LOGINวรดาที่นิ่งเงียบมาตลอดตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในห้อง เธอเทียวเม้มปากเข้าหากันแน่นแล้วแน่นอีก คำว่า ‘มีอะไรกัน’ ของอติรุจน์ เธอแทบอยากจะลุกหนี เขาดูไม่ออกอีกหรือว่าเธอกำลังจะโดนเชือดอยู่แล้ว “เอ่อ..งะ..งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ” ถอยไปตั้งหลังยังทันอยู่ใช่มั้ย เธอไม่พร้อมสำหรับสถานการณ์นี้จริง ๆ แต่แล้วความตั้งใจของเธอก็ถูกเสียงของคู่แม่ลูกผูกจิตพังลงอย่างไม่เป็นท่า
View Moreแสงอาทิตย์อัสดงกำลังจะลาลับขอบฟ้า สองสาวต่างวัยกำลังเร่งมือเก็บกวาดโรงอาหารของฟาร์ม ฝนฟ้าก็ทำท่าจะเทลงมาเสียดื้อ ๆ
สายลมที่พัดโชยมาช่วยให้อากาศคลายความร้อนลงมาบ้าง ทำให้บรรยากาศในช่วงหัวค่ำไม่รู้สึกอึดอัดมากจนเกินไป
“กลับเถอะลูก ไม่มีอะไรให้ทำแล้วล่ะ” กานดาในวัยสี่สิบเก้าปี เอ่ยปากบอกหลานสาวที่มาช่วยงานแทนลูกสาวอย่างกวินตาได้สองวันแล้ว
“แล้วป้าจะกลับยังไงคะ” วรดาชะงักมือที่กำลังจะเปิดขวดน้ำ ใบหน้าหวานหันมองคนเป็นป้าด้วยความแปลกใจ
“ไม่ต้องห่วงป้าหรอก เดี๋ยวตาก้องเลิกงานก็มารับป้ากลับเองนั่นแหละ ห่วงแต่ตัวเองเถอะ ป้ากลัวว่ามันจะมืดก่อน จะถึงบ้านน่ะสิ ไปๆ”
สองวันที่ผ่านมาทั้งตนและวรดาจะกลับออกไปพร้อมกัน โดยการปั่นจักรยานอีกคัน
ทว่าวันนี้ตอนขามาก้องภพเป็นคนมาส่ง เพราะต้องนำถุงวัตถุดิบสำหรับเตรียมอาหารมาด้วย
วรดาตอบรับด้วยรอยยิ้ม “งั้นหนูกลับเลยนะคะ” บอกเสร็จหญิงสาวก็รีบตรงดิ่งไปคว้าเอาจักรยานคันเก่า ที่จอดไว้ใต้ต้นมะม่วงตรงหน้าโรงอาหารตั้งแต่มาถึง ก่อนจะปั่นออกไปอย่างไม่เร่งรีบ
ทว่าพอปั่นมาได้เกือบครึ่งทาง เธอก็ต้องชะลอความเร็วลงด้วยความสงสัย เมื่อสายตาของตนเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณด้านข้างอาคารสำนักงานออฟฟิศ
ท่าทางลับๆ ล่อๆ ของเขาทำให้หญิงสาวถึงกับต้องขมวดคิ้ว แต่เมื่อมองจากชุดที่เขาสวมใส่ซึ่งมันดูสะอาดสะอ้านมาก ทว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ดูเหมือนว่ามันจะดูขัดกันอย่างชัดเจน หรืออาจจะเป็นเพราะตนคิดในแง่ดีมากจนเกินไป
พอมารู้ตัวอีกทีเธอก็ปั่นจนมาหยุดอยู่ใกล้กับเขาคนนั้นแล้ว
“ลุง”
“ค...คุณลุง...ให้หนูช่วยหามั้ยคะ”
เสียงหวานใสกังวานเรียกให้ชายหนุ่มที่กำลังจดจ่ออยู่กับการค้นหาเอกสารสำคัญ ในถังขยะรีไซเคิลด้านข้างออฟฟิศชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้นทันที
วินาทีนั้นดวงตาของวรดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก คำพูดที่เตรียมจะถามต่อจุกอยู่ในลำคอ
ผู้ชายคนที่เธอเรียกเขาว่า ‘ลุง’ เมื่อสักครู่คือคนเดียวกันกับคนที่เธอสะดุดขาตัวเองไปนั่งบนตักเขาเมื่อสองปีก่อน
เท่านั้นยังไม่พอ เขายังเป็นคนเดียวกันกับคนที่เธอเดินไปชนเขาจนเกือบล้มพับไปด้วยกันอีก
อติรุจน์ชะงักไปครู่หนึ่ง “ลุง?” ปากหนาพึมพำออกมาเบาๆ หว่างคิ้วหนาขมวดจนแทบชิดกัน
เขาดูแก่มากขนาดนั้นเลยหรือ?
ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีของสำคัญที่หายังไม่เจอรอเขาอยู่ ครู่หนึ่งต่อมาอติรุจน์จึงได้หันกลับไปหาของตามเดิมอีกครั้ง
หญิงสาวร่างเล็กเพิ่งได้สติกลับมา ความคิดชั่วแวบซึ่งวาบเข้ามาในหัวเมื่อกี้นี้ คือเขาไม่น่าจะจำเธอได้
เสียงรัวในอกยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น วรดารีบถามย้ำอีกครั้ง
“ให้หนูช่วยหามั้ยคะ?” ถ้าเขาจะจำเธอได้ตอนนี้มันคงไม่มีผลเสียอะไรแล้วมั้ง อีกอย่างเธอไม่ใช่คนในฟาร์มนี้ด้วย และคงไม่ได้เจอกันอีกเป็นหนที่สามอีกหรอก
ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบงัน วรดายืนเม้มปากอยู่ครู่หนึ่ง เอายังไงดีเธอควรเดินเข้าไปถามให้ใกล้กว่านี้หรือว่าถอยออกมาแล้วรีบปั่นจักรยานกลับบ้านไป อย่างหลังน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้วนาทีนี้
เมื่อได้คำตอบที่แน่ชัดวรดาก็ไม่รอช้า รีบปั่นจักรยานออกไปให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในใจภาวนาว่าอย่าให้มีครั้งที่สามอีกเลย
หลังจากร่างเล็กปั่นหายไปจนลับสายตา อติรุจน์ก็เริ่มหัวเสียหนักขึ้น เมื่อหาเท่าไหร่มันกลับยิ่งไม่เจอบวกกับบรรยากาศรอบข้างก็เริ่มเข้าสู่ความมืดจนเกือบสนิท
ลำแขนแกร่งยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลมาตามกรอบหน้าจนนึกรำคาญ ครู่หนึ่งต่อมาเขาถึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“เจอสักที!” ล่อให้เขามาคุ้ยขยะหาอยู่ตั้งนานสองนาน
เจ้าของร่างสูงมองกระดาษเจ้าปัญหาก่อนจะนึกถึงคำพูดของป้าแม่บ้านประจำออฟฟิศอย่างเข้าใจ
‘ป้าไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนะคะคุณรุจ ป้าเห็นมันตกอยู่ใต้โต๊ะทำงาน แล้วในกระดาษมันก็มีรอยเปื้อน เหมือนกับรอยรองเท้าน่ะค่ะ ป้าเลยเข้าใจว่าเอกสารแผ่นนี้คุณคงไม่ได้ใช้แล้ว เลยเก็บไปทิ้งที่ถังขยะ’
พอความวุ่นวายสงบลง กลับมีใบหน้าหวานใสของใครบางคนลอยเข้ามาแทนที่ มุมปากหนาเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “ลุงอย่างนั้นรึ” แม่สาวน้อย เธอไปเอาความคิดนี้มาจากไหนกัน เขายังไม่ได้แก่ขนาดนั้นเสียหน่อย
อย่าให้เขาเจอตัวอีกแล้วกัน
หึ
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนต้องรีบไปเคลียร์งานที่บ้าน ขายาวก็รีบก้าวออกมาจากมุมมืดของอาคารออฟฟิศอย่างรวดเร็ว จนเกือบไปชนเข้ากับลูกน้องคนสนิทเข้า
“ไอ้นี่!” ใบหน้าเรียบขรึมเอ่ยขึ้น มันเดินไม่ดูทางเลยหรือไงวะ
“อ้าว...นาย มาทำอะไรที่นี่ครับ ยังไม่กลับเข้าบ้านอีกเหรอ” กรวิชญ์ ลูกน้องคนสนิททักขึ้นด้วยความตกใจ
ไม่คิดว่าจะมาเจอเจ้านายที่นี่ ตอนแรกที่มาถึงเห็นเพียงรถเจ้านายจอดไว้หน้าออฟฟิศเลยคิดว่าคงยังเคลียร์งานไม่เสร็จ กะจะเดินเข้าไปดูข้างในเสียหน่อย พอเดินไปถึงและลองเปิดประตูเข้าไปแล้วกลับพบว่ามันเปิดไม่ได้ ในอีกแง่หนึ่งเขาคิดว่าเจ้านายอาจจะตั้งใจจอดรถไว้ที่นี่ก็ได้ ตนเลยเปลี่ยนมาเดินตรวจตราดูความเรียบร้อยแทน
“กูก็เจ้าของมั้ยวะไอ้วิท นี่ก็บ้านกูด้วยแล้วมันแปลกยังไง”
“ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”
“สีหน้ามึงมันฟ้องกูหมดแล้ว”
“เอ้า!” เมื่อฟังคำตอบที่สวนกลับมาของเจ้านายกรวิชญ์ไปต่อแทบไม่เป็น
เจ้าของฟาร์มหนุ่มกำลังเตรียมจะก้าวขาเดินไปหารถกระบะซึ่งจอดอยู่ใต้ต้นอินทนิล ซึ่งเวลานี้ออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยงาม
“เออนาย เจอน้องวิวหรือยัง หลานป้าก้านน่ะ น่ารักมากเลยนะครับ คำพูดคำจาก็น่าเอ็นดู” จู่ๆ กรวิชญ์ก็พูดขึ้นมาโดยที่ไม่ได้สนใจในท่าทีของเจ้านายเลยสักนิด
หัวคิ้วหนาของคนฟังขมวดเข้าหากันทันที “มึงว่าไงนะ”
กรวิชญ์รีบมองสบตาคู่สนทนา “ก็น้องวิวไงนาย ป้าก้านบอกผมว่ามาทำงานแทนลูกสาวได้สองวันแล้ว หน้าตาอย่างนี้เลยนาย” คนเล่ายกนิ้วโป้งขึ้นข้างหนึ่งทำท่าทางประกอบ ก่อนจะเว้นวรรคแล้วพูดต่อ “อย่างกับเด็กอายุสิบเจ็ดสิบแปด แต่ว่าเสียดายที่พรุ่งนี้จะไม่ได้เจอกันแล้ว”
“ทำไม”
“ก็มาทำงานแทนลูกสาวป้าก้านครบสามวันแล้วไง”
หัวคิ้วของอติรุจน์ยังไม่คลายตัวออกจากกัน กลับกันมันยิ่งขมวดเข้าหากันใหม่จนแทบชิด
กรวิชญ์ยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ทรงนี้คงไม่รู้เรื่องแหงๆ “ลูกสาวป้าเข้าโรงบาล อาหารเป็นพิษว่าอย่างนั้น นี่ผมกับไอ้พลก็เพิ่งไปเยี่ยมกลับมา”
อติรุจน์พยักหน้ารับ สองวันที่แล้วเขาไปธุระที่อุดรเพิ่งจะกลับมาถึงฟาร์มตอนเช้าของวันนี้
มิน่าเขาถึงไม่รู้เรื่องเลย
ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี
ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ
ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว
บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว