LOGINรถม้าเคลื่อนตัวลงจากเขาท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย ดวงตาคมทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตานิ่งเรียบ ถึงแม้ในใจจะอยากอยู่ใกล้นางให้นานหน่อย แต่อากาศหนาวเช่นนี้เขาก็ไม่อยากให้หญิงสาวตากลมอยู่ข้างนอกนานเหมือนกัน ชายหนุ่มมองไปยังผ้าม่านทางออกที่ถูกปิดไว้บริเวณที่หญิงสาวนั่งอยู่ ถึงแม้จะไม่เห็นนางก็ตามนี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาออกตัวช่วยหญิงสาวซึ่งหน้าเช่นนี้
'ผู้ที่มีสิทธิ์ดูแลและได้ใจนางไปครองกลับไม่ใส่ใจ แต่คนเช่นข้าที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่เข้าใกล้ยิ่งโหยหาที่จะถนอมเจ้าให้ดี' อากาศหนาวบวกกับเมื่อคืนหญิงสาวได้รับบาดเจ็บ ทำให้กว่าจะได้นอนก็เข้ายามอิ๋นแล้ว อีกทั้งยังต้องตื่นเช้ามาที่นี่ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองจะไม่สบายเสียแล้ว นางอยากโกรธเจียวมิ่งที่ปล่อยให้ตนรอนานเช่นนี้แต่ก็ทำอย่างนั้นไม่ได้ นางรักเขามากจริงๆทั้งคู่ผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งหลายปี ความน้อยใจที่ถูกละเลยมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงเข้าปีที่สามที่คบหากัน นั่นเพราะเขางานยุ่งมากขึ้น เขาคือคนที่ดีที่สุดรองลงมาจากท่านพ่อท่านแม่ที่จากไป และในใจรู้ดีว่าเขาหายไปเพื่อกำลังทำบางอย่างช่วยชาวบ้านอยู่ แบนนี้จะให้นางโกรธเขาลงได้อย่างไรกันมันคงดูเห็นแก่ตัวเกินไป "อีกสองเค่อกว่าจะถึง หิมะตกแรงขึ้นเรื่อยๆข้าว่าเจ้าเข้าไปนั่งกับท่านอ๋องด้านในเถิด" ใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเพราะพิษไข้ทำให้หวังเหล่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนนาง "มิเป็นไรข้าทนได้ เจ้าส่งข้าที่เรือนตลาดนะ" "เพราะเหตุใด" สภาพของนางควรกลับไปนอนพักเสียมากกว่า ไม่ควรออกไปที่อื่นเลย "สองวันนี้ข้าลาหยุดน่ะ" หญิงสาวเอ่ยออกไปตามตรง ทุกปีนางจะเก็บวันหยุดไว้เพื่อไปหาพวกท่านทั้งสอง ปกตินางก็หยุดเพียงวันนี้เดียว แต่เพราะเมื่อคืนเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นทำให้นางยังไม่อยากกลับจวนหลี่เสียเท่าไหร่ ลาหยุดเพิ่มอีกวันก็มิเป็นไรเพราะส่วนใหญ่นางไม่ค่อยลาหยุดไปที่ใดอยู่แล้วเหมือนบ่าวรับใช้คนอื่นๆ มือเรียวกระชับเสื้อคลุมแน่นขึ้น โชคดีเหลือเกินที่มีเสื้อคลุมท่านอ๋องและเขาอนุญาตให้คนเช่นข้าติดรถมาด้วย มิเช่นนั้นนางคงหนาวตายอยู่ที่นี่แน่เลย เวลาผ่านไปไม่ถึงเค่อเท่านั้นร่างกายที่ใจสู้เมื่อสักครู่เบลอหลับไปเสียแล้ว "แม่นางลู่ ลู่เข่อซิน! ลู่เข่อซินเจ้าไหวหรือไม่" หวังเหล่ยเอ่ยพลางเขย่าร่างบางเบาๆเนื่องด้วยกลัวว่านางจะตกรถม้า "เกิดอันใดขึ้น" คนด้านในได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่จึงเอ่ยถามจากด้านใน หวังเหล่ยหยุดรถม้าทันที "เรียนท่านอ๋องแม่นางลู่หลับไปแล้วขอรีบ" ทันทีที่หวังเหล่ยเอ่ยจบ ร่างใหญ่ก็เปิดม่านออกมาทันที มือหนาอังไปที่หน้าผากและคอพบว่าหญิงสาวตัวร้อนมากๆ จึงได้อุ้มร่างบางเข้าไปในรถม้า "กลับจวน" "ขอรับ" ทันทีที่ได้รับคำสั่งรถม้าก็เคลื่อนตัวเร็วขึ้นจุดหมายปลายทางคือจวนตระกูลโจว คนตัวเล็กขยับเข้าหาความอุ่นอยากไม่รู้ตัว อาการปวดตัวและหัวที่หนักอึ้งทำเอาลืมตาไม่ขึ้นด้วยซ้ำ ร่างบางหนาวสั่นจนคนตัวใหญ่อดสงสารไม่ได้ที่จะดึงเข้ามากอด หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวขณะที่หญิงสาวซุกหน้าไปที่แผ่นอกกว้าง เพราะเขารู้ดีว่าทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง นางเป็นสตรีที่มีเจ้าของแล้ว มือหนากระชับอ้อมกอดนางมากขึ้น ส่วนอีกข้างก็กุมมือเรียว ดวงตาคมมองนิ้วมือที่เขากำลังกุมอยู่มีผ้าพันแผลพันเกือบครบทุกนิ้ว อีกทั้งร่องรอยเขียวช้ำที่ข้อมือนั้นอีก ขนาดตอนที่นางเล่าหน้าหลุมศพบิดายังร้องให้เจ็บปวดเสียขนาดนั้น เมื่อคืนตอนเจอเหตุการณ์คงหวาดกลัวมิน้อย เรื่องนี้เขาปล่อยผ่านไปไม่ได้จริงๆคนที่ทำร้ายนางต้องได้รับผลที่ตนกระทำ "หนาว....." เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาเบาๆ ใบหน้าคมก้มลงไปฟังนางใกล้ๆ "หนาวมาก ข้าไม่ชอบอากาศหนาวแล้ว เหตุใดเจ้ามาช้าเช่นนี้....." คนป่วยที่อยู่ในอ้อมกอดบ่นออกมา และพร่ำตำหนิคนรักของตนเอง เหมือนกับว่าคำพูดเหล่านั้นคอยเตือนเขาเสมอว่านางมีคนของตนเองอยู่แล้ว มือหนาข้างที่โอบนางกำแน่นอย่างอดกั้นอารมณ์ ยิ่งเห็นนางเจ็บปวดเขาเองก็ยิ่งเจ็บปวดไม่ต่างจากนาง ........ ณ จวนตระกูลโจว รถม้าเคลื่อนตัวไม่นานก็มาหยุดที่หน้าจวน โจวหนิงเฉินอุ้มหญิงสาวลงจากรถม้าท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ตรงดิ่งเข้าตำหนักตนเองโดยมิได้สนใจสายตาผู้ใด โชคยังดีที่มีเสื้อคลุมตัวใหญ่ปิดร่างบางจนมิดทำให้ผู้คนไม่เห็นใบหน้าของนาง "ไปตามหมอมา" ชายหนุ่มเอ่ยบอกพ่อบ้านเนียนเจินที่มายืนรอรับที่หน้าจวน แต่เขาก็ไม่ได้รู้มาก่อนว่าท่านอ๋องจะพาผู้หนึ่งมาด้วย เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบไปทำตามที่สั่งทันที นี่นับเป็นครั้งแรกที่ท่านอ๋องพาผู้อื่นกลับมาด้วย ที่จวนตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายเอาเสียแล้วมิใช่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่เพราะบ่าวไพร่พากันตกใจจนทำตัวไม่ถูกเท่านั้นเอง โจวหนิงเฉินอุ้มหญิงสาววางที่เตียงกว้างในห้องนอนตนเอง ไม่นานแม่นมลี่ฉุนก็เข้ามาหาอย่างรู้หน้าที่ "ที่เหลือให้ข้าจัดการเองเถิดเจ้าค่ะท่านอ๋อง" มือใหญ่ชะงักไปชั่วครู่ เพราะนางเป็นสตรียังมิได้ออกเรือนคงดูมิดีหากเขาจะทำเอง "ดูแลนางให้ดี" "ท่านอ๋องมิต้องเป็นห่วง" หลังได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องทันที แม่นมลี่ฉุนเดินไปดูหญิงสาวที่หลับไหลเพราะพิษไข้ อยากรู้เช่นกันว่าสตรีเช่นไรถึงทำให้ท่านอ๋องถึงขนาดอุ้มกลับจวนมาด้วยตนเองเช่นนี้ คราแรกที่ได้ยินพ่อบ้านเนียนเฉินให้รีบมาหาท่านอ๋องนางเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกเรียกความสนใจนาง "แม่นมลี่ฉุนให้ข้าเข้าไปช่วยหรือไม่เจ้าคะ" บ่าวรับใช้นางหนึ่งตะโกนเข้ามายังด้านในห้อง "มิต้อง เจ้าเตรียมน้ำอุ่นกับอาภรณ์สะอาดมาให้ข้าเป็นพอ" นางเอ่ยตะโกนกลับไป เนื่องรู้ดีว่าท่านอ๋องคงยังไม่อยากให้ผู้ใดเห็นนาง อีกทั้งเรื่องนี้จะต้องขออนุญาตผู้เป็นนายก่อน มือที่เริ่มเหี่ยวแล้วเนื่องด้วยอายุมากกว่าหกสิบห้าปีสัมผัสไปที่ใบหน้าเรียวของหญิงสาวห้าปีต่อมาสายลมเย็นในช่วงปลายยามเว่ยพัดเบาๆ บริเวณลานหญ้ากว้างทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน เด็กหญิงตัวเล็กกำลังวิ่งเล่นส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยท่าทีร่าเริง ส่วนเด็กชายตัวเท่ากันกำลังนอนกลิ้งไปกับพื้นหญ้ากับเจ้าแมวขนปุกปุย วิ่งเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ดูเหมือนว่าจวนแห่งนี้จะมีพี่เลี้ยงมากกว่าจวนอื่นๆ หลังสมรสกันได้เพียงแค่สามเดือน ลู่เข่อซินก็ตั้งท้องลูกแฝดชายหญิงในไม่นาน เนื่องด้วยผู้เป็นบิดาอายุมากแล้วเกรงว่าตนเองจะไม่ได้อยู่กับลูกนานๆ ท้องแรกก็เป็นลูกแฝดเลยเล่นทำเอาหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยยามตั้งท้องเป็นอย่างมาก ปากของเขาก็บอกว่าไม่อยากเห็นหญิงสาวต้องทรมานอีกแล้ว แต่ในใจลึกๆของโจวหนิงเฉินก็อยากมีลูกเพิ่ม เขาไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนตนไม่อยากมีผู้ใดอยู่ตัวคนเดียว พอมีเจ้าตัวเล็กสองคน จวนของเขาก็เป็นจวนมากขึ้น เป็นครอบครัวมากขึ้น เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่อบอุ่นเช่นนี้มาหลายสิบปี จนอยากมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มอีก"ท่านแม่~ ท่านพ่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"เด็กหญิงเอ่ยพลางชี้ไปทางประตูหน้าจวน เด็กสองคนแข่งกันวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นบิดา โจวหนิงเฉินอ้าแขนรับคนทั้งคู่มาอุ้มด้วยแขนสองข้าง เดินมาทางหญิง"วันนี้ดื
"ครานี้ไม่มีคนอยู่แล้วนะ"โจวหนิงเฉินเอ่ยพลางยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาว มือเรียวยกขึ้นห้ามเขาเอาไว้ก่อน "ท่านอ๋องมิเหนื่อยหรือเจ้าคะ""มิเหนื่อย อีกทั้งหิวมาเสียด้วย"ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็แนบหน้าประชิดและบรรจงจูบช้าๆ ที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวตอบรับการจูบนั้นอย่างมิปฏิเสธ ครานี้หญิงสาวเป็นคนของเขาอย่างสมบูรณ์ เป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง มือหนาคว้าร่างบางมานั่งบนตักตนเอง หญิงสาวเองก็ยกแขนขึ้นโอบคอชายหนุ่มเอาไว้ แล้วใช้ลิ้นตวัดที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าในปากเกี่ยวรัดกันเอาไว้เบาๆ ร่างใหญ่ยกหญิงสาวให้ลอยลิ่วเหนืออากาศเดินไปยังเตียงกว้างทันทีและวางนางลงเบาๆ"ข้าชอบรอยยิ้มของเจ้าที่สุดฮูหยิน"โจวหนิงเฉินเอ่ยขณะที่ใช้มือสัมผัสไปที่เรียวปากบาง"ข้าเองก็ชอบดวงตาของท่านพี่ยามที่มองข้าที่สุดเช่นกันเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าคม มือหนาเอื้อมมือไปถอดเครื่องหัวบนศีรษะนางออก เส้นผมดกดำสยายตกลงมาตามแรงลม"สตรีที่ข้ารัก วันนี้กลายมาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว"โจวหนิงเฉินไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังจูบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากมาที่ปลายจมูกเรียว และสุดท้
จ้งตง.ยามชื่อ (กลางฤดูเหมันต์เดือนสิบเอ็ด) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายสะท้อนเกร็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ช่วงกลางฤดูเหมันต์เช่นนี้นับว่าหาดูได้ยาก ก่อนวันงานหิมะตกหนักจนทำให้ทุกคนเป็นกังวล แต่วันนี้กลับเห็นแสงแดดของดวงอาทิตย์ได้ เหมือนกำลังอวยพรให้คู่บ่าวสาว ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้ประดับประดาด้วยม่านมุขเพิ่มความเป็นสิริมงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวของอ๋องหนิงเฉิน บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ขบวนเกี้ยวหยุดลงหน้าจวนที่ตกแต่งเพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าสาวเช่นกัน บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว"รับตัวเจ้าสาว"โจวหนิงเฉินเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากเกี้ยวเพื่อไม่ให้เท้าแตะพื้นก่อนเข้าจวน พรมแดงทอดยาวจากหน้าประตูจวนไปยังห้องโถงพิธี หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษชะตาต้อง สวมอาภรณ์มงคลสีขาวสะอาดทั้งตัว ด้ายแดงลวดลายมงคลที่ถูกปักเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กัน สมกับเป็นชุดมงคลที่เจ้าบ่าวป่าวประกาศไว้ว่าตัดเอาไว้ตั้งแต่พบนางได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ทำให้ยามที่เดินเคียงข้าง
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากงานพระราชสมภพของฝ่าบาทได้เพียงสองวัน ก็มีประกาศคลายข้อสงสัยที่กำลังถูกราษฎร ที่วิจารณ์เหตุการณ์ไฟใหม้ที่อำเภอชายแดนติดกับแคว้นเจียงซี แท้จริงแล้วของที่ถูกเผาถูกสับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้ข้าวของ วัถุดิบ แร่ต่างๆต้องเสียเปล่า ขุนนางที่เกี่ยวข้องถูกประหาร ส่วนคนที่เรือนก็ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด นับว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ ไทเฮามีโทษประหารแต่ยังไม่ทันได้ประกาศบทลงโทษ นางก็ตัดสินใจปลิดชีวิตของตนเองลงในตำหนัก มีข่าวลือออกมาว่าก่อนวันที่นางจะสิ้นใจ ได้นั่งสนทนากับฝ่าบาททั้งวันทั้งคืน"ทั้งหมดหนึ่งเหรียญภู่เงินเจ้าค่ะ"ลู่เข่อซินยังคงใช้ชีวิตปกติของนางทุกวัน ตอนนี้ร้านของนางไปได้ดีมากๆ และยังเปิดอีกหลายที่ต่างจากความคิดของนางก่อนหน้าที่จะทำเพียงเล็กๆเท่านั้น ขนาดขยันถึงเพียงนี้กลับมีคนผู้หนึ่งที่เอาแต่ขู่ว่าจะทำให้ร้านนางเจ๊งไปซะ เนื่องด้วยไม่มีเวลาให้เขา แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังขายของอยู่นั้นก็มีขบวนทหารอีกทั้งขุนนางจำนวนหนึ่งตั้งแถวเดินมาที่ร้านนาง"แม่นางลู่อยู่หรือไม่"เสียงขันทีเอ่ยเรียกหญิงสาวที่หน้าร้าน ลู่เข่อซินรีบเดินเข้าไป
"ฝ่าบาท ฝ่าบาทช่วยคืนความยุติธรรมให้กระหม่อมด้วย"ขณะที่ถูกทหารคุมตัวไปนั้นก็ร้องออกมาขอความเป็นธรรมด้วย หลันหลงเหยฟุบไปที่พื้นด้วยความจนปัญญา ครานี้นางพลาดแล้ว นางคิดว่าบุตรชายที่เกิดนางจะเข้าข้างนางเสียอีก กลับไปเห็นด้วยกับคนผู้นี้ น้ำตาของนางไหลออกมาจนดูน่าสงสารเผื่อมันจะช่วยเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง"หานเออร์ฟังแม่ก่อนนะ""เสด็จแม่รู้หรือไม่ ทำเช่นนี้โทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะพะยะค่ะ ท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ให้ข้าเป็นฮ้องเต้ที่สั่งประหารมารดาตนเองอย่างนั้นหรือ"หลันเฟิงเย่วเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาทั้งผิดหวังและแตกสลาย แต่เขาจะยอมแลกมารดาเพียงคนเดียว กับราษฎรและทหารที่ปกป้องอยู่ชายแดนกว่าแสนนายอย่างไร "ท่านกำลังทำให้ข้าต้องเลือก ว่าจะทำหน้าที่บุตรชายที่ดีแต่ละทิ้งราษฎร หรือกำลังเป็นบุตรที่อกตัญญูละทิ้งมารดาเพื่ออยู่ข้างราษฎร ท่านจะให้ข้าต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตหรือ""หานเออร์แม่......"คำพูดของบุตรชายทำให้นางพูดอะไรไม่ออก นางเพียงกลัวว่าจะมีคนมาแย่งตำแหน่งนี้ไป และกลัวว่าอำนาจที่นางมีในมือจะถูกเปลี่ยนคน ที่นางทำทุกอย่างมิใช่เพื่อตัวนางเองคนเดียวทั้งหมด นางเองก็ถู
"รับอะไรดีเจ้าคะ"ลู่เข่อซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังหันหลังอยู่ แต่สัมผัสได้จากเสียงเดินว่ามีลูกค้ามา หญิงสาวถามไปสักพักกลับไม่มีเสียงตอบกลับมา นางจึงหันหลังไปดู พบว่าเป็นคนผู้หนึ่งคนที่นางคุ้นเคยดี ใบหน้าที่ยิ้มกว้างก่อนหน้าหุบลงทันที เท้าเรียวสองข้างก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ"เจียวมิ่ง"เหตุการณ์คราก่อนหญิงสาวยังจำไม่เคยลืม เรื่องเลวร้ายที่ชายหนุ่มทำกับตน หากว่าท่านอ๋องไม่ได้ช่วยไว้ทันป่านนี้นางอาจจะกลายเป็นอนุในเรือนเขาแล้วก็ได้ หญิงสาวรักและเชื่อใจเขามาตลอดหลายปี แต่ชายหนุ่มกลับทำร้ายและทำลายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้ในใจนางจะรังเกียจชายผู้นี้ไปแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นก็ผ่านไปแล้ว ความโกรธถูกลืมเลือนเหลือเพียงความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดิน ไม่ขอข้องเกี่ยวกันอีก ใบหน้าของเจียวมิ่งเต็มไปด้วยคำขอโทษ เขาได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว และรู้ดีว่าที่วันนี้เขาได้เป็นถึงรองแม่ทัพมิได้มาจากความสามารถเขาเพียงอย่างเดียว แต่นางยังมีส่วนช่วยอีกด้วย เขาก็ยังทิ้งนางไปแต่งงานกับสตรีอื่น"ข้าอยากมาขอโทษเจ้าสำหรับทุกเรื่อง หากแล้วไม่ ชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีความสุขและไม่สามารถปล่อยวางได้"ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
"ข้าตอบเจ้าได้ทุกเรื่อง"คำตอบของท่านอ๋องทำเอานางผ่อนลมหายใจออกมา เขาดูไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อยถึงจะเป็นคนระดับสูงมากก็ตาม ยามอยู่จวนหลี่ ไม่ว่าจะนายท่านหลี่ คุณหนูคุณชายในจวนมักรังเกียจบ่าวรับใช้อย่างนางเป็นที่สุด จะเข้าใกล้แต่ละทีก็ถูกสายตาและคำพูดไม่ดีตลอด ที่ผ่านมานางจึงระวังตนกับคนระดับสูงๆ แต่ท
"เข้ามาได้แล้ว ด้านนอกอากาศหนาว"โจวหนิงเฉินเอ่ยทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้ามองนางด้วยซ้ำ เขาเป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่วรยุทธ์ไม่ธรรมดา ได้ยินตั้งแต่เสียงนางเดินมากับแม่นมลี่ฉุนแล้ว หญิงสาวได้สติตนเองก่อนจะค่อยๆเดินย่องเข้าไปหาชายหนุ่ม ลู่เข่อซินรู้สึกว่าตนเองตัวรีบเล็ก นางเป็นใครไม่รู้จู่ๆกลับได้มายืนสนทนาก
"เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันถึงมากับท่านอ๋องได้"แม่นมลี่ฉุนเอ่ยพลางบิดผ้าสะอาดที่ชุบน้ำค่อยๆเช็ดตัวหญิงสาวให้อย่างเบามือ ความร้อนจากกายสาวติดผ้าตามมาด้วยจนนางรู้สึกเห็นใจ ใบหน้างดงามอีกทั้งผิวยังขาวเนียนละเอียด แล้วเหตุใดมือถึงได้ด้านเช่นนี้มิเหมือนคุณหนูในห้องหอทั่วไป อีกทั้งกายแต่งกายอาภรณ์ที่นาง
"ท่านอ๋อง ท่านอ๋องนั้นท่านจะไปที่ใด"หวังเหล่ยเอ่ยถามพลางหันมาบอกโม่โฉ่วให้นำรถม้าตามไป และรีบวิ่งไปหาผู้เป็นนายลู่เข่อซินที่กำลังมองทางขึ้นเขามานานนับชั่วยามแต่ก็ไม่เห็นคนรักปรากฏตัวเสียที ถึงแม้ว่านางจะชอบอากาศหนาวแต่นี่ก็หนาวเกินไปจนแทบจะทนมิได้แล้ว และกลัวว่าชายหนุ่มจะลืมอีกเพราะเขามักจะทำงานย







