังออกมา (ฮ่าๆๆ ตลกอะ! แกรีบกลับมาเหอะ ฉันคิดถึง) “เริ่มไม่อยากกลับเพราะแกเนี่ยแหละ!!” เสียทรงหมด ทำไมเพื่อนฉันมันลากไปเรื่องใต้สะดือได้หน้าตายขนาดนี้ (สี่ปีที่ผ่านมา ถึงแกจะไม่เคยบอกเหตุผลว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับพี่โล แต่ฉันจะเข้าข้างแกเสมอนะ) “อือ ถ้าฉันเป็นพี่ชายแก แล้วมาได้ยินแบบนี้ก็คงสบายใจ” (เอ๊า! คนกำลังจะสร้างซีนซึ้ง ให้ตาย...รีบกลับมาเลย อย่าลืมน้ำหอมของว่าที่สามีฉันนะ) ฉันหัวเราะกับท่าทีเหมือนเด็กๆ ของเพื่อน ไม่อยากเชื่อเลยว่านังตัวแสบที่รู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้กำลังจะแต่งงาน แถมว่าที่เจ้าบ่าวยังเป็นบอดีการ์ดที่ครอบครัวเลี้ยงดูมาด้วยกันตั้งแต่เด็กอย่างพี่กันภัย ผิดกับฉันที่ครอบครัวเราทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่ายังไงก็ได้แต่งงานกัน ตอนนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันจะกลับไปมองหน้าพ่อแม่ของพวกเขายังไง หลังจากซิดนีย์ยอมวางสายเพื่อให้ฉันได้ตั้งสติเช็กสัมภาระลำพัง โทรศัพท์ซึ่งวางทิ้งไว้ข้างกระเป๋าสะพายบนโต๊ะก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความแบบเฉพาะหมายเลขที่ตนเองเป็นคนตั้งเอาไว้ เราเลิกกันไปเมื่อสี่ปีก่อน แต่สองปีที่แล้ว...เขาเพิ่งติดต่อกลับมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฉันย้ายมาเรียนที่ฝรั่งเศส ‘Have a safe flight and lemme know when you land, sweetie. from Oslo’ (เดินทางปลอดภัย ถึงแล้วบอกพี่ด้วยนะครับที่รัก จาก ออสโล) ปึก! ฉันปิดมือถือแล้วโยนมันเข้าไปนอนในกระเป๋าอย่างไม่แยแส มันเป็นแบบนี้มาตลอดสองปี สองปีที่ฉันปล่อยให้เขาส่งข้อความมาหาฝ่ายเดียวโดยที่ไม่เคยตอบกลับ ช่วงแรกๆ ฉันอดแปลกใจไม่ได้ว่าเขาเอาเบอร์ติดต่อของฉันมาจากไหน ทั้งเค้นถามจากซิดนีย์นางก็ยืนกรานว่าไม่ได้เป็นคนให้แน่นอน แต่ช่างเหอะ ที่ไม่ตอบกลับไม่ใช่เพราะว่าโกรธอย่างเดียว แต่เพราะฉันเลือกแล้วว่าจะไม่กลับไปอยู่ในวังวนความสัมพันธ์แบบเดิมอีก ความสัมพันธ์แบบหมากับเจ้าของ แน่นอนว่าฉันเป็นหมา วิ่งตามเขาไม่เคยหยุดตั้งแต่จำความได้กระทั่งอายุสิบแปด ถ้าวันนั้นฉันไม่ไปเห็นอะไรดีๆ เข้า ก็คงนั่งโง่ให้มาเฟียอย่างเขาปั่นหัวเล่นฆ่าเวลาอยู่อย่างนั้น เจอกันอีกครั้งจะแสดงให้มันรู้กันไปเลย ว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแล้ว!!“ในห้องมีกล้อง!?”มิรินตกใจรีบหันมองทั่วห้อง แต่กลับไม่เห็นอะไรที่พอจะเข้าเค้าคำว่ากล้องได้เลย หรือบางทีมาเฟียอาจมีกล้องจิ๋วแอบติดเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกจับได้“เธอหลอกเค้าเหรอ? มันไม่มีกล้อง”มิรินหันกลับไปจ้องหน้าเจ้าของห้องอีกครั้ง คราวนี้กลายเป็นว่าออสโลกำลังยืนอมยิ้มหัวเราะท่าทางของเธอเมื่อครู่“แกล้งเหรอ? ออกไปเลยนะ มิรินจะแต่งตัว”ของในมือถูกปาใส่คนตัวโตด้วยความหงุดหงิด ออสโลคว้ามันเอาไว้ในมือหมับ ก่อนทั้งคู่จะเลิกคิ้วมองสิ่งของในมือของเขาจากนั้นออสโลก็หัวเราะเสียงดังออกมาอีกครั้ง ต่างจากอดีตแฟนสาวที่นั่งหน้าแดงด้วยความอับอาย“เอาของเค้าคืนมาเลย...” เสียงหวานเอ่ยออกมาไม่เต็มเสียงเท่าไรนัก อายที่จะเรียกชื่อเจ้าสิ่งนั้น“เธอโยนกางเกงในให้เค้าเองนะ”“ไม่ได้ตั้งใจหรอก เอาคืนมาเลย” มือบางยื่นไปรอรับของไข้ส่วนตัวคืนจากมาเฟียหนุ่มแต่สิ่งที่เขาวางลงบนมือเธอคือมืออุ่นของตนเอง ก่อนจะฉุดร่างบอบบางขึ้นจากเตียงจนเซเข้ามาซุกอกตนเอง“อะ ออสโล” กลิ่นกายหอมละมุนจากคนตัวโตทำเอาใจเธอเต้นไม่เป็นส่ำเอาเข้าจริง มิรินในตอนนี้ก็มีกลิ่นครีมอาบน้ำกลิ่นเดียวกันกับเขา แต่กลับรู้สึกว่าชอบกลิ่น
แม้ในตอนนี้บรรยากาศจะยังคงมืดสนิทอยู่ก็ตาม แต่นาฬิกาบนหน้าจอมือถึงระบุว่าค่ำคืนได้ก้าวเข้าสู่วันใหม่เรียบร้อยแล้ว หากแต่คนตัวเล็กยังไม่มีสิทธิ์ได้หลับตานอนเพราะถูกคนเอาแต่ใจกลั่นแกล้ง และไร้ท่าทีว่าเขาจะหยุดพัก“อะ ออสโล เค้าเหนื่อย อ๊ะ!” มือของเธอลูบแผ่นหลังแกร่งที่ทาบทับร่างตนเองหวังให้เขาใจเย็นลง และยอมให้รอบนี้คือรอบสุดท้ายทว่าอีกคนกลับเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นบั้นท้ายเข้าหาจนมิรินต้องจิกปลายเล็บลงบนหลังกว้างแทน เธอหมดหวังกับการให้เขาหยุด จึงหาวิธีที่จะทำให้ตนเองทรมานกับความป่าเถื่อนรุนแรงของเขาให้น้อยที่สุดฟันคมกัดเข้าที่ไหล่มนเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย ปลายนิ้วของมาเฟียหนุ่มปัดป่ายยอดอกของคนตัวเล็กจนเธอเสียวสะท้านขมิบตอดรัดความเป็นชายของเขาแนบแน่น“เสียวมาก...” เขาครางในลำคอแสดงออกถึงความพึงพอใจที่กระตุ้นให้เธอรู้สึกร่วมได้มากขนาดนี้มิรินนิ่วหน้าเหยเกมองแท่งร้อนที่ตอกเข้าออกส่วนบอบบางตนเองด้วยความอึดอัดเสียวซ่าน มันขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้งจนเธอจับทางได้“ปะ ปล่อยข้างนอกบ้างได้ไหม อื๊อ~”คนใจร้าย...เธอบ่นเขาอยู่ในใจน้ำขาวขุ่นยังคงราดรดข้างในกายเธอไม่หยุด และไม่มีความคิดจะดึงออกมาป
ปึก!“โอ๊ย!” มิรินผวาเฮือกหลุดจากการจุมพิตจากคนตัวโตปึก!ออสโลกดกระแทกซ้ำอีกครั้งจนแก่นกายใหญ่จมหายเข้าไปในร่างเธอทั้งลำ“ฮึก! คะ เค้าเจ็บ!” คนตัวเล็กออกลายงอแงกับสิ่งที่กดแช่ในร่องกุหลาบสีหวานกายบางสั่นเทาไปทั้งร่างกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น มิรินไม่นึกว่าครั้งแรกเขาจะกดเข้ามาทีเดียวครึ่งทางขนาดนี้ แถมยังใจร้ายกระแทกกันสองครั้งติดจนมิดด้ามพอใส่เข้าไปได้สาแก่ใจตนเองก็มาทำเป็นโอ๋ปลอบ มืออุ่นลูบศีรษะเธอไปมาคล้ายกับตอนที่เคยปลอบเวลาเธอหกล้มได้แผลตอนเด็กต่างกันตรงที่รอบนี้เขาเป็นคนทำให้เธอได้แผล“โอ๋ๆ ผ่อนคลายนะ”“ไม่ต้องมาโอ๋เลย! ฮึก...” เธอโกรธเขาแทบบ้า อยากจับไอ้ที่ฝังตัวอยู่ในร่างกายตนเองมาบีบคอมันเป็นการแก้แค้น“เดี๋ยวตัวเองก็ไม่เจ็บแล้ว” มาเฟียหนุ่มคลี่ยิ้มกว้าง จับขาของเธอพาดบ่าแล้วเริ่มออกแรงขยับเข้าออกเนิบนาบส่วนที่มันครูดถูข้างในสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกเสียดเสียวเริ่มตีขึ้นอกจนเริ่มทำหน้าเหยเกออกมาอย่างยากจะปกปิด“อ๊ะ อ๊ะ ตะ ตัวเองเค้ารู้สึกแปลกๆ” มันเหมือนจะมีบางอย่างออกจากความเป็นสาวตลอดเวลา ทั้งชอบและไม่ชอบเวลาที่ถูกความยิ่งใหญ่กระแ
คนตัวเล็กนั่งแช่น้ำเพียงลำพังในอ่างสีขาวเกินห้านาทีโดยไร้เงาของคนชวน เมื่อสิบห้านาทีก่อนออสโลอุ้มเธอมาส่งถึงห้องน้ำ ปรนนิบัติด้วยการบีบยาสีฟันใส่แปรงส่งให้เสร็จสรรพ แถมระหว่างที่ปล่อยให้เธอยืนแปรงฟัน เขาก็ผสมน้ำอุ่นกับผงแช่ตัวกลิ่นหอมเอาไว้ให้ ก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่มว่า ถ้าพร้อมแล้วค่อยเรียกเขาเข้ามามิรินนั่งจุมปุ๊กในอ่างใหญ่ จับฟองโฟมซึ่งลอยอยู่เหนือผิวน้ำเล่นไปมา กลิ่นหอมชวนผ่อนคลายแต่หัวใจของเจ้าของร่างเล็กกลับเต้นระทึกด้วยความประหม่า เธอไม่กล้าส่งเสียงเรียกเขาให้เข้ามาข้างใน แถมออสโลยังไร้ทีท่าว่าจะเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้ามาก่อนได้รับอนุญาตอีกต่างหากเขากำลังเล่นกับความรู้สึกของเธอชัดๆ รู้ว่าเขินก็ยังรอให้เธอออกปากชวน“เธอขา เค้าเข้าไปได้หรือยัง...”คนนั่งอยู่ในอ่างสะดุ้งกับเสียงจากหน้าห้องน้ำ ไม่รู้จะพูดหรือตอบอย่างไรจึงตัดสินใจหันหลังให้ประตู“อะ อือ เข้ามาสิ...”แกร๊ก~เฮือก!เสียงของเธอตอบเขาออกไปเบาหวิวแท้ๆ แต่คนเจ้าเล่ห์กลับได้ยินเสียงมันชัดเจนอย่างกับกำลังเอาหูแนบรอฟังคำตอบมิรินไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเข้ามาใกล้ แต่กลับได้ยินเสียงทำธุระส่วนตัวของอีกฝ่ายชั