เข้าสู่ระบบห้าปีต่อมาสายลมเย็นในช่วงปลายยามเว่ยพัดเบาๆ บริเวณลานหญ้ากว้างทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน เด็กหญิงตัวเล็กกำลังวิ่งเล่นส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยท่าทีร่าเริง ส่วนเด็กชายตัวเท่ากันกำลังนอนกลิ้งไปกับพื้นหญ้ากับเจ้าแมวขนปุกปุย วิ่งเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ดูเหมือนว่าจวนแห่งนี้จะมีพี่เลี้ยงมากกว่าจวนอื่นๆ หลังสมรสกันได้เพียงแค่สามเดือน ลู่เข่อซินก็ตั้งท้องลูกแฝดชายหญิงในไม่นาน เนื่องด้วยผู้เป็นบิดาอายุมากแล้วเกรงว่าตนเองจะไม่ได้อยู่กับลูกนานๆ ท้องแรกก็เป็นลูกแฝดเลยเล่นทำเอาหญิงสาวเหน็ดเหนื่อยยามตั้งท้องเป็นอย่างมาก ปากของเขาก็บอกว่าไม่อยากเห็นหญิงสาวต้องทรมานอีกแล้ว แต่ในใจลึกๆของโจวหนิงเฉินก็อยากมีลูกเพิ่ม เขาไม่คิดเลยว่าเมื่อก่อนตนไม่อยากมีผู้ใดอยู่ตัวคนเดียว พอมีเจ้าตัวเล็กสองคน จวนของเขาก็เป็นจวนมากขึ้น เป็นครอบครัวมากขึ้น เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกที่อบอุ่นเช่นนี้มาหลายสิบปี จนอยากมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มอีก"ท่านแม่~ ท่านพ่อกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"เด็กหญิงเอ่ยพลางชี้ไปทางประตูหน้าจวน เด็กสองคนแข่งกันวิ่งเข้าไปหาผู้เป็นบิดา โจวหนิงเฉินอ้าแขนรับคนทั้งคู่มาอุ้มด้วยแขนสองข้าง เดินมาทางหญิง"วันนี้ดื
"ครานี้ไม่มีคนอยู่แล้วนะ"โจวหนิงเฉินเอ่ยพลางยื่นหน้าไปใกล้หญิงสาว มือเรียวยกขึ้นห้ามเขาเอาไว้ก่อน "ท่านอ๋องมิเหนื่อยหรือเจ้าคะ""มิเหนื่อย อีกทั้งหิวมาเสียด้วย"ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็แนบหน้าประชิดและบรรจงจูบช้าๆ ที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา หญิงสาวตอบรับการจูบนั้นอย่างมิปฏิเสธ ครานี้หญิงสาวเป็นคนของเขาอย่างสมบูรณ์ เป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง มือหนาคว้าร่างบางมานั่งบนตักตนเอง หญิงสาวเองก็ยกแขนขึ้นโอบคอชายหนุ่มเอาไว้ แล้วใช้ลิ้นตวัดที่ริมฝีปากของเขา ก่อนจะแทรกลิ้นเข้าในปากเกี่ยวรัดกันเอาไว้เบาๆ ร่างใหญ่ยกหญิงสาวให้ลอยลิ่วเหนืออากาศเดินไปยังเตียงกว้างทันทีและวางนางลงเบาๆ"ข้าชอบรอยยิ้มของเจ้าที่สุดฮูหยิน"โจวหนิงเฉินเอ่ยขณะที่ใช้มือสัมผัสไปที่เรียวปากบาง"ข้าเองก็ชอบดวงตาของท่านพี่ยามที่มองข้าที่สุดเช่นกันเจ้าค่ะ"หญิงสาวเอ่ยพลางเอื้อมมือไปสัมผัสที่ใบหน้าคม มือหนาเอื้อมมือไปถอดเครื่องหัวบนศีรษะนางออก เส้นผมดกดำสยายตกลงมาตามแรงลม"สตรีที่ข้ารัก วันนี้กลายมาเป็นฮูหยินของข้าแล้ว"โจวหนิงเฉินไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังจูบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนริมฝีปากมาที่ปลายจมูกเรียว และสุดท้
จ้งตง.ยามชื่อ (กลางฤดูเหมันต์เดือนสิบเอ็ด) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายสะท้อนเกร็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์ ช่วงกลางฤดูเหมันต์เช่นนี้นับว่าหาดูได้ยาก ก่อนวันงานหิมะตกหนักจนทำให้ทุกคนเป็นกังวล แต่วันนี้กลับเห็นแสงแดดของดวงอาทิตย์ได้ เหมือนกำลังอวยพรให้คู่บ่าวสาว ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้ประดับประดาด้วยม่านมุขเพิ่มความเป็นสิริมงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวของอ๋องหนิงเฉิน บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ขบวนเกี้ยวหยุดลงหน้าจวนที่ตกแต่งเพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าสาวเช่นกัน บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว"รับตัวเจ้าสาว"โจวหนิงเฉินเข้าไปอุ้มหญิงสาวลงจากเกี้ยวเพื่อไม่ให้เท้าแตะพื้นก่อนเข้าจวน พรมแดงทอดยาวจากหน้าประตูจวนไปยังห้องโถงพิธี หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษชะตาต้อง สวมอาภรณ์มงคลสีขาวสะอาดทั้งตัว ด้ายแดงลวดลายมงคลที่ถูกปักเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กัน สมกับเป็นชุดมงคลที่เจ้าบ่าวป่าวประกาศไว้ว่าตัดเอาไว้ตั้งแต่พบนางได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ทำให้ยามที่เดินเคียงข้าง
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากงานพระราชสมภพของฝ่าบาทได้เพียงสองวัน ก็มีประกาศคลายข้อสงสัยที่กำลังถูกราษฎร ที่วิจารณ์เหตุการณ์ไฟใหม้ที่อำเภอชายแดนติดกับแคว้นเจียงซี แท้จริงแล้วของที่ถูกเผาถูกสับเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นก่อนแล้ว เพื่อไม่ให้ข้าวของ วัถุดิบ แร่ต่างๆต้องเสียเปล่า ขุนนางที่เกี่ยวข้องถูกประหาร ส่วนคนที่เรือนก็ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด นับว่าครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้ ไทเฮามีโทษประหารแต่ยังไม่ทันได้ประกาศบทลงโทษ นางก็ตัดสินใจปลิดชีวิตของตนเองลงในตำหนัก มีข่าวลือออกมาว่าก่อนวันที่นางจะสิ้นใจ ได้นั่งสนทนากับฝ่าบาททั้งวันทั้งคืน"ทั้งหมดหนึ่งเหรียญภู่เงินเจ้าค่ะ"ลู่เข่อซินยังคงใช้ชีวิตปกติของนางทุกวัน ตอนนี้ร้านของนางไปได้ดีมากๆ และยังเปิดอีกหลายที่ต่างจากความคิดของนางก่อนหน้าที่จะทำเพียงเล็กๆเท่านั้น ขนาดขยันถึงเพียงนี้กลับมีคนผู้หนึ่งที่เอาแต่ขู่ว่าจะทำให้ร้านนางเจ๊งไปซะ เนื่องด้วยไม่มีเวลาให้เขา แต่ขณะที่หญิงสาวกำลังขายของอยู่นั้นก็มีขบวนทหารอีกทั้งขุนนางจำนวนหนึ่งตั้งแถวเดินมาที่ร้านนาง"แม่นางลู่อยู่หรือไม่"เสียงขันทีเอ่ยเรียกหญิงสาวที่หน้าร้าน ลู่เข่อซินรีบเดินเข้าไป
"ฝ่าบาท ฝ่าบาทช่วยคืนความยุติธรรมให้กระหม่อมด้วย"ขณะที่ถูกทหารคุมตัวไปนั้นก็ร้องออกมาขอความเป็นธรรมด้วย หลันหลงเหยฟุบไปที่พื้นด้วยความจนปัญญา ครานี้นางพลาดแล้ว นางคิดว่าบุตรชายที่เกิดนางจะเข้าข้างนางเสียอีก กลับไปเห็นด้วยกับคนผู้นี้ น้ำตาของนางไหลออกมาจนดูน่าสงสารเผื่อมันจะช่วยเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง"หานเออร์ฟังแม่ก่อนนะ""เสด็จแม่รู้หรือไม่ ทำเช่นนี้โทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรเลยนะพะยะค่ะ ท่านจะให้ข้าทำเช่นไร ให้ข้าเป็นฮ้องเต้ที่สั่งประหารมารดาตนเองอย่างนั้นหรือ"หลันเฟิงเย่วเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ดีนัก เขาทั้งผิดหวังและแตกสลาย แต่เขาจะยอมแลกมารดาเพียงคนเดียว กับราษฎรและทหารที่ปกป้องอยู่ชายแดนกว่าแสนนายอย่างไร "ท่านกำลังทำให้ข้าต้องเลือก ว่าจะทำหน้าที่บุตรชายที่ดีแต่ละทิ้งราษฎร หรือกำลังเป็นบุตรที่อกตัญญูละทิ้งมารดาเพื่ออยู่ข้างราษฎร ท่านจะให้ข้าต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตหรือ""หานเออร์แม่......"คำพูดของบุตรชายทำให้นางพูดอะไรไม่ออก นางเพียงกลัวว่าจะมีคนมาแย่งตำแหน่งนี้ไป และกลัวว่าอำนาจที่นางมีในมือจะถูกเปลี่ยนคน ที่นางทำทุกอย่างมิใช่เพื่อตัวนางเองคนเดียวทั้งหมด นางเองก็ถู
"รับอะไรดีเจ้าคะ"ลู่เข่อซินเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังหันหลังอยู่ แต่สัมผัสได้จากเสียงเดินว่ามีลูกค้ามา หญิงสาวถามไปสักพักกลับไม่มีเสียงตอบกลับมา นางจึงหันหลังไปดู พบว่าเป็นคนผู้หนึ่งคนที่นางคุ้นเคยดี ใบหน้าที่ยิ้มกว้างก่อนหน้าหุบลงทันที เท้าเรียวสองข้างก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ"เจียวมิ่ง"เหตุการณ์คราก่อนหญิงสาวยังจำไม่เคยลืม เรื่องเลวร้ายที่ชายหนุ่มทำกับตน หากว่าท่านอ๋องไม่ได้ช่วยไว้ทันป่านนี้นางอาจจะกลายเป็นอนุในเรือนเขาแล้วก็ได้ หญิงสาวรักและเชื่อใจเขามาตลอดหลายปี แต่ชายหนุ่มกลับทำร้ายและทำลายนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้ในใจนางจะรังเกียจชายผู้นี้ไปแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นก็ผ่านไปแล้ว ความโกรธถูกลืมเลือนเหลือเพียงความเป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดิน ไม่ขอข้องเกี่ยวกันอีก ใบหน้าของเจียวมิ่งเต็มไปด้วยคำขอโทษ เขาได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว และรู้ดีว่าที่วันนี้เขาได้เป็นถึงรองแม่ทัพมิได้มาจากความสามารถเขาเพียงอย่างเดียว แต่นางยังมีส่วนช่วยอีกด้วย เขาก็ยังทิ้งนางไปแต่งงานกับสตรีอื่น"ข้าอยากมาขอโทษเจ้าสำหรับทุกเรื่อง หากแล้วไม่ ชีวิตนี้ของข้าคงไม่มีความสุขและไม่สามารถปล่อยวางได้"ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
"วันนี้เห็นมีคนบอกว่าท่านอ๋องชมคุณหนูใหญ่เรื่องพู่กันด้วย....."ถิงถิงเอ่ยพลางมองสีหน้าของหญิงสาว ครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นสหายโกรธเช่นนี้ นางรู้มาว่าลู่เข่อซินหวงแหนข้าวของของตนเองมาก หากมิได้รับอนุญาตนางเองก็ไม่กล้าแตะต้องเช่นกัน พู่กันนั้นคงเป็นสิ่งที่สหายรักมาเป็นแน่ เพราะหลายอาทิตย์ที่
ณ ห้องโถงใหญ่หลี่จื่อหาน ฮูหยิน และหลี่ซูฮวาออกมาต้อนรับโจวหนิงเฉินด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม โอกาสดีและหายากเช่นนี้มิได้มีบ่อยครั้งนัก เขารู้สึกว่าจวนหลี่ดูเหมือนจะมีวาสนากว่าผู้อื่น เพราะในช่วงหลายปีมานี้ท่านอ๋องมักมาเยือนที่จวนตนบ่อยๆ แค่เขามาเยือนก็ทำให้มีขุนนางหลายคนเข้ามาหาเขาไม่น้อย"ชาร้อนเจ้าค
ภายในร้านบะหมี่เล็กๆในตลาด ลูกค้ามีเพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังทำสงครามเงียบกัน ชามบะหมี่ร้อนทั้งสองถ้วยถูกทิ้งไว้มาเกือบครึ่งชั่วยามจนเส้นอืดหมดแล้ว ลู่เข่อซินนั่งจ้องหน้าชายคนรักของตนเอง เจียวมิ่งเองก็มีท่าทีนิ่งเรียบเหมือนกำลังรู้สึกผิดแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเอ่ยกับนางเช่นไร วันนั้
"ข้ารับพู่กันนี้เอาไว้ไม่ได้เจ้าค่ะ มันมีค่ามากเกินไป"หญิงสาวเอ่ยออกไปตามตรง พู่กันธรรมดายังราคาเกือบสิบเหรียญภู่เงิน นางทำงานครึ่งเดือนถึงจะซื้อมันได้ ส่วนพู่กันที่ท่านอ๋องให้นางนั้นดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่ถูกๆเหมือนพู่กันธรรมดาทั่วไปเป็นแน่ ทั้งวัสดุที่ใช้และลวดลายงดงามนั้นด้วย"ข้าไม่ใช้พู่กันต่อจาก







