LOGINจอมทัพขับรถไปพลางอมยิ้มกับตัวเอง รู้สึกว่าแค่เห็นศศิกาญจน์เดินวนเวียนอยู่ในบ้านก็มีความสุขอย่างประหลาด ทั้งที่เขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว หากเป็นคู่ขาหรือผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมาจะนัดพบกันที่โรงแรมในเมืองมากกว่า ยิ่งคนไหนตามติด ทำให้รู้สึกถึงการถูกรบกวน ไม่เป็นส่วนตัว เขาก็จะเลือกตัดความสัมพันธ์อย่างง่ายดาย ผิดกับเวลานี้ที่ชายหนุ่มกลับพาตัวเองเข้าไปผูกมัดกับเธอ โดยที่หญิงสาวไม่ได้ขอร้อง หรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังคิดทำบางอย่าง คราวนี้ดูซิว่าจะหนีไปไหนพ้น
เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ดวงตาคมก็กวาดมองไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยม เป็นเบอร์ไม่คุ้นตาที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ เพราะหลังจากเขาทำธุรกรรมกับเจ้าของเบอร์นี้เสร็จแล้วก็ไม่จำเป็นต้องติดต่อด้วยอีก
“สวัสดีครับ ผมจอมทัพ”
“สวัสค่ะ เอ่อ...เราปรึกษากันแล้ว แต่สิบล้านบาทที่ทางพ่อเลี้ยงเสนอมา มีคนให้มากกว่านี้ พ่อเลี้ยงจะว่าไหมคะ ถ้าทางเราจะเปลี่ยนใจ...”
เกมพลิกแค่คืนเดียว อันที่จริง หากเจอเหตุการณ์แบบนี้ จอมทัพคงกดวางสายไม่ต่อความยาวสาวความยืด แต่ครั้งนี้ต่างจากเดิม เขาต
1 เดือนถัดมาหลังจากถูกเขาปลุกด้วยริมฝีปากผ่าวร้อนก่อนทุกอย่างจะลุกโชนคนทั้งคู่สาดไฟเสน่หาใส่กันนานนับชั่วโมงกว่าที่เพลิงจะสงบลงไปหลังสองร่างผละออกจากกัน ศศิกาญจน์บอกเขาว่าจะขอกลับไปที่บ้านสวนผักเพราะรู้สึกคิดถึงบิดา เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง ที่ณกรณ์บุกเข้ามาลักพาตัวเธอออกจากไล่โดยโปะยาสลบ แต่จอมทัพก็ตามไปช่วยเหลือได้ทัน ณกรณ์ถูกจับด้วยหลายข้อหา แต่ข้อหาใหญ่คือการที่เขาลอบเข้ามาวางเพลิงทำให้ไร่ทับตะวันทำให้ทางไร่ได้รับความเสียหาย และพ่อเลี้ยงจอมทัพไม่ได้คิดจะยอมความบิดาของเธอโมโหจัดเมื่อรู้ว่าณกรณ์กล้าทำเรื่องแบบนี้กับลูกสาวคนเดียวของท่านได้ลงคอ แล้วยังเสียใจที่ทำสิ่งผิดพลาดนั่นคือการโอนที่ให้นวลปรางค์ เพราะนวลปรางค์อ้างว่าเศรษฐกิจโลกที่แย่ส่งผลให้ธุรกิจเล็กๆ ร้านเสริมสวยที่ลงทุนกับเพื่อนมีปัญหาต้องการนำที่ดินไปจดจำนองแล้วจะไม่มีวันปล่อยให้ที่ดินผืนนี้หลุดไปเป็นของใคร เพราะนายณรงค์ประกาศชัดว่าจะยกให้ลูกสาวคนเดียวครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งเป็นของนวลปรางค์ แต่เวลานี้นวลปรางค์เป็นหนี้เป็นสินมากมายเพราะติดการพนัน ทำให้ที่ดินผืนนี้หลุดไปเป็นของคนอื่น นวลปรางค์
จอมทัพฟอนเฟ้นสองเต้าด้วยความหลงใหล ขบเม้มกายสาวจนขึ้นสีชมพูระเรื่อหลายจุด เขาเองก็ไม่เคยทำตัวหื่นกระหายขนาดนี้มาก่อน หากแต่เป็นศศิกาญจน์คนเดียวที่ทำให้เขาหลุดการควบคุม โงหัวไม่ขึ้นจากร่างกายนุ่มนิ่ม ขาวผ่องเหมือนมีน้ำนมหล่อเลี้ยงเอาไว้ทั้งตัวชายหนุ่มขบเม้มตรงไหนก็หวานฉ่ำจนอดใจไม่อยู่ ไล้ชิมไปจนถึงแอ่งสะดือเล็กน่ารักก็ใช้ลิ้นเกี่ยวกระหวัดแหย่เข้าไปหยอกเอินจนเจ้าของร่างสะดุ้ง แอ่นตัวหนี แต่ถูกเขาตามกลับมาพรมจูบปากร้อนดั่งไฟลากไล้ลมหายใจลงไปตามหน้าท้องจนมาถึงเนินเนื้อสาว แล้วเขาก็ใช้นิ้วเกี่ยวให้ชั้นในลงไปกองที่ต้นขานวลเนียน ก่อนดึงออกไปทิ้งไว้ข้างเตียงอย่างไม่แยแสศศิกาญจน์ยกมือน้อยขึ้นปิดความเป็นหญิง แต่ก็ถูกเขาดึงมือออกแล้วจุมพิตที่เนินเนื้อเบาๆ จนเธอวาบหวาม ซ่านเสียวไปทั้งร่าง“ซอพร้อมไหมครับ” เอ่ยเสียงนุ่มถาม ขณะที่หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธจอมทัพยิ้มตาพร่า เขาไม่เชื่อที่ศศิกาญจน์ปฏิเสธ เพราะร่างกายของเธอมันฟ้องว่าชอบสัมผัสของเขามาก แล้วคนช่ำชองกว่าก็ใช้นิ้วมือหยั่งเชิงเข้าไปในความอ่อนนุ่มที่แสนจะรัดรึง เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างเล็ก เม
“ขอนะ”ศศิกาญจน์เผยอปากขึ้นจะร้องโวยวายในสิ่งที่เขาทำ แต่จอมทัพไม่ยอมให้เธอมีโอกาสนั้น เขาสอดปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวดึงหยอกล้อกับลิ้นของเธอ ในหัวของเธอว่างเปล่าไม่มีความคิดโต้แย้งหรือขัดขืนการล่วงล้ำนั้นแต่อย่างใด เธอถูกเขาชักนำอย่างคนรู้เกม มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าอย่างโชกโชน ไม่นานก็ทำให้คนไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องยอมโอนอ่อนผ่อนตามรสจูบที่เขามอบให้อย่างหวานชื่น รสจูบอันแสนคุ้นเคย รสจูบเดียวกับในความฝัน ชั่วอึดใจจอมทัพจึงยอมถอนริมฝีปากออก และจุ๊บเบาๆ ที่ริมฝีปากอิ่มนั้นอีกสองสามทีเป็นการปลอบโยน จากนั้นเขาก็ทำในสิ่งที่ร่างกายปราถานาหากประวิงเวลาช้ากว่านี้เขาคงขาดใจตาย อ้อมแขนกำยำอุ้มร่างอ้อนแอ้นขึ้นมา พากลับไปวางบนเตียงศศิกาญจน์ พยายามจะบ่ายเบี่ยงแต่รู้ดีว่าความต้องการของเขาที่ส่งผ่านมาทางสายตาเหมือนน้ำที่เชี่ยวกราก เหมือนลาวาที่รอวันปะทุคงไม่มีอะไรห้ามไม่ให้เกิดได้แล้วมือหนาถอดเสื้อยืดตัวบางของศศิกาญจน์ออกทางศีรษะ เหลือแต่ชั้นในสีดำเซ็กซี่ที่ทำให้เขาต้องเลียลิ้นรอบริมฝีปาก ไม่ต่างจากคนอดอยากปากแห้ง ก่อนจะเอื้อมไปปลดตะขอบราออก แล้วความอวบอิ่มของสองเต
“มันมาที่นี่จริงๆ ด้วย ฉันไม่ได้ฝันไป”“ก็ใช่น่ะ ผมไม่ได้ซ้อมคน กระทืบคนแบบนี้มานานแล้ว ปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะฉะนั้นอาการปวดเมื่อยตามเนื้ตามตัวของผมเพราะช่วยคุณมาจากมัน คุณต้องรับผิดชอบ มีอีกเรื่องเมื่อคืนคุณเป็นอะไรถึงได้ร้องกรี๊ดลั่นบ้าน พอผมเข้ามาดู คุณก็ละเมอกอดผมไม่ยอมปล่อย แถมยังนอนทับแขนจนแขนผมไม่มีความรู้สึกแล้วเนี่ย”ศศิกาญจน์ย้อนถึงเรื่องเมื่อคืนที่เธอฝันว่าถูกรวิชญ์ทำร้าย คนที่เธอสวมกอดและปลอบโยนเธอนั้นไม่ใช่มารดา แต่เป็นชายหนุ่มที่กำลังนั่งบีบนวดต้นแขนล่ำอยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก“จำได้แล้วค่ะ เมื่อคืนฝันร้ายฝันว่าถูกนายณกรณ์เข้ามาปลุกปล้ำ และในฝันฉันฝันเห็นแม่เข้ามาปลอบใจ ก็เลย…เอ่อ”“กอดผมไว้ทั้งคืนเลย” เขายกยิ้มที่มุมปาก แล้วนั่นทำให้เมื่อคืนนี้เขาแข็งค้างไปทั้งคืน ศศิกาญจน์ควรรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น เธอทำให้เขานอนฝันร้ายพร้อมกับน้องชายที่ไม่ยอมหลับยอมนอน“ค่ะ ฉันต้องขอบคุณเรื่องที่คุณบอกว่าช่วยฉันไว้จากไอ้พี่เลี้ยงชั่วนั่น แล้วยังเข้าใจคุณผิดอีก”
“คิดว่าจะหนีพี่พ้นงั้นเหรอ น้องซอคนสวย”ณกรณ์วกสายตากลับมาที่ใบหน้าของศศิกาญจน์ ยิ่งเห็น เขารู้สึกคอแห้งผากด้วยอารมณ์ดิบหยาบในตัวมันเริ่มปะทุร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเผลอแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตนเอง แล้วกลืนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ“ไม่อยากอยู่ที่บ้านนั้นเพราะกลัวจะต้องเป็นเมียพี่งั้นเหรอ” เขาหัวเราะเย้ยหยันความสิ้นคิดของเธอ “แต่ถึงจะหนีมาไกลถึงนี่ ความรัก ความใคร่ของพี่ก็ไม่ได้ลดลงสักนิดเลยนะ ไม่อยากเป็นเมียพี่ นอนรับแรงกระแทกบนเตียงนุ่มๆ สบายๆ ก็ไม่บอก งั้นพี่จัดให้เลย”ชายหนุ่มหัวเราะชอบอกชอบใจอีกครั้ง ทว่า มันกลับผสมทั้งเสียงแหลมเสียงทุ้ม เหมือนเวลานี้จิตของเขาชักไม่ปกติไปเสียแล้วถึงหัวเราะผิดมนุษย์มนาแบบนี้ ก่อนจะมองใบหน้างดงามของศศิกาญจน์ แล้วก้มไปกระซิบที่ข้างใบหูเล็ก“พี่รู้ว่าน้องซอชอบธรรมชาติ งั้นเราเข้าป่าไปทำอะไรๆ สนุกๆ กันเถอะ”จบประโยคด้วยเสียงหัวเราะอันผิดเพี้ยนอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะช้อนอุ้มร่างไร้สติขึ้นสู่อ้อมแขน ก่อนหมุนตัวกลับ แล้วเดินไปทางด้านข้างของตัวบ้าน พาร่างของศศิกาญจน์หายไปในเงามืดเ
ต้นเพลิงที่จอมทัพเห็นไกลๆ และคาดว่าอยู่บริเวณไร่กาแฟทางฝั่งทิศใต้เป็นจริงเช่นนั้น เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มมาถึง สิงหา ลูกน้องคนสนิทก็อยู่ที่นั่นก่อนแล้ว และกำลังสั่งการให้คนงานผู้ชายช่วยต่อสายฉีดน้ำดับเพลิงเข้ากับหัวจ่ายที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านพักคนงานนักสีหน้าจริงจังกับแววตาของสิงหาทำให้เขาเบาใจในจุดนี้ลงไปได้ และเห็นว่า คนงานที่อาศัยอยู่บ้านพักซึ่งเป็นลักษณะห้องแถวต่อๆ กันราวสิบห้อง ต่างพากันกุลีกุจอหาอุปกรณ์มารองน้ำจากก๊อก แล้ววิ่งไปสาดดักบริเวณที่ไฟยังลามมาไม่ถึง เพื่อไม่ให้ลุกลามมาเผาพวกใบไม้ กิ่งไม้แห้งที่อยู่ตามพื้นซึ่งหากวัสดุพวกนี้ติดไฟขึ้นมา จะทำให้คุมสถานการณ์ได้ยากและอาจใช้เวลาควบคุมเพลิงนานกว่าที่ควรเป็นผู้เป็นหัวหน้าคนงานจัดการต่อสายดับเพลิงเข้ากับหัวจ่ายสองจุดในบริเวณนี้แล้วเสร็จ ร่างสันทัดดูทะมัดทะแมงก็กึ่งวิ่งกึ่งเดิน ลากปลายหัวฉีกเข้าประจันกับความร้อนแรงของกองเพลิง ซึ่งจอมทัพยืนมองประเมินสถานการณ์และเช็กทิศทางลมไปในตัวอยู่บริเวณนั้นพอดี คนเป็นลูกน้องจึงโพล่งขึ้น“พ่อเลี้ยงครับ ลมมันตีไปทางตะวันตก”สิงหาพูดจบแล้วชี้ให้เจ้านายดูตามปลา







