LOGIN“เปล่าค่ะ ไม่ได้นินทา แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับพี่เลย” น้ำเสียงของเธอเด็ดเดี่ยว ผิดจากสายตาที่เลิ่กลั่ก นั่นทำให้อีกฝ่ายจับผิดได้อย่างง่ายดาย
“งั้นเหรอ…แต่สายตาเธอมันฟ้องว่ากำลังคิดเรื่องฉัน หรือว่าทั้งหมดมันเป็นแผนของเธอ เธอโกรธเรื่องเมื่อคืนจนยุให้คุณย่าทำโทษฉันใช่ไหม”
“เปล่านะคะ ฝนไม่ได้ทำอย่างนั้น”
“ไม่ได้ทำแล้วทำไมคุณย่าถึงเล่นงานฉันอย่างนี้ล่ะ แถมยังส่งเธอไปเป็นก้างขวางคอฉันอีกด้วย”
“พูดอย่างนี้แสดงว่าพี่จะขัดคำสั่งคุณหญิง?”
“ใช่! ฉันจะพาอลิซไปด้วย แล้วฉันก็จะสั่งให้เธอปิดปากเงียบ ห้ามบอกเรื่องนี้กับคุณย่าเด็ดขาด ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคุณย่า ฉันจะจัดการเธอแน่แม่กาฝาก” คนพูดชี้หน้าเธออย่างเอาเรื่อง แถมยังเดินเข้ามาใกล้อีกด้วย จนปลายฝนต้องถอยหลังอย่างช้า ๆ
“ฝนไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น จะถือเอาคำสั่งคุณหญิงเป็นหลัก ถ้าพี่ทัตอยากจะทำอย่างนั้นก็เชิญตามสบายเลยค่ะ เพราะคนที่จะเดือดร้อนยังไงก็ไม่ใช่ฝนอยู่ดี” ถึงอย่างไรเธอก็จะทำตามคำสั่งของคุณหญิงอย่างเคร่งครัด
“เธอกำลังท้าทายฉัน” สีหน้าคนพูดเริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ แววตาราวกับพญาเหยี่ยว ที่กำลังจะโฉบบินลงมาตะครุบเหยื่อเสียอย่างนั้น ทว่าปลายฝนทำเป็นใจดีสู้เสือต่อหน้าเขา
“ไม่ได้ท้าทายค่ะ แต่กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง ฝนไม่ชอบโกหกใคร โดยเฉพาะคนที่มีพระคุณอย่างคุณหญิง”
“ได้! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน คิดเหรอว่าไปที่นั่นเธอจะอยู่อย่างมีความสุข”
“ฝนก็ไม่คิดว่ามันจะมีความสุขอยู่แล้วค่ะ”
“ทำใจไว้แล้วงั้นสิว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“คงงั้นมั้งคะ”
“ยิ่งโตยิ่งดื้อ เถียงคำไม่ตกฟาก”
“ก็เหมือนพี่ทัตนั่นละ ที่ชอบฝ่าฝืนคำสั่งของคุณหญิง ทั้งที่รู้ว่าท่านไม่ชอบ”
“ปลายฝน! เธอนี่มัน…” เขาโกรธจนริมฝีปากสั่นระริก ถลึงตาจ้องมองอีกฝ่ายปานจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนาคว้าแขนเรียวกำไว้แน่น จนเจ้าหล่อนทำหน้าเหยเกด้วยความรู้สึกเจ็บ
“ปล่อยค่ะฝนเจ็บ”
“ฉันก็ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้น เจ็บจะได้จำ และรู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง”
“คนที่มีสิทธิ์สั่งว่าฝนควรทำตัวยังไงมีเพียงสองคนเท่านั้น ก็คือคุณหญิงและคุณอังกาบเท่านั้น”
“ใช่สิ! เพราะเธอมันเป็นพวกชอบเลียแข้งเลียขาอยู่แล้วนี่ ทำตัวให้คุณย่ากับคุณแม่รัก เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง หวังจะกลายเป็นหนูตกถังข้าวสารสินะ ฉันจะบอกให้เอาบุญ ว่าเธอไม่มีวันทำมันสำเร็จหรอก เพราะฉันจะไม่ให้เธอได้สิ่งที่ต้องการ”
“ไปกันใหญ่แล้ว ฝนไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ไม่เคยคิดว่าจะไปยุ่งเรื่องสมบัติของพวกคุณเลย ฝนแค่ต้องการตอบแทนพระคุณเท่านั้น”
“ฉันจะคอยดูว่าเธอจะทำได้อย่างที่พูดไหม”
“ฝนก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้พี่คิดอย่างนั้น แต่การที่พี่ไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ควรจะมีความคิดที่มันเป็นผู้ใหญ่กว่านี้นะคะ คุณหญิงท่านก็หวังให้พี่เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน”
“นี่เธอกำลังว่าฉันไม่มีความคิด”
“ไม่ได้ว่าค่ะ แค่เตือนสติ”
“มันจะมากไปแล้วนะปลายฝน!” กันติทัตโกรธมากจนใบหน้าแดงก่ำที่ถูกหยามเกียรติซึ่ง ๆ หน้า ได้แต่บีบแขนเรียวนั้นแรง ๆ เพราะทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ทว่าจู่ ๆ ความคิดด้านมืดก็ผุดขึ้นในหัว หาทางทำให้เธอรู้สึกเจ็บใจ ขณะที่เจ้าหล่อนกำลังดิ้นรน เพื่อจะหลุดออกมาจากกรงเหยี่ยว ใบหน้าคมก็ค่อย ๆ โน้มลงมาอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ เมื่อปลายจมูกสัมผัสกับต้นคอ ทำให้ได้กลิ่นกายอันหอมเอกลักษณ์ จนไม่อาจห้ามสิ่งที่กระทำอยู่ได้
“พะ…พี่ทัตจะทำอะไร” เจ้าหล่อนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ไม่นึกว่าฝ่ายชายจะฉวยโอกาสเธออย่างนี้ มันไม่เคยอยู่ในความคิดเธอมาก่อนเลย
เขาไม่พูดอะไร ยังคงซุกไซ้ใบหน้าที่ซอกคอขาวอย่างสนุกสนาน มือหนาเลื้อยลูบไล้บนแผ่นหลังขาวเนียนผ่านเสื้อตัวบาง เพื่อไม่ให้เจ้าหล่อนหลุดหนีไปไหนได้
ยิ่งได้สูดกลิ่นสาวนานเท่าไหร่ ฮอร์โมนแห่งความเป็นชายก็ยิ่งหลั่งออกมาเท่านั้น เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงคนอื่นนอกจากอลิชา มันเกิดอารมณ์จนห้ามตัวเองไม่ได้
“พี่ทัตปล่อย!”
ปลายฝนพยายามดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ก่อนจะทำมันสำเร็จจนได้ แล้วง้างมือฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อนั่นสุดแรง น้ำตาแห่งความเสียใจไหลหลั่งลงมาเป็นทาง เสียใจที่เขาเป็นสุภาพบุรุษกับผู้หญิงคนอื่น แต่กับเธอมันไม่ใช่เลย
เพี๊ยะ!
“เลวที่สุด” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็รีบวิ่งหนีออกไป
กันติทัตได้แต่มองตามหลัง พลางยกมือขึ้นมาลูบแก้มตัวเองที่ยังคงรู้สึกชา กลิ่นกายของเธอยังคงหอมกรุ่นไม่จางหาย ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา เมื่อรู้ตัวว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษ ทว่าความคิดหนึ่งกับฉายแวบขึ้นมาในหัว ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นมา เมื่อคิดหาทางเล่นงานเจ้าหล่อนให้รู้สึกเจ็บใจได้
“ฉันรู้แล้วว่าจะทำยังไง ให้เธอกลัวคนอย่างฉันแม่กาฝาก หึ ๆ”
“อย่ามากล่าวหากันนะ พี่ไม่ได้วางแผนสักหน่อย อีกอย่างใครจะบ้ามาทำอะไรตรงนี้ หรือว่า...เราชอบเอาท์ดอร์” เขากระซิบบอกข้างใบหูปลายฝนหน้าแดงก่ำ รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า“บ้า! ใครจะไปชอบแบบนั้นเหมือนพี่กันล่ะ”“อายอย่างนี้แสดงว่า...เธอคิดใช่ไหมว่าพี่จะทำอะไร แสดงว่าคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องโดน”“พี่ทัต! หุบปากเดี๋ยวนี้เลย ไม่กลัวคนอื่นได้ยินก็เกรงใจเจ้าที่ท่านบ้าง” เธอเอ็ดเสียงดังแก้เขิน“พี่แค่แกล้งเล่นเท่านั้นเอง ใครจะกล้ามาทำอะไรตรงนี้ นั่งนิ่ง ๆ บนตักให้พี่กอดอย่างนี้ก็พอ บรรยากาศโรแมนติกอย่างนี้ เราควรจะนั่งชมจันทร์ฟังเสียงคลื่นทะเลดีกว่าว่าไหม”“พูดจริง?”“จริงดิ ไม่ไว้ใจพี่แล้วเหรอครับ” คนพูดทำน้ำเสียงออดอ้อนราวกับเด็กน้อย“ไม่ต้องทำเสียงอ้อนหรอก เชื่อแล้วค่ะ”“วันนี้พระจันทร์สวยจังเลยนะว่าไหม”“ค่ะสวยมาก”“แต่พี่ว่ายังไงฝนก็สวยกว่าอยู่ดี แถมยังหอมกว่าด้วย”“ถ้าพระจันทร์ได้ยินคงจะเสียใจแย่เลย แต่ฝนเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะคะ เพราะมันคือความจริง”“ฝนว่า...เราจะมีลูกกันกี่คนดี”“แหนะ! วนเข้าเรื่องใต้สะดืออีกแล้วนะพี่”“เปล่า...แค่ถามความเห็นเฉย ๆ พี่ไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยนะ แค่อยากให้หนูฟ
ชายหนุ่มยังไม่เลิกเล่นสงครามประสาทกับคนเป็นเมีย ปลายฝนทำหน้ายักษ์ใส่แล้วคว้ามือลูกสาวมาจับไว้“เรากลับเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะหนูฟ้า”“มาขี่คอพ่อจ๋าดีกว่าค่ะ”กันติทัตชิงตัวอุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนคอตัวเอง แล้วยักคิ้วให้กับภรรยา ปลายฝนแยกเขี้ยวใส่ กำหมัดขึ้นทำท่าจะชกหน้า ผู้เป็นสามีรีบเอียงหน้ารอรับอย่างไม่รู้สึกกลัว ท้ายที่สุดเจ้าหล่อนก็ยื่นหมัดนั้นเข้าไปสัมผัสที่ก้มออกแรงดันเบา ๆ เท่านั้น“รีบไปเลย จะได้อาบน้ำอาบท่ากินข้าวเย็นกัน”“นึกว่าจะแน่ซะอีก หึ ๆ”“ไม่ต้องทำเป็นดีใจไปหรอก ฝนแค่ฝากไว้ก่อน รอให้พี่เผลอเมื่อไหร่จัดหนักแน่”“รีบมาจัดนะจ๊ะเมียจ๋า พี่พร้อมรับมือเสมอ นานแล้วนะที่ไม่ได้นอนกอดเมีย” คนพูดทำหน้าตายียวนกวนประสาทอย่างน่าหมั่นไส้ โยงเข้าเรื่องใต้สะดือเข้าจนได้ ปลายฝนยิ้มพลางส่ายหน้า รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้านก่อนหลังจากทานมื้อเย็นแล้วทั้งสามก็ออกมานั่งรับลมที่หน้าบ้าน ลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านมาประสานกับเสียงคลื่นทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แสงไฟตามจุดต่าง ๆ ของสวนหน้าบ้าน กำลังประชันเปล่งแสงกับดวงดาวนับพันบนท้องฟ้า โซฟาตัวยาวถูกจับจองจนไม่มีที่ว่าง คนเป็นพ่อกับแม่นั่งริมส่วนลูกสาวตัวน้อยนั่
สองปีต่อมา…ณ ประเทศอังกฤษ“อลันมาหาหม่ามี๊เร็วลูก”“มี๊”เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นแม่เด็กชายอลันวัยขวบเศษก็รีบวิ่งเข้ามาหา ขณะวิ่งเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้าน อลิชากอดลูกชายไว้ด้วยความหวงแหน กดปลายจมูกลงที่กลางกระหม่อมฟอดใหญ่ด้วยความรัก“เก่งมาก ๆ เดี๋ยวหม่ามี๊จะพาไปอาบน้ำนะครับ”“ไม่อาบ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นเจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ผู้เป็นแม่ได้แต่ยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นด้วยความเอ็นดู แค่มีลูกชายคนนี้คนเดียวชีวิตเธอก็มีความสุขมากพอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องรับใครเข้ามาในชีวิตเพิ่มเติมอีกสองสัปดาห์หลังจากวันที่ได้เจอกับเขมทัต เธอก็ตัดสินใจมาคลอดลูกที่อังกฤษ เพราะต้องการหลีกหนีจากความทุกข์ที่เกิดขึ้น และเพื่อสะดวกในการใช้ชีวิตมากกว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยกลับเมืองไทยเลยสักครั้ง“อลันมานี่เดี๋ยวนี้เลย จะไปไหนครับ” เธอว่าพลางวิ่งไล่จับลูกชายพร้อมกับรอยยิ้มแห่งสุข แทนที่จะรีบจับตัวไปอาบน้ำ แต่กลับกลายเป็นว่ามาวิ่งไล่กันเล่นเสียอย่างนั้น“ฮ่า ๆ ๆ หม่ามี๊”“ดื้อนักนะเรา ฮ่า ๆ”ขณะสองแม่ลูกกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานภายในรั้วบ้าน มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ เป็นเขมทัตน
เมื่อเสร็จภารกิจช่วงเช้าแล้ว ก็ถึงเวลาที่กันติทัตจะได้มีโอกาสอยู่กับภรรยาสองต่อสอง ตอนนี้ปลายฝนกำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว คนเป็นสามีเห็นก็แอบเดินย่องไปเงียบ ๆ แล้วสวมกอดจากด้านหลัง เกยคางบนไหล่บางอย่างถือวิสาสะ“พี่ทัตทำอะไรเนี่ย”เมื่อโดนรบกวนปลายฝนก็วางจานลงในอ่าง เอียงหน้ามามองคนที่กำลังส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ เขาทำตัวราวกับเด็กน้อย ที่กำลังต้องการเรียกร้องความสนใจ“ท้องก็โตขึ้นทุกวัน ๆ ทำไมถึงยังดื้อมายืนล้างถ้วย”“แค่ล้างถ้วยเองนะคะ มันไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย”“ก็พี่เป็นห่วง อยากให้เรานั่งเฉย ๆ ทำตัวเป็นคุณนายสวย ๆ ไม่ได้เหรอ งานบ้านก็ปล่อยให้คนใช้ทำแทน”“ไม่เอา แค่งานในบ้านใหญ่ทุกคนก็ยุ่งมากพอแล้ว แค่นี้ฝนทำไหวค่ะ ต่อให้ท้องโย้วฝนก็ไหว” เธอยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่แม่ศรีเรือนต่อไป“งั้นพี่จะเป็นคนทำเอง ไม่ว่าจะเป็นทำกับข้าว ซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน และอื่น ๆ ที่ฝนบัญชามาพี่ทำได้ทั้งนั้น”“จริงดิ ฝนไม่ไว้ใจพี่เลย กลัวว่าจะทำบ้านพังไปทั้งหลังนะสิไม่ว่า”“ไม่เชื่อใจพี่เหรอครับ สมัยไปเรียนต่างประเทศพี่ก็ทำเองทั้งนั้น”“โม้ป่าว ไปอยู่ที่โน่นไม่มีใครเห็นด้วยจะพูดอะไรก็ได้”“จริง
หลังจากวันนั้นอลิชาก็ไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนในบ้านเทวทัตภิรมย์อย่างที่พูดจริง ๆ และตอนนี้กันติทัตได้เอาเฝือกออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงน้ำหนักเท้าได้เท่าที่ควร การเดินจึงช้ากว่าคนทั่วไปช่วงนี้อารมณ์ของปลายฝนขึ้น ๆ ลง ๆ ผู้เป็นสามีจึงต้องตามใจอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทุกอย่างกลับตาลปัตร เพราะตอนนี้คนที่มีอำนาจเหนือกว่าคือปลายฝนไปเสียแล้ว กันติทัตคอยเอาอกเอาใจและคอยดูแลภรรยาแทบยี่สิบสี่ชั่วโมง หวงยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก“จะรีบตื่นไปไหน”เสียงอันงัวเงียดังอยู่ข้างหู ขณะเธอกำลังพยายามแกะมือเขาออก เตรียมตัวจะลุกขึ้นเพื่อไปใส่บาตรในตอนเช้า“ฝนจะไปตักบาตรค่ะ คนบาปอย่างพี่คงไม่เข้าใจหรอก”“ให้กอดอีกสักแปบไม่ได้เหรอ เดี๋ยวพี่จะไปใส่ด้วย”ฟอดดด!!!คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขินจนหน้าแดง เธอยังคงไม่คุ้นชินกับสรรพนามที่เปลี่ยนไปของกันติทัต ฟังดูแล้วมันเลี่ยน ๆ อย่างบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันก็ทำให้รู้สึกหัวใจพองโตเช่นกัน“ขืนนอนต่อมีหวังพระท่านไปก่อนพอดี ปล่อยฝนเดี๋ยวนี้เลย”“โอเคครับปล่อยก็ปล่อย แต่ฝนต้องจูบพี่ก่อนนะ” ว่าแล้วก็พลิกร่างบอบบางให้หันมาเผชิญหน้ากัน และตอนนี้กันติทัตได้รู้ว่าเจ้าหล่อนกำลัง
ภายในร้านอาหารสุดหรูย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวง มุมหนึ่งของร้านมีหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งดื่มน้ำส้มคั้นด้วยจริตผู้ดี พลางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาอัปเดตข่าวสารจากบรรดาคนรู้จักในโลกโซเชียล เธอรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกที่จู่ ๆ กันติทัตก็นัดมาเจอ คำพูดของอดีตแฟนหนุ่มมีพิรุธ ราวกับมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังเธอกำลังลังเลใจว่าจะยอมบอกความจริงเรื่องพ่อของเด็ก หรือปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วหายไปจากชีวิตคนพวกนี้ ให้พ่อของลูกได้ชื่อว่ากันติทัตต่อไป“ทำไมยังไม่มาอีกนะ เป็นคนโทรฯ นัดเรามาแท้ ๆ”อลิชาบ่นหลังจากดูเวลาที่หน้าจอมือถือ พบว่าตอนนี้เลยเวลานัดไปแล้วเกือบยี่สิบนาที เธอนั่งถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะตัดสินใจหยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้“คุณอลิซ”เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เจ้าหล่อนขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ เสียงนั่นไม่ใช่กันติทัตแต่เป็นเสียงเขมทัต หรือว่าเธอจะโดนหลอกเข้าให้แล้ว เมื่อหันไปมองก็เป็นอย่างที่คาดเดาในใจจริง ๆ“คุณเขม! คุณมาที่นี่ทำไม”“ก็ผมอยากจะมาคุยกับคุณไงล่ะ”“แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” เธอกล่าวแล้วเดินผ่านหน้าไป ทว่าเขมทัตรั้งมือเอาไว้ เจ้าหล่อนส่งส
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






