Se connecterท้องฟ้าเหนือเทือกเขาตะนาวศรีในบ่ายวันจันทร์ดูหม่นเศร้าผิดปกติ กลุ่มเมฆฝนสีทะมึนก่อตัวหนาทึบจนบดบังแสงอาทิตย์ที่ควรจะเจิดจ้า ลมกรรโชกแรงหอบเอาความชื้นและกลิ่นดินโชยเข้าจมูก เป็นสัญญาณเตือนจากธรรมชาติว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า เสียงใบไม้เสียดสีกันดังระงมราวกับเสียงคร่ำครวญของป่าไม้ที่รู้ซึ้งถึงมหันตภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“พิมพ์มาดา” หรือ “พริ้ม” หญิงสาววัยยี่สิบสองปี เจ้าของร่างบอบบางในชุดเดรสผ้าป่านสีครีมสะพายกล้องถ่ายรูปคู่ใจ ยืนหยุดนิ่งอยู่ตรงระเบียงไม้ของเรือนรับรอง ดวงตากลมโตที่เคยสดใสและเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความหวัง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความอ่อนล้า
เธอทอดสายตามองไปยังพื้นที่โดยรอบของ ‘บ้านอิงดาว รีสอร์ต’ ด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจ ใจหนึ่งก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยของอาคารไม้เก่า ๆ แต่อีกใจหนึ่งที่หนักอึ้งยิ่งกว่ากลับเป็นตัวเลขในบัญชีธนาคารและใบแจ้งหนี้ที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะทำงาน
“คุณพริ้มคะ! พายุท่าจะเข้าหนัก ลุงหมายบอกว่ากิ่งไม้ใหญ่หลังเรือนไม้หอมหักลงมาทับรั้วแล้วค่ะ”
เสียงของป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่ที่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ตะโกนฝ่าเสียงลมมาจากด้านล่าง
“เดี๋ยวพริ้มไปดูเองค่ะป้าสาย ป้าไปเตรียมเทียนกับไฟฉายไว้ที่ล็อบบี้ก่อนนะคะ เผื่อไฟดับเหมือนอาทิตย์ที่แล้ว”
พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้ในอกจะสั่นไหวไม่ต่างจากยอดไม้ที่ถูกลมซัด
หญิงสาวเดินลงจากระเบียงไม้ช้า ๆ สัมผัสได้ถึงละอองความชื้นที่เริ่มจับตัวบนผิวหน้า
รีสอร์ตแห่งนี้คือลมหายใจและสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนท่านทั้งสองจะจากไป และเธอกำลังจะเสียมันไปเพราะความเห็นแก่ตัวของ ‘ช่อผกา’ พี่สาวต่างแม่ที่สวมรอยใช้ชื่อของเธอไปกู้หนี้ยืมสินมหาศาล ก่อนจะหอบเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งให้พิมพ์มาดาคนนี้ต้องรับกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ
ท่ามกลางเสียงฟ้าที่คำรามครืนครั่นอยู่ไกล ๆ เสียงเครื่องยนต์ที่ดุดันและทรงพลังก็ดังแทรกขึ้นมาฝ่าความเงียบสงัดของขุนเขา พิมพ์มาดาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ ในสภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ ถนนทางขึ้นเขาที่ทั้งคดเคี้ยวและลาดชันไม่น่าจะมีนักท่องเที่ยวคนไหนบ้าบิ่นขับรถขึ้นมาถึงที่นี่ได้
รถลิมูซีนคันหรูสีดำสนิทแวววับประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลดัง แล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่หน้าบันไดทางขึ้นเรือนรับรองอย่างนุ่มนวล ความโอ่อ่าและเงาวับของตัวรถราคาหลายสิบล้านดูแปลกแยกอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศพื้นเมืองและอาคารไม้ที่เริ่มทรุดโทรมของรีสอร์ต มันดูเหมือนสัตว์ร้ายจากเมืองกรุงที่หลงเข้ามาในดงป่า ทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนพิมพ์มาดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ประตูด้านหลังถูกเปิดออกโดยชายชุดสูทสีเข้มที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ ทันทีที่รองเท้าหนังแบรนด์หรูราคาเหยียบแสนก้าวลงสัมผัสพื้นดินที่เริ่มเปียกชื้น บรรยากาศรอบกายพลันดูอึดอัดและหนักอึ้งขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ราวกับแรงดันอากาศถูกบีบอัดด้วยตัวตนของชายที่กำลังก้าวออกมาจากรถ
โรมยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายบาง ๆ เขาปฏิเสธร่มที่ลูกน้องกางให้ มีเพียงความนิ่งสงบที่ดูท้าทายธรรมชาติ เสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อดีที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบของสรีระบุรุษเพศ รูปร่างที่สูงใหญ่เกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของเขาข่มขวัญทุกสิ่งที่อยู่รายรอบ
สองปีต่อมา... ภาพที่ปรากฏอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์อัครเดชสกุลไม่ใช่ภาพของมหาเศรษฐีหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานอย่างที่ควรจะเป็น หรือภาพของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังสั่งการลูกน้องด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โรมในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงวอร์มสภาพยับย่น ผมเผ้าชี้ฟูไม่เป็นทรง กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ข้างเตียงเด็กอ่อนบุขนนุ่มสีพาสเทล ในอ้อมแขนแกร่งที่เคยใช้จับอาวุธและเซ็นสัญญาระดับพันล้าน บัดนี้กำลังตระกองกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงวัยหกเดือนเอาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด ราวกับกำลังประคองแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุดในโลก “โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่งของปะป๊า หิวรึเปล่าเอ่ย หรือว่าหนูปวดท้องคะลูก” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยตวาดศัตรูจนหัวหด บัดนี้ถูกดัดให้เล็กและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายค
เวหากำลังทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวของพิมพ์มาดา รอยยิ้มกว้างที่เปี่ยมไปด้วยความสุขปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม ทุกก้าวเดินที่เขานำพาพี่สะใภ้เดินไปตามพรมแดง มั่นคงและสง่างามสมเกียรติ โรมมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำ ขอบตาของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งร้อนผ่าวเมื่อเห็นน้องชายที่เขาเกือบจะสูญเสียไป กำลังเดินพาผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจมาส่งให้ถึงมือ เมื่อทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เวหาก็ค่อย ๆ จับมือเล็กของพิมพ์มาดาไปวางลงบนฝ่ามือหนาของพี่ชาย “ผมส่งนางฟ้าคืนให้มัจจุราชแล้วนะครับพี่โรม” เวหาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง “ฝากดูแลพี่พริ้มด้วยนะครับ แต่ถ้าวันไหนพี่ทำให้พี่พริ้มต้องร้องไห้เสียใจ ผมจะพาพี่สะใภ้หนีไปซ่อน จนพี่ตามหาไม่เจอเลยคอยดู”&nb
ภายในห้องพักรับรองระดับเพนท์เฮาส์ของโรงแรมหรูระดับหกดาว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนอบอวลไปด้วยความสุข ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมคิวทองระดับประเทศเพิ่งก้าวออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงเจ้าสาวคนสวยที่กำลังนั่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในบานกระจกเงาบานใหญ่ พิมพ์มาดาในชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์สีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวลากพื้นปักประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับล้อแสงไฟ ดูงดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก “สวยเหลือเกินค่ะคุณพริ้ม คุณพ่อคุณแม่ของคุณพริ้มบนฟ้า ถ้าได้มองลงมาเห็นท่านต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ” เสียงสั่นพร่าของป้าสายดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีอ่อนก้าวเข้ามาลูบเรือนผมที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตของหญิงสาวเบา ๆ นัยน์ตาของอดีตคนดูแลรีสอร์ตที่เปรียบเสมือนญาติผ
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบอบบางของภรรยาเข้าสู่อ้อมกอด พิมพ์มาดาซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ซึมซับไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเป็นจังหวะเดียวกัน โรมเชยคางมนขึ้นมา สบตากับนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกไปด้วยความรัก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากหยักลึกลงบนกลีบปากนุ่ม จุมพิตในคราแรกนั้นแสนอ้อยอิ่งและทะนุถนอม ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชิ้นโปรด ทว่าเมื่อความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้เริ่มปะทุขึ้น จังหวะการเกี้ยวพาราสีก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและลึกซึ้ง โรมสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหอมหวานภายในโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลาม สองแขนแกร่งตระกองกอดรัดร่างบางให้แนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน พิมพ์มาดาครางอือในลำคอ เรียวแขนเล็กยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให้สามีนำพาเธอจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงที่เขาสร้างขึ้น โรมถอนจุมพิตออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีเหล็กทอประกายวา
หลังจากการต้อนรับที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปีติ โรมก็จูงมือพิมพ์มาดาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินไม้ที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้ จุดหมายปลายทางของพวกเขาไม่ใช่เรือนรับรองหลังใหญ่ แต่เป็นเรือนพักหลังเล็กที่ตั้งปลีกวิเวกอยู่บนเนินเขา ‘เรือนไม้หอม’ พิมพ์มาดาหยุดยืนอยู่หน้าบันไดไม้ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก สถานที่แห่งนี้คือเรือนพักแขกวีไอพี และเป็นเรือนหลังที่โรมเข้ามาพักในฐานะลูกค้าระดับวีไอพีเมื่อหลายเดือนก่อน...ก่อนที่ทุกอย่างในชีวิตของเธอจะพลิกผัน “จำได้ไหม คืนแรกที่พี่มาพักที่นี่ พายุเข้าหนักมาก แล้วพี่ก็ใช้อำนาจบีบให้พริ้มต้องค้างคืนที่เรือนนี้ด้วย” โรมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มสอดฝ่ามือเข้าประสานกับเรียวนิ้วเล็ก กระชับแน่นเพื่อดึงเธอออกจากภวัง
“พริ้มไม่ได้ต้องการอะไรคืนเลยค่ะ แค่มีพี่โรมอยู่ตรงนี้ พริ้มก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุน “แต่พี่ต้องการ พี่อยากให้ผู้หญิงของพี่ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และสมควรได้รับความสุขชดเชยกับน้ำตาทุกหยดที่เสียไป” ใช้เวลาเดินทางเกือบหนึ่งชั่วโมง เฮลิคอปเตอร์ก็เริ่มลดระดับความสูงลง ภาพขุนเขาสลับซับซ้อนและทะเลสาบขนาดย่อมที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางนี้...ภูมิประเทศแบบนี้...มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว เฮลิคอปเตอร์ร่อนลงจอดที่ลานกว้างซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ ไม่ไกลจากลานจอดมีรถกอล์ฟคันใหญ่จอดรอรับอยู่ โรมประคองหญิงสาวลงจากเครื่องและพาขึ้นรถกอล์ฟ ขับลัดเลาะไปตามถนนสายเล็กที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งดอกคัตเตอร์สีขาวและ
โรมหรี่ตามองใบหน้าหวานที่พยายามแสดงความเข้มแข็งทั้งที่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาเชยคางมนขึ้นมาบีบเบา ๆ“ตราบใดที่คุณยังทำตัวน่ารักและ ‘ปรน
“ฉัน... ฉัน...” เธออึกอัก น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งโรมที่จรดปากกาเซ็นชื่อของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว หันมามองท่าทีอิดออดของหญิงสาว เขาขยับ
บรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่กำลังบินฝ่าก้อนเมฆมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพมหานคร ช่างแตกต่างจากตอนขามาโดยสิ้นเชิงไม่มีเสียงพูดคุยหยอกล้อ ไม่ม
“พี่โรม...”พิมพ์มาดาเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว พยายามหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงด้วยความยากลำบาก&nbs







