Masukชายิกาก้มหน้ามองพื้นอย่างคิดไม่ตก เธอเป็นห่วงมาลินา หลังจากงานนี้พลาดอีตาเสี่ยนั่นต้องไปพังร้านชุดาไทยฟูดส์เสียราบคาบเป็นแน่
“มีปัญหาอะไรจ๊ะ หนูคุยกับมัมได้นะ คิดเสียว่าเป็นแม่ของหนูก็ได้ มัมยินดีช่วยทุกอย่างเลย” ซาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางเชยคางมนขึ้นมาจ้องหน้า
ชายิกากัดปากเบาๆ ชั่วอึดใจถึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้มีพระคุณฟัง เพราะคิดว่ายังไงซะมันก็ไม่มีอะไรจะเสียหายไปมากกว่านี้แล้วนี่นะ
“ชายาเป็นห่วงเพื่อนน่ะค่ะ ไมลี่ย์คือลูกสาวน้าชุดา เป็นเพื่อนรักของชายาค่ะ เธอรักร้านอาหารนั่นมาก เพราะเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อของเธอทิ้งเอาไว้ให้ ไมลี่ย์น่าสงสารมากเลยนะคะ แต่เธอก็เข้มแข็งมากด้วย ไมลี่ย์พยายามรักษาร้านให้อยู่ได้มาโดยตลอด แต่แม่กับพี่ชายกลับไม่เคยสนใจไยดีเลยสักนิด และที่น้าชุดาต้องทำแบบนี้เพราะติดหนี้เสี่ยนั่นสิบล้าน เขาขู่ว่าถ้าอาทิตย์หน้าไม่มีเงินไปใช้หนี้ เขาจะพาลูกน้องมาพังร้าน รวมถึงน้าชุดาด้วยที่ไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง”
“ถ้างั้น...มัมจะช่วยเพื่อนของหนูเอง”
คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซล้วงสมุดเช็คออกมาจากกระเป๋าแล้วจัดการกรอกตัวเลข เซ็นกำกับ แล้วดึงมาใส่ให้ในมือเล็ก ทางด้านชายิกาถึงกับจ้องตัวเลขในเช็คตาโตอย่างตกใจ เงินสิบล้านให้กันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ
“เอ่อ...แต่ว่า...”
“มัมไม่ได้ให้เฉยๆ หรอกนะจ๊ะ ถ้าเพื่อนของหนูมีเมื่อไรก็ค่อยเอามาใช้คืนมัมก็แล้วกัน ส่วนตัวหนูถ้ารู้สึกเกรงใจและอยากช่วยเพื่อน มาอยู่กับมัมไหม มัมจะหางานให้ทำ แล้วเงินเดือนที่ได้ก็หักจากเงินสิบล้านทุกเดือนดีไหมจ๊ะ” ซาร่าเมื่อเห็นท่าทางของสาวน้อยตรงหน้ากำลังจะปฏิเสธจึงรีบเอ่ยดักคออย่างรู้ทัน
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมัมซาร่ามากๆ เลยนะคะที่กรุณากับชายาถึงขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” ชายิกาคลี่ยิ้มดีใจ ยกมือไหว้พร้อมกล่าวขอบคุณอีกครั้งอย่างซาบซึ้งใจ
“ไม่เป็นไรจ้ะ เงินสิบล้านถ้ามันช่วยเหลือชีวิตใครได้มัมก็ยินดีจ้ะ รู้ไหมชายา มัมชอบหนูนะ รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น หนูทำให้มัมคิดถึงลูกสาวที่เมืองไทย มาเป็นลูกสาวของมัมไหมจ๊ะ” ซาร่าพูดพลางลูบแก้มนุ่มแผ่วเบาอย่างนึกเอ็นดู
น้ำเสียงนุ่มนวลแฝงความอาทรมาด้วยเต็มเปี่ยมที่ได้ยินทำให้ชายิกาถึงกับน้ำตาปริ่มขอบตา และคิดถึงแม่ขึ้นมาจับใจ นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่ได้ยินน้ำเสียงแบบนี้ ด้านคุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซเมื่อเห็นสาวน้อยทำท่าเหมือนจะร้องไห้จึงดึงร่างบางเข้ามากอด ลูบศีรษะเล็กไปมาแผ่วเบาพร้อมเอ่ยกับคนในอ้อมแขนไปด้วย
“หนูไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น จะอยู่กับมัมนานแค่ไหนก็ได้ ที่บ้านก็มีมัมกับแด็ดปีเตอร์อยู่กันแค่สองคน อ้อ! มัมมีลูกชายฝาแฝดด้วยนะจ๊ะ แฝดน้องแต่งงานแล้ว ตอนนี้อยู่กับครอบครัวที่เมืองไทย ส่วนแฝดพี่ส่วนมากจะอยู่ที่คอนโดมากกว่า นานๆ ถึงจะกลับบ้านสักครั้งหนึ่งเพราะที่นั่นมันใกล้ที่ทำงานน่ะจ้ะ ส่วนลูกสาวหลังจากแต่งงานก็ไปอยู่กับครอบครัวที่เมืองไทยอีกเหมือนกัน เอาไว้มัมจะเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเขาให้ฟังนะจ๊ะ มีอะไรสนุกๆ เยอะแยะเลย มีหนูไปอยู่ที่บ้านเพิ่มอีกสักคน คงจะครึกครื้นน่าดูเลย แต่มัมมีข้อแม้นะจ๊ะ”
ได้ยินแบบนั้นชายิกาจึงเงยขึ้นมาจ้องหน้าคนพูดอย่างสงสัย ขณะที่คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“เอาไว้มัมจะบอกหนูทีหลัง ตอนนี้มัมว่าชายาควรโทรไปบอกเพื่อนของหนูก่อนจะดีกว่านะจ๊ะ มัมก็จะโทรไปหาลูกชายสักหน่อยเหมือนกัน เพิ่งกลับมาจากเมืองไทย แต่จนป่านนี้ยังไม่โผล่หัวกลับถึงบ้านเลย ไม่รู้ไปแวะลงรูไหน พรุ่งนี้ถ้ายังไม่เข้าบ้าน มัมจะไปจัดการถึงที่เลยคอยดู”
ถึงแม้ดวงตาสีฟ้าคู่สวยจะเปล่งประกายวาววับๆ ขณะที่กล่าวคาดโทษลูกชาย หากท่าทางกลับดูไม่ขึงขังเอาจริงสักเท่าไร ชายิกาเดาว่าเหตุการณ์แบบนี้คงเกิดขึ้นบ่อยๆ ล่ะมั้ง สาวน้อยคิดพลางคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนพาร่างระหงเดินไปยกหูโทรศัพท์ตรงมุมห้องโทรหาเพื่อนรัก ปล่อยให้คุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซมองตามหลังไปยิ้มๆ พร้อมกับคิดครึ้มอยู่คนเดียว นางรู้สึกถูกชะตาและอยากได้มาเป็นลูกสาวอย่างที่บอกนั่นแหละ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะดูจากหน้าตาผิวพรรณคงเป็นลูกผู้ดีมีอันจะกินอยู่พอสมควร ถ้าจะมาเป็น ‘ลูกสะใภ้’ ละไม่แน่ ส่วนประวัติของสาวน้อยคนนี้มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณนายวิลเลียมเบอร์ลิซอยู่แล้ว
ทว่าถ้าจะพาเข้าบ้านด้วยสภาพแบบนี้ คิดว่าคงไม่รอดมือของพ่อลูกชายตัวดีเป็นแน่แท้ ก็ออกจะสะสวยสะดุดตา ผิวผ่องเป็นยองใยเสียขนาดนี้ มันล่อหูล่อตาเกินไป ฉะนั้นนางจำต้องมีแผน และที่บอกว่าลูกชายอยู่ที่คอนโด นานๆ ถึงจะกลับบ้านสักครั้งหนึ่งนั้น นางดันพูดกลับกันไปนิดหนึ่ง คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ด้านชายิกาโทรไปเล่าเรื่องราวให้เพื่อนรักฟัง แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากชุดา ลาเวลล์ เพราะเธอไม่อยากให้เพื่อนรักคิดมากและเสียใจกับการกระทำของคนเป็นมารดา แค่ปัญหาภายในร้านอาหารอย่างเดียวมาลินาก็แทบรับไม่ไหวอยู่แล้ว
ขณะที่เด็กน้อยวัยตั้งแต่สองขวบถึงย่างห้าขวบ ซึ่งนับได้สิบชีวิตพอดีก็เล่นของเล่นกันไปพลาง ปากน้อยๆ ก็เจื้อยแจ้วเซ็งแซ่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไปหมดจนฟังแทบไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร ประหนึ่งเนอร์สเซอรี่ขนาดย่อมๆ ก็ไม่ปาน บางทีคุณแม่ที่นั่งขนาบอยู่ใกล้ๆ ต้องทำหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังว่าบรรดาลูกๆ คุยอะไรกัน“ชาตี้กับชาต้าต้องกินนมให้เยอะๆ รู้ไหมจะได้ตัวโตเท่าพี่ๆ”เจ้าแฝดพี่คิงส์ตันวัยสี่ขวบครึ่ง ศิษย์เอกของอวัสดาจอมแสบเริ่มเปิดปฐมบทขึ้นมาเป็นคนแรก สองสาวฝาแฝดที่วัยเพิ่งสองขวบมาได้ไม่กี่เดือนซึ่งอายุน้อยที่สุดในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ อย่างเชื่อฟังคนที่มีศักดิ์เป็นพี่“ใช่ๆ แด๊ดดี้บอกว่าตอนเป็นเบบี๋ คิงส์ตันกับคินส์เตอร์หม่ำนมหม่ามี้เก่งมากๆ ตัวเลยโตเท่านี้ไง”แสบน้องเสริมทัพช่วยพี่ชายอีกแรง พร้อมกับกำมือทุบอกดูภาคภูมิใจในร่างอวบใหญ่เกินวัยสี่ขวบครึ่งของตนเองซะเหลือเกิน หารู้ไม่ที่ตัวเองตัวกลมดิกอยู่ในตอนนี้เพราะชอบปะเหลาะขอขนมมารดากินต่างหาก และความช่างพูดของสองแสบก็ทำเอาผู้เป็นแม่ใจอ่อนตกหลุมแสบอยู่ทุกครั้งไป“ไม่จริงหรอก หม่ำแต่นมไม่ได้นะ ต้องหม่ำข้าวด้วย ถึงจะตัวโตเหมือนแสนรักนี่ไง และคุณ
สามปีต่อมา...ณ คฤหาสน์วิลเลียมเบอร์ลิซในเมืองไทย เควินโอบเอวภรรยาสาวก้าวลงมายังสนามหญ้าหน้าบ้าน ในอ้อมแขนของทั้งสองมีเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่หน้าเหมือนกันราวกับแกะในชุดสีขาวฟูฟ่องอุ้มติดมือมาคนละข้าง มืออีกข้างของภรรยายังจูงเด็กชายตัวอ้วนกลมในชุดสูทสีขาวแสนน่ารักมาอีกคน ด.ญ.ชาลิตา และ ด.ญ.ชาลิสา วิลเลียมเบอร์ลิซ หรือสาวน้อยชาต้ากับสาวน้อยชาตี้วัยเพิ่งได้สองขวบเศษ ส่วนเจ้าหนูชาคินหรือชาร์เม่ได้สามขวบครึ่งพอดี และตอนนี้ชายิกาก็ทำการปิดอู่ถาวรไปแล้วเรียบร้อย เนื่องจากตอนผ่าคลอดลูกแฝดเธอก็ได้ทำหมันด้วยเลยทีเดียว เพราะตกลงกับสามีแล้วว่าจะมีลูกกันแค่สามคนเท่านี้พอดูจากการตั้งชื่อลูกก็รู้ว่าบ้านนี้ใครใหญ่ ถึงแม้หน้าตาลูกๆ แต่ละคนจะเชื้อพ่อแรง มีดวงตาสีฟ้า เค้าโครงหน้ากระเดียดไปทางบิดากันหมด แล้วใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษเป็นหลัก หากชายิกาก็ขอให้ลูกมีอะไรไทยๆ ติดตัวอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ขอชื่อจริงก็ยังดี และเด็กๆ จะพูดได้ทั้งภาษาไทยทั้งภาษาอังกฤษ เพราะชายิกาจะคุยกับลูกด้วยภาษาไทยตลอด พร้อมกับปลูกฝังความเป็นไทยให้อยู่เสมอ เลือดไทยครึ่งตัวที่ลูกๆ ของเธอมีจะได้ไม่สูญเปล่าคุณพ่อยังหน
ชายิกาจึงหัวเราะขำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นหน้ายับยุ่งของสามี เธอขยับเข้าไปกอดรอบลำคอแกร่ง จูบแก้มครึ้มไรหนวดนั้นหนักๆ อย่างมันเขี้ยว แล้วถึงกระซิบใส่หูเบาๆ“คราวนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”เควินถึงกับเบิกตาค้าง ก่อนจะดันร่างภรรยาออกมาจ้องหน้าแล้วเอ่ยถามร้อนรน“เจ้าหนูกำลังจะมีน้องงั้นเหรอชายา”ชายิกาพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับแย้มยิ้มหวานหยด ทำเอาสามีฉีกยิ้มกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว โผเข้ามากอดร่างเธอเอาไว้แน่นเต็มอ้อมแขน ปากได้รูปจูบแก้มสีจัดน่าฟัดนั้นมารัวๆ ก่อนเขาจะผละมาประคองแก้มนุ่มดึงเข้าไปจูบกลีบปากแดงฉ่ำย้ำๆ อยู่หลายที แล้วถึงเอ่ยออกมาตาวาววับ บอกให้รู้ว่ากำลังดีใจแบบสุดขีด“แบบนี้เขาเรียกว่าฝีมือ เปิดอู่ปุ๊บติดปั๊บ”ภรรยาสาวจึงค้อนให้อย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ ความจริงเธอกับสามีก็คุยกันแล้วว่าจะมีลูกต่อเลย จึงไม่คิดที่จะป้องกัน แต่ก็ไม่นึกว่าติดไวขนาดนี้“ตกลงคนนี้อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”ชายิกาถามย้ำยิ้มๆ“จะหญิงหรือชายก็ลูกผมทั้งนั้น ผมอยากได้หมดนั่นแหละ”พูดพลางชายหนุ่มก็ขยับไปนั่งพิงหัวเตียง ดึงร่างอวบอิ่มของภรรยาเข้ามากอดเอาไว้แนบอก พลางลูบศีรษะเล็กตลอดจนเรือนผมสลวยไปมาแผ่วเบา
เสียงครางลั่นๆ ของสามีราวกับคนทรมานแสนสาหัสที่ดังอยู่ใกล้หูยิ่งทำเอาภรรยาสาวย่ามใจ ควบทะยานระรัวพาตัวเองและสามีที่รักไปให้สุดทางสรวงสวรรค์ ชั่วนาทีสองแขนแน่นหนั่นที่โอบอยู่กับแผ่นหลังของเธอก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น พร้อมกับกายหนาเกร็งสั่นจนชายิการู้สึก เธอจึงกัดฟันเพิ่มแรงโหมกระหน่ำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอทำเอาน้ำในอ่างกระเพื่อมล้นเจิ่งนองพื้น หากเวลานี้ใครจะสนเควินกอดเรือนกายอวบอิ่มเอาไว้กับอกแน่นพลางครางลึกอยู่ในลำคออย่างคนสุขสม ปลดปล่อยพิษรักที่ถูกภรรยาสาวรีดซะแทบหมดเนื้อหมดตัวเข้าสู่กายอ่อนนุ่มจนหมดสิ้น ขณะที่ร่างละมุนในอ้อมแขนแกร่งก็บิดเกร็งค้างและกรีดร้องออกมาหวิวไหว เมื่อจับจูงพากันไปจนพานพบความสุขล้นในเวลาเกือบพร้อมๆ กันชายิกาทิ้งกายอ่อนแรงลงกับแผงอกกว้างของสามี ลมหายใจถี่กระชั้นอย่างคนเหนื่อยหอบ ก่อนฝ่ามือใหญ่จะประคองใบหน้าแดงเรื่อขึ้นไปจูบกลีบปากอิ่มหนักๆ แล้วกระซิบบอก“เยี่ยมที่สุดคนดี แล้วแบบนี้ผมจะไปไหนรอด”สายตาคมกริบกับรอยยิ้มที่แต้มบนเรียวปากได้รูปบอกชัดว่าเขากำลังมีความสุขและพอใจเป็นล้นพ้น ชายหนุ่มจูบกลีบปากนุ่มย้ำๆ อยู่หลายที ก่อนจะปล่อยให้เธอซุกซบอยู่บนแผงอกดังเด
“แต่ว่า...”เมื่อคนเป็นภรรยาอ้าปากจะแย้งมาอีก ชายหนุ่มก็รีบสกัดด้วยปลายนิ้วโป้ง แล้วก้มลงไปจูบหนักๆ ก่อนจะเอ่ยย้ำให้เธอเชื่อมั่น“คุณสวยที่สุดชายา มีลูกแล้วก็ยังเซ็กซี่สุดๆ มั่นใจในตัวเองหน่อย ว่าคุณเอาผมอยู่แน่นอนทูนหัว”“จริงนะคะ” ชายิกาชักเสียงอ่อยเบา“จริงสิครับ ผมจะโกหกคุณไปเพื่ออะไร คุณเป็นเมียและเป็นแม่ที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุดแล้ว”เควินบอกพลางคลี่ยิ้มละมุนส่งให้ และจูบหน้าผากเนียนเกลี้ยงเกลาย้ำให้เธอมั่นใจไปหนักหน่วงหนึ่งที แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ แม่เมียรักจูบปากหยักได้รูปของเขาตอบกลับมาแผ่วๆ แล้วลากไล้กลีบปากนุ่มๆ ไปตามข้างแก้มสากไรหนวด ก่อนคุณเธอจะกระซิบใส่หูมาเบาๆ“ห้ามมีผู้หญิงอื่นนะคะ คุณอยากได้อะไรบอกชายา สอนชายานะคะ”คนเป็นสามีกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ลมหายใจก็ชักสะดุดขาดเป็นห้วงๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว แค่ได้เห็นหุ่นนาฬิกาทรายแสนอวบอิ่มนี้เขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปทั้งตัวได้อยู่แล้วรูปร่างของภรรยาสาวไม่ได้เผละอย่างที่เธอพูดสักนิด เพียงแต่อวบอัดขึ้นอีกนิด สะโพกผายกับทรวงอกผลิงามนั้นมันทำให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนขึ้นอีกจมเลยต่างหากเควินกำลังจะอ้าปากบอกสิ
ทว่ายังไม่ถึงสิบนาทีเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อประตูห้องน้ำถูกผลักเปิดออกชนิดไม่เคาะบอกกล่าวใดๆ และร่างสูงใหญ่ของสามีก็ก้าวเอื่อยๆ เข้ามา ไม่ต้องถามว่าเขาเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไรทั้งที่เธอล็อกประตูเอาไว้ดิบดี พวงกุญแจที่เขาโยนไปไว้บนชั้นตรงอ่างล้างหน้าเป็นคำตอบได้ดีอยู่แล้ว เรือนกายกำยำยังอยู่ในชุดสูทที่กลับมาจากงานเลี้ยง เพียงแต่เหลือแค่สแล็กเนื้อดีกับเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมทุกเม็ด อวดมัดกล้ามเป็นลอนสวยให้ภรรยาสาวได้ยลกันจะจะตา ในมือมีแก้วเหล้าทรงสวยที่น้ำสีอำพันถูกจิบจนพร่องไปเหลือแค่ค่อนแก้ว เขาก้าวมานั่งตรงมุมอ่างอาบน้ำที่เธอกำลังนอนแช่อยู่ แล้วเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเรียบๆ“คิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยไหม”“คุยอะไรล่ะคะ ชายาจะอาบน้ำ”ตอบเสร็จเธอก็มองเมินไปด้านข้าง พร้อมกับขยับปลายเท้าเข้ามาชิดอกและเบียดร่างเข้าหากัน เพราะขณะนี้เธอยังไม่ได้ลงครีมอาบน้ำตีฟอง น้ำในอ่างมันจึงยังใสแจ๋ว จริงอยู่ที่สามีเคยเห็นมาจนไม่รู้จะเห็นอย่างไรแล้ว แต่เวลาเขากวาดตาคมกริบมองราวกับจะกลืนกินเช่นนี้ เธอก็รู้สึกกระดากอายมันทุกครั้งนั่นแหละ ชายิกาเอื้อมมือจะไปหยิบขวดครีมอาบน้ำ หากสามีก็มือไวกว่าฉวยมันโยนท







