All Chapters of กลบุหงา: Chapter 1 - Chapter 10

68 Chapters

1

พุทธศักราช ๒๔๒๐โมกข์ วัชรศักดิ์ หรือหลวงพิทักษ์ธำรงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยจิตใจว้าวุ่น หมอตำแยกำลังทำคลอดให้ภรรยาของเขาอยู่ด้านในเป็นนานก็ไม่มีวี่แววว่าลูกน้อยในครรภ์จะคลอดออกมาเสียที“เมื่อใดลูกพี่จักคลอดเสียที” โมกข์เอ่ยกับน้องชายอย่างว้าวุ่นใจเพียรกับอินเป็นน้องชายและน้องสะใภ้ที่เดินทางมาจากหัวหิน ทั้งสองมาเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นเคย ในครานี้ประจวบเหมาะกับที่เพ็ญคลอดลูกพอดิบพอดีเพียรเป็นน้องชายแท้ ๆ ของโมกข์ อีกฝ่ายไม่ชอบรับราชการงานเมือง ชอบการค้าขายมากกว่า และยังชอบท่องเที่ยว จึงเดินทางค้าขายไปทั่ว จนไปเจอกับอินเข้า อินเป็นลูกสาวเศรษฐีทางใต้ ของประจบคีรีขันธ์ หน้าตาสวยคมเช่นสาวใต้ ผิวสีน้ำผึ้ง รสมือการทำอาหารจัดจ้านและเป็นคนขยัน ค้าขายเก่งไม่แพ้ผู้ชายเพียรถูกใจอินยิ่งนัก เมื่อทั้งสองรักใคร่ชอบพอกัน โมกข์จึงเป็นธุระสู่ขอและจัดการเรื่องงานแต่งให้น้องชาย ด้วยว่าอินเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มารดานั้นป่วยหนัก จึงมีเงื่อนไขว่าหากอยากออกเรือนกับอินต้องย้ายมาอยู่บ้านฝ่ายหญิง เพราะทรัพย์สมบัติและที่ทางมากมาย หากลูกสาวไม่อยู่เสียคนก็คงไม่มีใครดูแลเพียรเห็นว่าทางนี้มีพี่ชายอยู่แล้ว
Read more

2

“น้องรักแม่ดอกแก้วเหมือนลูกในไส้ ทั้งรักทั้งเอ็นดูเหลือเกินเจ้าค่ะคุณพี่ เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย อยากมีลูกสักคนก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติก็มากมาย ถ้าไม่มีลูกก็คงไม่มีใครดูแลสืบทอด” อินเอ่ยปากบอกพี่ชายของสามีพลางถอนใจ“น้องก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหมือนลูก สัญญาว่าจะดูแลหลานให้ดีเหมือนลูกในไส้ พี่โมกข์กับพี่เพ็ญจะยกแม่ดอกแก้วให้เราสองคนเอาไปชุบเลี้ยงจักได้ไหมขอรับ” เพียรเอ่ยขออีกเป็นรอบที่ร้อย สองผัวเมียเทียวไล้เทียวขื่อมาเยี่ยมเยียนพี่ชายพี่กับสะใภ้อยู่ไม่ได้ขาด มาหลายครั้งต่อเดือน ติดต่อกันนานหลายสิบปี เพียรขอดอกแก้วไปเลี้ยงเป็นลูกทุกครั้งที่เจอหน้ากัน จนสองสามีภรรยาเริ่มใจอ่อน“ต้องถามเจ้าตัวดูก่อน” เพราะโมกข์กับเพ็ญก็รักลูกมาก รู้ว่าเพียรกับอินก็รักลูกสาวคนเล็กของตนมากเช่นกัน แต่อย่างไรก็คิดว่าตนเป็นพ่อแม่ก็ย่อมที่จะรักมากกว่า จึงไม่อยากให้ลูกไปพ้นอก แต่ตอนนี้ดอกแก้วเจริญวัยขึ้นมาก สิบขวบเข้าไปแล้ว จึงพอที่จะรู้ความ หากถามไถ่กันก็คงพอจะตัดสินใจได้แล้วว่าอยากไปอยู่กับอาและอาสะใภ้หรือไม่“พูดถึงก็มาพอดีเชียวแม่ตัวดี” โมกข์เอ่ยขึ้นเมื่อลูกสาวทั้งสองเดินขึ้นเรือนมา ดอกรักนั้นไหว้อาทั้งสองด้วยกิ
Read more

3

“อ่านจดหมายแม่ดอกแก้วแล้วถึงกับยิ้มขนาดนั้นเชียวรึแม่ดอกรัก” เพ็ญที่กำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม“น้องดูมีความสุขมากเจ้าค่ะคุณหญิงแม่ เขียนเล่ามาเสียลูกเห็นภาพทุกอย่างที่น้องบรรยายเลยเจ้าค่ะ”“หายห่วงแล้วใช่ไหมเล่า น้องอย่ากังวลไปเลย พ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี พี่เองก็คิดเหมือนกันว่าจักให้ลูกไปอยู่กับใครที่ใด คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนดี ไม่ใช่จะผลักไสไล่ส่งลูกไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้จักนิสัยในคอกันมาก่อน”“น้องรู้เจ้าค่ะว่าพ่อเพียรกับแม่อินเป็นคนดี แต่ลูกทั้งคนน้องก็อดที่จักห่วงเสียไม่ได้”“ตอนนี้พี่ว่าเราต้องห่วงพ่อเพียรกับแม่อินเสียมากกว่ากระมัง ไม่รู้แม่ดอกแก้วจะไปแผลงฤทธิ์กระไรอีกหรือไม่”“คงมิถึงขนาดนั้นดอกเจ้าค่ะคุณพี่”“น้อยไปสิไม่ว่า” โมกข์ยิ้มกว้างออกมาเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวคนเล็กดี ซุกซนเป็นที่หนึ่ง เฉลียวฉลาดไม่เป็นสองรองใคร แลรู้ทันคนอื่นไปเสียหมด“ลูกขอเขียนจดหมายถึงน้องก่อนนะเจ้าค่ะเจ้าคุณพ่อคุณหญิงแม่”“ได้สิจ๊ะ ตามสบายเลยจ้ะ” เพ็ญเอ่ยกับบุตรสาวด้วยรอยยิ้ม ดอกรักจึงบรรจงเขียนจดหมายถึงน้องสาวที่รักด้วยความคิดถึง ลายมือของสองพี่น้องสวยและเป็นระเบียบเรียบร้
Read more

4

“เป็นเด็กเป็นเล็กพูดจายอกย้อนชวนปวดหัว”“คุณเป็นใครหรือเจ้าคะ” เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดอกแก้วจึงเอ่ยถามออกไป แต่เดาเอาว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้คงจะเป็นแขกของคุณอาทั้งสองเป็นแน่“ฉันเป็น...” ยังไม่ทันที่เกื้อจะได้พูดกระไรต่อ ดอกแก้วที่เห็นว่าบ่าวรับใช้ส่วนตัวพาคนสวนเดินมาแต่ไกลก็รีบปีนป่ายลงมาจากต้นมะม่วงอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นจะโดนบ่นเอาอีก อารามที่รีบเลยพลัดตกลงมาจากต้นมะม่วงแบบไม่เป็นท่า“ตายแล้วคุณหนูดอกแก้ว!” แพงอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างของเจ้านายสาวร่วงลงมาจากต้นมะม่วงเกื้อที่ยืนอยู่ใต้โคนต้นก็ตกใจเช่นเดียวกัน จู่ ๆ ร่างของดอกแก้วก็ร่วงหล่นลงมาใส่ เขาจึงรีบรับร่างนั้นเอาไว้ในทันที“โอ๊ย!” เสียงร้องของเกื้อดังขึ้นด้วยความเจ็บ เพราะโดนร่างเล็กทับเอาไว้ทั้งตัว“คุณหนู!” แพงรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ เห็นร่างของคุณหนูของนางทาบทับอยู่บนร่างของเกื้อ ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญของเพียรและอิน“คุณหนูดอกแก้ว ตายแล้ว! อกอีแป้นจะแตก” แพงอุทานซ้ำไปซ้ำมา ดอกแก้วที่จ้องหน้าเกื้ออย่างตกตะลึงได้สติเพราะเสียงบ่าวรับใช้ จึงรีบตะเกียกตะกายลงจากร่างของเขาในทันที“ยังไม่ตายจ้ะพี่แพง” ดอกแก้วรีบตอบ“คุณหนูเจ
Read more

5

เกื้อกลับไปแล้ว เพียรกับอินจึงรั้งหลานสาวเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะหนี“จะไปไหนแม่ตัวดี” อินพูดแล้วค้อนหลานสาวเสียหนึ่งที ท่าทีของอินทำให้ดอกแก้วเข้าไปบีบนวดเอาใจผู้เป็นอาอีกครา“ไม่ต้องมาบีบนวดเอาใจอาเลย ถ้าเราตกลงมาแข้งขาหักจะทำอย่างไร เราเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่”“หลานขอโทษเจ้าค่ะ”“นังแพง เอ็งดูแลหลานข้าอย่างไร ถึงปล่อยให้ปีนป่ายต้นมะม่วงเช่นนี้ ถ้าหลานข้าเป็นอันใดไป เอ็งจักรับผิดชอบไหวหรือไม่ ข้าอยากจักเฆี่ยนเอ็งให้หลังลายนัก”“คุณอาอย่าดุพี่แพงเลยหนา หลานผิดเองที่ดื้อ ปีนป่ายขึ้นไปเก็บมะม่วงเสียเอง พี่แพงห้ามแล้วก็ไม่ฟังเจ้าค่ะ”“หลานต้องระมัดระวังตัวเอง รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ถ้าหลานเป็นอันใดไป อากับอาเพียรจะมีหน้าไปบอกพ่อกับแม่หลานว่าอย่างไรเล่า อีกอย่างเราน่ะเป็นหญิงหนาแม่ดอกแก้วอย่าลืมตระหนักข้อนี้ให้จงดี ไปปีนป่ายต้นไม้แบบนั้นมันมิงาม ใครเห็นเข้าได้เอาไปนินทาว่าหลานสาวบ้านนี้มิมีความเป็นกุลสตรีเลยหนา ต่อไปจักมิมีชายใดขอไปเป็นเมียตบเมียแต่ง” อินดุแต่ก็เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้ดอกแก้วสำนึกผิดอยู่ไม่น้อย“หลานขอโทษเจ้าค่ะ ต่อไปจักระวังให้มากกว่านี้”“ไม่ใช่จั
Read more

6

“ฉันก็ไม่ขัดดอกหนา ถ้าเด็กมันรักใคร่ชอบพอกัน แต่แม่ดอกแก้วอายุเพิ่งจะสิบกว่าขวบ ให้ฝั่งโน่นเขารออีกสักหน่อยไม่ดีกว่าหรือ แต่ยังมิต้องไปรับหมั้นเขาดอก ให้เหตุผลไปตามนี้ แลแม่ดอกแก้วก็มิใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่อิน เหตุผลเช่นนี้คงทำให้เขาไม่มาเร่งรัดกระไรอีก”“อิฉันกับคุณพี่เพียรก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่พ่อแม่ฝ่ายชายเขาก็รักและเอ็นดูแม่ดอกแก้วเหลือเกิน มาถามไถ่อยู่เนือง ๆ ว่าจะให้หมั้นจองตัวกันก่อนจะได้ไหม อิฉันก็แบ่งรับแบ่งสู้ ผัดผ่อนเวลาไปเรื่อย ๆ เพราะไม่อยากบังคับหลานน่ะเจ้าค่ะ แต่ในครั้งกระโน้นก็ได้รับปากกันเอาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะ สัจจะวาจาถือว่าสำคัญ อิฉันกับคุณพี่เพียรจึงมิอยากผิดคำพูดน่ะเจ้าค่ะ”“ฉันเข้าใจที่แม่อินพูดทุกประการ แต่ฉันยึดถ้อยคำที่ว่าปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ปลูกอู่ตามใจผู้นอน ถ้าเขารอได้แลมีใจรักแม่ดอกแก้วจริง เมื่อแม่ดอกแก้วเจริญวัยขึ้นพร้อมจะออกเรือน ค่อยมาเจรจากันอีกคราก็ยังมิสายมิใช่หรือ” โมกข์ให้เหตุผลที่ทำให้สองสามีภรรยามีทางออกกับปัญหานี้เช่นกัน“เจ้าค่ะ” อินรับคำ“คุณหญิงแม่เจ้าขา ไปอยู่ทางใต้กับคุณอาลูกพูดได้ตั้งหลายภาษาแน่ะเจ้าค่ะ” ดอกแก้วที่เดินเข้ามาหาผู้ใหญ่ ตรง
Read more

7

“ก็ไม่เชิงนะเจ้าคะ แต่พี่เกื้อที่คุณอาทั้งสองชมเสียหนักหนาว่ารักเหมือนลูกน่ะ ขี้เก๊กจะตายไปเจ้าค่ะ ชอบทำหน้านิ่ง ๆ ดุ ๆ แบบนี้เจ้าค่ะพี่ดอกรัก” คนพูดแกล้งทำหน้าขึงขัง กอดอกเชิดคอขึ้น“คิกๆ” ดอกรักถึงกับหัวเราะออกมาในทันทีเมื่อได้เห็นท่าทีล้อเลียนของน้องสาว“พี่ดอกรักยังจักมาหัวเราะอีก น้องไม่ชอบดอกหนา คนกระไรก็ไม่รู้ ไม่เคยเห็นยิ้มเสียบ้างเลย ทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา ยังกับยักษ์แน่ะเจ้าค่ะ”“พี่จักคอยดูว่าน้องสาวของพี่จักได้ออกเรือนกับผู้ใด”“น้องไม่อยากออกเรือนดอกเจ้าค่ะ ชีวิตมีกระไรให้ทำอีกมากมาย”“เป็นหญิงมิออกเรือนจักเป็นสาวทึนทึกขึ้นคานหนา ผู้คนจักได้ครหานินทากันไปทั่ว”“พี่ดอกรักสนใจคำคนด้วยหรือเจ้าคะ น้องหาได้สนใจไม่”“น้องน่ะเป็นคนแปลก คิดไม่เหมือนผู้ใด เป็นหญิงมิออกเรือนถือว่าแปลก มิมีผู้ใดเขาทำกันดอก”“น้องคิดว่าถ้าไม่รักไม่ชอบ แล้วชายผู้นั้นก็มิได้เป็นคนดี เราจักต้องทนอยู่ด้วยหรือเจ้าคะ น้องคนหนึ่งละ จะไม่ยอมทนเจ้าค่ะ”“ก็จริงดังที่น้องพูด เจ้าคุณพ่อเป็นผู้ชายที่ดีมาก พี่เองก็หวังว่าในภายภาคหน้าหากจักต้องออกเรือนไป ก็ขอให้เจอกับผู้ชายที่ดีแบบเจ้าคุณพ่อ”“จริงด้วยเจ้าค่ะ
Read more

8

อันว่าเวลาเปลี่ยน ใจคนก็อาจสั่นคลอนไปบ้าง คราแรกนั้นอุ่นก็หมายหมั้นปั้นมืออยากได้ดอกแก้วไปเป็นสะใภ้ แต่พอสามีสนับสนุนหลานสาวของตนเองซึ่งเป็นญาติกัน แม้จะเป็นแค่ญาติห่างๆ แต่เมื่อมีเงินมีทองแลร่ำรวยไม่แพ้กัน จักกลายเป็นญาติสนิทขึ้นมาในทันที ทำให้อุ่นไขว้เขว นึกชอบอกชอบใจสายบัวอยู่เหมือนกัน อีกทั้งฝั่งกระโน้นก็มีของกำนัลไม่เคยขาดมือ ไปมาหาสู่กันเช้าเย็น ทำให้อุ่นยิ่งเอนเอียงหรือจะพูดให้ถูกคือ ได้ทั้งหลานฝั่งสามี และหลานฝั่งญาติตัวเองไปเป็นเมียลูกชายทั้งสองคนจะยิ่งดีเกื้อรับไหว้ดอกแก้วแทบไม่ทัน เขารู้ว่าหล่อนแสบแค่ไหน รู้จักกันมาหลายปีเขาโดนหล่อนแกล้งเสียหลายครั้ง หล่อนเป็นแม่ตัวแสบของทุกคนเขาจำได้ว่าหล่อนเคยเอามดแดงและหมามุ่ยมาแกล้งเขา วันนั้นเขานอนซมเพราะผิวอักเสบไปหลายวันแม่ตัวดีไปเยี่ยมเขาเหมือนกับสำนึกผิด ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แลหลังจากนั้นก็ไม่กล้าแกล้งเขาแรงๆ อีกเพราะเขาไม่ได้บอกใคร ว่าหล่อนเป็นคนแกล้งเขา หากรู้เข้าหล่อนคงโดนเฆี่ยนหลังลาย ซึ่งเขามิได้ต้องการให้เป็นเช่นนั้น“พี่เกื้อมาพอดีเลย กำลังจักได้เวลาอาหารกลางวันเลยเจ้าค่ะ ขอเชิญพี่เกื้อรับประทานอาหารด้วยกันก่อนนะเจ้าคะ”
Read more

9

“ฉันจะกลับแล้ว”“เจ้าค่ะ” แพงทำเสียงอ่อย ซึ่งดอกแก้วก็แอบฟังอยู่ที่ประตูห้อง หล่อนอมยิ้มอย่างขบขัน ในขณะที่เกื้อเดินหน้าบึ้งกลับเรือนไป“เป็นกระไรรึ เหตุใดถึงได้เดินหน้าบึ้งตึงกลับมาเช่นนี้”“เปล่าขอรับคุณแม่”“ไปกินข้าวบ้านโน้นมาเป็นอย่างไรบ้าง” อุ่นเอ่ยถามลูกชายพลางยิ้มกว้าง“ผมขอตัวก่อนนะขอรับคุณแม่ มีงานต้องทำน่ะขอรับ” เกื้อไม่ตอบมารดา ทำให้อุ่นถึงกับอ้าปากค้าง“ลูกเราเป็นกระไรคะคุณพี่ ดูอารมณ์ไม่ดี”“จะกระไรเสียอีกล่ะ ก็หลานสาวของแม่อินเขาไม่ชอบลูกเรา น้องก็ยังจะบังคับให้ลูกชายของเราไปออกเรือนด้วย นี่ถ้าเป็นแม่สายบัวก็ได้ออกเรือนกันไปแล้ว” ศักดิ์สนับสนุนหลานสาวของตัวเองเพราะของกำนัลมากมายที่ฝ่ายโน้นส่งมาให้ซื้อใจคนได้ไม่มากก็น้อย“แต่น้องเคยสัญญากับแม่อินเอาไว้แล้ว พี่ศักดิ์เองก็ชอบแม่ดอกแก้วมิใช่หรือคะ”“เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่เล่นตัวเหลือเกิน ลูกเราอายุสามสิบกว่าแล้วหนาแม่อุ่น จะให้รอไปถึงไหนกัน” ศักดิ์พูดแล้วเดินหนีภรรยาไปอีกคน นั่นทำให้อุ่นหนักใจยิ่งนักกลับมาในเย็นนั้นเพียรกับอินก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ฟังดูแล้วก็หนักใจค่อนข้างมากเมื่อเห็นว่าเกื้อทำเช่นนั้น“หลานเสียใจมากเจ้าค่
Read more

10

“แต่ถ้าแม่ดอกแก้วไม่ออกเรือนในครานี้ น้องเกรงว่าต่อไปจักเป็นสาวทึนทึกขึ้นคานเจ้าค่ะคุณพี่”“ไม่ดอกน้อง แม่ดอกแก้วเป็นคนสวย หากไม่ได้ออกเรือนกับพ่อเกื้อจริง และทางบ้านโน้นเขาอยากให้ลูกชายแต่งกับแม่สายบัวแทน ก็ถือเสียว่าหลานสาวของเราไม่ใช่คู่ของพ่อเกื้อ”“แต่น้องเสียดายพ่อเกื้อ รูปก็งาม ฐานะก็ดี แถมยังเป็นคนดีเสียอีก แม่ดอกแก้วจะหาผู้ชายที่ดีพร้อมแบบพ่อเกื้อยากยิ่งนะเจ้าคะ”แต่สองสามีภรรยาก็จำต้องบากหน้าไปผัดผ่อนการออกเรือนอีกครั้ง นั่นทำให้ศักดิ์กับอินรู้สึกเอือมระอาเหลือเกินแล้วในเวลานี้“น้าเพียรกับน้าอินมาทำกระไรหรือขอรับคุณพ่อคุณแม่”“มาผัดผ่อนเรื่องออกเรือนน่ะสิ เขาบอกว่าหลานสาวยังทำอาหารไม่เก่ง งานบ้านงานเรือนก็ยังมิชำนาญมากเพราะมัวแต่พาไปค้าขาย ลูกไปชิมรสมือการทำอาหารหล่อนแล้วไม่ชอบ เขาก็เลยยังไม่อยากให้หลานสาวของเขาออกเรือน กลัวจะขายขี้หน้าแลปรนนิบัติลูกไม่ดี” อุ่นมองหน้าลูกชาย ซึ่งเกื้อได้ฟังก็นิ่งอึ้งไป มิได้พูดกระไรออกมา“แม่ชักระอาเหลือทน ทำยังกับลูกชายของแม่ไม่มีใครเอา ลูกชายของแม่มีผู้หญิงมากมายอยากได้เป็นสามี เล่นตัวเสียจริง แม่กับพ่อทาบทามสู่ขอมาตั้งหลายปีก็ผัดผ่อนมาเรื
Read more
PREV
1234567
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status