เงารักข้างกาย

เงารักข้างกาย

last updateLast Updated : 2026-07-19
By:  ลลินโรสUpdated just now
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
6Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“เขารักเธอหมดทั้งใจ แต่เธอเลือกทำร้ายเขา เพื่อปกป้องคนที่เธอรักมากที่สุด หลายปีต่อมา โชคชะตาพาพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้ง ในสถานะที่ไม่มีชื่อเรียก รักนี้ จะปล่อย หรือจะคว้า แม้หัวใจต้องแตกสลายอีกรอบ”

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 แสงที่ยังส่องในความมืด

งานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เหล่าบรรดาไฮโซทั้งหลายมาร่วมงานในชุดที่สวยงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงกระซิบและหัวเราะเบาๆ ทันทีที่เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงและไฟส่องสว่างไปยังเวที ผู้ชมทุกคนต่างตั้งใจจับตามอง บรรดานางแบบนายแบบในชุดเครื่องเพชรสุดอลังการเดินออกมา ทุกก้าวที่พวกเขาก้าวเดินนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในขณะที่ผู้ชมต่างพูดคุยกันถึงความงามของเครื่องเพชรนั้น ไฟบนเวทีปรับเป็นโทนอุ่น ก่อนจะส่องไปยังร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ปรากฏตัวอย่างสง่างามที่สุดในค่ำคืนนี้

          เมธาวีในชุดเดรสสีขาวงาช้าง ประดับเครื่องเพชรมูลค่าหลายสิบล้าน ก้าวออกมาอย่างนุ่มนวล ด้วยท่วงท่าและสายตาที่เฉียบคมและเยือกเย็นดั่งนางพญา เสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพดังไม่หยุด แต่ไม่มีอะไรสั่นคลอนเธอได้ เธอเดินบนรันเวย์ด้วยความมั่นใจ ทว่า ในใจกลับเต้นแรงกว่าทุกครั้ง

“เขาอยู่ตรงนั้น อย่ามอง อย่ามองเด็ดขาด” แต่ถึงอย่างนั้น ขาของเธอกลับเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว

ภายใต้แสงไฟที่เบื้องล่างของเวที ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำคลาสสิก นั่งอยู่กลางแถวหน้าสุด ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังร่างของเธอไม่กะพริบ

          กันต์กวี จิรโชติ ชื่อที่เธอพยายามลืมมาตลอด แต่หัวใจยังคงเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยิน

          แวบหนึ่งที่สายตาทั้งสองสบกัน หญิงสาวรู้สึกขาเหมือนจะอ่อนลงชั่วขณะ ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่เธอเดินต่อไปด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ขณะที่มือของกันต์กวีที่นั่งแถวหน้าบีบเก้าอี้แน่นจนข้อนิ้วซีด แววตาของเขายังคงจ้องมองเธออย่างแน่วแน่ ผสมปนเปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ไม่ใช่แค่เครื่องเพชรที่ส่องแสงระยิบระยับบนตัวเธอเท่านั้น แต่เธอเองต่างหาก ที่เป็นแสงเดียวในสายตาของเขา

          ชั่วขณะที่เธอเดินถึงปลายเวที “แค่นี้แหละ แค่ได้เห็นว่าเธอสบายดีอยู่ก็พอ” เสียงในใจของเขาดังขึ้น ขณะที่ผู้หญิงข้าง ๆ กระซิบแผ่ว “นางแบบคนนั้นสวยจัง” กันต์กวีได้ยินแต่ไม่สนใจ สายตายังจับจ้องเธอไม่วาง

ขณะที่เธอหันหลังกลับ ผู้ชมรอบด้านปรบมืออย่างกึกก้อง เป็นการพบกันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน แต่ไม่ใช่ด้วยคำพูด ไม่ใช่ด้วยการสัมผัส เป็นเพียงสายตาที่ทั้งอ่อนโยน ทั้งโหยหา

ม่านหลังเวทีเปิดออกอย่างนุ่มนวล ดีไซเนอร์สาวเจ้าของคอลเลกชันปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มเขินอายในชุดเรียบหรู เธอเดินจับมือนางแบบคนสำคัญอย่างเมธาวี พร้อมบรรดานายแบบนางแบบที่ทยอยเดินตามออกมา เสียงชื่นชมดังก้องทั่วฮอลล์ แสงแฟลชสาดวาบราวกับฝนดาวตก

 เมื่อพิธีกรขอสัมภาษณ์ถึงแรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้ ดีไซเนอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งและจริงใจ ก่อนจบด้วยถ้อยคำขอบคุณที่แสนอบอุ่น ทันใดนั้น ร่างสูงของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างมั่นใจ เขาคือ คิมหันต์ รุ่งเรืองไพศาล ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก ถือช่อดอกไม้สองช่อในมือ แววตาเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจและอ่อนโยน

          “ขออนุญาตมอบช่อดอกไม้ให้พี่นิและคุณเมย์นะครับ” เสียงของเขาดังฟังชัด เขายื่นช่อหนึ่งให้ดีไซเนอร์พี่สาวของตัวเอง ก่อนจะหันไปหาเมธาวีอีกครั้ง สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความชื่นชม ช่อดอกไม้ถูกยื่นให้เธออย่างอ่อนโยน

          “วันนี้พี่นิภูมิใจมาก แต่ผมว่าคนที่ทำให้คอลเลกชันนี้สมบูรณ์คือคุณนะ”

          เมธาวีรับช่อดอกไม้ ยิ้มบาง “ขอบคุณค่ะคุณคิม แต่คุณนิต่างหากที่เป็นหัวใจของคืนนี้”  เสียงปรบมือค่อย ๆ เบาลงเมื่อม่านปิด เมธาวีเดินลงจากเวที ขาแทบลอยด้วยความเหนื่อยล้า จิรายุรีบคว้าแขนประคองทันที   “ระวังนะเมย์ เพชรหนักขนาดนั้น” เขาพูดเบา ๆ พร้อมยิ้มกังวล  เธอพยักหน้าช้า ๆ แต่สายตายังคงว่างเปล่า  ราวกับวิญญาณยังค้างอยู่บนรันเวย์

รถยนต์สีดำเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมหรูค่อย ๆ ฝนโปรยปรายทำให้ถนนเปียกชื้น  เอกภพนั่งหลังพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า จิรายุเอนตัวเล็กน้อย เขาดูผ่อนคลาย มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือที่แสงหน้าจอส่องให้เห็นสีหน้าของเขาชัดเจนขึ้นในความมืด เขาไถฟีดข่าวบันเทิงไปพลาง ขณะสายตาเหลือบอ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ ด้วยรอยยิ้มกึ่งเหนื่อยล้า

เบาะหลัง เมธาวีนั่งนิ่งช่อดอกไม้ที่เพิ่งได้จากเวทีวางข้างตัว ดอกไม้เหล่านั้นยังสดใหม่ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ เธอเอนศีรษะพิงกระจกเย็นเยียบ ปล่อยให้ความเย็นนั้นช่วยกล่อมจิตใจที่ยังไม่สงบให้ผ่อนคลาย ลมหายใจของเธอแผ่วเบา แต่ลึกเหมือนคนที่ใช้พลังอย่างมากไปกับสิ่งที่ไม่มีใครเห็น

          “ไม่อยากจะเชื่อว่าแฟนคลับยังไม่หยุดดราม่านักแสดงซีรีส์เราเลย” จิรายุเอ่ยขึ้นขณะเลื่อนนิ้วผ่านหน้าจอ “ทั้งที่ก็ปล่อยตัวอย่างไปแล้วนะ เคมีสองคนนั้นดีจะตาย” 

เอกภพถอนหายใจเบาๆ “ปล่อยเขาไปเถอะยุ เดี๋ยวพอออนแอร์จริงก็หายกันหมดนั่นแหละ คนเราน่ะ ตัดสินจากภาพนิ่งตลอด” เขาหันไปมองจิรายุแวบหนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองกระจกมองหลัง เขาเห็นเงาของน้องสาวที่นั่งเงียบอยู่เบาะหลัง เมธาวียังคงนิ่ง ร่างกายแทบไม่ขยับ ไม่มีแม้แต่ท่าทีจะหยิบมือถือขึ้นมาดู ราวกับหลุดออกจากโลกตรงหน้าไปแล้ว

“เมย์เป็นอะไรหรือเปล่า” เขาถามด้วยน้ำเสียงแผ่ว

 หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวออกจากหน้าต่าง เธอกลับมานั่งตรง มือประสานกันไว้บนตัก ดวงตาที่เคยมองออกไปนอกหน้าต่างตอนนี้หลุบลงอย่างสงบ “แค่คิดอะไรนิดหน่อยค่ะ” เธอพูดเสียงเรียบ ไม่หลบไม่หลีก แต่ไม่เปิดเผย เอกภพยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับโดยไม่หันไปมอง “ปกติเวลาคิดอะไรนิดหน่อยของแกมักจะเงียบจนพี่กับยุเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ”

          จิรายุหันกลับไปมองเมธาวี พลางยิ้มอย่างรู้ทัน “มีใครกวนใจไหมหรือว่าเพชรที่เดินวันนี้มันหนักจนต้องแบกไว้ในใจ”   เมธาวียิ้มบาง ดวงตาที่หม่นอยู่ก่อนหน้านั้นเหมือนจะมีแสงสะท้อนเล็กน้อยจากคำพูดของชายหนุ่ม แต่เธอก็ยังไม่ตอบ

          “หรือเป็นเพราะเขา” เอกภพถามเบา ๆ แต่หนักแน่นพอจะทำให้ความเงียบที่เมธาวีสร้างขึ้นแตกกระจาย

          หญิงสาวชะงักเล็กน้อย “แค่บางอย่างที่เราเคยพยายามทิ้งไว้ข้างหลัง” เสียงของเธอเบาจนแทบหลอมรวมกับเสียงฝน “บางอย่างที่เราหลอกตัวเอง บางอย่างที่บอกให้ลืมซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางอย่างมันก็ไม่ยอมถูกทิ้งจริงๆ สักที” เธอนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ “บางที เราก็เหมือนเพชรที่เดินบนเวทีวันนี้นั่นแหละ”

เอกภพหันมามองแวบหนึ่ง “หมายถึงสวยแต่หนัก”  เมธาวียิ้มมุมปาก “ไม่ใช่ หมายถึงต่อให้ถอดออกแล้ว ยังมีรอยกดทับที่คออยู่เลย”   จิรายุมองผ่านกระจกมองหลัง “รอยนั้น ลบได้ด้วยเวลาไหม”  เมธาวีถอนหายใจ “ถ้าลบได้ เมย์คงไม่ต้องใส่สร้อยเส้นใหม่ทุกวันหรอกค่ะ”

          จิรายุหันกลับมานั่งตรง มือที่เคยถือมือถือค่อย ๆ วางลงบนตัก เสียงฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง “ความทรงจำมันก็เหมือนเพชรนั่นแหละ ต่อให้เราไม่มองมันก็ยังส่องแสงอยู่ดี”

          เมธาวีเหลือบตาขึ้นมองเขาอีกครั้ง ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ ปิดลงอย่างช้า ๆ เธอเพียงอยากปล่อยให้เสียงลมหายใจและความทรงจำในอดีตหลอมรวมไปกับถนนสายยาวข้างหน้า ในที่สุดรถคันสีดำก็ค่อย ๆ จอดสนิทที่ลานจอดรถคอนโดสูงกลางเมือง เสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงความเงียบ และเสียงฝนที่ยังโปรยเบา ๆ ทุกคนเดินขึ้นลิฟต์เงียบ ๆ จนถึงหน้าห้องที่เรียงติดกัน เมธาวี เอกภพ และจิรายุ พวกเขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องของเธอ

          “แปะ แปะ” เอกภพกับจิรายุตบบ่าเธอ ด้วยสัมผัสนุ่มนวลพร้อมกัน สัมผัสนั้นไม่ได้เบาจนไร้น้ำหนัก แต่ก็ไม่แรงจนเกินไป มันพอดี พอดีที่จะปลอบใจ พอดีที่จะบอกว่า “เราอยู่ตรงนี้นะ” เมธาวีหันไปมองช้า ๆ แสงไฟสะท้อนดวงตาเธอเป็นประกายจาง ๆ ริมฝีปากที่เคยนิ่งค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่อ่อนโยน ไม่ใช่ยิ้มเพื่อปกปิดความรู้สึก แต่เป็นยิ้มจากการรับรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว

          เธอไม่พูดอะไร และพวกเขาก็ไม่คาดหวังคำใด ๆ บางทีความเข้าใจที่แท้จริง ก็ไม่ต้องการคำอธิบาย เอกภพยักคิ้วให้เธอเล็กน้อย จิรายุพยักหน้าช้า ราวกับจะบอกว่า “พักผ่อนนะ” แล้วจึงเดินไปที่ประตูห้องของตัวเอง

          ประตูห้องเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงคลิกเบา ๆ ตามหลัง เป็นเสียงที่เธอได้ยินจนคุ้นเคย แต่มันก็ยังทำให้เธอรู้สึกเหมือนประตูปิดกั้นอะไรบางอย่างไว้ข้างหลัง อีกโลกหนึ่ง ที่ตอนนี้ไม่มีใครตามเธอเข้ามา ความเหนื่อยล้าที่พกมาทั้งวัน ค่อย ๆ ละลายไปในแสงสลัวของห้อง และเสียงตบบ่าเบาๆ ที่ยังสะท้อนในหัวใจ

          แสงไฟสีอบอุ่นจากหลอดไฟเปิดขึ้นครึ่งเดียว เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเดินตรงไปยังโซฟาตัวเดิมในมุมโปรดทุกก้าวที่เดินเหมือนหนักกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะรองเท้า แต่เพราะความรู้สึกที่ยังคงค้างอยู่ในอก เธอเอนตัวลงกับพนักพิง ปล่อยให้ทั้งร่างจมหายไปกับโซฟานุ่ม ๆ เสียงแฟลช เสียงปรบมือ สายตานับร้อยที่เคยมองเธอ ทุกอย่างหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง กับความคิดถึงที่ไม่เคยจางหาย

“คุณยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย” เธอเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย มือเรียวเลื่อนขึ้นแตะลำคอ จุดที่เคยมีสร้อย และสัมผัสของเขา “ทำไมยังลืมไม่ได้สักที” เสียงกระซิบในลำคอ ก่อนกอดมือถือแนบอก น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงเงียบ ๆ “ถ้าพรุ่งนี้เจอกันอีก ฉันจะเดินผ่านไปได้ไหม” เธอถามตัวเองเบา ๆ ก่อนหลับตาลง

เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานบอกเวลา 00:47 และหน้าจอแท็บเล็ตที่เปิดค้างไว้ ภาพถ่ายของหญิงสาวปรากฏอย่างคมชัด เธอกำลังเดินอยู่บนเวที โอบล้อมด้วยแสงไฟและผู้คน แต่กลับดูเหมือนโดดเดี่ยว ริมฝีปากเธอแต้มรอยยิ้มบาง แววตาคงที่เหมือนฝึกมาหลายพันครั้ง แต่กันต์กวีกลับมองทะลุความมั่นใจเหล่านั้น มองเห็นบางสิ่งที่ไม่มีใครสังเกต

          ร่างสูงนั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังตัวโปรดเท้าศอกข้างหนึ่งบนโต๊ะ เขาเลื่อนภาพไปอีกภาพช้า ๆ ราวกับไม่อยากเร่งรีบ “ยังเหมือนเดิมเลยนะ ไม่เปลี่ยนเลย” เขาพึมพำเบา ๆ กับหน้าจอ ก่อนยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้า ๆ มือถือถูกหยิบขึ้นอีกครั้ง นิ้วเลื่อนไปที่ชื่อ “น้องเมย์”

“ถ้าพี่พิมพ์ไปตอนนี้ เมย์จะอ่านไหม” เขาพูดกับตัวเอง มองชื่อนั้นนาน ก่อนวางมือถือลง กันต์กวีหลับตา เอนตัวพิงเก้าอี้ “แค่เห็นเธอเดินผ่านไปแค่นั้น ก็พอแล้วจริงๆใช่ไหม” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนปิดไฟห้องทิ้งไว้เพียงแสงจากหน้าจอที่ยังค้างภาพของเธอ “พรุ่งนี้ ถ้าเจอกันอีกครั้ง ฉันจะปล่อยเธอเดินจากไปอีกครั้งได้จริง ๆ หรือ” กันต์กวีถอนหายใจยาว ก่อนปล่อยให้ความมืดกลืนกินทุกอย่าง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
6 Chapters
ตอนที่ 1 แสงที่ยังส่องในความมืด
งานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรเต็มไปด้วยบรรยากาศหรูหรา เหล่าบรรดาไฮโซทั้งหลายมาร่วมงานในชุดที่สวยงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงกระซิบและหัวเราะเบาๆ ทันทีที่เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงและไฟส่องสว่างไปยังเวที ผู้ชมทุกคนต่างตั้งใจจับตามอง บรรดานางแบบนายแบบในชุดเครื่องเพชรสุดอลังการเดินออกมา ทุกก้าวที่พวกเขาก้าวเดินนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในขณะที่ผู้ชมต่างพูดคุยกันถึงความงามของเครื่องเพชรนั้น ไฟบนเวทีปรับเป็นโทนอุ่น ก่อนจะส่องไปยังร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ปรากฏตัวอย่างสง่างามที่สุดในค่ำคืนนี้ เมธาวีในชุดเดรสสีขาวงาช้าง ประดับเครื่องเพชรมูลค่าหลายสิบล้าน ก้าวออกมาอย่างนุ่มนวล ด้วยท่วงท่าและสายตาที่เฉียบคมและเยือกเย็นดั่งนางพญา เสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพดังไม่หยุด แต่ไม่มีอะไรสั่นคลอนเธอได้ เธอเดินบนรันเวย์ด้วยความมั่นใจ ทว่า ในใจกลับเต้นแรงกว่าทุกครั้ง“เขาอยู่ตรงนั้น อย่ามอง อย่ามองเด็ดขาด” แต่ถึงอย่างนั้น ขาของเธอกลับเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัวภายใต้แสงไฟที่เบื้องล่างของเวที ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำคลาสสิก นั่งอยู่กลางแถวหน้าสุด ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังร่างของเธอไม่กะพริบ กันต์กวี จิรโชติ ชื่อท
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more
ตอนที่ 2 ข่าวลือ
รุ่งเช้าหลังเหตุการณ์บนรันเวย์ที่กลายเป็นไวรัลเพียงข้ามคืน วงการบันเทิงทั้งในจอและออนไลน์ พากันเปิดหัวด้วยเรื่องเดียวกัน นักธุรกิจหนุ่มหล่อเจ้าของอาณาจักรหมื่นล้าน มอบช่อดอกไม้ให้เมธาวี ศุภเวศ นางเอกสาวชื่อดัง ท่ามกลางสายตาของผู้ไปร่วมงานรายการสดโทรทัศน์โทรมาเพื่อจองคิวนัดสัมภาษณ์แทบไม่ขาดสาย โทรศัพท์ของเอกภพ ผู้เป็นพี่ชายและผู้จัดการส่วนตัวของเมธาวี ก็ไม่เคยเงียบลงเลย เสียงเรียกเข้าแทบจะประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจ“ขอสัมภาษณ์ครับ ขอคิวด่วน น้องเมย์จะมาเล่าไหมว่าความสัมพันธ์เป็นยังไง”“อยากให้เธอขึ้นรายการเช้าเลยค่ะ คนดูรออยู่”หลายสำนักข่าวพาดหัวแรง “นางเอกดังตกถังข้าวสาร” ขณะที่ภาพรอยยิ้มทั้งหน้าของเมธาวีในวินาทีนั้น ก็ถูกแชร์กันว่อนอินเทอร์เน็ตดวงตาเธอเปล่งประกายจนแทบกลายเป็นไวรัล บางกระแสว่าเป็นแค่โปรโมตงาน บางคนกลับเชื่อว่านี่อาจเป็นการเปิดตัวกลายๆ ของคู่รักหมื่นล้าน ทางด้านแฟนคลับเธอฮือฮากันทั้งโซเชียล และประกาศจะสนับสนุนเธอเหมือนเดิมในห้องนั่งเล่นของคอนโด เมธาวีนั่งนิ่ง ไถหน้าจอโทรศัพท์ เอกภพนั่งเอนตัวพิงเก้าอี้ ถอนหายใจยาวจนจิรายุที่นั่งข้างๆ หันมามอง“เมย์ นี่มึ
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more
ตอนที่ 3 ซีรีส์เรื่องใหม่
           ณ สตูดิโอใจกลางเมือง กองถ่ายคึกคักด้วยทีมงาน ช่างภาพ สไตลิสต์ และนักข่าวที่มาร่วมงานโปรโมตซีรีส์ พันธะรักของมาเฟีย การถ่ายภาพดำเนินไปอย่างราบรื่น จนถึงเซตสุดท้ายของคู่พระเอก “ภูบดินทร์ อัครโชติ” และนายเอก “วินภัทร ธีระการ”          ทีมงานที่อยู่รอบเซตถ่ายภาพเริ่มรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดเมื่อช่างภาพหยุดการถ่ายภาพชั่วคราว ช่างภาพขมวดคิ้วมองภาพในกล้อง “ภู วิน ขยับเข้าใกล้กันอีกนิดสิ สายตายังไม่ถึง”วินภัทรยิ้มเกร็ง มือกำขอบเสื้อแน่น “ขอโทษครับ ผมตื่นเต้น กล้องเยอะจนลืมตัว”          “มิว” สไตลิสต์หนุ่มก้าวเข้ามาแทรกความเงียบ เขาถือผ้าคลุมไหล่ในมือพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้วินภัทร ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “วิน ผ่อนคลายหน่อยสิ นายดูเหมือนหุ่นในร้านเสื้อผ้าแล้ว หรือเขินพี่ภูจนตัวแข็ง”วินภัทรหัวเราะเขินๆ “พี่มิว อย่าแซวสิครับ ผมพยายามอยู
last updateLast Updated : 2026-07-13
Read more
ตอนที่ 4 แก้ข่าวลือและบวงสรวงซีรีส์
         ในขณะที่หญิงสาว ซึ่งนั่งนิ่งกำลังคิดอะไรเพลินๆ เอกภพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังจิบเครื่องดื่มอยู่ สังเกตท่าทางนั้นได้ทันที เขาวางแก้วน้ำลงอย่างเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม         “เมย์ คิดอะไรอยู่ นั่งนิ่งเซียวเลย” เสียงเรียกทำให้หญิงสาวหลุดจากห้วงความคิด เธอหันไปสบตาพี่ชาย ก่อนจะมองไปยังจิรายุที่นั่งอยู่ข้างกัน หญิงสาวสูดลมหายใจ “พวกพี่คิดว่ามีคนจงใจเล่นข่าวเมย์หรือเปล่า” ทั้งเอกภพและจิรายุหันไปสบตากันในทันที สีหน้าของทั้งคู่บ่งบอกว่าคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ          “เมย์รู้สึกแปลกๆ มาสักพักแล้ว เหมือนข่าวลือพวกนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มีคนอยู่เบื้องหลัง” เมธาวีพูดน้ำเสียงหนักแน่นจิรายุขมวดคิ้ว “ถ้ามีคนกล้าทำแบบนี้จริง คงมีแค่กลุ่มเดียวที่ทำได้”“พวกเหี้ยนั่นแหละ” เอกภพแทรกทันทีสายตาแข็งกร้าว “คิดว่าแม่เป็นเจ้าของสื่อ จะเห่าใส่ใครก็ได้”      &
last updateLast Updated : 2026-07-14
Read more
ตอนที่ 5 พรีเซนเตอร์คนใหม่
แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องทำงานของเมธาวีที่ตกแต่งอย่างมีรสนิยม ผสานความอบอุ่นแบบโฮมออฟฟิศและความทันสมัย เธอเงยหน้าขึ้นเมื่อเสียงประตูดังขึ้นเบาๆ เอกภพเดินเข้ามา ถือแท็บเล็ตและใบหน้าที่บ่งบอกว่ามีเรื่องสำคัญ “ข่าวดี มีคนอยากได้ตัวแกเป็นพรีเซนเตอร์รถยนต์นำเข้า” เขาทิ้งตัวลงบนโซฟา “บริษัทในเครือรุ่งเรืองไพศาลกรุ๊ปของคุณคิมหันต์นั่นแหละ” เมธาวีเลิกคิ้ว วางแท็บเล็ตลง แล้วเอนตัวพิงเก้าอี้ “รถยนต์ มีบรีฟมาแล้วหรือยัง” “พรุ่งนี้พี่จะเข้าไปคุยเรื่องสัญญา ผลตอบแทน ขอบเขตงาน” เอกภพยื่นแท็บเล็ตให้เธอ “ถ่ายโฆษณา แล้วก็ออกอีเวนต์เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 3 งานใหญ่ในปีนี้” “เพิ่มเงื่อนไขเรื่องวันถ่ายงานและจำนวนอีเวนต์ในสัญญาด้วยนะพี่” เมธาวีพูดเสียงเรียบ “ไม่อยากให้ตารางงานรวน” เอกภพยิ้มมุมปาก “ถามจริงๆ นะ แกไม่คิดอะไรกับคุณคิมหันต์จริงๆ เหรอ เขาส่งดอกไม้มาให้วันเปิดตัวซีรีส์ แฟนคลับยังจิ้นกันกระจาย”“ไม่แน่นะ ถ้าคิดดีๆ แกอาจจะตกถังข้าวสารเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนั้น สบายไปทั้งชาติ”เมธาวีหันไปมองพี่ชายด้วยสีหน้าที่บ่งบอกชัดว่
last updateLast Updated : 2026-07-18
Read more
ตอนที่ 6 วางแผน
ในแชทกลุ่มข้อความเด้งรัวขึ้นภานุวัฒน์: อีเซี้ย กูนึกว่าจะมีแขกต่อยกับเจ้าของงานซะแล้วธนาธร: ไหนๆๆ อาการมันเป็นยังไง มึงเล่ามาดิ๊ภานุวัฒน์: ตอนคิมหันต์ขึ้นไปบนเวทียืนข้างคุณเมย์นะ มันจ้องเขาไม่วางตาเลย เหมือนจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้ของกูธนาธร: โห แล้วแขกคนอื่นไม่รู้สึกเหรอวะภานุวัฒน์: ไม่ ทุกคนมัวแต่จ้องเวทีอยู่ ไม่มีใครสนใจหรอกธนาธร: เสียดายฉิบ กูไม่น่าติดเคสด่วนเลย กูอยากเห็นหน้ามันตอนนั้น มึงน่าจะถ่ายรูปมาให้กูดูหน่อยภานุวัฒน์: ไม่ทัน มันเร็วมาก แป๊บเดียวจริงๆธนาธร: แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องล่ะ เราเม้าท์กันขนาดนี้ มันยังเงียบอยู่ได้ภานุวัฒน์: แต่ขึ้นผู้อ่านครบนะ แสดงว่ามันอ่านแล้วธนาธร: มันสุ่มเหรอวะ 555 เรียกมันเลยธนาธร: กันต์ภานุวัฒน์: กันต์หน้าจอสว่างวาบเมื่อชื่อของเขาถูกเรียกซ้ำไปมา ทำให้กันต์กวีจำเป็นจะต้องตอบคำถามเพื่อนสนิททั้งสองคนกันต์กวี: พวกมึงเรียกอะไรกันนักหนา กูแค่ขี้เกียจคุยธนาธร: แล้วมึงจะเอายังไงวะ ถ้ามึงไม่รีบกูว่าคนอื่นตัดหน้ามึงแน่
last updateLast Updated : 2026-07-19
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status