Share

4

last update publish date: 2025-12-16 12:00:25

“เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”

“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่

“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจากต้นมะม่วงอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นจะโดนบ่นเอาอีก อารามที่รีบเลยพลัดตกลงมาจากต้นมะม่วงแบบไม่เป็นท่า

“ตายแล้วคุณหนูดอกแก้ว!” แพงอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างของเจ้านายสาวร่วงลงมาจากต้นมะม่วง

เกื้อที่ยืนอยู่ใต้โคนต้นก็ตกใจเช่นเดียวกัน จู่ ๆ ร่างของดอกแก้วก็ร่วงหล่นลงมาใส่ เขาจึงรีบรับร่างนั้นเอาไว้ในทันที

“โอ๊ย!” เสียงร้องของเกื้อดังขึ้นด้วยความเจ็บ เพราะโดนร่างเล็กทับเอาไว้ทั้งตัว

“คุณหนู!” แพงรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ เห็นร่างของคุณหนูของนางทาบทับอยู่บนร่างของเกื้อ ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของเพียรและอิน

“คุณหนูดอกแก้ว ตายแล้ว! อกอีแป้นจะแตก” แพงอุทานซ้ำไปซ้ำมา ดอกแก้วที่จ้องหน้าเกื้ออย่างตกตะลึงได้สติเพราะเสียงบ่าวรับใช้ จึงรีบตะเกียกตะกายลงจากร่างของเขาในทันที

“ยังไม่ตายจ้ะพี่แพง” ดอกแก้วรีบตอบ

“คุณหนูเจ้าขา ยังจักมาทำหน้าทะเล้นอีกนะเจ้าคะ คุณเกื้อเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เอ็งรีบไปประคองคุณเกื้อเร็ว” แพงหันไปสั่งคนสวน นายม่วงรีบเข้าไปประคองเกื้อให้ลุกขึ้นในทันที

“ฉันไม่ได้เป็นอันใด แล้วนี่เด็กที่ไหน ปล่อยให้มาปีนต้นไม้เช่นนี้ ตกลงมาแข้งขาหักจักทำเช่นไร” เกื้อเอ่ยถามเสียงดุ ทำเอาแพงหน้าซีดเผือด

“คุณหนูดอกแก้วเจ้าค่ะคุณเกื้อ เป็นหลานของคุณเพียรกับคุณอิน” แพงรีบเอ่ยตอบ

“เช่นนั้นรึ” เขามองเด็กสาวหน้าตาผุดผ่องตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะเอ่ยขอตัว

“งั้นฉันขอตัวก่อน” เกื้อเดินจากไปแล้ว แพงก็รีบเข้าไปสำรวจเนื้อตัวของเจ้านายสาวในทันที

“คุณหนูดอกแก้วเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“ฉันไม่เป็นอันใด แต่นั่นใครหรือพี่แพง”

“นั่นคุณเกื้อเจ้าค่ะ เพิ่งเรียนจบจากเมืองนอก กลับมานี่เนื้อหอมมากนะเจ้าคะ”

“หรือจ๊ะ” ดอกแก้วมองตามไปอย่างหมั่นไส้ ท่าทีขี้เก็กของอีกฝ่าย  

“พี่แพงอย่าบอกเรื่องที่ฉันปีนต้นมะม่วงให้คุณอารู้เด็ดขาดนะจ๊ะ”

“คงไม่ทันแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” แพงมองตามไปก็เห็นว่าเพียรกับอินยืนอยู่ตรงบันไดเรือน และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ดอกแก้วทำตาปริบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินขึ้นเรือนไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยผิดวิสัยปกติที่ไม่ชอบนั่งพับเพียบแบบนี้นาน ๆ เนื่องด้วยรู้สึกเมื่อย

“ว่าไงล่ะหึแม่ตัวดี ขอโทษพี่เขารึยังล่ะเรา” อินเอ่ยถามหลานสาว แต่สีหน้าเอ็นดูเหลือล้น นั่นทำให้คนขี้ประจบรีบคลานเข้าไปหาบีบนวดอย่างเอาใจในทันที

“นี่พี่เกื้อ ลูกของคุณลุงศักดิ์กับคุณป้าอุ่น ที่อยู่บ้านใกล้กับเรานี่แหละ ไหว้พี่เขาเสียสิแม่ดอกแก้ว” แท้ที่จริงแล้วสองบ้านมีสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมานาน และเคยสัญญากันว่าหากมีลูกจะให้หมั้นหมายกัน ด้วยว่าอินไม่มีลูกเสียที จึงไม่ได้หมั้นหมายกันให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่เมื่อเพียรกับอินพาดอกแก้วมาเลี้ยงดูประดุจดั่งลูกในไส้ ศักดิ์กับอุ่นก็ทวงสัญญาเรื่องการหมั้นหมายเพราะลูกชายเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว ก็อยากให้มีคู่หมั้นคู่หมายที่ดีที่จักเป็นคู่ครองกันในอนาคต สองสามีภรรยากลัวว่าลูกชายจักไปคว้าผู้หญิงไม่ดีมาเป็นเมีย แต่สาเหตุที่แท้จริงคืออุ่นกับอินนั้นเป็นญาติกัน ทรัพย์สมบัติก็มากมายทั้งคู่ ก็ไม่อยากให้ทรัพย์สมบัติตกไปเป็นของคนอื่น เข้าสุภาษิตที่ว่าเรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย

ดอกแก้วยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้ รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเกื้อยิ่งนัก

“กระผมมาเยี่ยมคุณน้าทั้งสองขอรับ นำของมาฝากด้วยขอรับ”

“เรียนจบกลับมาอยู่บ้านแบบนี้ก็ดีนะพ่อเกื้อ พ่อกับแม่ของเราจักได้หายห่วง จักช่วยพ่อแม่ค้าขายหรือจักทำงานบริษัทฝาหรั่งกันเล่า” อินเอ่ยถาม

“คิดว่าจะช่วยคุณพ่อกับคุณแม่ขอรับ เพราะทางบ้านไม่มีใคร เอื้อเองก็ยังเรียนไม่จบ” เอื้อคือน้องชายลูกพี่ลูกน้องที่บิดามารดานำมาชุบเลี้ยงเอาไว้ให้เป็นเพื่อนเล่นของเขา เนื่องด้วยบิดามารดาของเอื้อเสียชีวิตตั้งแต่เอื้อยังแบเบาะ

“ดี ๆ จักไปเป็นลูกจ้างเขาทำไมกัน กิจการงานที่บ้านของเราก็เยอะแยะ ทรัพย์สินเงินทอง ที่ดิน บ้านช่องก็มากมาย ทำของเราดีกว่าไปทำให้คนอื่น” อินก็เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่มีทรัพย์สมบัติและที่ดินมากมาย อินเลยไม่เคยคิดจะทิ้งบ้านช่องตัวเองไปทำงานที่อื่น

“เรามาก็ดีจักได้อยู่คุยกันนาน ๆ ให้หายคิดถึง ประเดี๋ยวทานข้าวทานปลากันก่อนหนา น้าทำอาหารเอาไว้เยอะแยะเลย”

“ขอรับคุณน้า” เกื้อรับคำ ทำให้ดอกแก้วแอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนหน้าดุ ก่อนเวลาอาหารเพียรกับอินก็คุยกับเกื้ออย่างถูกคอ โดยมีดอกแก้วนั่งฟังอยู่ใกล้ ๆ ดอกแก้วนึกดีใจที่ไม่โดนอาทั้งสองดุเรื่องปีนต้นมะม่วง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลบุหงา   5

    เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่ะ”“นังแพง เอ็งดูแลหลานข้าอย่างไร ถึงปล่อยให้ปีนป่ายต้นมะม่วงเช่นนี้ ถ้าหลานข้าเป็นอันใดไป เอ็งจักรับผิดชอบไหวหรือไม่ ข้าอยากจักเฆี่ยนเอ็งให้หลังลายนัก”“คุณอาอย่าดุพี่แพงเลยหนา หลานผิดเองที่ดื้อ ปีนป่ายขึ้นไปเก็บมะม่วงเสียเอง พี่แพงห้ามแล้วก็ไม่ฟังเจ้าค่ะ”“หลานต้องระมัดระวังตัวเอง รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ถ้าหลานเป็นอันใดไป อากับอาเพียรจะมีหน้าไปบอกพ่อกับแม่หลานว่าอย่างไรเล่า อีกอย่างเราน่ะเป็นหญิงหนาแม่ดอกแก้วอย่าลืมตระหนักข้อนี้ให้จงดี ไปปีนป่ายต้นไม้แบบนั้นมันมิงาม ใครเห็นเข้าได้เอาไปนินทาว่าหลานสาวบ้านนี้มิมีความเป็นกุลสตรีเลยหนา ต่อไปจักมิมีชายใดขอไปเป็นเมียตบเมียแต่ง” อินดุแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้ดอกแก้วสำนึกผิดอยู่ไม่น้อย“หลานขอโทษเจ้าค่ะ ต่อไปจักระวังให้มากกว่านี้”“ไม่ใช่จั

  • กลบุหงา   4

    “เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจากต้นมะม่วงอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นจะโดนบ่นเอาอีก อารามที่รีบเลยพลัดตกลงมาจากต้นมะม่วงแบบไม่เป็นท่า“ตายแล้วคุณหนูดอกแก้ว!” แพงอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างของเจ้านายสาวร่วงลงมาจากต้นมะม่วงเกื้อที่ยืนอยู่ใต้โคนต้นก็ตกใจเช่นเดียวกัน จู่ ๆ ร่างของดอกแก้วก็ร่วงหล่นลงมาใส่ เขาจึงรีบรับร่างนั้นเอาไว้ในทันที“โอ๊ย!” เสียงร้องของเกื้อดังขึ้นด้วยความเจ็บ เพราะโดนร่างเล็กทับเอาไว้ทั้งตัว“คุณหนู!” แพงรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ เห็นร่างของคุณหนูของนางทาบทับอยู่บนร่างของเกื้อ ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของเพียรและอิน“คุณหนูดอกแก้ว ตายแล้ว! อกอีแป้นจะแตก” แพงอุทานซ้ำไปซ้ำมา ดอกแก้วที่จ้องหน้าเกื้ออย่างตกตะลึงได้สติเพราะเสียงบ่าวรับใช้ จึงรีบตะเกียกตะกายลงจากร่างของเขาในทันที“ยังไม่ตายจ้ะพี่แพง” ดอกแก้วรีบตอบ“คุณหนูเจ

  • กลบุหงา   3

    “อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจักให้ลูกไปอยู่กับใครที่ใด คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนดี ไม่ใช่จะผลักไสไล่ส่งลูกไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้จักนิสัยในคอกันมาก่อน”“น้องรู้เจ้าค่ะว่าพ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี แต่ลูกทั้งคนน้องก็อดที่จักห่วงเสียไม่ได้”“ตอนนี้พี่ว่าเราต้องห่วงพ่อเพียรกับแม่อินเสียมากกว่ากระมัง ไม่รู้แม่ดอกแก้วจะไปแผลงฤทธิ์กระไรอีกหรือไม่”“คงมิถึงขนาดนั้นดอกเจ้าค่ะคุณพี่”“น้อยไปสิไม่ว่า” โมกข์ยิ้มกว้างออกมาเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวคนเล็กดี ซุกซนเป็นที่หนึ่ง เฉลียวฉลาดไม่เป็นสองรองใคร แลรู้ทันคนอื่นไปเสียหมด“ลูกขอเขียนจดหมายถึงน้องก่อนนะเจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อคุณหญิงแม่”“ได้สิจ๊ะ ตามสบายเลยจ้ะ” เพ็ญเอ่ยกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม ดอกรักจึงบรรจงเขียนจดหมายถึงน้องสาวที่รักด้วยความคิดถึง ลายมือของสองพี่น้องสวยและเป็นระเบียบเรียบร้

  • กลบุหงา   2

    “น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่เพ็ญจะยกแม่ดอกแก้วให้เราสองคนเอาไปชุบเลี้ยงจักได้ไหมขอรับ” เพียรเอ่ยขออีกเป็นรอบที่ร้อย สองผัวเมียเทียวไล้เทียวขื่อมาเยี่ยมเยียนพี่ชายพี่กับสะใภ้อยู่ไม่ได้ขาด มาหลายครั้งต่อเดือน ติดต่อกันนานหลายสิบปี เพียรขอดอกแก้วไปเลี้ยงเป็นลูกทุกครั้งที่เจอหน้ากัน จนสองสามีภรรยาเริ่มใจอ่อน“ต้องถามเจ้าตัวดูก่อน” เพราะโมกข์กับเพ็ญก็รักลูกมาก รู้ว่าเพียรกับอินก็รักลูกสาวคนเล็กของตนมากเช่นกัน แต่อย่างไรก็คิดว่าตนเป็นพ่อแม่ก็ย่อมที่จะรักมากกว่า จึงไม่อยากให้ลูกไปพ้นอก แต่ตอนนี้ดอกแก้วเจริญวัยขึ้นมาก สิบขวบเข้าไปแล้ว จึงพอที่จะรู้ความ หากถามไถ่กันก็คงพอจะตัดสินใจได้แล้วว่าอยากไปอยู่กับอาและอาสะใภ้หรือไม่“พูดถึงก็มาพอดีเชียวแม่ตัวดี” โมกข์เอ่ยขึ้นเมื่อลูกสาวทั้งสองเดินขึ้นเรือนมา ดอกรักนั้นไหว้อาทั้งสองด้วยกิ

  • กลบุหงา   1

    พุทธศักราช ๒๔๒๐โมกข์ วัชรศักดิ์ หรือหลวงพิทักษ์ธำรงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยจิตใจว้าวุ่น หมอตำแยกำลังทำคลอดให้ภรรยาของเขาอยู่ด้านในเป็นนานก็ไม่มีวี่แววว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาเสียที“เมื่อใดลูกพี่จักคลอดเสียที” โมกข์เอ่ยกับน้องชายอย่างว้าวุ่นใจเพียรกับอินเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ที่เดินทางมาจากหัวหิน ทั้งสองมาเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นเคย ในครานี้ประจวบเหมาะกับที่เพ็ญคลอดลูกพอดิบพอดีเพียรเป็นน้องชายแท้ ๆ ของโมกข์ อีกฝ่ายไม่ชอบรับราชการงานเมือง ชอบการค้าขายมากกว่า และยังชอบท่องเที่ยว จึงเดินทางค้าขายไปทั่ว จนไปเจอกับอินเข้า อินเป็นลูกสาวเศรษฐีทางใต้ ของประจบคีรีขันธ์ หน้าตาสวยคมเช่นสาวใต้ ผิวสีน้ำผึ้ง รสมือการทำอาหารจัดจ้านและเป็นคนขยัน ค้าขายเก่งไม่แพ้ผู้ชายเพียรถูกใจอินยิ่งนัก เมื่อทั้งสองรักใคร่ชอบพอกัน โมกข์จึงเป็นธุระสู่ขอและจัดการเรื่องงานแต่งให้น้องชาย ด้วยว่าอินเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มารดานั้นป่วยหนัก จึงมีเงื่อนไขว่าหากอยากออกเรือนกับอินต้องย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายหญิง เพราะทรัพย์สมบัติและที่ทางมากมาย หากลูกสาวไม่อยู่เสียคนก็คงไม่มีใครดูแลเพียรเห็นว่าทางนี้มีพี่ชายอยู่แล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status