Share

3

last update publish date: 2025-12-16 12:00:06

“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”

“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจักให้ลูกไปอยู่กับใครที่ใด คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนดี ไม่ใช่จะผลักไสไล่ส่งลูกไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้จักนิสัยในคอกันมาก่อน”

“น้องรู้เจ้าค่ะว่าพ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี แต่ลูกทั้งคนน้องก็อดที่จักห่วงเสียไม่ได้”

“ตอนนี้พี่ว่าเราต้องห่วงพ่อเพียรกับแม่อินเสียมากกว่ากระมัง ไม่รู้แม่ดอกแก้วจะไปแผลงฤทธิ์กระไรอีกหรือไม่”

“คงมิถึงขนาดนั้นดอกเจ้าค่ะคุณพี่”

“น้อยไปสิไม่ว่า” โมกข์ยิ้มกว้างออกมาเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวคนเล็กดี ซุกซนเป็นที่หนึ่ง เฉลียวฉลาดไม่เป็นสองรองใคร แลรู้ทันคนอื่นไปเสียหมด

“ลูกขอเขียนจดหมายถึงน้องก่อนนะเจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อคุณหญิงแม่”

“ได้สิจ๊ะ ตามสบายเลยจ้ะ” เพ็ญเอ่ยกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม ดอกรักจึงบรรจงเขียนจดหมายถึงน้องสาวที่รักด้วยความคิดถึง ลายมือของสองพี่น้องสวยและเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะโมกข์นั้นหัดให้ลูกอ่านเขียนตั้งแต่เด็ก แลคัดลายมือทุกวัน ด้วยว่าเขานั้นเป็นหนอนหนังสือ ชอบอ่านหนังสือและเขียนหนังสือ ลูก ๆ ทั้งสองจึงได้นิสัยส่วนนี้มาจากบิดา

ดอกแก้วคลี่จดหมายจากทางบ้านออกอ่านด้วยรอยยิ้ม พลางอ่านให้อาทั้งสองฟังด้วยน้ำเสียงสดใส

“ตอนนี้คุณหญิงแม่ตั้งครรภ์แล้ว มีอาการแพ้ท้องพอสมควร เจ้าคุณพ่อนั้นตื่นเต้นดีใจ คาดหวังว่าครานี้จักได้ลูกชายเสียที พี่อยู่ทางนี้สบายดี น้องอยู่ทางนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เราจักได้เจอหน้ากันอีกคราเมื่อใด พี่คิดถึงน้องเหลือเกิน”

“พี่เพ็ญท้องลูกอีกคนแล้วหรือเจ้าคะ น้องดีใจกับพี่โมกข์กับพี่เพ็ญจริงๆ เจ้าค่ะคุณพี่” อินพูดแล้วยิ้มกว้าง ถึงหล่อนจะไม่มีลูก แต่ก็มีดอกแก้วแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าทรัพย์สินจะไม่มีใครดูแล

“ดอกแก้วขอเขียนจดหมายตอบพี่ดอกรักก่อนนะเจ้าคะคุณอา”

“ตามสบายเลยจ้ะ อีกไม่กี่เพลาอาจะพาแม่ดอกแก้วไปเยี่ยมเจ้าคุณพ่อกับคุณหญิงแม่ของหลาน” อินพูดกับหลานสาว ดอกแก้วจึงเขียนจดหมายไปบอกพี่สาวว่าอีกไม่นานจะได้เจอกัน

“หลานเขียนจดหมายเสร็จแล้ว ฝากคุณอาส่งให้หลานด้วยนะเจ้าคะ หลานขอลงไปเล่นข้างล่างก่อนนะเจ้าคะ”

“ไปเถิด” สองสามีภรรยาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองตามร่างเล็กไปด้วยความเอ็นดู โดยมีแพง ซึ่งเป็นบ่าวรับใช้คนสนิทตามลงไปด้วย

“คุณหนูดอกแก้วจักทำอันใดหรือเจ้าคะ” แพงเอ่ยถามเจ้านายสาว แพงเป็นบ่าวรับใช้ประจำตัวของดอกแก้วที่เพียรกับอินให้คอยติดตามคอยดูแลรับใช้หลานสาวให้ดี

ดอกแก้วไม่เหมือนเด็กสาวธรรมดาทั่วไป เพราะแก่นแก้วแลซุกซนเกินใคร แถมยังเฉลียวฉลาดเรียนหนังสือก็เก่ง เอาตัวรอดก็เยี่ยม เรื่องงานเย็บปักถักร้อยไม่ใคร่จะใส่ใจเหมือนลูกสาวผู้ดีมีอันจะกินบ้านอื่น แต่เพียรกับอินก็รักและตามใจเป็นอันมาก จึงไม่เคยบังคับให้ดอกแก้วต้องนั่งเย็บปักถักร้อยหรือทำกับข้าวกับปลากระไร

“ฉันอยากกินมะม่วงบนต้นโน้น”

“คุณหนูดอกแก้วจักกินมะม่วงหรือเจ้าคะ”

“ใช่จ้ะพี่แพง”

“เดี๋ยวบ่าวให้คนสวนมาเก็บให้นะเจ้าคะ”

“ไม่เอาดอกจ้ะ ฉันจะเก็บเอง มะม่วงต้นแค่นี้ ฉันปีนขึ้นไปเก็บเองได้สบายอยู่แล้ว”

“ตายแล้วคุณหนู ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณเพียรกับคุณอินรู้เข้าบ่าวได้โดนเฆี่ยนหลังลายเป็นแน่ คุณหนูเป็นผู้หญิงจะปีนป่ายขึ้นไปบนต้นมะม่วงได้อย่างไรกันเจ้าคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันปีนต้นไม้เก่งที่สุดเลยนะจะบอกให้”

“ไม่ได้เจ้าค่ะคุณหนู ถ้าคุณหนูจะทำเยี่ยงนั้น ฆ่าบ่าวให้ตายเถิดเจ้าค่ะ” แพงรีบจับขาของดอกแก้วเอาไว้เพื่อเอ่ยขอร้อง

“ก็ได้ งั้นพี่แพงไปตามคนสวนมาช่วยเก็บมะม่วงให้ฉันที ฉันจะรออยู่ตรงนี้”

“ได้เจ้าค่ะคุณหนู แต่คุณหนูห้ามปีนเองเด็ดขาดนะเจ้าคะ”

“เอาน่า ไม่ปีนก็ไม่ปีน” ดอกแก้วรับคำพลางยิ้มแป้น แพงจึงรีบวิ่งไปตามคนสวนมาช่วยปีนต้นมะม่วงให้เจ้านายสาว

ดอกแก้วชะเง้อคอมองตามพี่เลี้ยงสาวที่วิ่งไปทางหน้าบ้านจนสุดตา ก่อนจะหัวเราะชอบใจ ร่างเล็กรีบปีนขึ้นไปบนต้นมะม่วงอย่างสนุกสนานและคล่องแคล่ว ก่อนจะค่อย ๆ เก็บผลมะม่วงและโยนลงไปใต้โคนต้น

“โอ๊ย!” เสียงนั้นทำให้ดอกแก้วตกใจ รีบก้มลงไปมองเบื้องล่าง ว่าหล่อนโยนผลมะม่วงใส่หัวผู้ใด

เกื้อเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นมะม่วง เขาถึงกับชะงักเมื่อเห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักอยู่บนต้นมะม่วง ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้เห็นเช่นนั้น เกิดมาเขาไม่เคยเจอเด็กผู้หญิงคนไหนอาจหาญปีนป่ายต้นไม้เช่นนี้มาก่อน

“ขึ้นไปทำอันใดบนต้นไม้ล่ะนั่น”

“นี่ต้นกระไรเจ้าคะ” ดอกแก้วเอ่ยถาม

“ต้นมะม่วง” เขาตอบพลางทำสีหน้างุนงง

“นั่นแหละคำตอบ นี่ต้นมะม่วง ปีนขึ้นมาก็ต้องมาเก็บลูกมะม่วงสิเจ้าคะ จะให้ปีนขึ้นมาเก็บลูกขนุนหรืออย่างไรกันเจ้าคะ” ประโยควกไปวนมาแถมยังกวนอีกทำให้เกื้อถึงกับทำหน้าดุใส่ในทันที เพราะเขาอายุมากกว่าเจ้าหล่อนหลายปี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลบุหงา   5

    เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่ะ”“นังแพง เอ็งดูแลหลานข้าอย่างไร ถึงปล่อยให้ปีนป่ายต้นมะม่วงเช่นนี้ ถ้าหลานข้าเป็นอันใดไป เอ็งจักรับผิดชอบไหวหรือไม่ ข้าอยากจักเฆี่ยนเอ็งให้หลังลายนัก”“คุณอาอย่าดุพี่แพงเลยหนา หลานผิดเองที่ดื้อ ปีนป่ายขึ้นไปเก็บมะม่วงเสียเอง พี่แพงห้ามแล้วก็ไม่ฟังเจ้าค่ะ”“หลานต้องระมัดระวังตัวเอง รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ถ้าหลานเป็นอันใดไป อากับอาเพียรจะมีหน้าไปบอกพ่อกับแม่หลานว่าอย่างไรเล่า อีกอย่างเราน่ะเป็นหญิงหนาแม่ดอกแก้วอย่าลืมตระหนักข้อนี้ให้จงดี ไปปีนป่ายต้นไม้แบบนั้นมันมิงาม ใครเห็นเข้าได้เอาไปนินทาว่าหลานสาวบ้านนี้มิมีความเป็นกุลสตรีเลยหนา ต่อไปจักมิมีชายใดขอไปเป็นเมียตบเมียแต่ง” อินดุแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้ดอกแก้วสำนึกผิดอยู่ไม่น้อย“หลานขอโทษเจ้าค่ะ ต่อไปจักระวังให้มากกว่านี้”“ไม่ใช่จั

  • กลบุหงา   4

    “เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจากต้นมะม่วงอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นจะโดนบ่นเอาอีก อารามที่รีบเลยพลัดตกลงมาจากต้นมะม่วงแบบไม่เป็นท่า“ตายแล้วคุณหนูดอกแก้ว!” แพงอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างของเจ้านายสาวร่วงลงมาจากต้นมะม่วงเกื้อที่ยืนอยู่ใต้โคนต้นก็ตกใจเช่นเดียวกัน จู่ ๆ ร่างของดอกแก้วก็ร่วงหล่นลงมาใส่ เขาจึงรีบรับร่างนั้นเอาไว้ในทันที“โอ๊ย!” เสียงร้องของเกื้อดังขึ้นด้วยความเจ็บ เพราะโดนร่างเล็กทับเอาไว้ทั้งตัว“คุณหนู!” แพงรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ เห็นร่างของคุณหนูของนางทาบทับอยู่บนร่างของเกื้อ ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของเพียรและอิน“คุณหนูดอกแก้ว ตายแล้ว! อกอีแป้นจะแตก” แพงอุทานซ้ำไปซ้ำมา ดอกแก้วที่จ้องหน้าเกื้ออย่างตกตะลึงได้สติเพราะเสียงบ่าวรับใช้ จึงรีบตะเกียกตะกายลงจากร่างของเขาในทันที“ยังไม่ตายจ้ะพี่แพง” ดอกแก้วรีบตอบ“คุณหนูเจ

  • กลบุหงา   3

    “อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจักให้ลูกไปอยู่กับใครที่ใด คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนดี ไม่ใช่จะผลักไสไล่ส่งลูกไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้จักนิสัยในคอกันมาก่อน”“น้องรู้เจ้าค่ะว่าพ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี แต่ลูกทั้งคนน้องก็อดที่จักห่วงเสียไม่ได้”“ตอนนี้พี่ว่าเราต้องห่วงพ่อเพียรกับแม่อินเสียมากกว่ากระมัง ไม่รู้แม่ดอกแก้วจะไปแผลงฤทธิ์กระไรอีกหรือไม่”“คงมิถึงขนาดนั้นดอกเจ้าค่ะคุณพี่”“น้อยไปสิไม่ว่า” โมกข์ยิ้มกว้างออกมาเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวคนเล็กดี ซุกซนเป็นที่หนึ่ง เฉลียวฉลาดไม่เป็นสองรองใคร แลรู้ทันคนอื่นไปเสียหมด“ลูกขอเขียนจดหมายถึงน้องก่อนนะเจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อคุณหญิงแม่”“ได้สิจ๊ะ ตามสบายเลยจ้ะ” เพ็ญเอ่ยกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม ดอกรักจึงบรรจงเขียนจดหมายถึงน้องสาวที่รักด้วยความคิดถึง ลายมือของสองพี่น้องสวยและเป็นระเบียบเรียบร้

  • กลบุหงา   2

    “น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่เพ็ญจะยกแม่ดอกแก้วให้เราสองคนเอาไปชุบเลี้ยงจักได้ไหมขอรับ” เพียรเอ่ยขออีกเป็นรอบที่ร้อย สองผัวเมียเทียวไล้เทียวขื่อมาเยี่ยมเยียนพี่ชายพี่กับสะใภ้อยู่ไม่ได้ขาด มาหลายครั้งต่อเดือน ติดต่อกันนานหลายสิบปี เพียรขอดอกแก้วไปเลี้ยงเป็นลูกทุกครั้งที่เจอหน้ากัน จนสองสามีภรรยาเริ่มใจอ่อน“ต้องถามเจ้าตัวดูก่อน” เพราะโมกข์กับเพ็ญก็รักลูกมาก รู้ว่าเพียรกับอินก็รักลูกสาวคนเล็กของตนมากเช่นกัน แต่อย่างไรก็คิดว่าตนเป็นพ่อแม่ก็ย่อมที่จะรักมากกว่า จึงไม่อยากให้ลูกไปพ้นอก แต่ตอนนี้ดอกแก้วเจริญวัยขึ้นมาก สิบขวบเข้าไปแล้ว จึงพอที่จะรู้ความ หากถามไถ่กันก็คงพอจะตัดสินใจได้แล้วว่าอยากไปอยู่กับอาและอาสะใภ้หรือไม่“พูดถึงก็มาพอดีเชียวแม่ตัวดี” โมกข์เอ่ยขึ้นเมื่อลูกสาวทั้งสองเดินขึ้นเรือนมา ดอกรักนั้นไหว้อาทั้งสองด้วยกิ

  • กลบุหงา   1

    พุทธศักราช ๒๔๒๐โมกข์ วัชรศักดิ์ หรือหลวงพิทักษ์ธำรงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยจิตใจว้าวุ่น หมอตำแยกำลังทำคลอดให้ภรรยาของเขาอยู่ด้านในเป็นนานก็ไม่มีวี่แววว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาเสียที“เมื่อใดลูกพี่จักคลอดเสียที” โมกข์เอ่ยกับน้องชายอย่างว้าวุ่นใจเพียรกับอินเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ที่เดินทางมาจากหัวหิน ทั้งสองมาเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นเคย ในครานี้ประจวบเหมาะกับที่เพ็ญคลอดลูกพอดิบพอดีเพียรเป็นน้องชายแท้ ๆ ของโมกข์ อีกฝ่ายไม่ชอบรับราชการงานเมือง ชอบการค้าขายมากกว่า และยังชอบท่องเที่ยว จึงเดินทางค้าขายไปทั่ว จนไปเจอกับอินเข้า อินเป็นลูกสาวเศรษฐีทางใต้ ของประจบคีรีขันธ์ หน้าตาสวยคมเช่นสาวใต้ ผิวสีน้ำผึ้ง รสมือการทำอาหารจัดจ้านและเป็นคนขยัน ค้าขายเก่งไม่แพ้ผู้ชายเพียรถูกใจอินยิ่งนัก เมื่อทั้งสองรักใคร่ชอบพอกัน โมกข์จึงเป็นธุระสู่ขอและจัดการเรื่องงานแต่งให้น้องชาย ด้วยว่าอินเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มารดานั้นป่วยหนัก จึงมีเงื่อนไขว่าหากอยากออกเรือนกับอินต้องย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายหญิง เพราะทรัพย์สมบัติและที่ทางมากมาย หากลูกสาวไม่อยู่เสียคนก็คงไม่มีใครดูแลเพียรเห็นว่าทางนี้มีพี่ชายอยู่แล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status