เข้าสู่ระบบท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของมหานครที่ไม่เคยหลับใหล แสงสีจากไฟนีออนและจอโฆษณายักษ์ส่องสว่างประชันกับแสงดาวบนฟากฟ้า ทว่าความรุ่งโรจน์เหล่านั้นดูจะจืดชืดไปทันทีเมื่อเทียบกับความโอ่อ่าของ ‘อัครเดชสกุล ทาวเวอร์’ ตึกกระจกสีเข้มที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวและทรงอำนาจอยู่ใจกลางย่านธุรกิจสำคัญ ชั้นสูงสุดของตึกนี้ไม่ใช่สำนักงานทั่วไป แต่มันคืออาณาจักรส่วนตัวที่ถูกขนานนามว่า The Empire Club
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสรวงสวรรค์ของเหล่าผู้มั่งคั่ง ทว่ากลับลึกลับและเข้าถึงยากเกินกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้
ภายในถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี ที่เน้นโทนสีดำ ทอง และเทาเข้ม ผนังกระจกบานยักษ์เปิดรับทัศนียภาพอันกว้างไกลของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่ดูคล้ายกับทะเลแสงดาวอยู่แทบเท้า กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูจาง ๆ ผสมผสานกับกลิ่นควันซิการ์ราคาแพงลอยอวลอยู่ในอากาศ สร้างบรรยากาศที่ทั้งเย้ายวนและกดดันในเวลาเดียวกัน
เสียงเพลงแจ๊สท่วงทำนองเนิบนาบแผ่วเบาคลอไปกับเสียงแก้วคริสตัลกระทบกันที่เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนราคาเหยียบสิบล้าน
ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มหกคนในชุดสูทสั่งตัดประณีตนั่งล้อมวงกันอยู่ในโซนวีไอพีที่ลึกที่สุด พื้นที่ตรงนี้คือ ‘จุดยุทธศาสตร์’ ของกลุ่มชายที่กุมชะตาเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้ในมือ... กลุ่มที่ใคร ๆ ต่างเรียกขานด้วยความยำเกรงว่า The Empire
“มาร์เก็ตแชร์ของฝั่งเทคโนโลยีพุ่งขึ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์หลังจากที่เราปิดดีลเทกโอเวอร์เมื่อไตรมาสก่อน”
‘เจตนิพัทธ์’ หรือ ‘เจตน์’ หนุ่มหล่อเจ้าพ่อเทคสตาร์ทอัปเอ่ยขึ้นพลางขยับแว่นสายตาด้วยท่าทีมาดมั่น สายตาคมกริบของเขาจ้องมองตัวเลขมหาศาลบนหน้าจอไอแพดราวกับมันคือเกมกระดานที่เขาเป็นผู้ชนะมาโดยตลอด
“ก็ดี แต่อย่าลืมว่าเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่กำไรที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว”
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่แทรกขึ้นมานั้นทำให้บทสนทนาอื่น ๆ เงียบกริบลงทันที ‘รเมศ อัครเดชสกุล’ หรือ ‘โรม’ พี่ใหญ่ของกลุ่มผู้มีนัยน์ตาสีเหล็กอันดุดันนั่งพิงพนักโซฟาหนังแท้อย่างผ่อนคลายทว่าน่าเกรงขาม
มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วบรั่นดีสีอำพันวนไปมาอย่างช้า ๆ ใบหน้าคมสันที่ราวกับถูกสลักจากหินอ่อนนั้นนิ่งสนิทจนยากจะคาดเดาความรู้สึก ทว่ารังสีอำนาจที่แผ่ออกมานั้นชัดเจนจนคนรอบข้างสัมผัสได้
“The Empire จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาลูบคม โดยเฉพาะคนที่คิดจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ด้วยกลโกงสกปรก”
โรมวางแก้วลงบนโต๊ะหินอ่อนเบาๆ แต่มันกลับก้องกังวานไปทั้งห้องราวกับเสียงประกาศศึก เขาสะบัดภาพถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะ มันคือรูปถ่ายทีเผลอของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสสีอ่อนสบาย ๆ ใบหน้าหวานซึ้งดวงตาโตกลมนั้นดูใสซื่อบริสุทธิ์จนแทบไม่อยากเชื่อว่าเธอจะเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
“พิมพ์มาดา...เจ้าของรีสอร์ตเล็ก ๆ ที่สวนผึ้ง”
‘เนติธร’ หรือ ‘เนต’ ทนายความหนุ่มผู้เย็นชาหยิบข้อมูลจากแฟ้มขึ้นมาอ่านด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
“ดูจากประวัติการเงินและภูมิหลัง เธอไม่น่าจะมีศักยภาพพอจะเจาะระบบบัญชีลับของบริษัทเราได้นะโรม หรือแม้แต่จะหลอกคนอย่างเวหาได้นานขนาดนั้น”
“หน้าซื่อใจคดมีเยอะไปเนต บางทีความไร้เดียงสานั่นแหละคืออาวุธที่ร้ายแรงที่สุด”
โรมแค่นยิ้มเหี้ยมเกรียมในขณะที่ภาพเหตุการณ์ความพ่ายแพ้ของน้องชายเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวอย่างบ้าคลั่ง
“ผู้หญิงคนนี้ใช้ความสวยหลอกล่อให้ไอ้เวหาหลงจนหัวปักหัวปำ แล้วสูบเงินออกไปจากบัญชีลับก่อนจะหายเข้ากลีบเมฆไปพร้อมกับข้อมูลสำคัญที่เราใช้เวลาปั้นมาหลายปี”
“แล้วจะเอาไงต่อ ให้ซันจัดการส่งคนไปลากตัวมาเงียบ ๆ เลยไหม”
‘ภูผา’ หรือ ‘ภู’ เจ้าของคลับจอมเจ้าเล่ห์ถามขึ้นพร้อมแววตาสนุกสนานที่ได้เห็นพี่ใหญ่ของกลุ่มเริ่มออกล่าอย่างจริงจัง
“ไม่ต้อง เรื่องนี้ฉันจะจัดการเอง”
โรมยืนขึ้นเต็มความสูง รูปร่างที่สูงใหญ่และบึกบึนภายใต้ชุดสูทราคาแพงข่มขวัญทุกคนที่อยู่ใกล้
“พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปสวนผึ้ง ในคราบของนักท่องเที่ยวที่โง่เง่าและมีเงินล้นกระเป๋า ฉันจะทำให้เธอตายใจ พาเธอขึ้นไปแตะขอบสวรรค์ด้วยความรักจอมปลอมที่เธอโหยหา แล้วจะกระชากลงนรกด้วย ‘สัญญาทาส’ ที่เธอไม่มีวันปฏิเสธได้ไปชั่วชีวิต!”
‘ปราชญ์’ หรือ ‘ลีวายส์’ หนุ่มลูกครึ่ง น้องเล็กจอมวางแผนที่นั่งนิ่งมานานกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาที่อ่านคนทะลุปรุโปร่งของเขามองภาพถ่ายของพิมพ์มาดาด้วยความสงสัยบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจ ทว่าเขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาในตอนนี้
“ระวังนะครับพี่โรม เหยื่อที่ดูอ่อนแอที่สุด บางครั้งก็เป็นเหยื่อที่ทำให้พรานหลงป่าจนหาทางกลับไม่เจอเหมือนกัน”
โรมไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่หยิบภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาแล้วขยำจนยับยู่ยี่ในมือ แววตาคมกริบจ้องมองผ่านหน้าต่างกระจกออกไปยังขอบฟ้าที่มืดมิด
อาณาจักร The Empire ไม่เคยมีที่ว่างให้กับความผิดพลาด และสำหรับผู้หญิงคนนี้ บทลงโทษของเธอไม่ใช่แค่การติดคุก แต่มันคือการจองจำทั้งร่างกายและวิญญาณไว้ในกรงทองของมัจจุราชอย่างเขานับตั้งแต่วินาทีที่หล่อนกล้ามาหลอกน้องชายของเขา
เขารู้ดีว่าพิมพ์มาดากำลังดิ้นรนเพื่อรักษาธุรกิจครอบครัวที่ใกล้ล่มสลาย และนั่นแหละคือเหยื่อล่อชั้นดีที่จะทำให้เธอเดินเข้ามาติดกับดักที่เขาขุดไว้เองกับมือ ความแค้นที่สั่งสมมานานหลายเดือนกำลังจะได้เวลาชำระสะสาง และเขาจะไม่มีวันเมตตา แม้ว่าดวงตาคู่นั้นจะดูหวานซึ้งเพียงใดก็ตาม
“เริ่มเกมได้...”
โรมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะสะบัดภาพยับ ๆ นั้นทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี พร้อมกับที่เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังขึ้นที่ด้านนอก ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นของพายุร้ายที่กำลังจะถล่มชีวิตของหญิงสาวผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในวันพรุ่งนี้
เสียงคำรามกึกก้องดุดันยิ่งกว่าราชสีห์ โรมไม่ได้พกอาวุธ ทว่าร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมก็เพียงพอแล้วที่จะปลิดชีพศัตรู ชายหนุ่มพุ่งเข้าคว้าคอเสื้อกาวน์ของนักฆ่าจากทางด้านหลัง ออกแรงกระชากอย่างมหาศาลจนร่างกำยำของมันปลิวหวือลอยละลิ่วออกห่างจากเตียงของพิมพ์มาดา ตุ้บ! โครม! ร่างของนักฆ่ากระแทกเข้ากับชั้นวางทีวีจนพังยับเยิน เข็มฉีดยากระเด็นหลุดมือไปคนละทิศละทาง ทว่าด้วยสัญชาตญาณเดนตาย มันรีบสปริงตัวลุกขึ้นและชักมีดพับเล่มคมกริบที่ซ่อนอยู่ออกมา หมายจะพุ่งเข้าแทงสวนกลับ ทว่าความเร็วของมันหรือจะสู้ความบ้าคลั่งของมัจจุราชที่กำลังหวงแหนของรัก โรมเบี่ยงตัวหลบคมมีดได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดขวาตรงที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังทั้งหม
โรมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจที่สุดเท่าที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ “ฉันทำพลาดและเหยียบย่ำชีวิตผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งมามากพอแล้ว จากนี้ไป หน้าที่เดียวของฉัน คือการเป็นกำแพงปกป้องพิมพ์มาดา ใครหน้าไหนที่มันกล้ามาแตะต้องเมียกู พวกมึงเตรียมจองศาลาให้มันได้เลย”********************************** ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่ถูกปิดม่านจนมืดสนิทราวกับเป็นเวลากลางคืน บรรยากาศเงียบสงัดและเย็นเยียบจนชวนให้อึดอัด พิมพ์มาดานั่งกอดเข่าพิงพนักเตียงด้วยหัวใจที่เต้นกระสับกระส่าย แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวมาจากโคมไฟดวงเล็กที่หัวเตียงและแสงกะพริบจากหน้าจอเครื่องวัดสัญญาณชีพ คำพูดของรเมศที่ว่า ‘สิทธิ์ของคนที่กำลังจะปกป้องชีวิตเธอ’ และ ‘ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน’ ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาว
“พวกมาเฟียมันไม่มานั่งรอหมายศาลหรอกนะ ภายในเจ็ดวันนี้มันอาจจะบุกเข้ามาถึงตัวพริ้มเมื่อไหร่ก็ได้” “งั้นมึงก็เอาพริ้มไปซ่อนสิวะ” เสียงทุ้มกังวานติดจะยียวนดังขึ้นจากร่างสูงโปร่งที่นั่งหมุนแก้วบรั่นดีเล่นอยู่ที่ปลายโต๊ะ ภูผา เตชะพิพัฒน์ หรือ ภู เจ้าพ่อเอนเตอร์เทนเมนต์ผู้ครอบครองคลับหรูและเครือข่ายสถานบันเทิงทั่วประเทศ ภูผาอาจจะดูเป็นคนขี้เล่นและเข้าถึงง่ายที่สุดในกลุ่ม ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มทรงเสน่ห์นั้น คือเครือข่ายสายข่าวใต้ดินที่ทรงอิทธิพลไม่แพ้ใคร “มึงเอาเมียมึงไปกบดานที่คลับของกูก่อนก็ได้นะไอ้โรม ชั้นใต้ดินของกูมีเซฟเฮาส์ที่ระบบความปลอดภัยแน่นหนาพอ ๆ กับบังเกอร์หลบภัยนิวเคลียร์ ต่อให้ไอ้เจสันมันขนปืนบาซูก้ามายิง ก็ทะลวงเข้าไปไม่ได้” ภูผาเสนอทางเลือกด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ไม่ได้!” โรมปฏิเสธ
บรรยากาศภายในห้องประชุมรับรองพิเศษระดับวีไอพี ซึ่งซ่อนตัวอยู่ลึกสุดของชั้นบนสุดในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง อบอวลไปด้วยความเงียบสงัดที่หนักอึ้งจนแทบจะจับตัวเป็นก้อน ห้องกว้างขวางที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มและโซฟาหนังแท้บุนวม บัดนี้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็น ‘ศูนย์บัญชาการชั่วคราว’ ของกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่อันตรายที่สุดในประเทศ แสงไฟวอร์มไวท์สลัว ๆ สาดส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มหกคนที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งนักที่จะเห็นมังกรทั้งหกตัวแห่งน่านฟ้าธุรกิจเมืองไทยมาสถิตอยู่ในห้องเดียวกัน หากไม่ใช่เพราะเรื่องคอขาดบาดตายที่สั่นคลอนหัวใจของพี่ใหญ่แห่งกลุ่ม ที่หัวโต๊ะกระจกบานยาว ร่างสูงใหญ่ของรเมศ อัครเดชสกุล นั่งนิ่งงันราวกับรูปสลักหินอ่อน นัยน์ตาสีเหล็กคู่คมดุดันจดจ้องตรงไปยังภาพแผนผังโครงข่ายบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้วยแววตาที่มืดมิดและยากจะหยั่งถึง รังสีแห่งอำนาจแผ่ซ่านออ
พิมพ์มาดาร้องประท้วงพร้อมกับดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนกว้าง ทว่าคราวนี้โรมไม่ได้มีท่าทีผ่อนปรนหรือหยอกล้อเหมือนก่อนหน้านี้ วงแขนแกร่งรัดร่างของเธอแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก “อยู่นิ่ง ๆ พิมพ์มาดา” น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดสั่งอย่างเฉียบขาดและทรงพลังจนคนฟังถึงกับสะดุ้ง มันไม่ใช่คำขู่ที่แฝงความหยอกเอิน แต่มันคือคำสั่งประกาศิตที่ไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนฝ่าฝืน โรมวางร่างบอบบางลงบนเตียงผู้ป่วยอย่างรวดเร็วแต่ทว่าไม่รุนแรง เขาตวัดผ้าห่มขึ้นมาคลุมทับจนถึงหน้าอก ก่อนจะหันหลังขวับและเดินตรงไปที่หน้าต่างกระจกบานกว้าง มือหนากระชากผ้าม่านทึบแสงปิดเข้าหากันจนสนิท ตัดขาดแสงสว่างและวิสัยทัศน์จากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ห้องพักวีไอพีที่เคยสว่างไสวถูกแทนที่ด้วยความสลัวและอึดอัดในพริบตา “คุณทำอะไร ทำไมต้องปิดม่าน”&nbs
“ถ้าปล่อย พริ้มก็ล้ม” โรมกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกนิดแต่ไม่ทำให้เธอเจ็บ “และพี่ก็ไม่มีวันยอมให้พริ้มเจ็บตัวเพราะความดื้อรั้นของตัวเองอีกแล้ว” พูดจบร่างสูงใหญ่ก็ช้อนอุ้มร่างเพรียวบางขึ้นแนบอกในท่าอุ้มเจ้าหญิงอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง สองมือเล็กเผลอคว้าคอเสื้อเชิ้ตของเขาเอาไว้แน่นตามสัญชาตญาณเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว “คุณโรม! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ! คุณจะทำอะไร!” หญิงสาวโวยวายพร้อมกับทุบลงบนไหล่กว้าง “ก็จะพาไปห้องน้ำไง” โรมตอบหน้าตาย ขยับรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของภรรยาเริ่มซับสีเลือดฝาดด้วยความโกรธหรือความเขินอาย เขาก็ไม่อ

![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





