LOGINถ้าฉันไม่ตาย เธอก็อย่าหวังจะหนีไปได้ เฮือก!!!! นี่มันเกิดเรื่องเหี้ยอะไรขึ้นวะ ทำไมกูมาอยู่ในร่างของไอ้คนพิการคนนี้ได้ แล้วเธอมาเป็นเมียของไอ้เหี้ยนั้นได้ยังไง คืนก่อนยังนอนเอากับกูอยู่ไม่ใช่เหรอวะ ใครมันเล่นตลกกับกูวะ!!! ใครมันกล้าลองดีกับกู
View More@คฤหาสน์ของไทม์
“วันนี้ช่วงบ่ายมีประชุมที่บริษัทครับ เป็นการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด” ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของมาเฟีย เจียผู้เป็นลูกน้องคนสนิทกำลังพูดถึงตารางงานของวันนี้ให้ผู้เจ้านายได้ฟังไปด้วยออกกำลังกายหลังตื่นนอน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันแสนจะเป็นเงินเป็นทองทุกวินาทีของเจ้านายเขา งานในวันนี้ของเจ้านายเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก เพราะงานกลางวันสำหรับเจ้านายก็จะมีเพียงแค่อย่างสองอย่างเป็นปกติอยู่แล้ว จะตารางงานไม่แน่นเท่ากับช่วงกลางคืน หรือเรียกอีกอย่างว่า ทำธุรกิจสีขาวบังหน้าธุรกิจสีดำที่มีเงินสะพัดคืนละไม่รู้กี่สิบล้านนั้น “ไอ้เวรกานต์มันมาไหม” ไทม์มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนผู้มีทั้งอำนาจและเงินทองมากมายมหาศาลจนกินใช้ชาตินี้ก็ไม่มีวันหมด ผู้ซึ่งใครๆก็ต่างเกรงกลัวกันหัวหดไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องใกล้ตัว เดินลงจากลู่วิ่งที่วิ่งมาแล้วเกือบจะชั่วโมงพร้อมกับหยดเหงื่อที่เต็มตัว เดินไปหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หยดอยู่ตามใบหน้า สายตาคมจ้องมองลูกน้องเพื่อถามหาญาติสนิทที่มีสายเลือดร่วมกันกับเขาอย่างไอ้กานต์ ที่แม่ของมันเป็นน้องสาวของพ่อเขา ญาติที่เขาไม่เคยมองว่าพวกมันเป็นญาติ แต่กลับมองว่าเป็นมารผจญในชีวิตเหมือนอย่างที่พ่อของเขาเคยมองดูเอาไว้ เพราะพ่อของเขาพลาดตำแหน่งใหญ่โตที่อิตาลีก็เพราะแม่ของมัน จนต้องระหกระเหินมาอยู่ไกลถึงเมืองไทยแบบนี้แต่ก็ยังหนีพวกมันไม่พ้นอีก ถ้ามีโอกาสก็ต้องเหยียบพวกนี้ให้จมดิน อย่าให้พวกมันได้มีใครอยู่เหนือกว่าเขาเป็นอันขาด ให้มันสาสมกับที่ทำให้พ่อของเขาต้องลำบาก หรือทำให้พวกมันตายอย่างไร้ที่ฝังเลยได้ยิ่งดี “แจ้งชื่อเข้ามาแล้วครับว่าจะเข้าประชุมด้วย” เจียรายงานออกไปตามที่เขาหาข้อมูลเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ใจเจ้านายเป็นอย่างดีว่าจะต้องถามหาญาติสนิทผู้นี้แน่นอน “อืม น่าสนใจดี” “นายจะเข้าร่วมประชุมไหมครับ” “กูต้องไปซิ กูเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เลยนะ” การประชุมคงไม่ได้สำคัญสำหรับเขาสักเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าเขาจะเข้าประชุมหรือไม่เข้า อำนาจตัดสินใจใหญ่ที่สุดในบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์นั้นก็ยังคงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ที่จัดประชุมไปนั้นก็เพราะอยากทำให้มันเหมือนบริษัทอื่นๆเท่านั้นเองและก็อยากจะเรียกพวกคนเก่าคนแก่มารวมตัวกันซะบ้างจะได้รู้ว่าใครตายไปแล้วบ้างจะได้หาจ้างคนใหม่เข้ามาทำงานแทน แต่การได้ไปร่วมประชุมแล้วมีญาติสนิทเข้าร่วมด้วยช่างน่าสนใจจริงๆ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกี่สิบครั้งที่ได้เหยียบไอ้เวรนั้นอวดคนอื่นๆในที่ประชุม คงได้เล่นละครบทน้ำเน่ากันสนุกปากเลยล่ะ “ครับนาย” เจียก้มหัวเล็กน้อยให้เจ้านายเพื่อทำความเคารพ ก่อนจะแยกตัวออกไปเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปประชุมให้กับเจ้านาย ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียที่สูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ดเซนติเมตรหันกลับไปออกกำลังกายต่อด้วยการยกเวทต่ออีกเล็กน้อยหลังจากที่ลูกน้องเดินออกไปแล้ว เพื่อสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะเทียบได้ง่ายๆ ก่อนจะไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพื่อเตรียมตัวไปประชุมสำคัญที่เขานั้นจะได้มีโอกาสเหยียบย้ำญาติตัวเองต่อหน้าคนอื่น @บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่มีเงินสะพัดปีละเป็นพันล้านบาท ทันทีที่ไทม์เดินทางถึงหน้าบริษัทเขาก็ไม่ได้ทักทายใครให้ต้องเสียเวลาเพราะเขาเป็นเจ้าของบริษัทไม่จำเป็นต้องผูกมิตรกับใคร ลูกน้องทุกคนในบริษัทมีหน้าที่ก้มหัวให้กับอำนาจของเขาและทำทุกอย่างที่เขาต้องการเป็นพอ และเขาก็ไม่ได้ให้ใครเข้ามาทักทายเขาเป็นการส่วนตัวด้วยทุกครั้งที่เขาบริษัทเขาจะให้ลูกน้องกั้นคนที่ไม่ได้มีประโยชน์หลบทางเดินไปให้พ้น เพราะถ้าอยากคุยงานกับเขาก็ให้คุยผ่านเลขาหรือคนสนิทของเขาแทน แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ไม่ต้องเสนอหน้ามาวุ่นวาย ถ้าไม่พอใจก็เชิญลาออกกันได้ตามสบายเลย เขาไม่คิดรั้งใครเอาไว้ให้ต้องเปลืองเงินอยู่แล้ว เขาเดินตรงไปยังลิฟต์ แล้วขึ้นไปยังห้องทำงานของตัวเองในทันที โดยไม่มีใครกล้าขวาง เพราะถ้ามันมีใครกล้าลองดีกับเขาแม้เพียงขยับเท้าเข้ามาก็ได้ตายอย่างไม่ต้องมีหลุดฝังศพแน่ๆ และนี่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาของประธานบริษัทแห่งนี้ พนักงานที่บริษัทเองก็ไม่มีใครกล้ามีปัญหาและก็ไม่ได้อยากเห็นหน้าท่านประธานกันซักเท่าไหร่ ต่างหวาดกลัวกันทั้งนั้น ด้วยข่าวที่หนาหูว่า ประธานบริษัทเป็นมาเฟีย ใครกล้าขัดคำสั่งเท่ากับต้องตาย “ตามฉันมา” แต่มีเพียงคนเดียวที่เห็นหน้าท่านประธานอย่างเขาชัดเจนเต็มสองตาได้คือแม่เลขาหน้าห้อง ที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ด้านหน้าห้องทำงานของเขา ด้วยเขานั้นแวะเรียกหาเธอถึงหน้าโต๊ะทำงานส่วนตัวของเธอเลยล่ะ พร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะของเธอไปสองสามครั้งเพื่อเรียกให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา ไม่ใช่มองแต่กระดาษพวกนั้น “....” ปาลินเลขาสาวสวยของประธานบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่เบื้องหลังของเธอคือนางบำเรออย่างลับๆของเขาเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆเพื่อมองผู้มาเยือน “พูดไม่ได้ยินหรือไง หรือต้องให้เอาตรงนี้เธอถึงจะหูดีขึ้น หรือว่าให้ฉันจัดการกับใครอีกดี เธอลองว่ามาซิ หรือว่าแม่ของเธอดีล่ะ” ร่างสูงของไทม์โน้มตัวลงไปหาแม่เลขาสาวที่กล้าพยศใส่เขาเล็กน้อย ให้ใบหน้าของเขาตรงกับใบหน้าสวยๆของเธอ ก่อนจะกระซิบพูดเบาๆให้ได้ยินกันสองคน “ค่ะ” ดวงตาหวานจำต้องหลบสายตาจากเขาแล้วก้มหน้าลงตอบรับคำพูดของเขาอย่างจำใจแม้ไม่อยากจะเดินตามเขาไปเลยแม้แต่นิดเดียวแต่ก็ต้องไป แม้รู้ดีว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็ตาม “เป็นยังไง ทำงานราบรื่นดีไหม” เขาปิดประตูห้องทำงานลงในทันทีที่ร่างเล็กในชุดเดรสตัวยาวที่มันปิดแขนปิดขาจนเห็นแต่ใบหน้าเดินเข้ามา และเหตุผลที่เธอแต่งตัวมิดชิดแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นเพื่อปกปิดร่องรอยของเมื่อคืนที่เขานั้นทั้งกัดทั้งดูดเธอเอาไว้ทั้งตัว สองแขนแกร่งโอบกอดเธอจากด้านหลังด้วยความเสน่หาที่เฝ้าอยากจะเข้าหานางบำเรอแบบเธออย่างไม่มีวันสิ้นสุด มือหนาบีบเคล้นไปทั่วอย่างเอาแต่ใจ ตั้งแต่อกอวบที่เฝ้าบีบเคล้นมาทุกคืน ลากยาวลงไปจนถึงเนินสามเหลี่ยมที่อวบอูมภายใต้ชุดเดรสตัวยาวนั้น “ที่นี่มันบริษัท คุณไม่ควรทำอะไรที่มันเกินงามแบบนี้” เธอแค่นน้ำเสียงอย่างนึกรังเกียจออกมาจากในลำคอ ไล่ให้มืออันแสนหยาบโลนของเขาออกไปให้พ้นตัวเธอ ความเกลียดชังฝั่งลึกเข้าไปในใจจนร่างบางถึงกับสั่น อยากกรีดร้องใส่เขาให้ดังสุดเสียงเพื่อไล่เขาออกไปให้ห่างตัวเธอสักที “หึ กล้าสั่งสอนฉันเหรอ” มือหนาของมาเฟียหนุ่มขยับเคลื่อนเข้าหาลำคอระหงของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว บีบเข้าเต็มแรงมือนั้นด้วยความโมโหฉุนเฉียวที่เธอกล้าปากดีใส่เขา “อื้อ” ปาลินดีดดิ้นเพื่อเอาชีวิตรอดจากปลายมือของเขา อากาศที่เคยใช้หายใจค่อยๆขาดช่วงจากแรงบีบมหาศาลนั้น ใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพื่อปิดรอยรักเมื่อคืน เริ่มซีดเซียวแซงหน้าเครื่องสำอางหลากสีนั้นไปมากแล้ว “บนโต๊ะทำงานนั้นฉันก็เคยเอาเธอมาแล้ว แค่ตรงหน้าประตูมันก็คงไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอไม่ร้องดังจนมีใครมาได้ยินเข้า” ไทม์ขยับมือออกเมื่อได้ลงโทษอีกฝ่ายจนสมใจ ก่อนจะดันร่างบางนั้นไปแนบกับประตูห้องทำงาน “แคร็กๆ” หญิงสาวกระแอมไอชุดใหญ่เมื่อได้กลับมาสูดอากาศเข้าปอดอีกครั้ง เธอเกือบจะต้องตายเพราะมือเขาอีกแล้ว และนี้ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับคนเลวๆอย่างเขาที่คิดจะฆ่าเธอ มันมักเกิดขึ้นบ่อยเวลาที่เขาไม่พอใจเธอขึ้นมา จนเธอนึกหวาดกลัวอยากจะไปให้พ้นๆจากเขานับครั้งไม่ถ้วน “อย่ามาสะดีดสะดิ้งไปหน่อยเลย ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก” เขาปลดชุดสวยของเธอออกด้วยการรูดซิปยาวที่อยู่ด้านหลังลงจนสุด แล้วปล่อยให้ชุดนั้นร่วงลงไปกองกับพื้นจนบนตัวเธอเหลือเพียงแต่ชุดชั้นใน ส่งปลายนิ้วเรียวยาวเข้าหาเนินสามเหลี่ยมที่อวบอูมเต็มมือเขานั้น บีบเคล้นไปมาอย่างนึกหยอกล้อก่อนจะมุดเข้าไปภายในชั้นในของเธอ แล้วสัมผัสเข้ากับส่วนที่อ่อนไหวที่สุด “อื้อ เอามือออกไป” แม้ใจนึกเกลียดเขาเต็มประดา แต่เมื่อถูกเขาสัมผัสเธอกลับอ่อนไหวต่อเขาได้อย่างง่ายดาย ริมฝีปากบางเอ่ยไล่เขาแต่ร่างกายกลับตอบสนองเขาอย่างหน้าไม่อาย “แฉะแล้วหนิ่ จะไม่ให้เอาหน่อยเหรอ”“ปิดประชุม”ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีนับตั้งแต่เลขาประจำตัวเขาไปเข้าห้องน้ำ ท่านประธานบริษัทอย่างเขาก็สั่งปิดประชุมในทันที ท่ามกลางความงงงวยของลูกน้องระดับผู้บริหารที่นั่งประชุมกันอยู่เต็มห้องแต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร ก็บอกแล้วว่าอำนาจสูงสุดของบริษัทนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ที่นั่งหัวหงอกหัวดำกันอยู่นั้นก็แค่ตัวประกอบ“ยังรายงานผลประกอบการของปีนี้ไม่หมดเลยนะครับ”หนึ่งในผู้บริหารอาวุโสของบริษัทในที่นั่งถัดไปจากกานต์ผู้เป็นรองประธาน ไม่ไกลที่นั่งของท่านประธานสักเท่าไหร่ ที่อายุอานามก็ปากเข้าไปเกือบจะหกสิบแล้ว กดเปิดไมค์หน้าที่นั่งของตัวเอง แล้วแสดงความคิดเห็นออกมา“พวกมึงกล้าทำบริษัทนี้ให้ขาดทุนงั้นเหรอ”สายตาคมของมาเฟียหนุ่มจ้องมองอย่างดุดันไปยังคนที่กลางเอ่ยพูดออกมาก่อนจะกวาดมองไปรอบๆห้องประชุมจนครบทุกคนบริษัทนี้เป็นของเขา เขาอยากจะรู้นักว่าใครมันกล้าลองดีกับเขา ทำบริษัทที่เขาสร้างมากับมือเสียหาย“เปล่าครับ”“แล้วจะประชุมต่อทำซากอะไรล่ะ”ในเมื่อไม่มีใครกล้าที่จะทำให้บริษัทของเขาเสียหาย มันก็ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรที่เขาจะต้องมานั่งทนฟังคนแก่พล่ามให้หนวกหู“แต่ผลประกอบการ
@ห้องประชุม“มานั่งตรงนี้”ท่านประธานหนุ่มที่พ่วงด้วยตำแหน่งมาเฟียใหญ่ตบเก้าอี้เรียกหาเลขาสาวสวยที่กำลังเดินเข้ามาให้เข้ามานั่งข้างๆกับเขา แม้ที่ตรงนั้นจะเป็นที่นั่งของรองประธานบริษัทที่มีศักดิ์เป็นญาติสนิทของเขา เขาก็ไม่ให้ความสนใจอะไร “....”ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่สุดหรูหราสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเธอที่ไม่เคยย่างกรายเข้ามาภายในนี้เลย ปาลินเธอเลือกเดินไปนั่งตรงที่นั่งด้านหลังที่เตรียมไว้ให้สำหรับเลขาแทน ไม่ได้ทำตามคำสั่งของเขา ใบหน้าหวานก้มอยู่ตลอดเวลาไม่เงยหน้าขึ้นซบตาเขา ด้วยเพิ่งไปร้องไห้ที่ห้องน้ำมาดวงตาหวานยังคงแดงก่ำไปด้วยความเจ็บช้ำอยู่ ไม่อยากให้เขาเห็นและหยิบมันขึ้นมาขยี้ให้เธอเจ็บช้ำหนักขึ้นไปอีก“นี่คุณ ที่นี่มันห้องประชุมนะ”ร่างหนาลุกขึ้นจากเก้าอี้ของท่านประธานตรงเข้าไปหาร่างบางนั้น กระชากแขนเล็กเข้าอย่างแรง จนร่างเล็กเซเข้ามาหาเขาทั้งตัวเธอขยับตัวหนีเขาอย่างแรงเพื่อเอาตัวรอดจากมัจจุราชตัวร้าย ที่เขานั้นเหมือนพร้อมจะขยี้เธอให้แหลกคามืออยู่ในทุกเมื่อ“อยากนั่งใกล้ไอ้กานต์จนเนื้อเต้นเลยซินะ”มาเฟียหนุ่มยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เธออยากจะหนีเขามันก็ได้อยู่แล้ว
“แฉะแล้วหนิ่ จะไม่ให้เอาหน่อยเหรอ”เขารู้ดีว่าจุดอ่อนไหวของเธออยู่ตรงไหน และรู้ดีว่าเธอนั้นอ่อนไหวต่อเรื่องตื่นเต้นมากแค่ไหนด้วย มันก็เลยไม่อยากจะที่หลอกล่อนางบำเรอของตัวเองให้แฉะพร้อมสอดใส่ได้ภายในพริบตาผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ มันง่ายจะตายไป แค่กระดิกนิ้วนิดเดียวก็ได้แล้ว แล้วก็จบด้วยเอาเงินฟาดหัว ทุกอย่างยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่เลย“ไม่”ความเสียวกระสันเหมือนในทุกค่ำคืนเริ่มถามหาเธออีกครั้งจนปากทางคับแคบมันเปียกแฉะไปหมดอย่างห้ามไม่ได้ เธอกำลังอ่อนไหวไปกับนิ้วเรียวยาวของเขาที่เข้ามายุ่มย่ามกับใจกลางสาวของเธอแต่ถึงกระนั้นริมฝีปากหนาก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้ครางดังออกมา แล้วแผดเสียงดังไล่เขาให้ไปไกลๆแทน“แต่กูอยาก อ้าส์”ดันร่างเล็กให้แนบไปกับประตูห้องทำงาน ปลดเอาชั้นในตัวจิ๋วของเธอออกด้วยกำลังที่มากกว่างัดเอาความใหญ่โตของตัวเองที่ใหญ่ผงาดด้วยไซส์หกสิบสองออกมาจากในกางเกง ชักรูดให้ตั้งลำแข็งเต็มที่ มือหนาข้างที่ถนัดช้อนเอวคอดกิ่วของเธอขึ้นมาให้ก้นเธอกระดกเข้าหาเขาที่ทางด้านหลัง เสียบแทงความใหญ่โตอย่างไร้เครื่องป้องกันใดๆให้ต้องเกะกะเข้าไปในตัวเธอดันสะโพกแกร่งเต็มแรง ส่งความยาวให
@คฤหาสน์ของไทม์“วันนี้ช่วงบ่ายมีประชุมที่บริษัทครับ เป็นการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด”ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของมาเฟีย เจียผู้เป็นลูกน้องคนสนิทกำลังพูดถึงตารางงานของวันนี้ให้ผู้เจ้านายได้ฟังไปด้วยออกกำลังกายหลังตื่นนอน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอันแสนจะเป็นเงินเป็นทองทุกวินาทีของเจ้านายเขางานในวันนี้ของเจ้านายเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากมายนัก เพราะงานกลางวันสำหรับเจ้านายก็จะมีเพียงแค่อย่างสองอย่างเป็นปกติอยู่แล้ว จะตารางงานไม่แน่นเท่ากับช่วงกลางคืนหรือเรียกอีกอย่างว่า ทำธุรกิจสีขาวบังหน้าธุรกิจสีดำที่มีเงินสะพัดคืนละไม่รู้กี่สิบล้านนั้น“ไอ้เวรกานต์มันมาไหม”ไทม์มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนผู้มีทั้งอำนาจและเงินทองมากมายมหาศาลจนกินใช้ชาตินี้ก็ไม่มีวันหมด ผู้ซึ่งใครๆก็ต่างเกรงกลัวกันหัวหดไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องใกล้ตัว เดินลงจากลู่วิ่งที่วิ่งมาแล้วเกือบจะชั่วโมงพร้อมกับหยดเหงื่อที่เต็มตัว เดินไปหยิบเอาผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่ใกล้ๆขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่หยดอยู่ตามใบหน้าสายตาคมจ้องมองลูกน้องเพื่อถามหาญาติสนิทที่มีสายเลือดร่วมกันกับเขาอย่างไอ้กานต์ ที่แม่ของมันเป็นน้องสาวของพ่อเขา ญาติที่เขาไม่เคยมองว่าพวกม





